ประเด็นฮอตรอบสัปดาห์ – ในหลวง-พระราชินี เสด็จประทับวังไกลกังวล – แจกไอแพด ส.ส. 18 ล้าน และคลิปหนุ่มไทยตีกลองบนภาพวาดสีชอล์ค

พสกนิกรปลื้มปีติ มิ่งขวัญชาวไทย พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เสด็จพระราชดำเนินแปรพระราชฐานประทับ ณ วังไกลกังวล

น้ำมันรั่ว คราบน้ำมันอ่าวพร้าว เกาะเสม็ด

คลิปขู่ฆ่า อดีตนายกฯ

แจกไอแพด ส.ส. 18 ล้านบาท

คลิปโชว์ความสามารถหนุ่มไทย ตีกลองกับภาพวาดสีชอล์คบนกำแพง

อ่านรายละเอียด..

ประเด็นที่ถูกพูดถึงมากสุดในโซเชียลมีเดียในรอบสัปดาห์ 28 ก.ค.–3 ส.ค. 2556

เรื่องแรก เป็นเรื่องราวความปีติยินดี ของประชาชนชาวไทย เพราะเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 1 สิงหาคม 2556 เวลาประมาณ 16.00 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เสด็จพระราชดำเนินออกจากโรงพยาบาลศิริราช เพื่อเสด็จพระราชดำเนินแปรพระราชฐานมาประทับ ณ วังไกลกังวล อำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เพื่อพักผ่อนพระราชอิริยาบถตามคำกราบบังคมทูลของคณะแพทย์ หลังจากที่ทั้ง 2 พระองค์ทรงประทับเพื่อทำการรักษาพระองค์อยู่ที่โรงพยาบาลศิริราช โดยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ทรงเข้ารับการรักษาตั้งแต่วันที่ 19 กันยายน 2552 และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ทรงเข้ารับการรักษาตั้งแต่วันที่ 21 กรกฎาคม 2555

ที่มาภาพ : https://www.facebook.comKittenAngel.Aimpavee
ที่มาภาพ: https://www.facebook.comKittenAngel.Aimpavee

เป็นเรื่องดีรับเดือนสิงหาคม 2556 พสกนิกรจำนวนมากต่างตื่นเต้นและดีใจในการเสด็จกลับพระราชวัง ของทั้ง 2 พระองค์เป็นอย่างมาก โดยบรรยากาศของการเฝ้ารอต้อนรับขบวนเสด็จของประชาชนคึกคักตั้งแต่หน้าโรงพยาบาลศิริราช มีพสกนิกรจำนวนมากที่จับจองพื้นที่ทั้ง 2 ข้างทางถนน ที่ทั้ง 2 พระองค์ จะเสด็จพระราชดำเนินผ่านเพื่อเฝ้ารับเสด็จ พร้อมสวมเสื้อสีสันสดใส และมีการถือพระบรมฉายาลักษณ์ของทั้ง 2 พระองค์ และธงสัญลักษณ์ประจำพระองค์และธงชาติไทย ที่มีข้อความทรงพระเจริญ เพื่อเป็นการแสดงความจงรักภักดี

และชาวโซเชียลเน็ตเวิร์ก ที่แม้บางคนไม่ได้ไปเผ้ารอรับเสด็จ แต่ก็ต่างแสดงความจงรักภักดี บนหน้าโซเชียลเน็ตเวิร์กกันอย่างแพร่หลาย โดยมีการโพสต์ภาพของทั้ง 2 พระองค์ พร้อมข้อความ “ทรงพระเจริญ” กันถ้วนหน้า

“วันที่พ่อกลับบ้าน วันที่คนไทยทั้งประเทศมีความสุข”

“ขอทั้งสองพระองค์ทรงพระเจริญยิ่งยืนนาน”

“แค่เห็นพระพักตร์ พระองค์แจ่มใส เกล้ากระหม่อม ตื้นตันใจเหลือเกิน ขอทั้งสองพระองค์ทรงพระเจริญ เพคะ”

” เหล่าทวยราษฎร์ปลื้มปิติเป็นยิ่งนักที่เห็นพระองค์มีพลานามัยแข็งแรง และโบกพระหัตถ์..แย้มพระสรวลแก่ราษฎรของพระองค์…ขอพระองค์ทรงพระเจริญ ยิ่งยืนนาน ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อมขอเดชะ”

“ข้าพระพุทธเจ้า ขอถวายพระพรชัยมงคล ขอพระองค์ทรงพระเจริญยิ่งยืนนาน ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อม ขอเดชะ”

“ทรงพระเจริญ…ทรงพระเจริญ…ทรงพระเจริญ…ทรงพระเจริญ…ทรงพระเจริญ…ทรงพระเจริญ…ทรงพระเจริญ…ทรงพระเจริญ…ทรงพระเจริญ…ทรงพระเจริญ…ทรงพระเจริญ…ทรงพระเจริญ..”

