หงส์ดำไม่มีวันสูญพันธุ์

21 ตุลาคม 2013

วรากรณ์ สามโกเศศ
มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์

ที่มาภาพ : http://upload.wikimedia.org/wikipedia/commons/

ที่มาภาพ: http://upload.wikimedia.org/wikipedia/commons/

ชีวิตมนุษย์ทุกคนมิได้เดินไปบนถนนที่เป็นเส้นตรงดังที่เคยนึกไว้ ถนนมีทั้งโค้งและหักงออย่างคาดไม่ถึงหลายครั้งในชีวิต การเข้าใจเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นโดยไม่คาดฝันจะทำให้เดินบนถนนนี้ได้อย่างปลอดภัยขึ้น

เป็นเวลานับร้อยๆ ปีที่มนุษย์เชื่อว่าหงส์มีแต่สีขาว เพราะไม่เคยมีใครเห็นสีอื่น แต่การที่ไม่เคยเห็นมิได้หมายความว่ามันไม่มี คนสมัยนั้นคิดว่าหงส์ดำ (Black Swan) เป็นสิ่งที่เป็นไปไม่ได้เด็ดขาด เพราะกี่ร้อยปีที่ผ่านมาก็มีแต่หงส์ขาวเท่านั้น

โลกตกตะลึงในปี ค.ศ. 1697 เมื่อ William de Vlamingh พบหงส์ดำในออสเตรเลียตะวันตก เชื่อกันว่าพบในบริเวณที่เรียกว่า Swan River ในปัจจุบันซึ่งเป็นแม่น้ำที่ไหลผ่านเมือง Perth ของรัฐออสเตรเลียตะวันตก และ The University of Western Australia (มหาวิทยาลัยเก่าของผู้เขียน ทั้งสององค์กรมีหงส์ดำปรากฏอยู่บนตราสัญลักษณ์)

ในหนังสือชื่อ The Black Swan (2007) เขียนโดย Nassim Nicholas Taleb เรียกเหตุการณ์ที่ไม่คาดฝันซึ่งมีผลกระทบอย่างมากต่อชีวิต อาชีพ การประกอบธุรกิจ บริษัท ประเทศ ฯลฯ ทั้งในทางบวกและลบว่า Black Swan (ขอเรียกย่อๆ ว่า BS ถึงแม้จะเป็นตัวย่อที่ไม่ค่อยดีนักก็ตาม)

ถ้าเป็นภาษาสมัยใหม่ BS เป็นสิ่งที่เรียกว่า outlier ซึ่งหมายถึงคนหรือสิ่งที่อยู่ “ข้างนอก” (เช่น พวก “ข้าวนอกนา” ของอาจารย์คึกฤทธิ์) ซึ่งในที่นี้คือสิ่งที่อยู่ข้างนอกการคาดคะเนทั้งปวง ถ้าจะเป็น BS ก็ต้องมี 3 ลักษณะคือ (1) เป็น outlier (2) ก่อให้เกิดผลกระทบอย่างแรง และ (3) เมื่อเกิดขึ้นแล้วก็สามารถย้อนกลับไปพิจารณาเพื่อหาคำอธิบายและคำพยากรณ์ต่อไปได้

ตัวอย่างของ BS ก็ได้แก่ สงครามโลกครั้งที่หนึ่ง, การประดิษฐ์ทรานซิสเตอร,์ internet, Google, การล่มสลายของสหภาพโซเวียต, เหตุการณ์ 9/11, เศรษฐกิจการเงินของโลกผันผวนครั้งใหญ่ (2007-2008), สินค้าของ Apple, การเกิดขึ้นของ facebook, การเกิดขึ้นของ Line application ฯลฯ

Donald Rumsfeld อดีตรัฐมนตรีกลาโหมของสหรัฐบอกว่า ในโลกนี้มีอยู่ 3 สิ่งที่ต้องแยกให้ออก กล่าวคือ สิ่งที่เรารู้ข้อเท็จจริง (known facts) สิ่งที่เรารู้ว่าไม่รู้ (known unknowns) และมีสิ่งที่เราไม่รู้ว่าเราไม่รู้ (unknown knowns)

