“เฉลิมพล ดุลสัมพันธ์”ประธานชั่วคราวสหกรณ์ฯ คลองจั่น เร่งแผนฟื้นฟูกิจการ ทวงเงินธรรมกาย ระบุสภาพคล่องช้อต เจ้าหนี้ทั้ง”แบงก์-สหกรณ์”เรียกเงินคืน

กลไกแก้ปัญหาวิกฤติสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่นยังดำเนินไปอย่างช้าๆ แม้คณะรัฐมนตรีมีมติโยกย้าย นายสมชาย ชาญณรงค์กุลอธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ ย้ายไปเป็นผู้ตรวจราชการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เมื่อวันที่ 26 พฤศจิกายน 2556 และมีมติแต่งตั้งนายจุมพล สงวนสิน เป็นอธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์แทน โดยนายสมชายนั่งเป็นอธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ตั้งแต่ปี 2553 และรับรู้ปัญหาของสหกรณ์ฯ คลองจั่นมาโดยตลอด ที่ผ่านมามีสมาชิกสหกรณ์ฯคลองจั่นร้องเรียนว่ากรมส่งเสริมสหกรณ์แก้ไขปัญหาล่าช้า จนทำให้สหกรณ์ฯคลองจั่นเกิดความเสียหาย และสมาชิกสหกรณ์ฯ คลองจั่นบางส่วนเตรียมที่จะฟ้องร้องว่าละเลยการปฏิบัติหน้าที่

อย่างไรก็ตาม สำหรับการเคลื่อนไหวของสหกรณ์ฯ คลองจั่น กรรมการสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่นชุดชั่วคราวซึ่งนำโดยนายเฉลิมพล ดุลสัมพันธ์ ประธานดำเนินการชั่วคราว ได้เชิญสหกรณ์เจ้าหนี้คลองจั่นทั้ง 72 สหกรณ์ เข้าร่วมหารือหาทางออกวิกฤติสหกรณ์ฯ คลองจั่น เมื่อปลายเดือนพฤศจิกายน 2556 ในที่ประชุมมีตัวแทนจากกรมส่งเสริมสหกรณ์และกรมตรวจบัญชีสหกรณ์เข้าร่วม นับเป็นการประชุมสหกรณ์เจ้าหนี้คลองจั่นครั้งที่สอง หลังจากครั้งแรกที่จัดโดยสันนิบาตสหกรณ์เมื่อวันที่ 25 ตุลาคม 2556

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กรรมการชุดชั่วคราวได้รายงานสถานภาพทางการเงินของสหกรณ์ฯ คลองจั่น โดยให้ข้อมูลว่าสหกรณ์ฯ คลองจั่นประสบภาวะขาดสภาพคล่อง จากที่เคยมีรายรับเดือนละกว่า 90 ล้าน แต่หลังจากที่อดีตผู้บริหารสหกรณ์โดนข้อกล่าวหา จากกรมสอบสวนคดีพิเศษว่ายักยอกทรัพย์ ทำให้เหลือรายรับประมาณเดือนละ 10 ล้านบาท ซึ่งได้มาจาก 4 แหล่ง ได้แก่ เงินฝากหุ้นรายเดือน ลูกหนี้รายย่อย เงินรับฝาก และค่าเช่าสถานที่

ในขณะที่ด้านรายจ่ายมีสามส่วน 1. ดอกเบี้ยเงินฝาก คิดเฉพาะจากเงินฝากของสหกรณ์อื่น 7,110 ล้านบาท ดอกเบี้ยร้อยละ 5.5 ทำให้ต้องจ่ายดอกเบี้ยเฉพาะสหกรณ์เดือนละ 30 ล้านบาท ปัจจุบันยังค้างจ่ายตั้งแต่เดือนเมษายน2556 2. เงินปันผล สวัสดิการสมาชิกที่ต้องจ่ายให้สมาชิกเชื่อมโยงกับบริษัทสหประกันชีวิตและยูเนี่ยนอินเตอร์ประกันภัย อาจต้องพิจารณาขายหุ้นในบริษัทดังกล่าวและลดเงินปันผลจากเดิมร้อยละ 10 ของมูลค่าหุ้น 3.ค่าใช้จ่ายประจำ ได้แก่ เงินเดือนพนักงาน ค่าน้ำ ค่าไฟ สำนักงาน เดือนละ 10 ล้านบาท ซึ่งอาจต้องเจรจากับเจ้าหน้าที่ให้ปรับลดเงินเดือนชั่วคราว

