โรงเรียนนานาชาติออกหนังสือถึงผู้ปกครอง เตือนพร้อมมาตรการป้องกันการปลอมใบสมัครเรียนต่อต่างประเทศ

2 เมษายน 2014

ปัญหาการปลอมแปลงใบสมัครจากประเทศไทยเพื่อเรียนต่อมหาวิทยาลัยในสหรัฐอมเริกา ทำให้โรงเรียนนานาชาติในประเทศไทยหลายแห่งได้รับจดหมายแจ้งเตือนจากฝ่ายรับสมัครนักศึกษาของมหาวิทยาลัยในสหรัฐฯ จึงต้องออกมาตรการตรวจสอบและออกหนังสือแจ้งไปยังผู้ปกครองทุกคนว่าอย่าทำผิดจริยธรรม และขอให้ปฏิบัติตามกฎดังกล่าว

สำนักข่าวออนไลน์ไทยพับลิก้าได้นำเสนอข่าว “กลวิธี (โกง) ของเด็กไทยสู่มหาวิทยาลัยชั้นนำอเมริกา” ไปเมื่อวันที่ 27 พฤษภาคม 2556 และข่าว “เปิดกลยุทธ์ 2 สถาบันชื่อดัง บริการสร้างพอร์ตใบสมัครศึกษาต่อต่างประเทศครบวงจร” เมื่อวันที่ 2 กรกฎาคม 2556 เกี่ยวกับบริการให้คำปรึกษาเพื่อศึกษาต่อต่างประเทศของบริษัทแอดมิชชันออฟฟิศ (Admissions-Office) และเอ็มบีเอทิงแทงก์ (MBAThinktank) เพื่อเตรียมพร้อมหลักฐานและการเขียนเรียงความในการยื่นใบสมัครเรียนต่อในมหาวิทยาลัยชั้นนำของโลก

หลังจากนั้น “ไซ ธนะรัชต์” ผู้อำนวยการบริษัทแอดมิชชันออฟฟิศ ได้ทำหนังสือชี้แจง หลังจากที่นางสาวเอริก้า ฟราย ได้เขียนบทความ ‘but you don’t like to read. Why do you want to go to Harvard?’ ลงในนิตยสารฟอร์จูนและเว็บไซต์ CNN moneyเมื่อวันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2557 ตีแผ่ว่าเด็กไทยเขียนเรียงความ “เกินจริง” เพื่อสมัครเรียนต่อในอเมริกา และเมื่อทางมหาวิทยาลัยในต่างประเทศตรวจสอบกลับมายังประเทศไทยก็พบว่าเรียงความบางเรื่องเป็นเรื่องที่แต่งขึ้นทั้งหมด ซึ่งหนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์ได้นำบางส่วนของข่าวดังกล่าวมาแปลในชื่อว่า “ตีแผ่เด็กไทยปั้นใบสมัครยื่นเรียนต่อนอก” โดยเผยแพร่เมื่อวันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2557

อย่างไรก็ตามหลังจากสำนักข่าวออนไลน์ไทยพับลิก้านำเสนอข่าวนี้ในปีที่แล้ว รวมทั้งมีการร้องเรียนจากศิษย์เก่าคนไทยของมหาวิทยาลัยชื่อดังในสหรัฐอเมริกา ส่งผลให้มหาวิทยาลัยในสหรัฐฯ ไม่เชื่อถือและไม่ไว้ใจใบสมัครเรียนต่อจากประเทศไทย และฝ่ายรับสมัครนักศึกษาของมหาวิทยาลัยในสหรัฐฯ ทำหนังสือแจ้งมายังโรงเรียนนานาชาติในประเทศไทย อาทิ International School Bangkok (ISB), New International School of Thailand (NIST) และ Bangkok Patana School

จดหมายดังกล่าวมีเนื้อหาถึงความกังวลในการคัดเลือกใบสมัครจากไทย ขณะเดียวกันทางโรงเรียนทั้ง 3 แห่งได้ทำหนังสือแจ้งผู้ปกครองและชี้แจงถึงปัญหาและมาตรการตรวจสอบใบสมัครและบทลงโทษของผู้ที่ไม่ปฏิบัติตาม รวมถึงการตอบรับจากมหาวิทยาลัยในสหรัฐฯ

หนังสือแจ้งผู้ปกครองของISBสรุปใจความว่าในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา เราได้ยินเรื่องความกังวลจากมหาวิทยาลัยในอเมริกา เรื่องการใช้หน่วยงานที่ปรึกษามหาวิทยาลัยเอกชนในกรุงเทพฯ ที่ทำการไม่สุจริต โดยการดำเนินการที่ไม่สุจริต คือ

