ประเด็นฮอตรอบสัปดาห์ – เจ้าชายพระองคน้อย”จอร์จ อเล็กซานเดอร์ หลุยส์” – ดาราวัยรุ่น GTH เสพยาไอซ์ (จริงหรือ!)

ประชาชนปลื้มปีติ เจ้าหญิงแคทเธอรีน ดัชเชสแห่งเคมบริดจ์ ให้กำเนิดพระโอรสพระองค์น้อย

ภาพ “ปันปัน” เสพยาไอซ์

น้องชายอดีตหลวงปู่เณรคำ ยอมรับผิดเอง กรณีชู้สาว

ชาวเน็ตยกย่องพลเมืองดี ช่วย 3 แม่ลูกรถตกคลอง

HBD พี่ชายนายกปู

อ่านรายละเอียด…

ประเด็นที่ถูกพูดถึงมากสุดในโซเชียลมีเดียในรอบสัปดาห์ 21–27 กรกฎาคม 2556

เรื่องแรก เป็นเรื่องน่าปิติยินดีต้อนรับสัปดาห์ เมื่อวันจันทร์ ที่ 22 กรกฎาคม 2556 เจ้าหญิงแคทเธอรีน ดัชเชสแห่งเคมบริดจ์ พระชายาของเจ้าชายวิลเลียม รัชทายาทลำดับที่ 2 แห่งราชวงศ์อังกฤษ ทรงมีพระประสูติกาลพระโอรสพระองค์น้อย ซึ่งเป็นองค์รัชทายาทลำดับที่ 3 พระนามว่า “จอร์จ อเล็กซานเดอร์ หลุยส์” (George Alexander Louis) และทรงดำรงพระอิสริยยศเจ้าชายจอร์จแห่งเคมบริดจ์ (His Royal Highness Prince George of Cambridge)

โดยหลังจากที่มีการปรากฏพระองค์ของพระบิดาและพระมารดาพระองค์ใหม่ ในฉลองพระองค์ด้วยชุดสีฟ้าทั้ง 2 พระองค์ พร้อมพระโอรสพระองค์น้อย ระหว่างเสด็จออกจากโรงพยาบาลเซนต์แมรี่ ย่านแพดดิงตัน กรุงลอนดอน ในช่วงเย็นของวันอังคารที่ 23 กรกฎาคม ได้สร้างความปลื้มปีติให้ประชาชนชาวอังกฤษเป็นจำนวนมาก รวมทั้งประชาชนชาวไทย ก็ต่างร่วมกันแชร์ภาพพร้อมคำถวายพระพรแด่พระโอรสจอร์จ พร้อมพระบิดาและพระมารดา ลงบนหน้าเฟซบุ๊กและอินสตาแกรมของตัวเอง เพื่อเป็นการร่วมแสดงความยินดีกับพระประสูติกาลในครั้งนี้เป็นจำนวนมาก

พระโอรสแห่งเคมบริดจ์ ที่มาภาพ : https://www.facebook.comTheBritishMonarchy
พระโอรสแห่งเคมบริดจ์ ที่มาภาพ: https://www.facebook.comTheBritishMonarchy

ทั้งนี้ ตามรายงานข่าวยังมีการระบุว่า พระนาม “จอร์จ” เป็นชื่อที่มีผู้คนวางเดิมพันไว้มากสุดว่าจะเป็นพระนามแรกของเจ้าชายองค์น้อย ทั้งยังเป็นพระนามอดีตกษัตริย์ถึง 6 พระองค์ รวมทั้งพระเจ้าจอร์จที่ 6 พระราชบิดาของควีนเอลิซาเบธที่ 2 แห่งอังกฤษ ทั้งยังเป็นชื่อนักบุญชาวอังกฤษ -เซนต์ จอร์จ- ด้วย ส่วน “หลุยส์” เป็นพระนามที่ 4 ของเจ้าชายวิลเลียม และน่าจะตั้งเพื่อเป็นเกียรติแด่ลอร์ด หลุยส์ เมาท์บาทเทน อุปราชองค์สุดท้ายที่อังกฤษส่งไปปกครองอินเดียก่อนได้เอกราชเมื่อปี 2490 และเป็นพระปิตุลาของดยุคแห่งเอดินเบอระ พระสวามีของควีนเอลิซาเบธที่ 2 ด้าน “อเล็กซานเดอร์” เป็นพระนามของกษัตริย์ยุคกลางของสกอตแลนด์ 3 พระองค์และพระเจ้าอเล็กซานเดอร์มหาราชผู้โด่งดังแห่งศตวรรษที่ 4 คลิกเพื่อชมคลิป

