สมาชิกสหกรณ์ฯ คลองจั่น รวบรวมรายชื่อแก้วิกฤติ 3 ทาง ถวายฎีกา-ฟ้องศาลปกครอง-เสนอเป็นวาระแห่งชาติ

สมาชิกสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น รวบรวมรายชื่อเตรียมยื่น 3 ทาง ถวายฎีกาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว-ฟ้องศาลปกครองเรียกร้องค่าเสียหายจากการละเลยการปฏิบัติหน้าที่ของกรมส่งเสริมสหกรณ์-เสนอรัฐบาลยกประเด็นสหกรณ์ฯ คลองจั่นขึ้นเป็นวาระแห่งชาติ หวังกู้วิกฤติขาดสภาพคล่องหลังถอนเงินไม่ได้นานกว่า 8 เดือน

ปัญหาขาดสภาพคล่องอย่างรุนแรงของสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น สืบเนื่องจากการบริหารที่ผิดพลาดของอดีตผู้บริหาร ซึ่งปัจจุบันถูกตั้งข้อกล่าวหายักยอกทรัพย์และอายัดทรัพย์สินจากกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) และสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ขณะที่ในมุมสมาชิกสหกรณ์ นับตั้งแต่เดือนเมษายน 2556 จนถึงปัจจุบันก็ยังไม่สามารถถอนเงินของตนไม่ว่าจะเป็นออมทรัพย์หรือเงินหุ้น สร้างความเดือดร้อนขนาดหนักแก่สมาชิก 5 หมื่นคนและครอบครัว

ขณะที่ภาครัฐโดยกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และกรมส่งเสริมสหกรณ์ดำเนินการแก้ปัญหา เริ่มตั้งแต่ปลดอดีตคณะกรรมการชุดที่ 29 ซึ่งมีนายศุภชัย ศรีศุภอักษร เป็นประธาน และแต่งตั้งคณะกรรมการชุดชั่วคราวซึ่งประกอบด้วยผู้นำวงการสหกรณ์ไทยและข้าราชการระดับสูงของกระทรวงเกษตรฯ ตั้งแต่วันที่ 9 ตุลาคม 2556 เพื่อแก้วิกฤติและจัดทำแผนฟื้นฟูกิจการ แต่กระนั้น สภาพวิกฤติสหกรณ์ในมุมสมาชิกยังไม่มีความเปลี่ยนแปลง เพราะยังถอนเงินไม่ได้เช่นเดิม อีกทั้งยังมองไม่เห็นความชัดเจนของแหล่งเงินมหาศาลที่ต้องนำมาเสริมสภาพคล่อง สมาชิกไม่อาจฝากความหวังไว้กับการแก้ปัญหาของราชการอย่างเดียว จึงรวมกลุ่มล่ารายชื่อเรียกร้องความช่วยเหลือและความรับผิดชอบจาก 3 ช่องทาง

นายอุดม สถิตย์วัฒชานนท์ สมาชิกสหกรณ์ฯ คลองจั่น ในฐานะแกนนำรวบรวมรายชื่อเพื่อนำไปทูลเกล้าถวายฎีกาขอพระราชทานความช่วยเหลือจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว กล่าวว่า เพื่อขอความเป็นธรรมให้สมาชิกสหกรณ์ที่เดือดร้อนจากการที่อดีตผู้บริหารนำเงินออกไป ทำให้สมาชิกจำนวนมากซึ่งส่วนใหญ่เป็นผู้สูงวัยเดือดร้อนมาก ไม่มีเงินเพียงพอต่อการดำรงชีวิตอย่างปกติ เพราะส่วนใหญ่นำเงินมาฝากไว้เพียงที่เดียว หลายคนต้องกู้หนี้ยืมสิน ขายทรัพย์สมบัติเท่าที่มี หรือต้องยอมเสียโอกาสหลายอย่างในชีวิต เช่น จ่ายค่าเทอมลูกหลานไม่ได้ และปัญหาอาจลุกลามไปทั้งวงการสหกรณ์ การถวายฎีกาครั้งนี้เพื่อกราบเรียนความเดือดร้อนของประชาชนที่ไม่ได้เป็นผู้ก่อ คาดหวังว่าจะได้รับพระราชทานความเมตตา เพราะระบบสหกรณ์เป็นสิ่งที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมีพระราชดำรัสส่งเสริมมาโดยตลอด เป็นระบบที่พัฒนาคนและสังคม เปิดโอกาสให้คนที่มีฐานะตํ่าได้เข้าถึงเงินทุนเพื่อทำมาหากินและดำรงชีวิต

