ดูช้างให้ดูหาง ดูรัฐบาลต้องดูงบ

3 กุมภาพันธ์ 2014

หางกระดิกหมา

เข้าใจว่าการเลือกตั้งครั้งที่ผ่านไปเมื่อวานนั้น เป็นการเลือกตั้งที่คนจำนวนไม่น้อยกาบัตรไปโดยไม่เคยแม้แต่จะได้ฟังนโยบายหาเสียงของพรรคการเมืองที่ กกต. เอามาเวียนออกทางโทรทัศน์เลยสักครั้ง จนหลายคนบอกว่านี่เป็นเรื่องผิดธรรมชาติของการเลือกตั้งที่มีคุณภาพ เพราะคนเข้าคูหาไปโดยแทบไม่มีความรู้หรือข้อมูลเกี่ยวกับสิ่งที่ตัวเองจะเลือก

อย่างไรก็ตาม นั่นก็ยังพอที่จะเข้าใจได้ เพราะลำพังแค่เรื่อง Vote No หรือ No Vote นี่คนก็เถียงกันจนแทบไม่เป็นอันทำมาหากินอยู่แล้ว จะเอาเวลาที่ไหนมาพิจารณานโยบายอื่น แต่ที่น่าเศร้ายิ่งกว่าก็คือ ต่อให้ใครหาเวลาไปฟังนโยบายพรรคการเมืองเหล่านี้ขึ้นมาจริงๆ ก็จะพบว่ามันไม่ได้ช่วยให้เรามีข้อมูลหรือความรู้ความเข้าใจอะไรขึ้นมาอยู่ดี

ทั้งนี้เป็นเพราะบรรดาพรรคการเมืองห้าสิบกว่าพรรคที่มาออกทีวีนั้น ส่วนใหญ่ก็ตั้งหน้าตั้งตาบอกแต่ว่าถ้าตัวเองเป็นรัฐบาลจะเอาอะไรมาแจกประชาชนท่าเดียว โดยไม่มีการให้ข้อมูลเชื่อมโยงกับความเป็นจริงทางการเมือง เศรษฐกิจ และสังคมในปัจจุบันอะไรทั้งสิ้น และที่แน่ๆ ก็คือ ไม่บอกข้อมูลว่าต้นทุนของของที่จะเอามาแจกนั้นเป็นเท่าไหร่ หรือจะเอาเงินที่ไหนไปซื้อของดังกล่าว การตัดสินใจเลือกตั้งของคนไทย จึงเหมือนถูกบังคับให้ต้องทำอย่างฉาบฉวย แม้อยากจะเลือกตั้งโดยความรู้มากกว่าความหวัง ก็ยังทำไม่ได้

ในประเทศที่เจริญแล้ว เขาจะไม่ปล่อยให้เป็นอย่างนี้ เพราะเขารู้ดีว่า “ข้อมูล” นั้น เป็นหัวใจของประชาธิปไตยที่แข็งแรง เพราะมีแต่ผู้มีสิทธิเลือกตั้งที่ได้รับข้อมูลอย่างเพียงพอ หรือ “Informed Electorate” เท่านั้น ที่จะสามารถแยกแยะนโยบายอันทรามและประณีตออกจากกันได้

ด้วยเหตุนี้ พอถึงฤดูเลือกตั้งทีหนึ่ง เขาจึงบังคับให้รัฐต้องจัดทำ “Pre-Election Report” กล่าวคือ รายงานสภาพทางการเงินการคลังของรัฐบาลที่เป็นอยู่ขณะก่อนเลือกตั้ง โดยระบุเกี่ยวทรัพย์สิน หนี้สินของรัฐบาลทั้งหมด รวมไปจนถึงสินทรัพย์ที่ไม่ใช่สินทรัพย์ทางการเงิน หนี้สินเงินบำนาญข้าราชการ หนี้สินที่อาจเกิดขึ้น และประมาณการณ์เกี่ยวกับงบประมาณในปีนั้นและอีกสองปีถัดไป เพื่อให้คนสามารถนำมาใช้เป็นข้อมูลพิจารณาประกอบกับนโยบายหาเสียงของพรรคการเมืองต่างๆ ได้อย่างเป็นวิทยาศาสตร์ และบอกได้ว่าประเทศในสภาวะเช่นนั้น ควรจะได้รับนโยบายของพรรคไหนเข้าไปบริหาร

และความจริงเขาก็ไม่ได้ทำกันแค่นี้ด้วย เพราะ Pre-Election Report นี้เป็นเพียงส่วนหนึ่งของสิ่งที่เขาเรียกกันว่า Fiscal Transparency หรือความโปร่งใสทางงบประมาณ อันเป็นสิ่งที่รัฐบาลดีๆ จะขาดไปเสียไม่ได้

