ประเด็นฮอตรอบสัปดาห์ – คลิปทำร้ายพระสงฆ์ และเพจ “พี่เน โฮฟาทูร่า ฆ่าไม่ตาย”กับข้อความหยามศักดิ์ศรีมวยไทย

คลิปทำร้ายพระสงฆ์

กลุ่มแดงนนท์ บุกกระทรวงสาธารณสุข

พลิกคำให้การ มือปืนป๊อปคอร์น

ฉงน!จดหมายขอเงินสนับสนุนวงโยธวาทิต โรงเรียนสตรีวิทยา 2 กว่า 50 องค์กร

พี่เน โฮฟาทูร่า ฆ่าไม่ตาย กับข้อความหยามศักดิ์ศรีมวยไทย

อ่านต่อ…..

ประเด็นที่ถูกพูดถึงมากสุดในโซเชียลมีเดียในรอบสัปดาห์ 23–29 มีนาคม 2557

เรื่องแรก เกิดเหตุการทำร้ายร่างกายพระสงฆ์ ที่บริเวณการชุมนุมของกลุ่มสื่อวิทยุประชาชนเพื่อประชาธิปไตย (กวป.) หน้าสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) มีผู้แชร์คลิปภาพเหตุการณ์และภาพการทำร้ายร่างกายพร้อมวิพากษ์วิจารณ์ โดยเรื่องราวเกิดขึ้นจากการทำพระสงฆ์ตามข่าวคือ พระปราชญ์ ศุภวิรุตม์ อายุ 50 ปี เดินทางเข้ามาในพื้นที่ชุมนุม ซึ่งทางผู้ชุมนุมจึงได้ขอตรวจค้นเพื่อความปลอดภัย เนื่องจากไม่แน่ใจว่าเป็นพระจริงหรือพระปลอม

ตามรายงานข่าวจากการให้สัมภาษณ์ต่อสื่อมวลชนของนายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ในฐานะเลขานุการ ศอ.รส. มีการเล่าว่า พระปราชญ์ ได้ให้การต่อหน้าพนักงานสอบสวน และรับว่าเป็นฝ่ายเริ่มแสดงอาการไม่พอใจก่อน พร้อมด่าทอผู้ชุมนุมและใช้ไม้เท้าแกว่งรอบตัวเพื่อป้องกันไม่ให้ตรวจค้น จนทำให้ผู้ชุมนุมบางคนได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย และกลายเป็นเหตุให้กลุ่มผู้ชุมนุมกรูเข้าไปรุมทำร้ายพระปราชญ์จนได้รับบาดเจ็บตามคลิปที่ได้เห็น

ที่มาภาพ : http://www.thaipost.netx-cite26031488064
ที่มาภาพ: http://www.thaipost.netx-cite26031488064

โดยพระปราชญ์ได้เข้าแจ้งความที่สถานีตำรวจย่อยรัตนาธิเบศร์ อำเภอเมือง จังหวัดนนทบุรี กับผู้ต้องหาที่ร่วมกันทำร้ายร่างกาย จำนวน 4 คน ประกอบด้วย นายกฤษณะ การบรรจง อายุ 19 ปี, นายธนาท สงค์ประเสริฐ อายุ 21 ปี, นายจักรพันธุ์ อุดม อายุ 19 ปี และนางหทัยกาญจน์ เชิงยุทธ์ อายุ 43 ปี

“เปลี่ยนไปเยอะนะสังคมสมัยนี้ ไม่รู้ว่าอะไรบังตาคนไปหมด สังคมเมืองพุทธ ทำร้ายผ้าหลืองก็บอกว่าไม่ตั้งใจ ไม่รู้ได้ยังไง ถึงอย่างไรก็ต้องละอายกันบ้างจริงๆนะ”

