ประเด็นฮอตรอบสัปดาห์ – “ชาวเน็ตไว้อาลัยต่อการจากไปของน้องขิม, น้องเค้ก, น้องเคน” และ “กปปส. เป่านกหวีดไล่ คุณหญิงพจมานกลางเอ็มโพเรียม”

1 มีนาคม 2014

ประชาชนแห่ย้ายเครือข่าย หนีเอไอเอส

ชาวเน็ตไว้อาลัยต่อการจากไปของน้องขิม, น้องเค้ก, น้องเคน

ประเทศล้านนา??!!…

กปปส. เป่านกหวีดไล่คุณหญิงพจมานกลางเอ็มโพเรียม

สามีตีตรา ติดแท็กฮิตทวิตเตอร์อันดับ 5 ของโลก สาวๆ ร้องอยากกิน “ขนมรสพิศุทธิ์”

อ่านต่อ…..

ประเด็นที่ถูกพูดถึงมากสุดในโซเชียลมีเดียในรอบสัปดาห์ 23 กุมภาพันธ์ ถึง 1 มีนาคม 2557

เรื่องแรก กระแสการเมืองที่ทำให้มวลมหาประชาชนไปย้ายเครือข่ายโทรศัพท์มือถือจากบริษัทเอไอเอส ตามที่นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส. เชิญชวน เพื่อเป็นการต่อต้านกลุ่มธุรกิจในเครือตระกูลชินวัตร ต่างมีการแชร์ภาพและข้อความการไปย้ายเครือข่ายของตนเองและมวลมหาประชาชนกันเป็นจำนวนมาก

ขณะที่บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด หรือ เอไอเอส ได้ส่งข้อความ ไปยังผู้ใช้บริการเครือข่ายโทรศัพท์มือของเครือเอไอเอส ดังต่อไปนี้ว่า “เอไอเอส ขอเรียนว่า ไม่ได้เกี่ยวข้องการเมือง และไม่ได้เป็นท่อน้ำเลี้ยงฝ่ายใด พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร และครอบครัวได้ขายหุ้นทั้งหมดในกลุ่มบริษัทตั้งแต่วันที่ 23 ม.ค. 49 และจากนั้นก็ไม่ได้เกี่ยวข้องกับบริษัทฯ อีก จึงเรียนมาเพื่อทราบ”

ที่มาภาพ : http://www.tnews.co.thhtmlnews83390

ที่มาภาพ: http://www.tnews.co.thhtmlnews83390

แต่อย่างไรก็ตาม ทางบริษัทแอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด ไม่เปิดเผยตัวเลขของผู้ย้ายเครือข่าย แต่จากการที่สื่อไปสัมภาษณ์เจ้าหน้าที่หรือผู้จัดการแต่ละสาขา ได้คำตอบที่คล้ายคลึงกันว่า จำนวนการย้ายไม่ได้มาก แต่ก็ยอมรับว่ามากกว่าปกติ อีกทั้งการตัดสินใจย้ายค่ายก็เป็นสิทธิของลูกค้า ที่ทางบริษัทยินดีที่จะทำตามความต้องการของลูกค้าอย่างเต็มใจ

“มันก็เป็นสิทธิ์ของแต่ละคน แต่ถ้าคนที่คิดได้ว่าตระกูลชิน เอาเปรียบประเทศชาติ เช่นพลังงาน เราก็ควรทำให้ธุรกิจของตระกูลชินได้รับบทเรียนบ้าง ถ้าคนที่ไม่มีความคิดในเรื่องนี้มันก็เป็นสิทธิ์ของเขา ที่ยังจะใช้ AIS”

“ใครดีใครเลว ไม่ทราบหรอกครับ แต่รู้ว่าคนดีจะมีชีวิตด้วยความสุขใจ คนที่เลวก็จะมีชีวิตด้วยความทุกข์ใจ ไม่ว่าจะอยู่ในที่ที่มีความวุ่นวายหรือที่ที่สงบใจ ใครที่พอจะรู้ว่าตัวเองเลว ก็หยุดเถอะครับ”

“การติดป้าย ติดประกาศไป ก็ไม่ได้ช่วยอะไรนะ เพราะคนเขาไม่เชื่อหรอก”

” เรื่องอะไรจะไปสนับสนุนคนโกงชาติ โกงแผ่นดิน! ต่อให้ระบบจะดีเลิศ! ก็จะเลิกใช้! สิทธิส่วนบุคคลนะครับ”