เรื่องที่สอง เป็นเหตุการณ์น้ำมันดิบรั่วกลางทะเลของบริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ พีทีทีจีซี (PTTGC) บริษัทในเครือ ปตท. ที่มาบตาพุด จังหวัดระยอง เป็นเหตุให้น้ำมันดิบปริมาณ 50,000 ลิตร กระจายไปในทะเล และถูกพัดพาไปจนถึงชายหาดอ่าวพร้าว เกาะเสม็ด เมื่อวันเสาร์ที่ 27 กรกฎาคม 2556

โดยที่ผ่านมา หลายฝ่ายทั้งภาครัฐ เอกชน และประชาชนผู้มีจิตอาสา ได้ช่วยกันทำการสลายคราบน้ามัน ซึ่งทางโลกออนไลน์ก็ได้มีการแชร์คลิปวิธีการทำที่ซับน้ำมันจากเส้นผม หรือ hair boom กันอย่างมากมาย พร้อมทั้งการรับบริจาคเส้นผมและถุงน่องจากทั่วประเทศเพื่อนำมาทำเป็น “ไส้กรอกเส้นผม” ในการดูดซับคราบน้ำมันดิบ

เรื่องนี้ก็เป็นที่พูดถึงกันเป็นจำนวนมาก เพราะไม่เพียงแต่จะทำลายธรรมชาติที่สวยงามและสถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญเท่านั้น สารเคมีที่มากับคราบน้ำมัน และล่าสุด นายไพรินทร์ ชูโชติถาวร ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บมจ.ปตท. (PTT) ออกมากล่าวแถลงขอโทษและแสดงความเสียใจกับเหตุการณ์ดังกล่าว

ที่มาภาพ : บริษัทปตท. จำกัด(มหาชน)
ที่มาภาพ : บริษัทปตท. จำกัด(มหาชน)

ตามรายงานข่าว มีการรายงานการสัมภาษณ์ นายอนนต์ สิริแสงทักษิณ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร พีทีทีจีซี ว่า ปตท. อยู่ระหว่างช่วงเก็บข้อมูลความเสียหายทั้งหมดจากเหตุน้ำมันรั่วในทะเล จังหวัดระยอง ซึ่งบริษัทได้ดำเนินการผ่านช่องทางจังหวัดระยองที่มีคณะกรรมการในการรับเรื่องร้องเรียนทั้งหมดจากผู้ที่ได้รับผลกระทบ เพื่อความเป็นธรรมทุกฝ่ายโดยที่บริษัทยืนยันว่าพร้อมรับผิดชอบผลกระทบคราบน้ำมันที่เกิดขึ้น และพร้อมจ่ายค่าชดเชยทันทีที่มีหลักฐานชัดเจนหรือพิสูจน์ได้ โดยยังไม่ต้องรอรับค่าเสียหายจากบริษัทประกันมาก่อน

“กว่าจะออกมาขอโทษ ลืมไปแล้วนะเนี้ย จำได้แต่ เดี๋ยวมันจะสลายไปเอง”

“ชดเชย ทุกอย่างแล้ว ก็ขายน้ำมันแพง ดูดคืน เพราะปกติ ก็แพงที่สุดในโลก ขุดในประเทศ ขายแพง”

“พวกคุณทั้งหลายใย ปตท เป็นคนเก่งนะ เพราะมาจากที่ดีๆ แต่ขาดจิตสำนึกต่อสังคมมาก ผมไม่เข้าใจ วิศวกรที่มากความสามารถของคุณ ทำไมถึงปล่อยให้เกิดเรื่องแบบนี้ได้ ทางด้านวิศวกรรมมีเทคโนโลยีตั้งมากมาย ในการแก้ไขปัญหา ไม่ใช่ปล่อยให้เกิดแล้วมาตามเก็บ จริงๆอยากเห็น คนปตท เองแหละ ไม่ใช่ทหารออกมาช่วยกันซับน้ำมัน”