สมาชิกสหกรณ์ร่วมลงชื่อฟ้องร้อง + ถวายฎีกา
สมาชิกสหกรณ์ฯ คลองจั่นแวะเวียนเข้ามาที่สหกรณ์เพื่อร่วมลงชื่อเรียกร้องความช่วยเหลือไปยังหน่วยงานต่างๆ

นายเผด็จ มุ่งธัญญา แกนนำเครือข่ายสมาชิกสหกรณ์ฯ คลองจั่น กล่าวว่า กลุ่มของตนเป็นแกนนำรวบรวมรายชื่อสมาชิกสหกรณ์ เพื่อยื่นเสนอให้รัฐบาลยกประเด็นการแก้ไขปัญหาวิกฤติสหกรณ์ฯ คลองจั่นขึ้นเป็น “วาระแห่งชาติ” ตามคำแนะนำของสภาทนายความ เนื่องจากปัญหาสภาพคล่องของคลองจั่นที่ปัจจุบันมีเงินหายจากสหกรณ์ไม่ตํ่ากว่า 16,000 ล้านบาท ซึ่งถือว่ามหาศาล ลำพังกรมส่งเสริมสหกรณ์และกรมตรวจบัญชีสหกรณ์ไม่สามารถแก้ปัญหาได้โดยลำพัง จึงต้องการให้รัฐบาลบูรณาการหลายกระทรวงที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็นกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงการคลัง หรืออาจรวมถึงกระทรวงยุติธรรมด้วย ซึ่งตามรัฐธรรมนูญสหกรณ์เป็นหน่วยงานที่ภาครัฐต้องดูแลรักษา ไม่ควรปล่อยให้ล้มหายไป วาระแห่งชาตินี้ไม่ใช่เพียงแค่ช่วยสหกรณ์ฯ คลองจั่นที่เดียว แต่ยังช่วยทั้งระบบสหกรณ์ กู้คืนความเชื่อมั่นในระบบที่ดีจากทั้งประชาชนและสถาบันการเงินอื่นๆ อีกทั้งเป็นต้นแบบวางกลไกการกำกับดูแลสหกรณ์ของภาครัฐให้มีความรัดกุมมากกว่าแต่ก่อน ซึ่งก็ถือเป็นหนึ่งในสาเหตุวิกฤติครั้งนี้เช่นกัน

นายเผด็จกล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับสมาชิกสหกรณ์ที่สนใจร่วมลงชื่อเรียกร้องให้รัฐบาลยกการแก้ปัญหาสหกรณ์ฯ คลองจั่นขึ้นเป็นวาระแห่งชาติ ไม่มีค่าใช้จ่าย แต่ต้องถ่ายสำเนาบัตรประชาชนขีดคร่อมข้อความ “เพื่อการร้องทุกข์กรณีความเดือดร้อนสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น” ส่งทางไปรษณีย์มาที่ คุณเพื่อน ช่วยเพื่อน บ้านเลขที่ 6-8 ซอยศูนย์บันเทิงการค้า ถนนนวมินทร์ คลองจั่น บางกะปิ กรุงเทพฯ 10240 พร้อมเบอร์โทรศัพท์ส่วนตัว หรือนำมาลงชื่อได้ที่สหกรณ์ฯ คลองจั่นในวันทำการ ปัจจุบันรวบรวมรายชื่อได้หนึ่งพันกว่าชุด แต่ยังต้องการรายชื่อเพิ่มอีกจำนวนมาก

เผด็จ มุ่งธัญญา
นายเผด็จ มุ่งธัญญา แกนนำเครือข่ายสมาชิกสหกรณ์ฯ คลองจั่น

นายเผด็จกล่าวทิ้งท้ายว่า หลังจากคณะกรรมการดำเนินการสหกรณ์ฯ คลองจั่นชุดชั่วคราวเข้ามาบริหารและทำแผนฟื้นฟูกิจการใกล้จะแล้วเสร็จ ทำให้ตนเองมีความเชื่อมั่นมากกว่าแต่ก่อนว่าสหกรณ์จะไม่ล้มแน่นอน จึงอยากเชิญชวนให้สมาชิกช่วยกันกลับมาฝากหุ้นตามหน้าที่ให้มากกว่าเดิม โดยตนเริ่มนำร่องเพิ่มจาก 100 บาท เป็น 1,000 บาท หลังจากก่อนหน้านี้เคยลดไปในช่วงที่นายศุภชัยบริหาร