เพราะจะว่าไป สำหรับประชาชนแล้ว งบประมาณนั้นกล่าวได้ว่าเป็นสาระสำคัญที่สุดของรัฐบาลหนึ่งๆ เพราะมันเป็นสิ่งที่แปรเอานามธรรมที่รัฐบาลฝอยไว้เป็นคุ้งเป็นแควมาเป็นเรื่องจริง-เงินจริงที่จับต้องได้ โดยนัยนี้ รัฐบาลดีๆ จึงจำเป็นต้องมีความโปร่งใสทางงบประมาณ เพราะมันเป็นทางเดียวที่จะช่วยทำให้ประชาชนได้รับรู้ถึงกิจกรรมทางการเงินของรัฐบาล และสามารถวิพากษ์วิจารณ์เกี่ยวกับการใช้งบประมาณได้อย่างเจาะลึกในเนื้อหาสาระ อันจะนำไปสู่การกดดันให้เกิดการบริหารจัดการที่ดีขึ้นได้ โดยเขานิยามกันว่าความโปร่งใสทางงบประมาณนั้น คือ “การเปิดเผยข้อมูลทางงบประมาณอย่างครบถ้วน ทันเวลา และเป็นระบบ” ซึ่งมีลักษณะสำคัญๆ บางส่วน เช่น

หนึ่ง งบประมาณจะต้องได้รับการนำเสนอในรูปแบบที่เอื้อต่อการวิเคราะห์และการกำหนดตัวผู้รับผิดชอบ มีการบอกวัตถุประสงค์ของการใช้งบประมาณ สมมติฐานที่ใช้ในการกำหนดงบประมาณ ความเสี่ยงที่สำคัญ รวมทั้งความเสี่ยงจากการรับประกันและเงินสำรองเพื่อเหตุการณ์ที่อาจเกิดขึ้น

สอง งบประมาณจะต้องระบุถึงรายรับรายจ่ายอย่างครบถ้วน และมีความเห็นประกอบตัวเลข รวมทั้งระบุถึงข้อมูลที่ไม่ใช่ข้อมูลทางการเงิน เช่น เป้าหมายของการดำเนินการ ควบคู่ไปกับรายการรายจ่ายที่เกี่ยวข้อง

สาม งบประมาณจะต้องมีการประมาณผลระยะกลาง (medium-term perspective) ซึ่งแสดงให้เห็นว่ารายรับและรายจ่ายจะพัฒนาไปในทิศทางใดในช่วงสองปีหลังจากปีถัดไป รวมทั้งแสดงให้เห็นว่างบประมาณในปัจจุบันสอดคล้องกับการประมาณการณ์ที่ปรากฏในรายงานฉบับก่อนหน้าหรือไม่ และหากไม่ มีข้ออธิบายอย่างไร

สี่ รายงานงบประมาณจะต้องมีการจัดพิมพ์เผยแพร่เป็นระยะๆ เพื่อให้ประชาชนใช้ติดตามความก้าวหน้าในการใช้วงเงินตามงบประมาณ เช่น Pre-Budget Report, Monthly Report, Mid-Year report, Year-End report รวมถึง Pre-Election Report เพื่อให้เห็นสถานะทางการเงินของรัฐบาลในขณะก่อนการเลือกตั้ง และ Long-Term Report ทุกๆ ห้าปี เพื่อแสดงให้เห็นข้อมูลในแง่ความยั่งยืนของนโยบายต่างๆ

ห้า รายงานจะต้องมีมาตรฐานการบัญชี และระบบตรวจสอบตรวจทานที่ชัดเจนตั้งแต่ระดับภายในองค์กร ระดับสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน ระดับสภา จนถึงระดับการตรวจสอบโดยประชาชน ผ่านทางการเผยแพร่ข้อมูลให้เป็นสาธารณะ ฯลฯ

เห็นรายละเอียดแล้ว ก็นึกอยากให้บ้านเรามีอะไรอย่างนี้บ้าง เพราะคงช่วยแก้ปัญหาการหมกเม็ด สับขาหลอก หรือ “White Lies” อะไรต่างๆ ที่เป็นธรรมเนียมของงบประมาณแบบไทยได้มาก

แต่ก็คงต้องรออีกพักใหญ่ เพราะทุกวันนี้ ยังไม่เห็นเรื่องนี้อยู่ในนโยบายของพรรคไหนทั้งนั้น

ตีพิมพ์ครั้งแรก คอลัมน์โกงกินสิ้นชาติ นสพ.โพสต์ทูเดย์ ฉบับวันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2557

  • ม้าศึก

    น่าจะหลงประเด็น การเลือกตั้ง วันที่ 2 กพ คือการเลือกตั้งเพื่อปกป้องประชาธิปไตย รัฐบาลพูดชัดเจนว่า รัฐบาลที่ได้รับเลือกตั้ง จะเข้ามาเพื่อตรากฏหมายปฏิรูปประเทศให้สำเร็จภายใน1 ปีและยุบสภาจัดการเลือกตั้งใหม่ นโยบายหาเสียงจึงไม่ใช่เป้าหมายหลักของการเลือกตั้งครับ เพราะรัฐบาลที่จะเข้ามามีสถานะ เป็นรัฐบาลเฉพาะกิจ

