ปาหี่คอร์รัปชัน

29 กรกฎาคม 2013

หางกระดิกหมา

เมื่อไม่กี่วันมานี้ รัฐบาลจีนได้ทำเรื่องน่าสาธุสำหรับวงการต้านคอร์รัปชันโดยออกคำสั่งงดสร้างสถานที่ราชการใหม่ในประเทศเป็นระยะเวลา 5 ปี หลังจากพบว่าข้าราชการเอางบของประเทศมาสร้างตึกหรูหราตะบักตะบวยโดยไม่มีความจำเป็นเป็นจำนวนมาก จนร่ำๆ จะทำผู้จ่ายภาษีลุแก่โทสะและแข็งเมืองไปเป็นโจรโพกผ้าเหลืองกันหมด

ทั้งนี้ ก็เป็นไปตามนโยบายของสีจิ้นผิง ซึ่งหลังจากได้รับตำแหน่งเลขาธิการพรรคคอมมิวนิสต์จีนเมื่อปลายปีที่แล้ว ได้ประกาศกร้าวจะทำสงครามกับคอร์รัปชัน โดยบอกเป็นสำนวนว่าจะ “ตีไม่เลี้ยงทั้งเสือทั้งแมลงวัน” ที่โกงกินประเทศ และออกมาตรการ 8 ข้อ สำหรับให้ข้าราชการและเจ้าหน้าที่ของรัฐถือปฏิบัติ

มาตรการ 8 ข้อ ของสีจิ้นผิงนี้ มุ่งห้ามความฟุ่มเฟือยของเจ้าหน้าที่รัฐที่ได้มาจากการใช้อำนาจวาสนาในตำแหน่งต่างๆ เช่น ห้ามมีการจัดเลี้ยงต้อนรับเจ้าหน้าที่ใหญ่โตเกินกว่าเหตุ งดดอกไม้ งดพรมแดง งดป้ายต่างๆ ห้ามเจ้าหน้าที่ใช้รถนำขบวนหรือปิดถนนส่งเดช ห้ามเจ้าหน้าที่เดินทางไปดูงานต่างประเทศโดยไม่มีเหตุจำเป็นหรือยกขบวนไปกันเยอะกว่าที่ควร ฯลฯ ซึ่งดูๆ ไปก็คือความฟุ่มเฟือยอย่างเดียวกับที่นักการเมืองบ้านเรายังไม่ห้ามนั่นเอง โดยสีจิ้นผิงให้เหตุผลว่าความฟุ่มเฟือยเหล่านี้ ถ้าไม่จัดการ ก็จะเป็นเหตุแห่งหายนะของพรรคคอมมิวนิสต์

แรกประกาศมาตรการตอนต้นปี คนก็ยังไม่ค่อยเชื่อน้ำยาของรัฐบาลจีนเท่าไหร่นักว่าจะเอาจริงแค่ไหน ซึ่งก็น่าเห็นใจ เพราะลำพังคำศัพท์ในวงการคอร์รัปชัน ก็ดูเหมือนจะมาจากจีนทั้งนั้น อย่างเช่น แป๊ะเจี๊ยะ จิ้มก้อง ค่าต๋ง เลี้ยงโต๊ะ ค่าน้ำร้อนน้ำชา อะไรพวกนี้ แต่ถึงตอนนี้่ก็ค่อนข้างชัดขึ้นเรื่อยๆ ว่ารัฐบาลจีนน่าจะเอาจริง ดูจากคำสั่งห้ามสร้างตึกนั่นก็คงพอเห็นอยู่แล้ว แต่นอกจากนั้น พ่อค้าขายของแพงๆ อย่างพวกหูฉลาม รังนก เป๋าฮื้อ หรือแม้แต่เหล้าเหมาไถซึ่งเจ้าหน้าที่ชอบดื่มยิ่งกว่าอะไรทั้งหมด ก็ยังยอมรับว่าตั้งแต่มีมาตรการมา ยอดขายโภชนะอันประณีตเหล่านี้ตกฮวบฮาบจริงๆ เพราะข้าราชการมาเหลาแล้วก็ไม่กล้าสั่งของแพงๆ ได้แต่สั่ง “กับสี่ซุปหนึ่ง” ตามอย่างสโลแกนสนับสนุนอาหารง่ายๆ ของรัฐบาลเท่านั้น

อย่างไรก็ตาม ผู้รู้ต่างบอกว่า ถึงการบังคับใช้มาตรการเหล่านี้จะได้ผล แต่ในภาพรวมแล้วหนทางการต่อสู้กับคอร์รัปชันของจีนก็ยังอีกยาวไกลนัก เพราะมาตรการเหล่านี้ อย่างดีก็เป็นเพียงแต่การลดทอนความโจ๋งครึ่มของคอร์รัปชันไม่ให้เด่นชัดแสลงลูกตาประชาชนจนเกินไปเท่านั้น เพราะในเมื่อโครงสร้างอำนาจและระบบกลไกตรวจสอบเปิดเผยข้อมูลต่างๆ ของรัฐจีนยังไม่ได้มีการเปลี่ยนแปลง ตัวคอร์รัปชันก็ไม่มีทางจะหายไปไหนได้ บางคนถึงกับบอกเลยว่ามาตรการเหล่านี้ไม่ได้ช่วยให้เจ้าหน้าที่ใช้จ่ายฟุ่มเฟือยน้อยลง เพียงแต่ช่วยให้ใช้จ่ายแนบเนียนยิ่งขึ้นเท่านั้น