ส่วนแกนนำสมาชิกสหกรณ์ฯ คลองจั่น ซึ่งเป็นผู้รวบรวมรายชื่อเพื่อนำไปฟ้องหน่วยงานรัฐที่มีหน้าที่กำกับดูแลกับศาลปกครอง กล่าวว่าวิกฤติที่เกิดกับสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น แม้จะเกิดเพราะการบริหารผิดพลาดของอดีตผู้บริหาร แต่ปฏิเสธไม่ได้ว่าส่วนหนึ่งเกิดเพราะหน่วยงานกำกับดูแลไม่ว่าจะเป็นกรมส่งเสริมสหกรณ์ กรมตรวจบัญชีสหกรณ์ หรือกระทั่งกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ละเลยการปฏิบัติหน้าที่ไม่บังคับใช้พระราชบัญญัติสหกรณ์ พ.ศ. 2542 อย่างเต็มที่แม้จะทราบว่าการบริหารกิจการมีความผิดปกติตั้งแต่ปี พ.ศ. 2551 แต่กลับปล่อยให้ปัญหาพอกพูนจนกลายเป็นวิกฤติร้ายแรง โดยการฟ้องกรมส่งเสริมสหกรณ์ครั้งนี้ไม่ได้ระบุให้กรมส่งเสริมสหกรณ์ต้องชดใช้ค่าเสียหายที่มีส่วนร่วมก่อเท่าใด แต่เพื่อช่วยผู้เสียหายในวิกฤติทั้งหมด โดยให้ศาลช่วยดูแลสมาชิกและสหกรณ์ทั้งระบบ กระตุ้นการทำงานของกรมส่งเสริมสหกรณ์หรือหน่วยงานรัฐอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องให้แก้ปัญหาอย่างจริงจัง และเพิ่มความเข้มงวดในการกำกับดูแลสหกรณ์อื่นๆ ทั้งประเทศ

สำหรับสมาชิกสหกรณ์ที่สนใจร่วมยื่นคำร้องต่อศาลปกครองฟ้องกรมส่งเสริมสหกรณ์ต้องเตรียมเอกสารดังนี้

1. สำเนาบัตรประชาชน
2. สำเนาทะเบียนบ้าน
3. ใบถอนเงินที่มีลายเซ็นไปแจ้งความลงบันทึกประจำวันที่สถานีตำรวจลาดพร้าว โดยแจ้งความว่าเบิกถอนไม่ได้ พร้อมแจ้งว่าไม่สามารถลาออกจากสมาชิกตามที่ยื่นความจำนง
4.สำเนาสมุดบัญชีหุ้นและออมทรัพย์พิเศษของสหกรณ์
5.ใบคำร้อง บรรยายความเดือดร้อนของตนและครอบครัวจากเหตุถอนเงินสหกรณ์ไม่ได้ พร้อมทั้งลงชื่อกำกับด้านล่าง

โดยเอกสารทั้ง 5 ฉบับข้างต้นต้องทำสำเนาเพิ่มอย่างละ 4 ฉบับ ลงนามรับรองสำเนาถูกต้องทุกฉบับ พร้อมระบุข้อความ “เพื่อใช้เป็นหลักฐานประกอบในการฟ้องกรมส่งเสริมฯ กรณีความเดือดร้อนสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น” ยกเว้นใบคำร้องที่ลงนามเฉพาะชื่อผู้เขียนคำร้องด้านล่างเท่านั้น และถ่ายสำเนา 5 ชุด เช่นกัน

โดยเอกสารทั้งหมดส่งมาได้ที่ คุณ ปอ ที่อยู่ 77/18 หมู่ 9 ต.ไร่ขิง อ.สามพราน จ.นครปฐม 73210 หรือนำส่งที่สหกรณ์ฯ คลองจั่นด้วยตนเองเฉพาะวันที่ 11 มกราคม 2557 ตั้งแต่เวลา 10.00-14.00 น. และโดยสมาชิกที่สนใจร่วมยื่นถวายฎีกา ต้องส่งสำเนาบัตรประชาชนพร้อมรับรองสำเนาถูกต้องและเบอร์ติดต่อกลับ ไปที่ 1293/21 สุขุมวิท 101/1 พระโขนง กรุงเทพฯ 10260