“เจ้าชายพระองค์น้อยหลับตาพริ้มเชียว เหมือนเจ้าชายวิลเลี่ยมมากเลยค่ะ”

“น่าปลาบปลื้มน่ายินดีมาก ขอพระองค์ มีพระพลานามัย แข็งแรงสมบูรณ์นะคะ”

“ใครได้เป็นพ่อ เป็นแม่คน ก็จะหน้าตาปลาบปลื้ม อิ่มสุข แบบนี้เสมอ”

“ผู้มีบุญมาเกิดแล้ว”

“พระพักต์ งดงามคล้ายพระมารดาเลย น่ายินดี”

“ขอพระองค์ ทรงพระเจริญ ทรงพระเจริญ ทรงพระเจริญ”

เรื่องที่สอง ตกเป็นประเด็นฮฮตของสังคมในสัปดาห์นี้ เมื่อดาราวัยรุ่นชื่อดัง วัย 16 ปี “ปันปัน” สุทัตตา อุดมศิลป์ จากซีรีส์ที่กำลังมาแรงในช่วงนี้อย่าง “Hormones ฮอร์โมน วัยว้าวุ่น” มีภาพกำลังถือขวดและคาบหลอดอุปกรณ์เสพยาไอซ์ให้เห็นอย่างชัดเจน เมื่อภาพดังกล่าวแพร่กระจายไปตามอินเทอร์เน็ต ทางค่ายต้นสังกัดอย่าง GTH ก็ได้มีการโพสต์ข้อความบนเฟซบุ๊กของ Play Channel โดยระบุว่า “ขออนุญาตชี้แจงเรื่องภาพของน้องปันปันที่กำลังถูกแชร์ในขณะนี้ ภาพนี้ถูกตัดตัวอย่างมาจากรายการ “Play Gang Boy Meet Girl Special สัปดาห์ว้าวุ่น” ในสัปดาห์นี้ซึ่งในรายการจะพูดถึงปัญหาทางเพศและอบายมุขต่าง ๆ เพื่อไม่ให้วัยรุ่นหลงผิดเข้าไปเกี่ยวข้อง ในการถ่ายทำตัวอย่างรายการเป็นการแสดงทั้งหมด อุปกรณ์ที่ใช้เป็นของปลอมทีทีมงานจัดทำขึ้นทั้งหมด”

เหมือนเรื่องจะจบลงง่ายๆ แต่แล้วคุณพ่อของปันปัน นาย ศุรศักดิ์ อุดมศิลป์ ได้ออกมายอมรับความจริงว่าลูกสาวของตนเคยลองเสพยาไอซ์จริง ซึ่งก็แสดงว่าภาพที่ถูกแชร์ดังกล่าวเป็นเรื่องจริง ไม่ได้เป็นการแสดงตามที่ต้นสังกัดให้ข่าวแต่อย่างใด โดยการยอมรับดังกล่าวนั้นระบุว่า ได้ทดลองเสพเพียงหนึ่งครั้งเท่านั้น เพราะความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ โดยที่เด็กวัยรุ่นยังมีความเชื่อผิดๆ เรื่องการเสพยา ว่าจะช่วยให้ผอม ให้ขาวได้ พร้อมทั้งกล่าวขอโทษสังคมแทนลูกสาว ที่เกิดเรื่องเช่นนี้ขึ้นในฐานะตัวอย่างของเยาวขน และขอพักงานแสดงทั้งหมดของปันปันไว้ก่อน เพื่อเป็นบทลงโทษอีกด้วย

ปันปัน สุทัตตา อุดมศิลป์ และคุณพ่อ ที่มาภาพ : https://www.facebook.comKittenAngel.Aimpaveeref=hl
ปันปัน สุทัตตา อุดมศิลป์ และคุณพ่อ ที่มาภาพ: https://www.facebook.comKittenAngel.Aimpaveeref=hl

หลังจากที่คุณพ่อของปันปันออกมาแถลงยอมรับว่าลูกสาวเคยใช้ยาไอซ์จริง ทางด้านตัวแทนจาก GTH ผู้ผลิตซีรีส์ดังเรื่อง Hormones (ฮอร์โมน วัยว้าวุ่น) นำโดย สิน ยงยุทธ ทองกองทุน ผู้อำนวยการฝ่ายต่างประเทศ บริษัท จีเอ็มเอ็ม ไทหับ จำกัด และ ย้ง ทรงยศ สุขมากอนันต์ ผู้กำกับ ซีรีส์ ฮอร์โมน วัยว้าวุ่น ก็ออกมาแถลงข่าวอีกครั้ง