“เพราะการเมือง บริหารผิดไม่ใช่หรือ เมื่อเขาบริหารผิดเรามีสิทธิที่เรียกร้องครับผม”

“เป็นห่วง กปปส อย่างยิ่ง ขอให้ใช้สติมาก ๆ ดูแลชีวิตและร่างกายให้ดี สำคัญที่สุดต้องมีสติ ไม่มีใครจะรับผิดชอบตัวของเราได้เท่าตัวของเราเอง เราไม่กลัวเกรงอำนาจเถื่อน แต่ต้องก้าวเดินอย่างมีสติ มิใช่ก้าวเดินด้วยความกลัวใด”

“ย้ายกันเยอะๆ น่ะครับ ยิ่งย้ายเยอะเท่าไรก็ยิ่งดี เพราะผมจะเปลี่ยนจาก Truemove ไป AIS แทน …เหตุผลก็ไม่มีอะไรมาก เพราะคนยิ่งใช้น้อยเท่าไร เน็ตยิ่งเร็วขึ้นมาเท่านั้น ทุกวันนี้คนเราไม่ได้ใช้โทรศัพท์เพียงแค่โทรออก รอรับสาย หรือส่งSMS อย่างเดียว อินเตอร์เน็ตเป็นเรื่องสำคัญมากสำหรับมือถือไปแล้ว ยิ่งเครือข่ายไหนมีความใช้เยอะเท่าไร เน็ตก็จะยิ่งช้าลงเท่านั้น คนออกเยอะๆแล้วเน็ตจะเร็วขึ้นจริงๆ ครับ มือถือเหมือน wifi จะแบ่งความเร็วกันตามย่านความถี่ (ที่ประมูลออกมาใด้กว้างเท่ากัน) ดังนั้นแม้จะอยู่ใน air space เดียวกัน ความเร็วจะไม่ตีกัน แต่ถ้าเป็นลูกค้า บ. เดียวกันจะไช้ย่านความถี่ช่วงเดียวกัน ทำให้ความเร็วต้องหารกัน หรือก็คือลูกค้าค่ายเดียวกันต้องแบ่งความเร็วกันในแต่ละเสาส่งสัญญาณ ดังนั้นถ้าไช้อุปกรณ์เหมือนกัน ความแรงของสัญญานและ noise เท่ากัน ความเร็ว 3G ของเจ้าที่มีลูกค้ามากกว่า ใน 1 air space ความเร็วจะต่ำกว่า เพราะมีคนหารความเร็วเยอะ”

เรื่องที่สอง นับว่าเป็นเรื่องสะเทือนใจเป็นอย่างมากกับการเสียชีวิตของเด็กทั้ง 3 คนในเหตุการณ์การชุมนุม ที่เกิดการกราดยิงรวมทั้งการปาระเบิดในรอบสัปดาห์นี้ น้องขิม เด็กหญิงณัฐชยา รอสูงเนิน อายุ 5 ขวบ เหยื่อผู้ได้รับบาดเจ็บจากเหตุคนร้ายปาระเบิดและยิงถล่มเวที กปปส. เขาสมิง จังหวัดตราด ในช่วงหัวค่ำวันเสาร์ที่ 22 กุมภาพันธ์ 2557 อีกวันถัดมาในวันอาทิตย์ที่ 23 กุมภาพันธ์ 2557 มีปาระเบิดบริเวณเวที กปปส. แยกราชประสงค์ ทำให้มีผู้เสียชีวิตเป็นเด็กเพิ่มขึ้นอีก 2 ราย ได้แก่ น้องเค้ก เด็กหญิงพัชรากร ยศอุบล อายุ 6 ปี และ น้องเคน เด็กชายกรวิชญ์ ยศอุบล อายุ 4 ปี

จากเหตุการณ์ความสูญเสียที่เกิดขึ้น นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ได้ออกมาแสดงความเสียใจกับครอบครัวผู้เสียชีวิต และผู้ที่ได้รับบาดเจ็บจากเหตุระเบิดในพื้นที่การชุมนุม พร้อมขอประณามการกระทำความรุนแรงทุกรูปแบบ และสั่งเจ้าหน้าที่ตำรวจติดตามหาตัวผู้กระทำความผิดมาลงโทษโดยเร็ว โดยไม่ต้องการเห็นความรุนแรงอีก