อิหร่านมีระเบิดนิวเคลียร์? Social Media ทำให้มนุษย์ฉลาดขึ้นหรือเขลาขึ้น? ผู้นำเกาหลีเหนือมีแผนน่ากลัวอะไรบ้าง? สิ่งเหล่านี้คือสิ่งที่เรารู้ว่ายังไม่รู้หรือ known unknowns ซึ่งถ้าเราค้นหาข้อมูลและหลักฐานวันหนึ่งเราก็จะรู้ได้ แต่สำหรับสิ่งที่เราไม่รู้ว่าเราไม่รู้ (unknown knowns) นั้นเรามองไม่เห็นมันเลยในปัจจุบัน เช่น เมื่อ 10 ปีก่อน เราไม่เคยรู้ว่าโลกจะบ้าคลั่ง facebook และ Line สิ่งเหล่านี้คือ Black Swan

ในยุคปัจจุบันเราเห็น BS โผล่ขึ้นมาจากน้ำบ่อยมาก และส่งผลกระทบต่อเนื่อง ไม่ว่าเราจะวางแผนในอนาคตไว้ดีอย่างไร ไอ้นกดำนี้ก็จะโผล่ขึ้นมาทำให้แผนการของเราต้องเปลี่ยนอยู่เสมอ เช่น วิกฤติเศรษฐกิจสหรัฐฯ​และโลกในปี 2007-2008 หนี้ครอบครัวไทยท่วมหัว smartphone social media ฯลฯ

200,000 ปีก่อนจนถึงมีปฏิวัติอุตสาหกรรมเมื่อ 200 ปีก่อน โลกเปลี่ยนแปลงน้อยมาก เทคโนโลยีอยู่คงตัว ชีวิตในแต่ละวันไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง แต่เมื่อหันมาดูปัจจุบันก็จะเห็นว่าโลกผันผวนตลอดเวลา ผู้คนสามารถรวยข้ามคืนได้กันเป็นว่าเล่น ดังกรณีของ J.K.Rowling (ผู้สร้าง Harry Potter),​George Soros, Jeffrey Bezos (เจ้าของ Amazon), Mark Zuckerberg (ผู้ก่อตั้ง facebook) ฯลฯ

คำถามที่น่าสงสัยก็คือ BS เกิดขึ้นได้อย่างไร? Taleb อธิบายว่าเหตุที่มนุษย์ประสบสิ่งที่ไม่คาดคิดเลยจนตั้งหลักไม่ติดนั้นก็เพราะมนุษย์มีทางโน้มที่จะใช้ความรู้และประสบการณ์ที่มีของตัวเองไปใช้ในการพยากรณ์อนาคต อย่างไรก็ดี ความรู้และประสบการณ์ของเราที่มีนั้นมีพื้นฐานมาจากความรู้ทางประวัติศาสตร์ที่คนอื่น “ประดิษฐ์” ให้เรา ซึ่งสิ่ง “ประดิษฐ์” นี้มักไม่ถูกต้องจนทำให้เราคาดมองอนาคตผิด มองไม่เห็นสิ่งที่น่าจะมองเห็น

Taleb บอกว่า สิ่งที่เกิดขึ้นในประวัติศาสตร์นั้นเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นชิ้นๆ แยกจากกัน เมื่อเวลาผ่านไปมนุษย์ก็พยายามถักทอเชื่อมต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเหล่านั้นขึ้นเป็นเรื่องเป็นราวเพื่อหาคำอธิบาย นานวันเข้าเมื่อมีคนเชื่อมากขึ้น “เรื่องแต่ง” นั้นก็จะกลายเป็น “เรื่องจริงแท้” แน่นอนขึ้นทุกที

