จดหมายเปิดผนึก “หม่อมอุ๋ย” ถึงนายกฯทบทวนโครงการรับจำนำข้าว 2 ปี พิสูจน์ชัดสูญเงินกว่า 4 แสนล้าน

15 ตุลาคม 2013

โครงการเตรียมงานรำลึก ๑๐๐ ปีชาตกาล อ.ป๋วย อึ๊งภากรณ์ โดย มูลนิธิเสฐียรโกเศศ-นาคะประทีป ร่วมกับองค์กรภาคี จัดประชุมสัมมนาใหญ่เรื่อง “งานมหากาพย์จำนาข้าว สู่มหกรรมกอบกู้สุจริต” ในวันอังคาร ๑๕ คุลาคม ๒๕๕๖ เวลา ๐๘.๓๐-๑๗.๕๐ น. ณ ห้องประชุม ๒๑๒ อาคารมหิตลาธิเบศร จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

จากงานข้างต้นม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล อดีตรองนายกรัฐมนตรี ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้ร่วมเสวนาได้ทำจดหมายเปิดผนึกถึงนายกรัฐมนตรีน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ลงวันที่ 15 ตุลาคม 2556 โดยระบุว่าในฐานะคนไทยคนหนึ่ง ผมได้ติดตามความคืบหน้าของโครงการรับจำนำข้าวในราคาสูง ด้วยความวิตกว่าจะเกิดผลความสูญเสียต่องบประมาณของประเทศเป็นจำนวนมาก มีการคอร์รัปชันกันมากมาย จากการรวบรวมข้อมูลที่หน่วยราชการประกาศออกมา จากข้อมูลในวงการค้าของเอกชน และจากการสำรวจจากชาวนาเพิ่มเติม สามารถสรุปผลของการจำนำข้าวใน 2 ปีที่ผ่านมาได้ดังนี้ ดูข้อมูลมหกรรมจำนำข้าว

ข้อมูลที่ผมเสนอข้างต้นนี้คิดจากพื้นฐานข้อเท็จจริงที่สามารถยืนยันได้โดยข้อมูลที่หน่วยงานของรัฐมีอยู่ แม้แต่ผลการปิดบัญชีของคณะทำงานของรัฐ ก็สอดคล้องรองรับความถูกต้องของตัวเลขผลสูญเสียที่เกิดขึ้น

สรุป 2 ปีโครงการจำนำข้าว-1

เมื่อเริ่มโครงการนี้ในเดือนตุลาคม 2554 ท่านนายกฯคงมองไม่เห็นว่าจะเกิดผลสูญเสียต่องบประมาณของชาติมากมายขนาดนี้ เพียง 2 ปีสูญเสียไปแล้วไม่น้อยกว่า 425,000 ล้านบาท ในขณะที่ชาวนาได้รับประโยชน์ไปไม่ถึงครึ่งหนึ่งแต่กลับมีผู้อื่นที่ไม่ใช่ชาวนาใช้ช่องโหว่ทำการคอร์รัปชัน หาผลประโยชน์เข้าตนเองไปมากกว่า 110,000 ล้านบาท ในเวลา 2 ปี กาลเวลาได้พิสูจน์แล้วว่าเจ้าหน้าที่ของรัฐไม่สามารถสกัดกั้นการหาประโยชน์หรือคอร์รัปชันในโครงการนี้ได้เลย

เมื่อได้รับทราบข้อเท็จจริงเช่นนี้แล้ว ถ้าท่านนายกฯยังเชื่อบุคคลที่อยู่รอบข้าง ยินยอมให้โครงการนี้ดำเนินต่อไปเป็นปีที่ 3 (2556/57) ก็เท่ากับว่าท่านกำลังปล่อยให้มีการบริหารงานแผ่นดินในลักษณะที่เกิดความเสียหายต่องบประมาณของชาติจำนวนสูง ทั้งๆที่รู้แล้วว่าจะเสียหายเช่นนั้น

ผมเข้าใจว่าท่านต้องการช่วยให้ชาวนามีรายได้สูงขึ้น ท่านก็น่าจะหาวิธีช่วยเหลือในลักษณะที่จะเกิดผลสูญเสียเงินของแผ่นดินไม่มากไปกว่าผลประโยชน์ส่วนที่ชาวนาจะได้รับเพิ่ม โดยไม่เปิดโอกาสให้ผู้อื่นเกาะหลังชาวนามาหาประโยชน์ได้เลย และควรจะเป็นวิธีที่กระจายประโยชน์ไปถึงชาวนาที่มีฐานะยากจนให้มากขึ้นอีกด้วย นอกจากนี้เพื่อป้องกันมิให้เกิดความเสียหายจากการเน่าเสียของข้าว ก็ควรใช้วิธีช่วยเหลือชาวนาในลักษณะที่มิใช่ไปดึงดูดให้ข้าวมารวมกันอยู่ในมือของรัฐบาล แต่ควรให้มีการค้าขายข้าวผ่านระบบการค้าของเอกชน ที่ทำได้ดีอยู่แล้ว โดยไม่เกิดความเสียหายแก่รัฐแต่อย่างใดเลย

วิธีการช่วยเหลือที่จะให้เกิดผลดังกล่าวนั้น รัฐบาลของท่านได้เริ่มนำมาใช้แล้วในกรณีของยางพาราที่จ่ายเฉพาะส่วนเพิ่มที่ต้องการให้ชาวสวนยางได้รับโดยตรง ไม่เปิดโอกาสให้ผู้อื่นหาประโยชน์ได้และระบบการค้ายางก็ยังดำเนินไปตามปกติ ไม่ได้ดึงดูดยางเข้ามาอยู่ในมือของรัฐซึ่งจะเสี่ยงต่อการขาดทุนหรือคอร์รัปชันในช่วงขายออก นอกจากนี้กระทรวงพาณิชย์ก็ได้เริ่มใช้วิธีการเช่นเดียวกันนี้ในการให้ความช่วยเหลือแก่ชาวนา สำหรับข้าวจำนวน 800,000 ตัน ซึ่งเป็นจำนวนสุดท่านที่ให้การช่วยเหลือในปีการผลิต 2555/56 นี้เอง โดยจ่ายเข้าบัญชีชาวนาโดยตรง เฉพาะผลประโยชน์ส่วนเพิ่มจำนวน 2,500 บาทต่อเกวียนเท่านั้น ไม่ได้รับจำนำในราคา 15,000 บาท ต่อเกวียนแต่อย่างใด

ผมจึงใคร่ขอร้องให้นายกรัฐมนตรีได้โปรดทบทวนเรื่องนี้อย่างจริงจัง ยังไม่สายเกินไปที่จะยกเลิกวิธีการรับจำนำ แล้วหันมาใช้วิธีจ่ายผลประโยชน์ส่วนเพิ่มให้ชาวนาโดยตรงแทน โดยกำหนดยอดสูงสุดต่อครัวเรือน และตั้งกฏเกณฑ์ให้กระจายไปถึงครัวเรือนที่มีฐานะยากจนเพิ่มขึ้นด้วย ถ้าท่านทำได้เช่นนี้ ท่านก็จะได้ชื่อว่าได้ทำงานสมกับตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ที่ดูแลปกป้องไม่ให้เงินของแผ่นดินต้องสูญเสียมากเกินความจำเป็น และยังสามารถช่วยชาวนาได้ทั่วถึงมากขึ้นอีกด้วย

ข่าวในประเด็น

อ่านข่าวในประเด็นทั้งหมด »

เครือข่ายสังคม