โดยตามข่าวมีการรายงานว่า ทาง GTH ได้กล่าวชื่นชมครอบครัวของปันปัน ที่กล้าออกมาพูดความจริง อีกทั้งยังเป็นฝ่ายยื่นข้อเสนอขอพักงานทั้งหมดของปันปันโดยไม่มีกำหนด และทาง GTH ก็ชี้แจงกรณีที่ทีมงานของ Play channel ออกมาโพสต์แก้ข่าวว่าภาพหลุดดังกล่าวเป็นการพีอาร์นั้น เกิดจากความเข้าใจผิดของทีมงาน ไม่ได้มีเจตนาจะปิดข่าวใดๆ ทั้งสิ้น

นอกจากนี้ ทางพิธีกรชื่อดัง วู้ดดี้ วุฒิธร มิลินทจินดา ยังได้มีการทวิตข้อความผ่านทวิตเตอร์ @wodytalk ของตนเองว่า “เมื่อเดือนที่แล้ว มีคนมาเสนอขายภาพปันปันกับทีมงานเรา 50,000 บาท บอกว่าเป็นภาพเสพยา ผมและทีมงานเซย์โนทันที และไม่คิดว่าจะมีสื่อไหนทำ แต่…เฮ้อ สุดท้ายแล้วก็มีคนซื้อแล้วมาเผยแพร่อย่างที่เห็น อยากรู้จังว่าคนที่ขายเขาคิดอะไรอยู่”

อีกทั้งล่าสุด ยังมีการแถลงข่าวจาก ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รัฐมนตรีกระทรวงแรงงาน ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการพลังแผ่นดินเอาชนะยาเสพติดแห่งชาติ โดยขนาบข้างด้วยปันปันและคุณพ่อ แต่ ร.ต.อ.เฉลิม เป็นผู้ตอบคำถามแทนทุกคำถาม และไม่อนุญาตให้ผู้สื่อข่าวทำการซักถามคู่พ่อลูก

โดย ร.ต.อ.เฉลิมแถลงข่าวว่า ตนรู้จักครอบครัวของปันปันมาก่อน และในฐานะ ผอ.ศูนย์อำนวยการพลังแผ่นดินเอาชนะยาเสพติดแห่งชาติ ขอยืนยันว่าปันปันไม่เคยเสพยาเสพติด ส่วนที่พ่อของปันปันแถลงข่าวไปนั้น เป็นเพราะตกใจ ซึ่งภาพแบบนี้ใครก็ทำได้ แต่ไม่เรียกว่าตัดต่อหรือไม่

อีกทั้งทางด้าน พล.ต.อ.พงศพัศ พงษ์เจริญ เลขา ป.ป.ส. ยังกล่าวว่า ครอบครัวของปันปัน ได้พาปันปันไปตรวจร่างกายที่โรงพยาบาลแล้ว ไม่ปรากฏว่ามีสารเมทแอมเฟตามีน (สารหลักยาไอซ์) หรือสารเสพติดใดๆ

เรื่องนี้จึงยังเป็นเรื่องที่อาจจะไม่มีตอนจบหรือข้อสรุปใดให้ผู้ติดตาม หรืออาจจะจบเอาเองดื้อๆ แบบนี้เลยก็เป็นได้ อย่างไรก็เป็นกระแสให้ชาวโซเชียลได้หยิบยกมาเป็นประเด็นถกเถียงกันอีกเรื่องในสัปดาห์นี้

“ไม่ได้ซ้ำเติมครับแต่ ผมอยากจะให้เห็นว่าเราจะเห็นเรื่องเสพยาเป็นเรื่องปกติธรรมดาไม่ได้ แค่นั้นครับ”

“การแสดงความจริงใจต่อสาธารณชนของคุณพ่อน้องปันปันเยี่ยมมากเลยครับ แต่คุณเฉลิมกลับทำให้แย่ลง เสียความรู้สึกกว่าเดิมอีก”

“สารเสพติดถ้าไม่เล่นประมาณ 1 อาทิตย์ มันก็ตรวจหาไม่เจอแล้ว รูปนี้อาจจะเป็นเดือนแล้วก็ได้ เค้าก็บอกอยู่ว่าเคยเสพ ยังจะออกมาพูดอีกว่าไม่ผิด รูปเป็นหลักฐานขนาดนั้น แน่จิงเอาไปตรวจเลือดซิ รู้แน่!!!”