ปาระเบิดเวทีกปปส.ราชดำริ ที่มาภาพ : http://sin.stb.s-msn.com

ปาระเบิดเวทีกปปส.ราชดำริ ที่มาภาพ : http://sin.stb.s-msn.com

อย่างไรก็ตาม ประชาชนชาวโซเชียลมีเดียและมวลชน กปปส. ต่างพากันร่วมไว้อาลัยด้วยการใส่ชุดดำให้น้องๆ ทั้งสามคน พร้อมขึ้นสัญลักษณ์แสดงการไว้อาลัยบนหน้าเฟซบุ๊ก อินสตาแกรม และไลน์เป็นจำนวนมาก ทางด้านนายแพทย์ณรงค์ อภิกุลวณิช ผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการป้องกันและแก้ไขปัญหาสาธารณภัยด้านการแพทย์และการสาธารณสุข ของกระทรวงสาธารณสุข ได้มีการแถลงสรุปยอดรวมต่อสื่อ ของผู้เสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บ ตั้งแต่วันที่ 30 พฤศจิกายน 2556 จำนวนผู้บาดเจ็บ รวม 766 ราย ในกรุงเทพมหานคร 722 ราย และต่างจังหวัด 44 ราย รวมเสียชีวิต 22 ราย

“ขอร้องเถอะครับเลิกนำเด็กมาที่ชุมนุมซักทีมันไม่ใช่ที่ของพวกเค้าเลย ไม่ว่าคุณจะมีอุดมการณ์ทางการเมืองฝ่ายไหนก็ตามคุณก็ไม่มีสิทธิบังคับเด็กๆให้เค้ามาคิดตามคุณถ้าคุณอยากให้เค้าเป็นคนดีไม่จำเป็นต้องพามพวกเค้าไปม๊อบนะครับเเค่เป็นตัวอย่างที่ดีมีความรับผิดชอบไม่ทุจริตคดโกงเเค่นี้เมื่อลูกคุณโตขึ้นเค้าก็จะเลือกได้เองเเหละครับว่าอะไรดีอะไรไม่ดี”

“น้องเคนกับน้องเค็กไม่ได้ไปชุมนุมครับ น้าพาไปห้างแถวนั้นครับ คนเขาก็เดินห้างกันปกติ แต่คนยิง มันไม่ดูว่าใครเป็นใคร เด็ก คน แก่ มันไม่สน”

“หลับให้สบายนะลูก อยู่บนสวรรค์ มีนางฟ้าใจดีคอยดูแลหนูให้หนู ปลอดภัยและมีความสุขกว่าโลก มนุษย์ที่มีคนใจร้าย ถ้าหนูพบกับนางฟ้าแล้วก็ช่วยบอกกับนางฟ้าว่าให้ท่านประทานความสุข แก่คุณพ่อคุณแม่ของหนูด้วยนะคะ”

“เห็นเมื่อไรก็น้ำตาไหลทุกครั้ง คนมันใจทรามทำได้ลงคอ ก็ให้สิ่งที่มันกระทำไม่ว่ามันผู้นั้นจะเป็นผู้สี่งการผู้บงการผู้ลงมือทำจงตกไปถึงลูกหลาน เครือญาติของมันทั้งหมด”

“ขอแสดงความเสียใจด้วยครับ สงสารพ่อแม่ที่ต้องเสียลูกที่เดียว 2 คน และจะต้องมีอีกกี่ชีวิตที่จะต้องสังเวยให้กับอำนาจนักการเมืองไทย”

“สงสารลูกที่น่ารักทั้งสองคน แต่ถึงอย่างไรน้องทั้งสองก็ไม่เจ็บปวดแล้ว เหลือแต่คุณพ่อและคุณแม่ทั้งสองท่านนี่แหละที่เจ็บปวดทรมานจิตใจที่สุดไปตลอดชีวิต ยุติธรรมไหมนี่ ขอแสดงความเสียใจ และเห็นใจที่สุด ขอภาวนาให้ความทุกข์ของท่านจงผ่อนคลายเร็วๆ”