“พี่น้องเสื้อแดงทุกท่าน ท่านทำไมให้เขาปลุกปั่น จนลืมคุณชาติคุณแผ่นดินเกิด แค่ผลประโยชน์ที่เหลือเดนจากพวกแกนนำ คนที่ท่านให้ความเชื่อถือ เขาทำความเสียหายแก่ชาติมากมาย คำพูดเขาหาความจริงไม่ได้เลย หลอกกันไปก่อกรรมทำเข็ญ แต่พวกเขารวยกัน ท่านน่าจะเปิดใจกว้างๆ พิจารณาเหตุผลบ้าง ท่านอาจจะเข้าใจความจริง”

“เชื่อครับว่า กวป. ไม่มีใครตั้งใจทำร้ายพระสงฆ์ มีแต่พวกไม่ใช่คนทั้งนั้นแหละ ที่กล้าทำอะไรแบบนี้”

“เหตุการณ์เฉพาะหน้า ที่อาจจะมีการปะทะคารม หรือบันดาลโทสะ แสดงว่าถ้าบันดาลโทสะก็จะทำอย่างนี้อีกซิ รู้ว่าตอนนั้นผิดทำไมไม่ไปกราบขอขมาพระรูปนั้น รอตำรวจดำเนินการหรือ นี้ถ้าเป็นคนธรรมดาบันดาลโทสะ ไม่ตายไปแล้วหรือ”

“ถ้าเป็นพระปลอม แล้วยังไง ถ้าเขาเป็นแค่คนธรรมดา ก็ไม่ควรทำร้ายเขาอยู่ดี”

“สลด หดหู่มาก บอกเลย สังคมสมัยนี้ คนไม่กลัวบาปกรรม เยอะแยะเต็มไปหมด ไม่รู้จะใช้ชีวิตต่อไปอย่างไรดี”

เรื่องที่สอง จากการที่กลุ่มคนใส่เสื้อดำคละด้วยคนใส่เสื้อแดง ระบุว่าเป็นกลุ่มแดงนนท์ ซึ่งส่วนมากเป็นผู้ชาย เดินทางไปที่บริเวณด้านหน้าอาคารสำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข เรียกร้องให้ทางสำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุขปลดป้ายที่มีข้อความว่า “ไม่เอารัฐบาลโกง และ ประณามความรุนแรง รัฐบาลต้องรับผิดชอบ” แต่เจ้าหน้าที่ของทางสาธารณสุขได้ลงมาต่อต้านและคัดค้าน รวมทั้งยังมีการเป่านกหวีดจนทำให้กลุ่มคนดังกล่าวไม่สามารถปลดป้ายลงได้สำเร็จ

ประเด็นที่ชาวโซเชียลเน็ตเวิร์กพูดถึงกันมาก คือเจ้าหน้าที่หญิงของสาธารณสุขออกมาตะโกนแสดงความไม่เห็นด้วย และถูกกลุ่มคนใส่เสื้อดำเพศหญิงใช้ขวดน้ำตีเข้าบริเวณหลัง อีกทั้งกลุ่มคนดังกล่าวยังมีการแสดงออกอย่างหยาบคาย คล้ายการทำอนาจารเหมือนไม่ให้เกียรติสุภาพสตรี

ที่มาภาพ : http://www.oknation.netblogbuzz20140325entry-1
ที่มาภาพ: http://www.oknation.netblogbuzz20140325entry-1

อย่างไรก็ตามเรื่องดังกล่าวยังไม่มีภาพหลักฐานใดยืนยันการทำอนาจาร แต่ในรอบสัปดาห์นี้ก็เป็นเรื่องให้ได้พูดถึงการกระทำของกลุ่มคนเสื้อแดง ที่ปลดป้ายของสำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุขลง ได้มีการยืนยันจากนายแพทย์ณรงค์ สหเมธาพัฒน์ ปลัดกระทรวงสาธารณสุข ว่าไม่มีปัญหา เพราะทางกระทรวงสาธารณสุขต้องเตรียมการรับเสด็จทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี ซึ่งต้องมีการนำป้ายลงอยู่แล้ว ในกรณีนี้มีการทำลายสิ่งของและทำร้ายร่างกายกันเกิดขึ้น จึงต้องมีการแจ้งความในฐานที่บุกรุกสถานที่ราชการไว้ด้วย