แต่ว่าแล้วก็อดนึกสะท้อนใจไม่ได้ว่าการต่อสู้กับคอร์รัปชันของไทยก็ยังอีกยืดยาวไม่แพ้กัน แถมจะยาวกว่าเสียด้วย เพราะความจริงนายกฯ ยิ่งลักษณ์ก็ประกาศสู้กับคอร์รัปชันมาก่อนสีจิ้นผิงเสียอีก คือประกาศมาตั้งแต่ประมาณกลางปีที่แล้ว แต่ถึงทุกวันนี้ก็ยังไม่อาจเรียกได้ว่าเห็นผลชัดเจน ทั้งๆ ที่นี่เป็น 1 ใน 16 นโยบายเร่งด่วน ที่รัฐบาลเสนอไว้ต่อรัฐสภาด้วยซ้ำ

อย่าว่าแต่นโยบายต้านคอร์รัปชันของไทยบางอย่างก็อาจจะให้ผลกำมะลอเสียยิ่งกว่า 8 มาตรการมัธยัสถ์ของสีจิ้นผิงอีกต่างหาก ยกตัวอย่างเช่น โครงการ “1 กรม 1 ป้องกันโกง” ซึ่งรัฐบาลให้แต่ละกรมไปคิดกันมาว่าจะเสนอมาตรการต้านคอร์รัปชันในส่วนที่เกี่ยวกับงานที่กรมของตนรับผิดชอบอย่างไร เป็นต้น

เพราะว่ากันด้วยโครงสร้างเฉยๆ โครงการนี้ก็มีปัญหาเสียแล้ว เนื่องจากโครงการนี้ไปตั้งอยู่บนสมมติฐานว่าเจ้าหน้าที่ทุกคนมีปณิธานจะกวาดล้างคอร์รัปชันเพื่อสังคมด้วยกันทั้งนั้น ทั้งที่ความจริงก็รู้กันอยู่ว่าตัวเจ้าหน้าที่เองนั่นแหละเป็นประเด็นของปัญหาเสียเอง ไปๆ มาๆ นี่จึงไม่ต่างอะไรกับการให้ขโมยเป็นคนเลือกว่าจะปิดหน้าต่างบานไหนในบ้านเพื่อกันขโมย ซึ่งแน่นอนว่าสุดท้ายสิ่งที่รัฐบาลจะได้จากโครงการก็คือการได้อุดหน้าต่างบานที่ขโมยไม่ได้ใช้ คือแต่ละกรมก็ย่อมเสนอมาตรการต้านคอร์รัปชันที่มันกระจุ๋มกระจิ๋ม เอาเป็นสาระไม่ได้ ไม่ว่าจะเพราะกลัวโกงไม่ได้ หรือกลัวต้องทำงานหนักขึ้นนั่นเอง

และผลก็ออกมาอย่างนั้นจริงๆ กล่าวคือ ในบรรดามาตรการ/กระบวนการที่แต่ละกรมนำเสนอและผ่านการคัดเลือกจากกรรมการนั้น มีส่วนที่เกี่ยวข้องกับการป้องกันคอร์รัปชันชิ้นใหญ่ๆ น้อยมาก เช่น ของกระทรวงพาณิชย์นั้น เสียเวลาไปคิดอยู่นมนาน สุดท้ายก็ได้มาตรการเกี่ยวกับเรื่องการออกหนังสือรับรองถิ่นกำเนิดสินค้าของกรมการค้าต่างประเทศ กับกระบวนการตรวจสอบให้คำรับรองเครื่องชั่งรถยนต์และมาตรวัดน้ำมันเชื้อเพลิงของกรมการค้าภายในมาเท่านั้น ไม่มีเรื่องมาตรการป้องกันการโกงจำนำข้าวที่ทำให้ประเทศสูญเงินเป็นแสนล้านแต่อย่างใด ไม่รู้เรื่องมันเล็กไปหรืออย่างไร ถ้าสีจิ้นผิงมาเห็นเข้าก็คงต้องร้องว่าเป็นมาตรการ “ตีแมลงวันเลี้ยงเสือ”

แต่ใครจะไปว่ารัฐบาลไม่เอาจริงไม่ได้ เพราะวันก่อนก็เห็นนายกฯ นำ ครม. ชุดใหม่ออกมากล่าวยืนยันเรื่องจะต้านคอร์รัปชันอีกแล้ว

ถ้าจัดปาหี่ปีละครั้งแล้วคอร์รัปชันมันหายไปได้เองก็เห็นจะเยี่ยมไปเลย

หมายเหตุ : ตีพิมพ์ครั้งแรก คอลัมน์ โกงกินสิ้นชาติ น.ส.พ.โพสต์ทูเดย์ ฉบับวันที่ 29 กรกฎาคม 2556