“ให้กำลังใจ เร่งทำงานแก้ไขปัญหาให้เร็วครับ ผมคนไทยยังเชื่อมั่น ปตท.พลังไทยเพื่อไทย ตลอดไปครับ”

“อยากจะดูว่า ปตท จะจ่ายค่าเสียหายเท่าไหร่ จะดูว่ามีมาตรฐานเดียวกันกับบริษัทต่างชาติหรือไม่ ”

“ทะเล คือ ทรัพยากรของชาติ ดูซิ ปตท จะช่วยเหลือ และรับผิดชอบ ต่อ ทรัพยากรของชาติ ได้ดีแค่ใหน”

เรื่องที่สาม เป็นข่าวคราวของคลิปวิดีโอ ที่ถูกโพสต์ลงในเว็บไซต์ยูทูบ โดยพาดหัวว่า “Al-Qaeda video against former Thailand Prime Minister Thaksin Shinawatra.” หรือ “วิดีโอจากอัล-ไกดา ต่อต้านอดีตนายกรัฐมนตรีของประเทศไทย ทักษิณ ชินวัตร” ความยาวประมาณ 2.45 นาที จำนวน 2 คลิป จากผู้ที่อ้างตัวว่าเป็นสมาชิกของกลุ่มอัลเคด้า ซึ่งตามข่าวมีการเล่าเรื่องราวว่า เนื้อหาในคลิปเป็นข้อความการขู่ตามฆ่า พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เพื่อล้างแค้นแทนชาวมุสลิมภาคใต้ ที่เสียชีวิตในเหตุการณ์มัสยิดกรือเซะ เมื่อปี 2547

โดยหลังจากที่มีกระแสข่าวเกิดขึ้น ทางด้านนายนพดล ปัทมะ ที่ปรึกษากฎหมายของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ได้มีการโพสต์ข้อความทางเฟซบุ๊กส่วนตัว ที่ใช้ชื่อ “Noppadon Pattama” เกี่ยวกับเรื่องดังกล่าวว่า

“สวัสดีเช้าวันอาทิตย์ครับ ผมอยู่ฮ่องกง ทราบข่าวเรื่องคลิปที่มีคนปองร้ายท่านอดีตนายกฯ ท่าน (พ.ต.ท.ทักษิณ) ทราบเรื่องนี้แล้ว และบอกว่าไม่รู้สึกอะไร สบาย สบาย ท่านใช้เวลาเป็นหลักที่ประเทศแถบตะวันออกกลาง มีเพื่อนฝูงมากมายที่รักใคร่กันเป็นคนมุสลิม และมีความปรารถนาดีต่อกันครับ”

และนอกจากนี้ยังมีการให้สัมภาษณ์ต่อสื่อเพิ่มเติมว่า “พ.ต.ท.ทักษิณบอกว่าอยากกลับบ้าน แต่ถ้าการกลับบ้านแบบเท่ๆ คือ กลับแล้วไม่มีปัญหา เป็นที่ยอมรับของทุกฝ่ายก็พร้อมกลับ แต่ถ้านำไปสู่ความขัดแย้งก็จะอยู่ต่างประเทศไปอีกพักหนึ่ง เพราะคำนึงถึงชาติมากกว่าตัวเอง”

ที่มาภาพ : http://www.dailynews.co.ththailand222455
ที่มาภาพ: http://www.dailynews.co.ththailand222455

ผู้ที่ทราบข่าวหลายต่อหลายคน ต่างอยากจะฟังเนื้อหาของคลิปรุนแรงตามที่เป็นข่าว แต่ปรากฏว่าคลิปดังกล่าวได้ถูกปิดไป ซึ่งทางด้านนายอนุดิษฐ์ นาครทรรพ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) ได้มีการให้สัมภาษณ์ต่อสื่อเกี่ยวกับการปิดคลิปดังกล่าวของในเว็บไซต์ยูทูบว่า โดยปกติเว็บไซต์ยูทูบจะมีเงื่อนไขในการสั่งบล็อกเนื้อหาที่ไม่เหมาะสมอยู่แล้ว ตามเกณฑ์การพิจารณาที่มีอยู่ เพื่อรักษาเครดิตของยูทูบ เพราะคลิปดังกล่าวมีเนื้อหาเกี่ยวข้องกับการก่อการร้าย ซึ่งเป็นอันตรายต่อชีวิตของบุคคลที่ถูกพาดพิง และเข้าหลักเกณฑ์ของทางเว็บไซต์ ดังนั้นจึงมีการสั่งบล็อก