“ไม่เอารัฐบาลโกง!! แล้ว คุณจะมาเดือดร้อนอะไร เขาติดในที่ของเขา เขาไม่ได้ไปติดที่บ้านคุณซะหน่อย อย่าดีแต่ใช้ความรุนแรง ก่อนทำคิดดูให้ดีๆ เขาทำเพื่อประเทศชาติ แต่คุณทำเพื่อคนตระกูลเดียว”

“แล้วถ้าขึ้นป้ายว่า “เราต้องการรัฐบาลขี้โกง-โกงทั้งโคตรได้ยิ่งดี” จะน่าอายกว่าไหมครับ”

“ผมมองว่าระบบทุนนิยมที่เราเจอกันอยู่นี้ มันทำให้ค่าครองชีพสูง เมื่อค่าครองชีพสูง มันก็จะมีกลุ่มที่สามารถปรับตัวทัน ปรับได้แค่ประคองตัว และปรับตัวไม่ได้ไม่ทัน แต่ทุกส่วนล้วนต้องทำงานมากขึ้นหนึกขึ้น แน่นอนว่าต้องมีปัญหาไม่มากก็น้อย และต้องใช้เวลาแก้ ปัญหาไปทีละเปราะ สร้างปัญหามันง่ายกว่าแก้ครับ”

“ขอถามคนเสื้อแดงว่า ที่พวกคุณใช้ความรุนแรงแบบนี้คือประชาธิปไตยใช่ไหม การต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยต้องกระทำแบบนี้ใช่ไหม”

“เพื่อทดสอบสมมุติฐานในใจทุกคน ขอเสนอให้ทางสาธารณสุข ตัดคำว่า “ไม่” ออกให้เหลือเพียง “เอารัฐบาลโกง” ถ้าพรุ่งนี้ ไม่มีเสื้อแดงมาประท้วง เราก็จะได้ข้อสรุปว่า พวกนี้ ชอบรัฐบาลโกง”

“ขอเอาใจช่วยบุคลากรทางสาธารณสุขทุกท่านครับ อย่างไรเราต้องปฏิรูปก่อนนะครับ”

เรื่องที่สาม จากการจับกุมนายวิวัฒน์ ยอดประสิทธิ์ อายุ 24 ปี ที่ถูกกล่าวหาว่า “เป็นมือปืนป๊อปคอร์น” จากเหตุปะทะที่แยกหลักสี่เมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2557 ซึ่งในวันที่นายวิวัฒน์ถูกจับกุมได้มีการยอมรับสารภาพ จึงทำให้นายวิวัฒน์ถูกแจ้งข้อหาในหลายคดี อาทิ ร่วมกันพยายามฆ่าผู้อื่น มีอาวุธปืน และเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต พาอาวุธไปในเมืองหมู่บ้านหรือทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุสมควร และฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉิน เรื่องห้ามนำอาวุธปืนออกนอกเคหะสถาน

แต่อย่างไรก็ตาม ได้มีประเด็นที่สร้างความงุนงงให้เจ้าหน้าที่ต้องวิเคราะห์และสอบสวนต่อ ในเรื่องที่นายวิวัฒน์รับสารภาพเรื่องค่าจ้างการ์ดอาสาเวทีแจ้งวัฒนะที่ได้รับเพียง 300 บาท รวมถึงอาวุธที่ใช้น่าจะเป็นผู้เชี่ยวชาญมากกว่าบุคคลลธรรมดา ตามที่นายวิวัฒน์สารภาพว่าได้มาฝึกใช้ในการชุมนุม ซึ่งก็ไม่มีสื่อใดรายงานว่ามีการฝึกใช้อาวุธในพื้นที่ชุมนุมแต่ละเวที เพราะในพื้นที่ชุมนุมก็มีสื่อมวลชนและมีสันติบาลแฝงตัวในพื้นที่

