“เพื่อชาติ เพื่อ humanity” เรื่องจริงของประวัติศาสตร์ที่ขาดหายไป (3)

20 กันยายน 2013

ประวัติศาสตร์ที่เราได้เรียน ได้อ่านกันมาเกี่ยวกับขบวนการเสรีไทยซึ่งก่อตั้งขึ้นเพื่อต่อต้านญี่ปุ่นในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 ต่างยกย่องเชิดชูขบวนการเสรีไทยที่มีคุณาปการกับประเทศไทยเป็นอันมาก เพราะปฏิบัติการของขบวนการเสรีไทยทำให้ประเทศไทยรอดพ้นจากการเป็นประเทศผู้แพ้สงคราม ไม่ต้องทำเอกสารยอมจำนน ไม่ถูกปลดอาวุธ ไม่ถูกยึดครอง ไม่เสียค่าปฏิกรรมสงคราม และที่สำคัญไม่เสียเอกราช

แต่เบื้องหลังปฏิบัติการของขบวนการเสรีไทย มีคนไทยคนหนึ่งชื่อ “จำกัด พลางกูร” ได้ปฏิบัติภารกิจอันยิ่งใหญ่เพื่อชาติ เพื่อ humanity แต่กลับไม่เป็นที่รับรู้ของคนไทยส่วนใหญ่ หรือรู้จักในวงจำกัดมากเมื่อเทียบกับเสรีไทยอีกหลายๆ คน

ดังนั้น เมื่อวันที่ 31 สิงหาคมที่ผ่านมา ในวาระที่ศาสตราจารย์กิตติคุณ ดร.ฉัตรทิพย์ นาถสุภา และ ดร.ปรีชา เปี่ยมพงศ์สานต์ ผู้ริเริ่มแนวคิดเศรษฐศาสตร์การเมือง มีอายุครบ 72 ปี ในปี 2556 ศูนย์เศรษฐศาสตร์การเมือง และชมรมศิษย์เศรษฐศาสตร์การเมือง คณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้จัดการแสดงละครเวทีของบรรดาศิษย์เศรษฐศาสตร์การเมืองเรื่อง “เพื่อชาติ เพื่อ humanity” ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการเชิดชูเกียรติและแสดงมุทิตาจิตแก่อาจารย์ทั้งสอง

ละครเวที “เพื่อชาติ เพื่อ humanity” เป็นละครที่ ดร. ฉัตรทิพย์ อำนวยการสร้างและเขียนบทละครเองจากบันทึกเกือบ 1,000 หน้า ของนายจำกัด พลางกูร เสรีไทยที่จดบันทึกทุกเหตุการณ์ในระหว่างปฏิบัติภารกิจอันยิ่งใหญ่อย่างละเอียด

ฉากที่ 3 “หมู่บ้านสกลนคร”

เมื่อจากนายจำกัดลานายปรีดี (ตอนที่ 2) รุ่งขึ้น วันอาทิตย์ที่ 28 กุมภาพันธ์ 2486 นายจำกัดออกเดินทางจากกรุงเทพฯ พร้อมกับนางฉลบชลัยย์ ภริยา และนายไพศาล ตระกูลลี้ ผู้ซึ่งจะทำหน้าเป็นล่ามภาษาจีน เพื่อไปสกลนคร และต่อไปนครพนม ก่อนจะข้ามแม่น้ำโขงไปท่าแขก ประเทศลาว

ที่สกลนคร นายจำกัดพบกับนายเตียง ศิริขันธ์ ผู้แทนราษฎรจังหวัดสกลนคร ซึ่งเป็นผู้ช่วยเหลือให้นายจำกัดและไพศาลเดินทางข้ามแม่น้ำโขงไปฝั่งประเทศลาว แล้วเดินทางต่อไปเวียดนามก่อนเข้าสู่จีน

การเดินทางไปทางอีสานเพื่อข้ามชายแดนไปลาว ทำให้นายจำกัดได้เห็นกองกำลังพลพรรคเสรีไทยในภาคอีสานที่ขยายตัวไปทั่วทุกหมู่บ้าน และชาวบ้านตื่นตัวสูงมากในเรื่องประชาธิปไตย

จำกัด กับ ฉลบชลัยย์

ในการเดินทางครั้งนี้ ยังเป็นการลาจากกันของสามีภรรยาซึ่งคาดว่าเขาทั้งคู่จะพบหน้าเป็นครั้งสุดท้าย

นายจำกัดกับนางฉลบชลัยย์ เพิ่งแต่งงานกันมาได้ 3 ปี ยังไม่มีทายาท เมื่อนายจำกัดไม่อยู่ นางฉลบชลัยย์ซึ่งเป็นเจ้าของโรงเรียนดรุโณทยาน จึงทุ่มเทชีวิต และการทำงานให้กับเด็กๆ ที่โรงเรียนแห่งนี้

คำสุดท้ายที่นายจำกัดบอกลาภริยาคือ “อยู่ดีๆ นะ”

อ่านตอนที่4 ท่าเรือไฮฟอง เวียดนาม

เครือข่ายสังคม