ทั้งนี้ทางด้าน พล.ต.อ.ประชา พรหมนอก รองนายกรัฐมนตรี ด้านความมั่นคง ก็มีการให้สัมภาษณ์ต่อสื่อเกี่ยวกับคลิปดังกล่าวด้วยว่า จากการตรวจสอบได้ประเมินและสรุปว่า เป็นการกระทำของกลุ่มที่มีความเห็นต่างทางการเมือง และคลิปดังกล่าวไม่ใช่เรื่องจริง แค่สร้างสถานการณ์ขึ้นมาระหว่างบุคคลภายในประเทศและต่างประเทศ ทั้งนี้คลิปดังกล่าวถูกปล่อยออกมาจากต่างประเทศเพื่อให้ติดตามได้ยาก อีกทั้งใบหน้าบุคคลในคลิปพอจะทราบแล้วว่าเป็นใคร แต่ยังตอบไม่ได้ เพราะอาจกระทบต่อความสัมพันธ์ในบางเรื่องได้

อย่างไรก็ตาม เรื่องนี้ยังไม่มีหลักฐานหรือเรื่องราวใดที่จะเป็นคำตอบได้ ซึ่งก็ทำให้ประชาชนตั้งข้อสงสัยและพูดถึงกันมากว่านี้คือเรื่องจริง หรือการสร้างสถานการณ์อีกกันแน่

“มีกลุ่มคนกล้าทำ แสดงออกถึงขนาดนี้ ปัญหา และ ศัตรู ฝ่ายตรงข้ามของทักษิณก็มีเพิ่มขึ้นทุกวันจริงหรือที่บอกไม่กลัว ไม่กลัวก็คงนอนไม่หลับกันล่ะ”

“แทนที่จะรู้สึกหดหู่ เก็บตัว นี่ออกมาทำร่าเริง ไม่นานก็กลายเป็นความแค้นอีกล่ะท่าน”

“คนเราทำไรไว้ก้อได้อย่างนั้นล่ะ ขอให้ทำให้ได้อย่างตั้งใจนะ”

“ที่คุณฆ่าคนมากมายเพราะโกรธทักษิณ ที่คุณทำรายประเทศก็เพราะโกรธทักษิณมันคุ้มหรือยังอย่าเอาชีวิติเหล่านี้อย่าเอาประเทศไปแลกกับทักษิณ เพราะประเทศนี้ไม่ใช้ของทักษิณ แต่เป็นของคนไทยทุกคนรวมทั้งพวกคุณด้วยนะ”

“เรื่องจริงเหรอ ไม่เห็นมีหลักฐานอะไรเลย ปั่นกระแสให้คนสงสารอีกเปล่าเนี่ย”

“คลิปดูแล้วน่าจะเก๊ แต่สำคัญว่ากลุ่มอัลไคด้าดูแล้วจะคิดอะไรต่างหาก”

เรื่องที่สี่ จากประเด็นข่าวการแจก i-Pad ให้กับ ส.ส. ในสภา ซึ่งเป็นนโยบายที่พูดถึงกันนานมาแล้ว ตั้งแต่โครงการแท็บเล็ตสำหรับเด็กๆ กำลังเริ่มตั้งตัว โดยที่ตอนนั้นก็มีกระแสวิจารณ์คัดค้านกันอย่างหนาหู แต่แล้วล่าสุด สำนักเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ก็ได้เริ่มดำเนินงานตามโครงการ โดยส่งข้อความทางโทรศัพท์มือถือถึงสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) เพื่อให้ ส.ส. แต่ละท่านกรอกแบบฟอร์ม ยืม i-Pad ณ บริเวณห้องโถงชั้น 1 อาคารรัฐสภา 1 ตั้งแต่ 13.00 น. ของวันที่ 1-9 สิงหาคม 2556 ด้วยงบประมาณกว่า 18 ล้านบาท กับ i-Pad จำนวน 500 เครื่อง สำหรับท่าน ส.ส. ทั้งหลาย