ที่มาภาพ : http://pantip.comtopic31628470
ที่มาภาพ: http://pantip.comtopic31628470

ล่าสุด ทนายความของกลุ่มเครือข่ายนักศึกษาประชาชนปฏิรูปประเทศไทย (คปท.) นางสาวพวงทิพย์ บุญสนอง ได้เปิดเผยต่อสื่อหลังมีการเข้าเยี่ยมนายวิวัฒน์ที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานครว่า นายวิวัฒน์ไม่ถึงกับยอมรับว่าตนเองคือมือปืนป๊อปคอร์นตัวจริง ตามที่ได้ให้การกับเจ้าหน้าที่ตำรวจไว้ตอนแรก แต่ที่ต้องให้การรับสารภาพ เพราะหลังถูกจับกุมตัวที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี นายวิวัฒน์เล่าว่าถูกจับขึ้นรถตู้ และใช้ผ้าปิดตา จากนั้นก็ถูกรุมต่อย ทุบตี โดยใช้เบาะรองที่ท้องตลอดเส้นทาง ซึ่งทำให้ไม่มีร่องรอยการถูกทำร้าย อีกทั้งยังถูกเชือกรัดคอ โดยใช้ผ้ารองไว้ ทำให้ไม่มีร่องรอยอีกเช่นกัน พร้อมกับถูกบังคับให้รับสารภาพว่าเป็นมือปืนป๊อปคอร์น

โดยขณะที่ถูกควบคุมตัวภายในห้องสอบสวน มีพนักงานสอบสวนรวม 5 คน ซึ่งนายวิวัฒน์ไม่ให้การใดๆ จนทางเจ้าหน้าที่ข่มขู่ว่า หากไม่รับสารภาพจะถูกซ้อมเหมือนเช่นในรถ ทำให้นายวิวัฒน์ยอมรับสารภาพ อีกทั้งในระหว่างที่มีการแถลงข่าวยังมีการนำกระดาษคำให้การมาให้ ซึ่งนายวิวัฒน์ก็อ่านตามคำที่แถลงข่าวออกไป นอกจากนี้ นางสาวพวงทิพย์ยังกล่าวอีกว่า ได้ทำเรื่องขอเจ้าหน้าที่กรมราชทัณฑ์ให้นำตัวนายวิวัฒน์ไปตรวจร่างกาย รวมถึงขอเอกสารการตรวจร่างกายในวันแรกเข้าฝากขังด้วย เพื่อเร่งรวบรวมพยานหลักฐานการยื่นขอประกันตัวต่อไป

ทางด้านนายธาริต เพ็งดิษฐ์ เลขาธิการศูนย์อำนวยการรักษาความสงบ (ศอ.รส.) ได้มีการยืนยันสรุปเกี่ยวกับเรื่องนี้ว่า นายวิวัฒน์เป็นผู้ต้องหาตัวจริง และในวันแถลงข่าวก็ไม่มีร่องรอยการถูกซ้อม ถึงแม้เมื่อผู้ต้องหาได้พบกับทนายความ และกลับคำให้การ อ้างว่าถูกเจ้าหน้าที่ซ้อม แต่ทาง ศอ.รส. ก็ยังยืนยันว่า ไม่มีการทำร้ายผู้ต้องหาหรือการจับแพะอย่างแน่นอน ขณะที่โซเชียลเน็ตเวิร์กมีการพูดและวิเคราะห์เกี่ยวกับเรื่องนี้ และทางเว็บไซต์พันทิปก็ได้มีการนำภาพมายืนยันเพื่อเปรียบเทียบความเป็นมือปืนป๊อปคอร์นของนายวิวัฒน์อีกด้วย

“ขอให้จับตัวให้ได้นะคะ นำคนใจโหดที่ยิงประชาชนผู้บริสุทธิ์อย่างเลือดเย็น มารับโทษตามกฎหมายให้ได้”