ดร.เฉลิมพล ดุลสัมพันธ์
ดร.เฉลิมพล ดุลสัมพันธ์

ส่วนการติดตามหนี้สินที่มีปัญหา กรรมการสหกรณ์ฯ คลองจั่นกล่าวว่า หลังตรวจสอบพบว่า ลูกหนี้สมาชิกสมทบ 28 บริษัท 32 สัญญา รวมเงินกู้กว่า 12,000 ล้านบาท แต่กลับไม่มีการสะสมหุ้นสหกรณ์ตามระเบียบการเป็นสมาชิกสมทบ เมื่อสอบถามเจ้าหน้าที่ด้านสินเชื่อของสหกรณ์พบว่า การปล่อยกู้ 28 รายไม่มีการประเมินราคาสินทรัพย์ค้ำประกันให้คุ้มมูลหนี้ อีกทั้งส่วนใหญ่เป็นที่ดินต่างจังหวัด และเมื่อตรวจสอบประวัติการชำระคืนเงินกู้ของลูกหนี้หลายรายพบว่า มีการชำระเงินคืนเพียงงวดเดียวเท่านั้น และพบว่าสหกรณ์ฯ คลองจั่นขาดสภาพคล่องมาหลายปีแล้ว ที่ผ่านมาสามารถดำเนินกิจการอยู่ได้โดยอาศัยเงินใหม่ที่เข้ามาเพื่อจ่ายดอกเบี้ยของเจ้าหนี้เก่า

กรรมการชี้แจงเพิ่มเติมว่า สหกรณ์ฯ คลองจั่นทำหนังสือทวงเงินยืมทดรองจากนายศุภชัย ศรีศุภอักษร อดีตประธานคณะกรรมการดำเนินการ สหกรณ์ฯ คลองจั่น จากรายงานประจำปี 2555 มียอดประมาณ 3,300 ล้านบาท แต่นายศุภชัยยอมรับสภาพหนี้ 2,400 ล้านบาท และยังพบว่ามีการยืมทดรองเพิ่มในปี 2556 อีก 27 ล้านบาท

นอกจากนี้ยังติดต่ออย่างไม่เป็นทางการ ขอความอนุเคราะห์วัดพระธรรมกายคืนเงินที่นายศุภชัย ศรีศุภอักษร เคยบริจาคให้ ทั้งส่วนบริจาคให้วัดพระธรรมกายและบริจาคส่วนตัวถวายพระเทพญาณมหามุนี (ไชยบูลย์ ธมฺมชโย) รวมมูลค่ามากกว่า 800 ล้านบาท ในเบื้องต้นทางวัดยังไม่แสดงท่าทีปฏิเสธการเจรจา ส่วนกรณี 28 ลูกหนี้สมทบที่กู้เงินไปมากกว่า 12,000 ล้านบาท สหกรณ์ส่งหนังสือทวงถามการรับสภาพหนี้ประมาณ 4 สัปดาห์แล้ว แต่ยังไม่มีการตอบรับแม้แต่รายเดียว ทั้งนี้ สหกรณ์จะส่งหนังสือทวงถามทั้ง 28 ลูกหนี้อีกรอบหนึ่ง