1) การปลอมแปลง “ความสำเร็จ” ของนักเรียนทั้งในโรงเรียนและนอกโรงเรียนที่เกี่ยวกับกับทำงานเพื่อชุมชน การกีฬา ตำแหน่งผู้นำ การมีส่วนร่วมในชุมชนต่างๆ และเรื่องอื่นๆ ที่เรียกกว่าเป็น “ความสำเร็จ”

2)เรียงความที่เขียนโดย “ที่ปรึกษา” ไม่ใช่นักเรียนเขียนเอง

ทั้งนี้ในจดหมายของโรงเรียนนานาชาติทั้ง 3 แห่งต่างระบุใกล้เคียงกันว่ามหาวิทยาลัยในสหรัฐฯเป็นห่วงมากต่อความถูกต้องของเอกสารสมัครเรียนจากประเทศไทย มหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งบอกว่าร้อยละ 25 ของใบสมัครจากประเทศไทยน่าสงสัย มหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียงอีกแห่งหนึ่ง (บางโรงเรียนระบุฮาร์วาร์ด) บอกว่าไม่มีการพิจารณาใบสมัครจากประเทศไทยเลยในปีการศึกษา 2556/2557 ซึ่งเราทราบว่าใบสมัครจากโรงเรียนนานาชาติบางส่วนถูกปฏิเสธเนื่องจากข้อสงสัยเรื่องการปลอมแปลงนี้

สำหรับISB ระบุว่านี่เป็นสถานการณ์ที่น่าเป็นห่วงสำหรับนักเรียน ผู้ปกครอง และ โรงเรียนในประเทศไทย เรามีความตั้งใจจะปกป้องชื่อเสียงของ ISB และเพื่อให้มั่นใจได้ว่านักเรียน ISB จะไม่ได้รับผลกระทบที่เสียหายจากความกังวลเรื่องความถูกต้องของใบสมัคร โรงเรียนต้องดำเนินการตามจริยธรรมเพื่อปกป้องแรงบันดาลใจของนักเรียนเราในปัจจุบันและในอนาคต เพื่อการนี้ เรามีมาตรการต่อไปนี้

มาตรการของโรงเรียนนานาชาติกรุงเทพ

มาตรการของโรงเรียนนานาชาติกรุงเทพฯ

1. ใบสมัครที่ส่งไปยังสหรัฐฯ และแคนาดา ให้ส่งจาก ISB
2. นักเรียนต้องส่งเอกสารต้นฉบับเพื่อการพิสูจน์ในอนาคต
3. นักเรียนและผู้ปกครองต้องลงนามเพื่อยืนยันว่าเข้าใจและจะรายงานเรื่องที่ไม่ถูกต้องแก่โรงเรียน
4. นักเรียนต้องลงนามอนุญาตให้มหาวิทยาลัยส่งจดหมายสมัครให้ ISB
5. ISB จะส่งรายการตรวจสอบกิจกรรมของนักเรียนแต่ละคนให้กับมหาวิทยาลัย
6. นักเรียนต้องบอก ISB ถ้าให้คนนอกช่วยเรื่องใบสมัครเรียน
7. แจ้งให้มหาวิทยาลัยทราบถึงมาตราการเหล่านี้ของโรงเรียน
8. ครูที่ปรึกษาและเจ้าหน้าที่ต้องพบนักเรียนและผู้ปกครองเป็นประจำ เพื่อเตือนเรื่องการใช้หน่วยงานข้างนอก อธิบายกระบวนการต่างๆ และบอกผลของการไม่ทำตามกฎระเบียบ
9. ISB ไม่ยอมรับการกระทำนี้ ถ้าใครทำเช่นนี้จะไม่ได้เข้าร่วมการรับประกาศนียบัตรและพักการเรียน และ/หรือ ถูกไล่ออก

นอกจากนี้ ในหนังสือแจ้งผู้ปกครองได้ระบุถึงขั้นตอนการสมัครเรียนที่ถูกต้องให้ผู้ปกครองทราบ และปิดท้ายด้วยคำกล่าวขอบคุณจากมหาวิทยาลัยในสหรัฐฯ ถึงความร่วมมือที่ได้รับจากทางโรงเรียน

โรงเรียน ISB ระบุคำขอบคุณจากมหาวิทยาลัยเพนซิลวาเนียที่ว่า “เราขอปรบมือให้ ISB ในการดำเนินการอย่างรวดเร็วเพื่อให้มั่นใจว่าเราสามารถเชื่อถือใบสมัครจาก ISB ได้”