“แปลกจริง ไม่มีใครเถียงว่า
1.พ่อหนุ่มป๊อปคอร์นยิงเพื่อป้องกันและเปิดทางให้ประชาชนจริงหรือไม่ อย่างไร?
2.มีเสียงปินดังในคลิปแรกจากฝั่งตรงข้ามก่อนปืนพ่อหนุ่มป๊อปคอร์นจริงหรือไม่อย่างไร?
3.ภาพสุดท้ายสื่อเพื่อหวังมาเอาชีวิตหรือมาปกป้อง อย่างไร?
ไม่มีใครเถียงจริงๆ”

“นี่หรอ สงบ สันติ ปราศจากอาวุธ โธ่ๆๆ อาวุธพร้อมมือซะขนาดนี้ คิดดูเล่นๆว่าม็อบนี้มันมีอาวุธมานานแล้ว”

“อยากรู้ว่า ถ้าไต่สวนออกมาแล้ว เป็นการจับแพะจริงๆ จะเป็นอย่างไรกันต่อไป เหนื่อยหนอประเทศไทย จัดสารพัดฉากกันสุดฤทธิ์”

“ถึงจะอย่างไรก็ไม่ควรถูกทำร้ายให้สารภาพ ช้ำในมีสิทธิ์เสียชีวิต”

“คนวางแผนจับแพะก็คือคนเดียวกันกับวางแผนอุ้มคุณเอกยุทธ์ คนมันเคยทำแนวไหนสำเร็จมันก็จะทำแบบเดิมๆ งานนี้สร้างเรื่องขึ้นเพื่อให้ภาพพจน์ดูดีว่าเอาจริงกับการกระทำที่ผิดกฏ แต่ความจริงแพะทั้งนั้น”

เรื่องที่สี่ จากประเด็นที่ชาวเน็ตมีการพูดถึงการไปแข่งขันต่างประเทศของวงโยธวาทิต โรงเรียนสตรีวิทยา 2 หรือ วง Max Percussion Theatre เนื่องจากมีการพูดถึงเรื่องการไปยืมเงินจาก คุณตัน ภาสกรนที นักธุรกิจชื่อดัง จำนวนเงิน 3.1 ล้านบาท โดยอ้างว่านำเงินไปซื้อตั๋วเดินทางไปแข่งขันวงโยธวาทิตที่ประเทศเนเธอร์แลนด์และได้เดินทางไปแล้ว

และมีการทำจดหมายไปถึงองค์กรหน่วยงานต่างๆ กว่า 50 องค์กร ตามรายงานข่าวจดหมายลงวันที่ 19 มีนาคม 2557 โดยเอกสารระบุขอความอนุเคราะห์สนับสนุนงบประมาณเพื่อเข้าร่วมแข่งขันดนตรีโลก และในตอนท้ายเอกสารมีการลงนามกำกับเป็นชื่อของผู้อำนวยการโรงเรียนสตรีวิทยา 2 ด้วย จึงมีการตั้งข้อสงสัยว่าการของบประมาณดังกล่าวไปมากมายนั้นเพื่ออะไร ทั้งที่ก็ได้รับเงินจากคุณตันมาแล้ว โดยโลกออนไลน์ตั้งประเด็นสงสัยไว้ดังนี้