“ขอพระเป็นเจ้าโปรดบรรเทาใจแด่ พ่อแม่ และญาติๆ ของน้องเค้ก และน้องเคน ในการจากกันครั้งนี้ โปรดประทานพละกำลังทั้งกาย และใจ เพื่อพวกเขาจะได้มีชีวิตอยู่ต่อไปอย่างสันติสุขด้วยเทอญ ให้เราภาวนา โปรดสดับฟังเถิดพระเจ้าข้า”

เรื่องที่สาม กลายเป็นเรื่องให้พูดถึงมาก เมื่อมีการพบป้ายแบ่งแยกประเทศขึ้นที่จังหวัดพิษณุโลก ซึ่งเป็นป้ายไวนิลสีแดงเขียนข้อความว่า “ประเทศนี้ไม่มีความยุติธรรม กู ขอแยกเป็นประเทศล้านนา” ติดไว้บริเวณสะพานลอยข้ามถนนสายพิษณุโลก-นครสวรรค์ ทั้งขาเข้าและขาออก นอกจากนี้ยังพบอยู่ ณ ใจกลางเมืองเชียงราย เขตเทศบาลนครเชียงราย ตรงสะพานลอย หน้าห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลพลาซาเชียงราย ส่งผลให้ทางโลกออนไลน์มีการพูดถึงและแชร์ภาพที่เกี่ยวกับการขอแบ่งแยกเป็นประเทศล้านนากันอย่างแพร่หลาย แต่ก็ยังไม่มีข้อมูลใดที่ยืนยันได้ว่าจะเกิดการขอแบ่งแยกประเทศจริง

อย่างไรก็ตาม ป้ายขอแบ่งแยกประเทศดังกล่าว ก็ได้ถูกประชาชนที่รู้สึกไม่พอใจฉีกทำลายไปแล้ว

ที่มาภาพ : https://www.facebook.comtrn.thaihc_location=timeline

ที่มาภาพ: https://www.facebook.comtrn.thaihc_location=timeline

พร้อมกันนี้ หลังจากที่ป้ายขอแบ่งแยกประเทศถูกเก็บ ก็ปรากฏป้าย ที่บริเวณขาเข้าเมือง 2 ป้าย โดยมีข้อความว่า

“พวกกูไม่ยอมให้พวกมึงมาแยกแผ่นดินพระนเรศวร ไปขึ้นกับดูไบโดยเด็ดขาด” และ “พวกมึงแบ่งแยกแผ่นดิน กบฏชัดเจน” ซึ่งต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองพิษณุโลก ก็เข้ามาเก็บป้ายดังกล่าวและนำรอยนิ้วมือไปตรวจสอบต่อไป

ทางด้านโลกออนไลน์ก็มีการพูดถึงเรื่องนี้ และทางด้าน นพ.เหวง โตจิราการ แกนนำ นปช. ได้ออกมาชี้แจงสื่อแล้วว่า การกระทำดังกล่าวเป็นเพียงแค่การแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ของคนบางกลุ่มเท่านั้น ซึ่งความคิดเห็นบางอย่างก็ไม่มีทางที่จะเกิดขึ้นได้จริงอยู่แล้ว

“คนเสื้อแดงและ นปช. คงไม่มีใครคิดแยกประเทศ เพราะเป็นคนส่วนใหญ่ที่ชนะเลือกตั้งมาโดยตลอดอยู่แล้ว”

“ผมคนเชียงรายคนนึงที่มีความสุขภายใต้การปกครองระบอบประชาธิปไตยที่มีองค์พระมหากษัตริย์เป็นประมุขที่ไม่ต้องการให้มีการแยกประเทศขึ้น และเชื่อว่าคนเชียงรายเกือบทั้งหมดต้องการเหมือนผม”

“พวกที่อยากแยกประเทศ ช่วยออกมาแสดงตัวหน่อยได้ไม๊คะ จะได้รู้ว่ามีซักกี่คนที่มาตัดสินใจให้คนทั้งภาคนี่ อยากแยกประเทศก็ขอแนะนำให้ยกกันไปตั้งประเทศใหม่นะ เพราะประเทศนี้เป็นประเทศไทย ที่มีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นพระประมุข ว่าคนอื่นเป็นกบฎ พวกคุณนั่นแหละเป็นกบฎที่แท้จริง”

“จะบอกให้อาณาจักรล้านนามีกษัตริย์ปกครองตนเองมาก่อน พึ่งจะรวมเข้ากับสยามเป็นประเทศไทย เมื่อสมัยรัชกาลที่ห้า นะจ๊ะ ไม่ได้รวมกันมาแต่ดั้งเดิม ในเมื่อมันไม่มีความยุติธรรมก็ไม่ต้องรวมกัน แยกกันอยู่เหมือนเดิมดีกว่า”

