“กลุ่มติดตามน้ำมัน ปตท. รั่วไหล” จี้ตั้งกรรมการอิสระสอบน้ำมันรั่ว ชี้ชุดเดิมผลประโยชน์ทับซ้อน ตั้ง “คน” เครือข่าย ปตท.

28 สิงหาคม 2013

กลุ่มติดตามน้ำมันดิบปตทจีซี.รั่ว

เมื่อวันอังคารที่ 27 สิงหาคม 2556 เวลาประมาณ 10 โมงเช้า “กลุ่มติดตามน้ำมัน ปตท. รั่วไหล” นำโดยนายพลาย ภิรมย์ และนางสาวสุภาภรณ์ มาลัยลอย ได้เดินทางมายังทำเนียบรัฐบาลเพื่อยื่นรายชื่อ 32,000 ราย ที่รวบรวมจากการรณรงค์ผ่านทางเว็บไซต์ www.change.org/oilspill เสนอต่อนายกรัฐมนตรีให้ตั้งคณะกรรมการอิสระเพื่อตรวจสอบกรณีบริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือพีทีทีจีซี (PTTGC) ทำน้ำมันรั่วไหลลงสู่ทะเล โดยมีนายสุภรณ์ อัตถาวงศ์ รองเลขาธิการนายกฯ มารับหนังสือที่หน้าทำเนียบรัฐบาล

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ข้อเรียกร้องดังกล่าวขอให้รัฐบาลในฐานะผู้นำประเทศดำเนินการแต่งตั้ง “คณะกรรมการอิสระเพื่อสอบสวนข้อเท็จจริงกรณีน้ำมันดิบของบริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) รั่วไหลในอ่าวไทย” อย่างเร่งด่วน ทั้งนี้คณะกรรมการที่แต่งตั้งขึ้น จะต้องมีการดำเนินงานที่เปิดเผย โปร่งใส ตรวจสอบได้ มีอำนาจในการเรียกข้อมูลและข้อเท็จจริงทั้งจากหน่วยงานรัฐและเอกชน ที่สำคัญคือมีความเป็นอิสระและปลอดจากผลประโยชน์ทับซ้อนของธุรกิจในกลุ่ม ปตท. และเป็นผู้มีความรู้ความสามารถในสาขาที่เกี่ยวข้อง โดยองค์ประกอบของคณะกรรมการจะต้องมีตัวแทนจากอย่างน้อย 4 ฝ่าย คือ ภาครัฐ ภาควิชาการ ภาคกฎหมาย และภาคประชาชน

โดยคณะกรรมการชุดนี้มีหน้าที่หลักดังต่อไปนี้ 1) ตรวจสอบข้อเท็จจริงทั้งหมดที่เกี่ยวข้องกับกรณีปัญหาน้ำมันรั่วไหล 2) ตรวจสอบผลกระทบและความเสียหายที่เกิดขึ้นต่อประชาชนและสิ่งแวดล้อม 3) เสนอหลักการฟื้นฟูเยียวยาความเสียหายต่อรัฐบาล 4) จัดทำข้อเสนอเพื่อปรับปรุงนโยบาย กฎหมาย โครงสร้าง และกลไกที่เกี่ยวข้องกับการรับมือสถานการณ์น้ำมันรั่วไหลในอนาคต

กลุ่มติดตามน้ำมันดิบรั่ว

การเรียกร้องในครั้งนี้ก็มาจากการที่ “คณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงน้ำมันรั่วกลางทะเล” ที่มีคุณหญิง ทองทิพ รัตนะรัต เป็นประธานคณะกรรมการ ถูกตั้งคำถามถึงเรื่องผลประโยชน์ทับซ้อน เนื่องจากบริษัทพีทีทีจีซีเป็นผู้แต่งตั้งคณะกรรมการชุดนี้ขึ้นมาสอบสวนตัวเอง ทำให้ผลการสอบสวนที่ออกมาดูจะขาดความโปร่งใสและขาดความน่าเชื่อถือ

คณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงน้ำมันรั่วกลางทะเลที่แต่งตั้งโดยพีทีทีจีซีเป็นการอาศัยอำนาจของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เมื่อวันที่ 29 ก.ค. 2556 โดยนายพงษ์ศักดิ์ รักตพงศ์ไพศาล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ได้มอบหมายให้นายประเสริฐ บุญสัมพันธ์ ประธานกรรมการ บริษัทพีทีทีจีซี เป็นประธานคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริง และมอบอำนาจให้นายวิเชษฐ์ เกษมทองศรี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม มีอำนาจสั่งการพีทีทีจีซีแทนตน

ต่อมาวันที่ 1 ส.ค. 2556 นายพงษ์ศักดิ์ รักตพงศ์ไพศาล ได้รับแจ้งจากนายประเสริฐ บุญสัมพันธ์ ถึงการแต่งตั้ง “คณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงน้ำมันรั่วกลางทะเล” 5 คน มีหน้าที่สอบสวนข้อเท็จจริงให้แล้วเสร็จภายใน 7 วัน นับตั้งแต่ 31 ก.ค. 2556

อย่างไรก็ตาม จากการรวบรวมข้อมูลโดยนางสาวนิชา รักพานิชมณี มูลนิธิบูรณะนิเวศ เกี่ยวกับคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงน้ำมันรั่วกลางทะเล พบว่ากรรมการมีผลประโยชน์ทับซ้อน ดูกราฟิกประกอบ

คณะกรรมการตรวจสอบน้ำมันรั่วPTTGC

ทั้งนี้ ตัวแทนจาก “กลุ่มติดตามน้ำมัน ปตท. รั่วไหล” กล่าวกับผู้สื่อข่าวไทยพับลิก้าว่า การยื่นรายชื่อทั้ง 32,000 รายชื่อ นั้นไม่ได้คาดหวังว่านายกรัฐมนตรีจะต้องทำตามข้อเรียกร้องดังกล่าว แต่เป็นการทำหน้าที่และแสดงจุดยืนว่า เหตุการณ์น้ำมันรั่วไหลที่เกิดขึ้นนั้นไม่ใช่ว่าจะกำจัดคราบน้ำมันให้หายไปเหมือนกับ “ปัดฝุ่นไว้ใต้พรม” แล้วจะจบ โดยจะมีการติดตามอย่างต่อเนื่อง และระหว่างที่รอคำตอบจากนายกรัฐมนตรี ทางกลุ่มฯ จะส่งนักวิชาการลงพื้นที่เพื่อศึกษาผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมร่วมกับชาวบ้านในพื้นที่ต่อไป สำหรับแนวทางการเคลื่อนไหวหลังจากนี้ ทางกลุ่มฯ จะขอประชุมกันก่อนอีกครั้ง

สำหรับ “กลุ่มติดตามน้ำมัน ปตท. รั่วไหล” นั้นประกอบไปด้วย มูลนิธิบูรณะนิเวศ (EARTH), มูลนิธินิติธรรมสิ่งแวดล้อม (EnLAW), กรีนพีซเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (Greenpeace Southeast Asia) และสถาบันธรรมรัฐเพื่อการพัฒนาสังคมและสิ่งแวดล้อม (GSEI)

ข่าวในประเด็น

อ่านข่าวในประเด็นทั้งหมด »

เครือข่ายสังคม