1. สเตตัสแฟนเพจของวง Max Percussion Theatre โพสต์เมื่อกันยายน 2556 เป็นภาพจดหมายเชิญทีมเข้าแข่งขันในงาน I&E and Drum Battle Competition ที่ ประเทศเบลเยี่ยม วันที่ 6 เมษายน 2557 โดยมีการระบุว่าจะมีทัวร์ยุโรป 1 สัปดาห์ก่อนแข่ง
2. หนังสือขอความอนุเคราะห์งบประมาณในการเข้าแข่งขันดนตรีโลก เรียนถึง สพท. เขต 2 เป็นการของบควบการแข่งขัน IPE ที่ยุโรปกับ WGI ที่เดตัน-โอไฮโอ สหรัฐอเมริกา รวมงบประมาณ 13 ล้านบาท
3. ในเว็บไซต์ของ IPE ไม่ปรากฎรายชื่อของ Max Percussion Theatre ในการแข่งขันทั้ง 3 ประเภท
4. ปรากฎชื่อ Max Percussion Theatre ร่วมการแข่งขัน CGN IPC Championships ประเทศเนเธอแลนด์ ในรุ่น Marching World Class ซึ่งมีลงแข่งเพียงวงเดียว โดยจะแข่งขันในวันที่ 29 มีนาคม
5. หนังสือด่วนที่สุด สำนักงานการศึกษาขั้นพื้นฐานอนุมัติให้ Max Percussion Theatre ไปร่วมแข่งโดยเปลี่ยนแปลงรายละเอียดวันเดินทางจาก 31 มีนาคม – 16 เมษายน จากเดิมเป็นประเทศเบลเยียมและอเมริกาเป็น 26 มีนาคม – 18 เมษายน ที่เนเธอแลนด์, เบลเยียม และอเมริกา โดยไม่ผูกพันกับงบประมาณราชการ
6. วงโยธวาทิตโรงเรียนสตรีวิทยา 2 ไม่ได้รับรางวัลชนะเลิศการประกวดวงโยธวาทิตของกรมพลศึกษาเมื่อปีที่ผ่านมา จึงเป็นการไม่เข้าหลักเกณฑ์ ไม่สามารถขออนุมัติงบไปแข่งต่างประเทศได้
7. วงโยธวาทิตที่ชนะเลิศการประกวดของกรมพลศึกษาปีนี้ ไม่ใช่วงโยธวาทิตสตรีวิทยา 2 แต่เป็นวงโยธวาทิตของโรงเรียนอรรถวิทย์พาณิชยการ เพียงแต่โรงเรียนสตรีวิทยา 2 เคยได้รับรางวัลประเภทก. ครองถ้วยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวการแข่งกรมพลศึกษาเมื่อปี 2550
8. ประเด็นชาวสังคมออนไลน์เปรียบเทียบค่าตั๋วเครื่องบินที่มีการบินไปลงที่แฟรงก์เฟิร์ตซึ่งอยู่ห่างจากเมืองที่จัดการแข่งขัน แทนที่จะลงที่อัมสเตอร์ดัม ซึ่งค่าตั๋วเครื่องบินมีราคาต่างกันอยู่ประมาณหมื่นกว่าบาท
9. การเปิดรับพรีออเดอร์ของสมาชิกภายในวงจากกรุงปารีสและเมืองชิคาโก
10. สมาชิกในวง Max Percussion Theatre หลายคนเป็นศิษย์เก่า หลายคนเรียนอยู่อุดมศึกษาและหลายคนทำงานแล้ว

ที่มาภาพ : http://www.manager.co.thdailyViewNews.aspxNewsID=9570000033395
ที่มาภาพ: http://www.manager.co.thdailyViewNews.aspxNewsID=9570000033395

สำหรับเรื่องนี้ ทางโรงเรียนสตรีวิทยา 2 ได้มีการแจ้งเรื่องสำหรับการแถลงข่าวไว้ในตอนแรก คือวันศุกร์ที่ 28 มีนาคม 2557 แต่ก็ได้มีการเลื่อนออกไป เนื่องจากผู้อำนวยการโรงเรียนสตรีวิทยา 2 ต้องเข้าพบนายจาตุรนต์ ฉายแสง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เพื่อหารือเกี่ยวกับปัญหาที่เกิดขึ้น รวมถึงรอให้ทีมผู้เข้าแข่งขันเดินทางกลับมาประเทศไทยในวันที่ 1 เมษายน 2557 ซึ่งตามข่าวคาดว่าน่าจะสามารถแถลงข่าวได้ประมาณวันที่ 3 หรือ 4 เมษายน 2557

“คงรอให้เด็กกลับมาก่อน ขายของที่รับจ้างไปหิ้วมาแล้วค่อยเอากำไรมาคืนมังครับ งานนี้มีรับจ้างหิ้วของแบนแนมจากยุโรปมาด้วย”