“แยกไปแยกมา ประเทศจากขวาน จะเหลือแต่ ด้ามขวานนะ เพราะพวกไม่รักกัน สาดโคลนใส่กันตลอด ตั้งแต่ข้าอ่านมา ทำไหมไม่ยอมกันบ้าง จะเอาชนะกันทำไหม รักษาประเทศไว้ชิ ขวานทั้งเล่มให้อยู่ให้ครบ ทั้งขวานทั้งด้านบรรพบุรุษท่านทำให้ แต่ลูกหลานจะมาทำลาย”

“ในฐานะคนเชียงรายจะบอกว่า มีทั้งเสื้อแดงและก็ไม่ใช่เสื้อแดง กรุณาอย่าเหมารวมว่าคนเชียงรายทั้งหมดจะแยกประเทศ ไม่ว่าอดีตจะเป็นมาอย่างไร รู้เพียงอย่างเดียวว่าปัจจุบันและอนาคตต่อไป ไม่มีใครแยกผืนแผ่นดินไทยของพ่อหลวงได้ คิดดีก็ดี แต่ใครที่คิดชั่วก็ขอให้กรรมมันตามทั น”

เรื่องที่สี่ เหตุเกิดเมื่อมีผู้นำคลิปวิดีโอที่คุณหญิงพจมาน ดามาพงศ์ อดีตภริยา พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร เดินอยู่ที่ห้างดิเอ็มโพเรียม แล้วนางทยา พร้อมด้วยนายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ แกนนำ กปปส. และ อดีต ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ พาพวกเดินรุมเป่านกหวีดใส่คุณหญิงพจมานจนขึ้นรถไป โดยทางด้านนายนพดล ปัทมะ ที่ปรึกษากฎหมาย พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ได้มีการกล่าวต่อสื่อถึงการกระทำดดังกล่าวว่า เป็นการคุกคาม ถือเป็นการทำร้ายบุคคลอื่น ด้วยการละเมิดสิทธิ

ด้านนางทยากล่าวว่า “การเป่านกหวีด” ไม่ใช่ความรุนแรง เป็นเพียงส่วนหนึ่งของแนวทางอารยะขัดขืน ซึ่งทำให้เป็นประเด็นความคิดเห็นที่ต่างกันออกไปของชาวโซเชียลมีเดีย

หลังจากที่คลิปการเป่านกหวีดเป็นที่พูดถึงในวงกว้าง ก็ได้เกิดเหตุพบวัตถุต้องสงสัยคล้ายประทัดยักษ์ถูกปาเข้าไปในบ้านนายณัฏฐพลและนางทยา ทีปสุวรรณ ในช่วงกลางดึก

ที่มาภาพ : http://news.mthai.compolitics-news313501.html

ที่มาภาพ: http://news.mthai.compolitics-news313501.html

โดยที่นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ ได้มีการโพสภาพวัตถุต้องสงสัยดังกล่าวลงในเฟซบุ๊กส่วนตัว พร้อมข้อความว่า “เช้านี้หลังเที่ยงคืนเล็กน้อยหลังเวทีอโศกเลิก มีคนปาไปป์บอมม์เข้ามาในบ้าน โชคดีไม่ระเบิด คงเป็นผลพวงของ “นกหวีดกรีดหัวใจ” นี่คือเหตุผลหนึ่งว่าทำไมถึงต้องเป่า พวกผมแตกต่างจากพวกคุณและที่แน่ๆ ไม่กลัว ไม่หนี ไม่ถอย ไม่เหมือนนายคุณ และไม่รุนแรงแน่นอนครับ”

“ทำไมเป่านกหวีดใส่ไม่ได้ สมัยอภิสิทธิ์เป็นนายก พวกเสื้อแดงทุบรถ เผาเมือง การกระทำยิ่งกว่านี้เสียอีก”