สิ่งที่มนุษย์เชื่อว่าได้เรียนรู้จากประวัติศาสตร์อย่างแท้จริงนั้นอาจไม่ใช่บทเรียนจริง เพราะประวัติศาสตร์เป็นเรื่อง “ประดิษฐ์” ขึ้นโดยอยู่พื้นฐานของการตีความเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นให้เชื่อมโยงถึงกัน (นโปเลียนบอกว่าประวัติศาสตร์คือ “ เรื่องโกหกที่เห็นพ้องกัน” History is a set of lies agreed upon)

ตราบที่มนุษย์พยายามหาเหตุและผลอธิบายหลายเหตุการณ์ในอดีตโดยโยงใยให้เป็นเรื่องราวที่อธิบายได้และนำมาใช้พยากรณ์ได้สำหรับอนาคต โดยไม่มีใครบอกได้ว่าเรื่องเล่านั้นถูกหรือผิด เมื่อนั้นมนุษย์ก็จะมีโอกาสผิดพลาดในการพยากรณ์อนาคตจนพบกับ BS อยู่เสมออย่างไม่ได้เตรียมตัว

Black Swan จะเตือนใจให้ผู้ลงทุน นักธุรกิจ ผู้ประกอบการ ผู้นำ ฯลฯ ไม่ประมาทและเข้าใจโลกได้ดียิ่งขึ้น ตระหนักว่าสิ่งที่ยังไม่เคยเห็น ยังไม่เคยเกิดขึ้น มิได้หมายความว่าไม่มีและจะไม่เกิดขึ้น อีกทั้งเพื่อให้เตรียมพร้อมรับด้านบวกของเจ้านกดำตัวนี้ด้วย

หากท่านผู้อ่านย้อนนึกถึงชีวิตที่ผ่านมา ผู้เขียนมั่นใจว่าชีวิตของท่านถูกกระทบทั้งด้านบวกและลบโดยหงส์ดำหลายตัวในชีวิตจนไม่เป็นไปดังที่เคยคาดหวังไว้ คนที่คิดว่า Black Swan เป็น BS (คำย่อที่เราคุ้นกันนั้น) ระวังเถอะวันหนึ่งจะถูกมันจิกเอา

สิ่งที่ไม่รู้จักและไม่คาดว่าจะเกิดแต่ก็เกิดขึ้นคือ Black Swan และสิ่งที่เราไม่รู้ว่าไม่รู้นั้นมีมากมายนัก ดังนั้น หงส์ดำจะไม่มีวันสูญพันธุ์ สิ่งที่เราควรทำก็คือดำเนินชีวิตอย่างระมัดระวังไม่ประมาทไม่ว่าในเรื่องส่วนตัวหรือนโยบายเศรษฐกิจของประเทศก็ตาม

ตีพิมพ์ครั้งแรกคอลัมน์ “อาหารสมอง” น.ส.พ.กรุงเทพธุรกิจ ฉบับวันอังคารที่ 8 ต.ค. 2556

  • Phoom Ungtrakul

    บทความ: Donald Rumsfeld อดีตรัฐมนตรีกลาโหมของสหรัฐบอกว่า ในโลกนี้มีอยู่ 3 สิ่งที่ต้องแยกให้ออก กล่าวคือ สิ่งที่เรารู้ข้อเท็จจริง (known facts) สิ่งที่เรารู้ว่าไม่รู้ (known unknowns) และมีสิ่งที่เราไม่รู้ว่าเราไม่รู้ (unknown knowns)

    อ้างอิง: http://en.wikipedia.org/wiki/There_are_known_knowns
    here are known knowns; there are things we know that we know.
    There are known unknowns; that is to say, there are things that we now know we don’t know.
    But there are also unknown unknowns – there are things we do not know we don’t know.”—United States Secretary of Defense, Donald Rumsfeld

    ความเห็น: สิ่งที่เราไม่รู้ว่าเราไม่รู้ (unknown unknowns)

    • ต่าง

      เห็นด้วย เพราะความเห็นของหลายคนบางครั้งก็ตรงข้ามกับความจริง บิดเบือนไปตามอคติ อารมณ์ความรู้สึกส่วนตัว พิจารณาแค่ผิวเผิน แค่เปลือกนอกที่ห่อหุ้มลวงตาอยู่