“ที่ต้องไปปรึกษาหารือกันก่อน เพราะตอนเริ่มแผนการก็คงคิดด้วยกันซินะ เลยต้องหาข้อแก้ตัวร่วมกัน”

“จากข้อ 10. สมาชิกวง เป็นศิษย์เก่า บางคนเรียนอุดมฯ บางคนทำงานแล้ว แบบนี้ออกแนวโกงการแข่งขันเรื่องอายุแล้วนะนิ่”
“บอกได้คำเดียวเลยครับ ว่าเป็นเอกสารปลอม ปกติ เวลา รร ออกจดหมาย 1 ฉบับ จะรันเลขที่ 10 ฉบับก็ 10 เลข สังเกตตรงมุมซ้ายบน ของหนังสือ ที่ ศธ…………../ ว 362 ต่อไป จะต้องเป็น ว 363 ว 364 ไปเรื่อยๆครับ ผู้ทำคงไม่มีความรู้ด้านจดหมายราชการ เลยได้แค่เปลี่ยนชื่อหน่วยงานที่ไปขอบริจาคเงิน ตรงนี้ผิดชัดเจน ข้อความที่เหลือ เหมือนเดิม แสดงว่าคนทำจดหมาย ไม่น่าจะใช่ครูที่เป็นราชการครู”

“ช่างเถอะไม่ต้องไปวุ่นวายกับเขามากเลย คุณตันเขายังไม่เดือดร้อนเลย ปล่อย ๆ เถอะ ไม่ใช่เงินเรา เผลอ ๆ เขาได้รางวัลมาแล้วอย่าไปยินดีกับเขาก็แล้วกัน”

“ไม่ได้รู้เรื่อง หรือได้รับการยืนยันอะไร อย่าเพิ่งวิจารณ์ให้โรงเรียนและเด็กๆ เสียหายเลย รอให้เขากลับมาอธิบายก่อนดีกว่า”

เรื่องที่ห้า สร้างความไม่พอใจให้แฟนมวยไทยเป็นอย่างมาก เมื่อมีผู้สร้างเฟซบุ๊กแฟนเพจที่ใช้ชื่อว่า “พี่เน โฮฟาทูร่า ฆ่าไม่ตาย” และมีการโพสต์คลิปการซ้อมมวยไทย พร้อมข้อความดูถูกศิลปะแม่ไม้มวยไทย โดยมีข้อความว่า

“มวยไทยกระจอก วิชาโง่ๆ สำหรับพวกโง่ๆ เชื่องช้า ใช้แต่กำลัง มีแต่คนโง่เท่านั้นที่ฝึกมวยไทย กูขอท้านักมวยไทยทั่วประเทศให้มาประลองกับกู รับรองพวกมึงต้องพ่ายแพ้อย่างง่ายดาย “โฮฟาทูร่า” เหนือกว่ามวยไทยเป็น 100 เท่า กูกล้าพูดว่ากูไม่มีทางแพ้มวยไทย และ กูขอท้าไอ้เ _ยบัวขาว ไอ้เ_ยสมรักษ์ ไอ้เ_ย มวยไทยสวะๆ ทุกตัวมาประลองกับกู”(ดูคลิป)

แฟนเพจเฟซบุ๊กดังกล่าว ได้มีการโพสต์หลายข้อความที่เป็นการดูถูกวิชามวยไทย รวมทั้งการโพสต์เชิงเย้ยหยันว่าบัวขาว นักมวยชื่อดัง ได้มีการโทรมาพร้อมให้เงินตนเพื่อเป็นการล้มมวย เพราะกลัวในวิชา “โฮฟาทูร่า” อีกทั้งยังมีการเปรียบเทียบในเชิงว่าอยากเจอคนที่เก่งมวยไทยจริงๆ และให้มาแข่งกับวิชาโฮฟาทูร่า โดยวิชาโฮฟาทูร่าเป็นศิลปะการต่อสู้รูปแบบใหม่ที่เลียนแบบมาจากการต่อสู้ในเกม มีการใช้หอก ดาบ โล่ เป็นอาวุธ และที่ผ่านมาก็เคยมีการจัดประลองที่สวนลุมพินีมาแล้วหลายครั้ง ซึ่ง เน โฮฟาทูร่า หรือ เน ฮูฒันร่า ก็ได้เข้าร่วมประลองด้วย