“ตอนต้นเดือน ก.พ. 57 คุณอภิสิทธิ์ มาเป็นเถ้าแก่สู่ขอสาวให้สมาชิกพรรคประชาธิปัตธ์ ที่สกลนคร แต่เค้าไปลงเครื่องที่นครพนม แต่ก็มีกลุ่ม นปช.นครพนมไปดักเค้า แต่เค้าหลบมาสกลนครได้ แต่ก็มาเจอ นปช.สกลนคร ตามมาเอาเรื่องอีก ผมถามว่าคุณอภิสิทธิ์ตอนนี้เค้าเกี่ยวอะไรกับการเมือง แม้แต่ผู้สมัคร ส.ส.ยังไม่ได้เป็นเลย แล้วเค้ามาธุระส่วนตัวแล้ว นปช.ไปยุ่งอะไรกับเค้า ผมว่าขบวนการไล่ล่าทำร้ายกันอย่างนี้เริ่มจาก นปช.ซะมากกว่า และมาก็ไม่ได้มาเปล่าๆคงกะมาสร้างความรุนแรงในพื้นที่ด้วย”

“ผิดคือผิด คุกคามคือคุกคาม อย่าอ้างอะไรไปมา”

“การกระทำที่ไม่เหมาะสมมาก ไปคุกคามสิทธิ์คนอื่น คุณเป็นใคร นิสัยถึงได้ไร้สิ้นคิดขนาดนี้ ถ้ามีคนอื่นไปทำกับคุณ คุณคงชอบนะ สักวันพวกคุณจะเจอกับตัวเอง ”

“เป่านกหวีด มันรุนแรงตรงไหน ถ้ารุนแรงแล้วให้จราจรก็เป่าอยู่ทุกวันทำไม ลูกเสือ เนรนารี วิชาพละก็เป่า งงประเทศไทย”

“มันคือการสร้างความรำคาญ เหมือนกับการที่เด็กซิ่งรถไปมาหน้าบ้าน หรือการตั้งวงเหล้าใกล้บ้าน ทำนองนั้นนะค่ะ”

เรื่องที่ห้า ดังระเบิดจนแทบเรียกได้ว่า ถ้าไม่ได้เปิดทีวีดูละครอ่านจากตามหน้าเฟซบุ๊กก็เข้าใจ กับละครฮิตมาแรงแห่งยุค “สามีตีตรา” ผลงานการแสดงของ พลอย เฌอมาลย์ บุญยศักดิ์ และ โป๊ป ธนวรรธน์ วรรธนะภูติ ร่วมด้วย จุ๋ย วรัทยา นิลคูหา โดยผลงานของผู้จัดคนสวย แอน ทองประสม ที่ไม่ได้กระแสแรงเพียงแค่ช่วงสัปดาห์นี้ แต่ละครแรงตั้งแต่เริ่มฉายวันแรก

แต่ที่ฮอตจนทำให้ยอดการติดแท็กฮิตทวิตเตอร์ (การใส่เครื่องหมาย #) พุ่งขึ้นเป็นอันดับ 5 ของโลกก็น่าจะเป็นเพราะฉากสวีทหวานที่ได้ชมกันในสัปดาห์นี้ อาทิ ฉากหวานที่พิศุทธิ์ (พระเอก โป๊ป ธนวรรธน์) เดินขึ้นเวทีพร้อมดอกไม้ช่อโตเพื่อขอกะรัต (พลอย เฌอมาลย์) แต่งงาน พร้อมข้อความที่ทำให้สาวๆ ใจละลาย

” มันมากกว่าความรัก มันมากกว่าความห่วงใย
มันมากกว่าเกียรติยศชื่อเสียง มันมากกว่าอดีตที่ผ่านมาทั้งหมด
มันเป็นความรู้สึกที่อยากผูกพัน อยู่กับผมนะ หัวเราะไปกับผม ร้องไห้ไปกับผม
คุณพร้อมจะวางอดีตและเดินไปพร้อมกันกับปัจจุบันและอนาคตของผมไหม
แต่งงานกับผมนะครับ”

ที่มาภาพ : http://news.springnewstv.tv43732

ที่มาภาพ: http://news.springnewstv.tv43732

หรือแม้แต่ฉากที่ทำให้ชาวเฟซบุ๊กที่ไม่ได้ดูละครเกิดความสงสัย กับข้อความที่โพสต์ว่า “ขนมรสพิศุทธิ์” นั่นก็มาจากฉากที่พระเอกขอนางเอกแต่งงานด้วยขนม พร้อมบอกว่า ขนมรสนี้ไม่เหมือนใคร เพราะเป็นขนม “รสพิศุทธิ์” เป็นรสชาติของนางเอกเพียงคนเดียว จนทำให้เรื่องนี้สาวโสด หรือสาวโสดเป็นบางครั้ง ต่างพากันเพ้อฝันตามหน้าโซเชียลมีเดียหา “พิศุทธิ์” กันเต็มโลกออนไลน์กันเลยทีเดียว