    • kula

      แล้วรัฐบาลใหม่ไม่ต้องบริหารเงิน การคลัง เศรษฐกิจ รอปฏิรูปอย่างเดียว งานอื่นๆไม่ต้องทำ

    • abc

      แล้วนโยบายประชานิยมต่างๆที่พรรคอื่นๆเสนอเข้ามา คุณไม่เห็นหรือครับ

    • LoLo

      แล้วสมมุติถ้าคนที่ได้ รับเลือกไม่ใช่ รัฐบาลชุดเดิมล่ะครับ เขาก็ไม่ใช่รัฐบาลชุดนี้ที่ต้องรับผิดชอบคำพูดว่าจะเป็น รัฐบาลเฉพาะกิจ 50 กว่าพรรคที่เหลือเขา ไม่ต้องบริหารหรือครับ เราเลือกตั้งเพื่อรัฐบาลเฉพาะกิจเท่านั้นเองเหรอ?

    • คนอีสาน ลูกชาวนา

      ใช่หรือ คุณหลงประเด็นมากกว่า แล้วตามป้ายหาเสียงของ พท “สืบสานนโยบายเพื่อประเทศไทยก้าวไปข้างหน้า” ปกป้องประชาธิปไตยตรงใหนน คุณเชื่อรัฐบาลนี้ขนาดไม่ยอมรับความจริงว่ารัฐบาลล้มเหลวไม่เคยเคารพกฏหมายและไม่ทำงานเพื่อประชาชนอย่างจริงจัง โครงการจำนำข้าวที่ทำให้ประเทศเสียหายให้ชาวนาได้รับทุกข์อย่างสาหัส แค่นี้ก็มีเหตุผลพอที่ นายกฯ และ ครมควรถูกดำเนินคดีและหยุดเล่นการเมือง

    • 123

      แสดงว่ารัฐบาลที่จะได้นี่ไม่ต้องบริหารประเทศใช่ไหมคะที่คุณหมายถึง ช่วยคิดหน่อยค่ะ เพราะแค่นี้ประเทศก็เป็นหนี้จะแย่อยู่แล้ว เหตุผลที่สนับสนุนคืออะไรคะ ? ทั้งๆที่ไม่มีนโยบายไหนที่ช่วยประเทศจริงๆเลย จำนำข้าว ชาวนาก็ยังไม่ได้เงิน ข้าวก็ขายไม่ได้ เพราะไม่ได้มาตรฐาน รถยนต์คันแรก ทุกคนที่อยากมีรถคงดีใจ แต่สุดท้ายก็มาบ่นรถติด บางคนก็ผ่อนไม่ไหว แต่เห็นเขาลดก็อยากได้ กฎหมายนิรโทษกรรมคนโกงนี่ยิ่งแล้วใหญ่ ตัวเองเป็นคนเสนอ พยายามผลักดันให้ผ่าน แล้วยังมีหน้าจะมาบอกว่าจะปฏิรูปอีก !!!!

  • Hui Kittipa

    การเลือกตั้งครั้งนี้เพื่อเป็นการตอกย้ำว่าปวงชนส่วนใหญ่ต้องการใช้วิถีประชาธิปไตย ผ่านการเลือกตั้ง โดยวีธีสงบ สันติ ไม่ต้องการความรุนแรง

  • Churdchoo Ariyasriwatana

    เห็นด้วยกับบทความนี้มากๆเลยค่ะ เพราะว่า ในการปกครองระบอบประชาธิปไตยแบบเลือกตัวแทนของประชาชนไปทำหน้าที่แทนประชาชนนั้น สิ่งสำคัญที่สุดก็คือประชาชนจะต้องได้รับข้อมูลข่าวสารบ้านเมืองตามความเป็นจริง สื่อสารมวลชนต้องมีสิทธิเสรีภาพในการให้ข้อมูลข่าวสารที่เกิดขึ้นตามที่เป็นจริง ไม่บิดเบือน ไม่ใส่ร้ายป้ายสี ไม่ยกยอปอปั้นหรือโฆษณาชวนเชื่อโดยไม่เป็นจริง สื่อสารมวลชนและประชาชนมีสิทธิเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นได้ โดยไม่ต้องเกรงกลัว “อำนาจมืด” เพราะข้อมูลข่าวสารที่ถูกต้อง เปิดเผย โปร่งใส และตรวจสอบได้ จะช่วยให้ประชาชนตัดสินใจเลือกผู้แทนที่ “ถูกต้อง/ถูกใจ” ไปทำหน้าที่ในสภาแทนตนได้ และถ้าผู้แทนเหล่านั้น ไปเลือกรัฐบาลที่ทำไม่ถูกต้อง/ไม่ถูกใจ ประชาชนก็ย่อมมีสิทธิขับไล่/ประท้วง หรือไม่เลือกเข้ามาทำงานอีก และประชาชนควรจะมีสิทธิตรวจสอบได้ว่า การเลือกตั้งนั้น สุจริต/โปร่งใส ถูกต้องตามกฎหมายและเป็นธรรมหรือไม่?