นายเฉลิมพล ดุลสัมพันธ์ ประธานชั่วคราวสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น กล่าวว่าการชี้แจงเรื่องขาดสภาพคล่อง เพื่อปรับความเข้าใจของทุกๆ สหกรณ์ เมื่อเข้าใจก็จะเห็นใจว่าการแก้ปัญหาครั้งนี้ยากลำบากมาก ถือว่าเป็นวิกฤติสหกรณ์ที่ใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์สหกรณ์ไทยที่ตั้งมาเกือบ 100 ปี แต่กรรมการชั่วคราวทุกคนจะทำงานเต็มที่ และหวังว่าสหกรณ์อื่นๆ จะให้ความร่วมมือสนับสนุน

ประเด็นถัดมาคือ ขอความร่วมมือไม่ให้สหกรณ์เจ้าหนี้ต่างๆ ฟ้องเรียกทรัพย์คืน ขอให้หยุดกระบวนการทางกฎหมายไว้ก่อน โดยอธิบายว่าการฟ้องร้องไม่มีประโยชน์ เพราะชนะคดีไปก็อาจไม่ได้เงินคืน อีกทั้งเป็นการขัดขวางกระบวนการแก้ปัญหาสหกรณ์ ทำให้งานยากยิ่งยากกว่าเดิม ส่วนสหกรณ์ที่ฟ้องร้องไปแล้วทั้งหมด 3 แห่ง อยู่ระหว่างเจรจาให้หยุดดำเนินการทางกฎหมาย ส่วนการฟ้องร้องของสมาชิกสหกรณ์ ปัจจุบันมีสมาชิกฟ้องราว 20 รายที่สหกรณ์ได้รับหมายศาลแล้ว และมีประมาณ 3 รายที่ศาลมีคำพิพากษาจนถึงขั้นบังคับคดีอายัดทรัพย์สหกรณ์ สหกรณ์แก้ปัญหาโดยพยายามเจรจาจนทำความเข้าใจกับสมาชิกที่ฟ้องได้แล้ว

นายเฉลิมพลกล่าวถึงแผนฟื้นฟูกิจการ คาดว่าแผนฟื้นฟูกิจการจะแล้วเสร็จกลางเดือนธันวาคม โดยแผนนี้จะครอบคลุมวิธีการหาแหล่งเงินหมุนเวียน ทั้งระยะสั้น ระยะกลาง และระยะยาว รวมทั้งวิธีการบริหารเงินและทรัพย์สินที่สหกรณ์มี ไม่ว่าจะเป็นอาคาร U-Tower แฟลตเอื้ออาทร หรือสาขาสหกรณ์ทั้ง 9 สาขา อีกทั้งแผนฟื้นฟูจะเป็นเครื่องมือสำคัญเมื่อเจรจาต่อรองกับภาคราชการและภาคการเมือง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เมื่อครั้งไปพบนายบรรหาร ศิลปอาชา ประธานที่ปรึกษาพรรคชาติไทยพัฒนา เคยแสดงทัศนคติว่าปัญหาสหกรณ์ฯ คลองจั่นมีความสำคัญ และภาครัฐสมควรจะช่วยเหลือ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบกู้เงินหรือให้รัฐบาลเข้าค้ำประกันหากกู้ยืมจากที่อื่น