โดยที่ i-Pad จำนวน 500 เครื่องดังกล่าว เป็นรุ่นเรติน่าดิสเพลย์ พร้อมระบบ WiFi + Cellular หน่วยความจำ 64 GB สีขาว หรือ i-Pad 4 ซึ่งวางขายในช่วงปลายปี 2555 มูลค่า 28,355 บาท พร้อมกับเคสสำหรับใส่ไอแพดจำนวน 1 ชิ้น สายหูฟัง (มีไมค์และปรับเสียงได้ 1 เส้น) ปากกา 1 ด้าม แท่งชาร์จพร้อมสาย และการประกันเพิ่มเติมอีก 2 ปี รวมมูลค่า 37,680 บาท โดยมีเงื่อนไขว่า เมื่อครบระยะเวลา 3 ปี ส.ส. จะต้องนำ i-Pad คืนให้กับสำนักเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร เพราะเป็นการแจกจ่ายให้ยืมใช้งานเท่านั้น และจะต้องนำเครื่องคอมพิวเตอร์พกพา หรือ โน้ตบุ๊ก ที่สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรได้แจกจ่ายให้ยืมไปใช้เมื่อ 5 ปีก่อน กลับมาคืนด้วย

ที่มาภาพ : http://news.voicetv.co.thglobal18270.html
ที่มาภาพ : http://news.voicetv.co.thglobal18270.html

เรื่องนี้สร้างเสียงวิพากษ์วิจารณ์รวมถึงการให้ความเห็นเชิงประชดประชันอย่างหนัก ถึงการใช้เงินงบประมาณดังกล่าว เพราะบ้างก็มองว่าเงินจำนวนมากขนาดนั้นสามารถใช้ทำประโยชน์ให้ประชาชนที่เดือดร้อนอยู่ได้มากกว่า หรือบ้างก็มองว่าเป็นส่วนที่บุคลากรในองค์กรต้องได้รับอยู่แล้ว เพื่อการทำงานและการพัฒนาที่มีประสิทธิภาพ ให้เท่าทันเทคโนโลยี

“ทำไมซื้อให้เด็กใช้เครื่องละ 2 พันกว่าบาท แต่ ส.ส.สภา ไทย เงินเดือนเยอะๆ กลับ ใช้เครื่องละ 3หมื่นกว่า บาทได้ สุดยอดมากครับ”

“ผมว่าเอางบประมาณไปทำประโยชน์ส่วนรวมดีกว่าไหมครับ เงินตั้ง 19 ล้าน มาซื้อ Ipad4 แจก สส. แค่ 500 คน แต่ผมว่าถ้าเอาไปให้คนจนที่เดือดร้อนได้มากมายนะครับ”

“อยากทราบจังเลยค่ะว่ารัฐบาลมีเงินมาสนับสนุนเรื่องแบบนี้ แต่ไม่มีเงินมาสร้างประโยชน์ให้ประชาชน เงินที่จะนำมาใช้แบบนี้ ทำไมถึงไม่คิดถึงคนเค้าไม่มีจะกิน มีเงินก็เอาไปแจกแต่คนใหญ่คนโต นึกถึงคนบ้านนอกบ้าง ทำอะไรคิดบ้างเหอะสงสารประเทศชาติ”

“อย่าไปว่าเขานะ เขากำลังจะเข้าสู่อาเซียนไงครับจะได้ไม้น้อยหน้า ส่วนประชาชนก็ได้ซื้อของแพง กินของแพง ต่อไปจนตาย เอ่อน่ะ เพื่อความสุขของท่าน ส.ส. พวกเราประชาชน คนยากคนจน ก็ทนๆเอาหน่อยนะครับ”