เน โฮฟาทูร่า ที่มาภาพ : http://www.tnews.co.thhtmlnews86063
เน โฮฟาทูร่า ที่มาภาพ: http://www.tnews.co.thhtmlnews86063

แต่อย่างไรก็ตาม หลังจากที่มีกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก ก็ได้มีผู้ที่ออกมายืนยันว่าตนเองคือ เน โฮฟาทูร่า ตัวจริง โดยได้แสดงตัวตนผ่านคลิปวิดีโอยืนยันว่าเพจ “พี่เน โฮฟาทูร่า ฆ่าไม่ตาย” ตามที่เป็นข่าว ไม่ใช่ของตน และตนก็ไม่ได้เป็นผู้โพสต์ข้อความเหยียดหยามมวยไทยอย่างแน่นอน พร้อมยืนยันการใช้เฟซบุ๊กของตนว่ามีอยู่2 ชื่อ คือ เฟซบุ๊กส่วนตัว และเฟซบุ๊กที่ไว้ใช้ขายดาบไม้ชื่อ “พี่เน โฮฟาทูร่า ตัวจริงขายดาบไม้จ๊า” เท่านั้น

อย่างไรก็ตาม ล่าสุด รายการปากโป้ง ทางช่อง 8 ของบริษัทอาร์เอส จำกัด (มหาชน) ได้มีการเชิญนักมวยไทย อย่างสมรักษ์ คำสิงห์ และเน วัดดาว มาปะทะคารมกับ เน โฮฟาทูร่า ตัวจริง มาพูดคุยและสัมภาษณ์กันอย่างซึ่งๆหน้าในรายการอีกด้วย

“ตามหาเจ้าของเพจนี้เถอะครับ มันทำปลอมเอาไว้หลอกคน ให้คนเข้ามาด่า ไอ้คนที่ด่ามวยไทยด่ามุสลิมคือคนที่ทำเพจนี้ครับ รู้มาว่ามันทำมาหลายเพจด้วย ไม่ใช่เพจนี้เพจเดียว มันไม่ชอบใครมันก็จะทำเพจปลอมแล้วโพสอะไรโง่ๆให้คนเข้าไปด่า หรือ แชร์ ให้คนด่า ไอ้คนทำเพจนี้เลวสุดๆ มันไม่ได้ทำแค่สนุกๆมันจงใจทำ เพื่อให้เกิดความแตกแยกในศาสนา และมันก็ทำเพจการเมืองด้วย”

“ต้องจัดการ ทำแบบนี้ได้ยังไง ทั้งยังมาแอบอ้างชื่อและหน้าตาของคนอื่น ไม่กล้าจริงนี้”

“อย่าเอาศิลปะของชาติมาล้อเล่น ไม่ขำชื่อก็บอกอยู่แล้วว่า มวยไทย แน่จริงเจอกันที่สนามมวยลุมพินีเลยซิ”

“นำเรื่องที่คนเขาให้การยอมรับนับถือมาล้อเล่นแบบนี้ คิดว่าจะอยู่ดีเหรอ”

“มีนะครับคนที่แยกแยะไม่ออกว่าอันไหนเรื่องจริง อันไหนจินตนาการ เค้าพยายามทำตัวเป็นเสมือนแก็งยากูซ่า อะไรแบบนั้น”

“การต่อสู้มันไม่ใช่ทักษะและความเร็วมันต้องแข็งแรงด้วย เปรียบบัวขาวมีครบทุกอย่างเลยมีวินัยการซ้อมเป็นตัวจริง อยากเห็นเขาต่อยกับบัวขาวจริงๆ”