“5 อันดับของโลก ดูยิ่งใหญ่ แต่คนไทยพิมซ้ำๆกันทั้งัน้น บางคนอิน พิมพ์แล้วพิมพ์อีกแบบเพื่อนเราอ่ะ ฝรั่งไม่รู้จักอยู่ดี ละครแนวๆนี้อ่ะ ไม่มีไรเลย เนื้อเรื่องมันก็เดิมๆ ถูกใจพวกผู้หญิงแรงๆ แต่น้ำเน่าได้โล่เหมือนเดิม”

“ดูละครทีวีน้ำเน่า ยังดีกว่าไปนั่งดูละครการเมืองน้ำเน่า ที่ด่ากันไปด่ากันมา โกหกประชาชน เอาดีเข้าตัวเอาชั่วให้คนอื่นทั้งนั้น”

“ขอบอกคนแบบน้ำผึ้งมีจริงในโลกนี้ เคยเจอแบบพวกนี้ในที่ทำงาน แต่ไม่ได้เจอกับตัวเองนะ ตอนเรียนเคยบอกเพื่อนว่าละครไทยน้ำเน่า เพื่อนเราบอกว่าละครมันสะท้อนชีวิตจริงของคน เพิ่งเห็นความจริงตอนเข้าทำงาน ผู้ชายอย่างพระเอกมีจริงโดนผู้หญิง จับเจอประจำ ไม่เชื่ออย่างลบหลู่ ปล ดิฉันจบ ป โท จากนอกสองใบ ไม่ได้ให้ใครจูงจมูกได้ง่ายๆถ้าไม่เจอกับตัว น้ำเน่าช่องสามยังมีข้อให้คิด น้ำเน่าช่องเจ็ดใช้ตาอย่างเดียวไม่ต้องผ่านสมองเลย เพราะมันจะหงุดหงิดถ้าใช้สมองดูด้วย ”

“ใครชอบก็ดู ใครไม่ชอบก็ไม่ต้องดูดีกว่านะคะ ตัวละครในเรื่องเหมาะสมดีทุกคน ถึงเป็นละครตบตีแย่งผู้ชาย แต่มันก็คือเรื่องที่เคยเกิดขึ้นจริงในสังคม และสอดแทรกคำสอนคนที่มีครอบครัวแล้ว ถ้าผู้หญิงหึงมากพูดมากผู้ชายก็ไม่อยากอยู่ด้วย เหมือนคู่ของพ่อแม่กะรัตน่ะคะ อันไหนดีก็นำมาเป็นตัวอย่าง อันไหนไม่ดีก็ตัดทิ้งไปนะคะ”

“แต่ว่าพลอยนี่สิ ไม่ใช่ความสวยนะ แต่เพราะอะไรไม่รู้แสดงละครเธอมีเสน่ห์จริงๆ ชวนติดตามทุกเรื่องเลยที่เธอเป็นนางเอก ทั้งๆ ที่ละครบางเรื่องนางเอกสวยมาก แต่ไม่ชวนติดตาม จะทุกมาด ของเธอดูมีเสน่ห์ ซึ่งจะเป็นกับนางเอกเพียงไม่กี่คนที่เป็นอย่างเธอ”

“ชีวิตจริงมันยิ่งกว่าในละครที่แสดงเสียอีก ละคร เริ่มต้นไม่ดีตอนจบแฮปปี้ เป็นแบบนี้แทบทุกเรื่อง ชีวิตจริงมีใครบ้างจะแอปปี้เหมือนตอนละครจบ ดุแค่ความเพลิดเพลิน ส่วนเรื่องเนื้อหาสาระมันก็อยู่ที่คนดู ดูแล้วได้อะไรกลับมาบ้าง ท้ายสุดไม่ว่าอะไรก็ตาม สิ่งที่ละครแสดงอยู่และบทบาทที่เราแสดงอยู่ในสังคมทุกวันนี้ มันก็เป็นโรงละครโรงใหญ่นั่นเอง”

เครือข่ายสังคม