“จริงๆประเด็นมันไม่น่าจะเกี่ยวกับรวยจนนะ คือเราอาจรู้สึกว่าเฮ้ยเป็น สส รวยซื้อเองดิ จริงๆมันไม่ใช่ ถ้าเป็นของที่ใช้เพื่อทำงานยังไงองกรณ์ก็ต้องจัดหาให้ อย่างผมทำกราฟิค บ้านผมก็มีตังแต่ออฟิศก็หาcomputerให้ ก็เราเอาไปทำงานให้เขา ฉะนั้นมันไม่เกี่ยวกับรวยจนครับ ถ้าจะวิจารณ์น่าจะเป็นประเด็นอื่นเช่น เหมาะสมรึป่าว ต้องใช้ในการงานจริงๆรึป่าว….ซึ้งผมก็ตอบไม่ได้ คงต้องไปเถียงกับนักการเมืองเอาเอง เขาอาจจะใช้จดโน๊ตโน่นนี่ ใช้พรีเซ้นงาน ใช้จัดตารางประชุมได้สะดวกหรือเปล่า? อันนี้ก็ว่ากัน คือส่วนตัวผมก็ว่ามันแพง แต่ผมก็ไม่รู้ว่าจะเอาไปใช้อะไรบ้าง ผมไม่ได้อยู่ในสภา ฉะนั้นไม่ขอวิจารณ์ถูกผิด ก็ฝากแง่คิดไว้เท่านี้”

เรื่องที่ห้า คลิปวิดีโอมาแรงประจำสัปดาห์ จนสื่อดังจากต่างชาติทั้ง บีบีซี เดอะเทเลกราฟ ของอังกฤษ รวมถึง Repubblica ของอิตาลี และเยอรมัน มีการนำไปเสนอข่าว กับคลิปวิดีโออันน่าทึ่ง ที่มีชื่อว่า Rez Power – Israel & New Breed (Drum Wall) – Note Weerachat จากความสามารถของ “นายวีรฉัตร เปรมานนท์” ศิลปิน-นักดนตรี วัย 29 ปี ที่โชว์การตีกลองกลางอากาศ บนภาพวาดสีชอล์คบนกำแพง

โดยคลิปดังกล่าว เผยแพร่ตั้งแต่วันที่ 21 กรกฎาคม 2556 และมีผู้พูดถึงมากในสัปดาห์นี้ ด้วยยอดเข้าชมที่สูงขึ้นเรื่อยๆ จากทั่วโลก เพราะเป็นการแสดงความสามารถทางด้านดนตรี และศิลปะที่เข้ากันได้อย่างลงตัว และมีการการันตีว่าไม่เคยเกิดขึ้นที่ใดมาก่อน นับเป็นอีกหนึ่งความสามารถของคนไทยที่ต่างชาติต่างให้การยอมรับเป็นอย่างมาก

ที่มาภาพ : http://www.clipmass.comstory69536
ที่มาภาพ: http://www.clipmass.comstory69536

ทั้งนี้ ตามรายงานข่าวมีการกล่าวว่า นายวีรฉัตร เปรมานนท์ ชื่อเล่นว่า “โน้ต” เป็นมือกลอง Jazz ระดับแนวหน้าของเมืองไทย ปัจจุบันเป็นอาจารย์ประจำคณะดุริยางคศิลป์ มหาวิทยาลัยศิลปากร และอาจารย์สอนกลอง ของมหาวิทยาลัยราชภัฏนครปฐม และยังเป็นมือกลองของวงดนตรีอินดี้ ที่ชื่อว่า Skykick Ranger (สกายคิก เรนเจอร์) และผ่านการประกวดและแสดงผลงานการตีกลองในเวทีสำคัญระดับโลกมาแล้วหลายเวที

“สุดยอด ยอดเยี่ยม เก่งมาก”

“เคยมีคนบอกว่า โลกในจินตนาการสวยงามเสมอ VCD นี้ตอบโจทย์นั้นค่ะ ชอบมากค่ะ”

“คนต่างชาติเขามาชมคลิปนี้แล้วเขาทึ่ง เขาชื่นชมเขาได้รับแรงบันดาลใจดีดีจากพี่โน๊ต แล้วคุณล่ะครับได้อะไรบ้าง ”

“ความคิดเจ๋งดี ลำดับภาพเม่นย้ำ การตีได้อารมณ์ มีสุนทรีย์ มีภาพกลางที่หลายมุมมองคนชมไม่เบื่อหน่าย ดีครับ เพลินดี”

“ชอบค่ะ ไอเดียคุณดีมากเลย สุดยอด คนไทยไม่แพ้ ชาติใดในโลกจริงๆ ขอชื่นชมค่ะ”

“เก่งจนต่างชาติ ยอมรับเลยอ่ะ ฝีดี แม่นเป๊ะ จริง”