ประเด็นถัดมา เสนอตั้งกองทุนพิเศษเพื่อช่วยเหลือสหกรณ์ฯ คลองจั่นโดยเฉพาะ โดยแหล่งเงินมาจากสหกรณ์เจ้าหนี้ สมมติว่ามีเงินฝากกับคลองจั่น 100 บาท เสนอให้โอนจากเงินฝากเข้ากองทุนสัก 40 บาท แล้วสหกรณ์เจ้าหนี้ควักเงินอีก 60 บาทสมทบเข้ากองทุน รวมเป็น 100 บาท เงินกองทุนนี้จะนำไปหมุนเวียนเพื่อสร้างดอกผลต่อไป ถ้าสหกรณ์ใดไม่พร้อมก็ไม่บังคับให้เข้าร่วม โดยหลักคิดของกองทุนนี้คือสหกรณ์ทั้งระบบต้องพยายามช่วยเหลือตัวเองมากที่สุด อย่าไปคาดหวังว่าจะได้เงินจากรัฐบาลในรูปแบบต่างๆ หรือจากการขายทรัพย์สินของนายศุภชัย และถึงได้เงินก็ไม่มีใครตอบได้ว่าจะได้เมื่อไหร่ ซึ่งกองทุนนี้อาจพัฒนารูปแบบเป็นกองทุนเสริมสภาพคล่องสหกรณ์แห่งชาติ หรืออาจเป็นกองทุนประกันเงินฝากแบบเดียวกับธนาคารพาณิชย์

นายเฉลิมพลกล่าวถึงผลตอบรับจากสหกรณ์ต่างๆ ว่า หลายแห่งเห็นชอบกับแนวทางที่นำเสนอให้คลองจั่นพักหนี้เป็นเวลา 3 ปี โดยจ่ายแต่ดอกเบี้ย แต่ต้องขอมติจากที่ประชุมกรรมการหรือบางที่อาจนำเข้าสู่ที่ประชุมใหญ่วิสามัญ อย่างเช่น ผู้แทนสหกรณ์ออมทรัพย์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า ที่ประชุมกรรมการมีมติยอมยกเว้นไม่เก็บเงินต้นจากคลองจั่น ยอดหนี้ 1,431 ล้านบาท แต่ต้องจ่ายดอกเบี้ยเป็นเวลา 30 งวด หรือผู้แทนสหกรณ์ออมทรัพย์มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ก็ยินดีร่วมจัดตั้งกองทุนเพื่อช่วยเหลือสหกรณ์ฯ คลองจั่น

นายเฉลิมพลกล่าวทิ้งท้ายว่า ปัจจุบันเงินไหลออกจากระบบสหกรณ์หลายหมื่นล้านบาท เนื่องจากธนาคารพาณิชย์ สหกรณ์ออมทรัพย์ หรือเครดิตยูเนี่ยนที่เอามาฝากเรียกเงินคืน บางธนาคารเรียกเงินคืน หรือไม่เรียกเงินคืนแต่เมื่อครบกำหนดสัญญากู้ยืมก็ไม่ต่อสัญญา หรือถ้าต่ออายุก็ต้องลดวงเงินกู้ลง หรือลดระยะเวลาทำสัญญา หรือสุดท้ายคือขึ้นดอกเบี้ย บีบทุกวิถีทาง ในส่วนสหกรณ์เอง สมาชิกแต่ละแห่งขาดความเชื่อมั่น ไม่ฝากเงินเพิ่ม แห่ถอน บางคนก็ลาออก โดยเฉพาะสหกรณ์ที่เอาเงินมาฝากที่คลองจั่น จนสหกรณ์จำนวนมากต้องออกประกาศว่าไม่ได้นำเงินมาฝากที่สหกรณ์ฯ คลองจั่น และคาดว่าสิ้นปีบัญชี 2556 ก็อาจมีเงินไหลออกเพิ่มอีกก้อนใหญ่ คือรอเงินปันผลแล้วค่อยลาออก แม้กระทั่งสมาชิกในชุมนุมสหกรณ์ออมทรัพย์แห่งประเทศไทยที่ตนเป็นประธานอยู่ แม้จะไม่ได้ฝากเงินโดยตรงกับสหกรณ์ฯ คลองจั่น แต่ก็มี 2 สหกรณ์ที่ลาออกจากชุมนุมเพราะปัญหานี้ คือ สหกรณ์ออมทรัพย์บัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ และสหกรณ์ออมทรัพย์สำนักงานป้องกันและปราบปรามยาเสพติด ซึ่งทั้งสองแห่งมีเงินฝากที่สหกรณ์ฯ คลองจั่น