ส่วนโรงเรียนอีก 2 แห่งก็มีเนื้อหาชี้แจงเบื้องต้นเหมือนกัน ส่วนเรื่องมาตรการ แม้จะทำไม่เหมือนกันแต่ก็มีทิศทางและวัตถุประสงค์อย่างเดียวกัน โดยออกหนังสือแจ้งผู้ปกครองพร้อมกันเมื่อวันที่ 23 พฤษภาคม 2556

หนังสือแจ้งผู้ปกครองของ NISTเมื่อเดือนสิงหาคม 2556 ถึงมาตราการตรวจสอบเพื่อฟื้นความน่าเชื่อถือและน่าไว้วางใจของใบสมัครจากโรงเรียน และลงท้ายด้วยคำตอบรับจากมหาวิทยาลัยทัฟส์ มหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนียลอสแอนเจลิส (UCLA) และมหาวิทยาลัยเพนซิลวาเนีย

Tufts University

คำตอบรับจากมหาวิทยาลัยทัฟส์

คำตอบรับจากมหาวิทยาลัยทัฟส์

“เราไม่สนับสนุนการส่งใบสมัครปลอม ถ้านักเรียนคนใดส่งใบสมัครปลอม เราจะถอนใบสมัครนั้นในเวลาใดก็ได้ รวมทั้งนักเรียนที่สมัครที่มหาวิทยาลัย UCLA ผู้อำนวยการการรับสมัครนักเรียนของมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย (UC) จะปรึกษากันถึงกรณีนี้ของประเทศไทยในฤดูร้อนนี้ เพื่อดูว่าการรับสมัครของ UC ต้องมีการเปลี่ยนแปลงหรือไม่ … เราไม่สามารถพูดแทน UC ได้ทั้งหมด แต่ UCLA คงดีใจที่จะได้รับเอกสารเพิ่มเติม” ฟิโอนา รีส์ (Ffiona Rees) รองผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายการสรรหานานาชาติ UCLA ระบุ

“เราขอขอบคุณที่คุณดำเนินการในเรื่องนี้ ดังที่คุณทราบว่ากระบวนการคัดเลือกนักรียนเข้ามหาวิทยาลัยที่สหรัฐฯ มีองค์ประกอบหลายอย่างเพื่อหานักเรียนที่เหมาะสมที่สุด เราต้องมั่นใจได้ว่ากระบวนการคัดเลือกโปร่งใส กระบวนการเหล่านี้จะทำให้มั่นใจได้ว่านักเรียนจาก NIST เขียนเรียงความและดำเนินการตามที่เขาเขียนในใบสมัคร เรารู้ว่าเราต้องได้รับการสนับสนุนจากนักเรียนเก่าของเราในประเทศไทย และการดำเนินการของมหาวิทยาลัยของเรา เพื่อให้มั่นใจว่ากระบวนการรับสมัครถูกต้อง” เอลิซาเบธ โอ คอนเนล (Elisabeth O’Connell) รองคณบดีมหาวิทยาลัยเพนซิลวาเนีย

ด้านโรงเรียนบางกอกพัฒนาก็ได้ออกหนังสือแจ้งผู้ปกครองเช่นเดียวกัน พร้อมทั้งออกมาตราการควบคุมใบสมัครเพื่อสร้างความน่าเชื่อถือให้กับมหาวิทยาลัยในสหรัฐฯ ด้วยกังวลว่านักเรียนจะถูกปฏิเสธใบสมัครด้วยเหตุผลการปลอมแปลงใบสมัครจำนวนมากในประเทศไทย(ดูหนังสือแจ้งผู้ปกครองของโรงเรียนบางกอกพัฒนา)

  • Sam

    ตอนนี้ชาติอื่นๆก็ใช้นะครับไม่ใช่แค่คนไทย ผมว่าใช้ได้แต่แค่อย่าโกหกหรือโม้เกินจริง
    “Some now estimate that as many as 80% of the international applicants and 30% to 50% of domestic applicants to the top U.S. schools are now using admission consultants. Estimates vary wildly, of course, because they are informed guesses by consultants. Dan Bauer, founder and managing director of The MBA Exchange, believes that a third of all applicants to top 10 schools now use a paid consultant, ranging from full-service to basic essay editing.”
    http://poetsandquants.com/2012/07/18/how-many-mba-applicants-use-consultants/

ข่าวในประเด็น

อ่านข่าวในประเด็นทั้งหมด »

เครือข่ายสังคม