“ถ้าไม่ชอบเขา มีอคติกับเขา ก็อย่าถึงกับไปทับถมเขาเลย จะโลกสวยกันไปถึงไหน อยู่เฉยๆ ก็ไม่มีใครว่าหรอก คนทำผิดว่าไม่ดีแล้วยังสู้พวกวันๆไม่ทำอะไรคอยแต่จะทับถมคนอื่นคอยเหยียบคนอื่น สิ่งที่ไม่ดีของตัวเองก็มีแต่แสดงว่าใสซื่อ คอยเอาสิ่งที่ไม่ดีของคนอื่นมาบดบังทำให้ตัวเองดูดีขึ้น มันไม่รู้จะหาคำอะไรมาเปรียบ”

“กำลังจะจบแบบดูน่าสงสารแล้วเชียว พอเฉลิมมา วงแตกทันที”

“ของบางอย่างมันควรอยู่ในจิตสำนึกว่า ควรหรือไม่ ให้อภัยกันได้ครับของแบบนี้ หากต่อไปนี้น้องปรับปรุงตัว และตั้งใจเรียน สังคมยังให้อภัยครับ ยังไงก็เชื่อว่าคุณเป็นคนดี คุณพ่อคุณสอนดี และกล้ายอมรับความผิดนะครับ”

เรื่องที่สาม ยังเป็นประเด็นสังคมอย่างต่อเนื่อง สำหรับอดีตหลวงปู่เณรคำ หรือ นายวิรพล สุขผล ที่มีความร่ำรวยผิดปกติ ทั้งมีเครื่องบินส่วนตัว รถสปอร์ตคันหรู การออกมาเรียกร้องของผู้ที่อ้างตนว่าเป็นภรรยาซึ่งมีอยู่หลายคน การสร้างบ้านราคาหลายสิบหลายร้อยล้าน จนทำให้เกิดเป็นประเด็นทางสังคมและถูกปลดออกจากการเป็นพระสงฆ์ และปัจจุบันก็ยังไม่สามารถกลับเข้าประเทศได้ เพราะต้องหนีจากข้อกล่าวหาต่างๆ

โดยล่าสุด นายสุริ สุขผล ซึ่งเป็นน้องชายของนายวิรพล สุขผล ได้ออกมาให้สัมภาษณ์ทางรายการ “สรยุทธ เจาะข่าวเด่น” ทางช่อง 3 พร้อมด้วย นายชาญณรงค์ สุขผล พี่ชายคนที่ 2 และ นายวิจารย์ สุขผล พี่ชายคนที่ 3 พร้อมทั้งยังยืนยันว่าภาพที่หลุดออกมาว่าเป็นนายวิรพล หรืออดีตหลวงปู่เณรคำ นอนกับผู้หญิงนั้น ที่จริงแล้วคือนายสุริ ไม่ใช่นายวิรพลอย่างแน่นอน ทั้งยังกล่าวอีกว่านายวิรพลขณะเป็นหลวงปู่เณรคำมุ่งหน้าแต่ปฏิบัติธรรมอยู่ในป่า

ทำให้เรื่องนี้มีผู้ให้ความสนใจเป็นอย่างมาก โดยตลอดเวลาที่รายการออนแอร์ ผู้คนในโซเชียลเน็ตเวิร์ก ต่างมีการตั้งสถานะ พูดถึงเรื่องดังกล่าว อยู่เป็นระยะๆ เพราะการออกมาให้สัมภาษณ์ในครั้งนี้ของนายสุริดูจะไม่แนบเนียน อีกทั้งเมื่อถูกพิธีกรข่าวคนดังยิงคำถามออกไป ก็ดูจะตอบไม่ถูก ทั้งคำตอบที่ออกมาก็เหมือนเป็นการเฉไฉไปเรื่อยๆ มากกว่าการตอบตามความเป็นจริง

อาทิเช่น ประเด็นข้อสงสัยเรื่องจุดด่างดำและตำหนิต่างๆ บนใบหน้าที่ปรากฎเห็นชัดอยู่ในภาพที่นอนกับหญิงสาว ซึ่งขัดกับใบหน้าของ นายสุริ ที่ดูสดใสและเกลี้ยงเกลา ก็กล่าวว่าจุดตำหนิต่างๆ ในภาพเป็น “สิวหัวช้าง” ไม่ใช่ไฝหรือปานดำ แต่ตอนนี้รอยสิวนั้นหายไปหมดแล้ว อีกทั้งขนาดของใบหูที่แตกต่างอย่างเห็นได้ชัด แต่นายสุริ ก็ชี้แจงว่า คงเป็นเพราะตัวเองอ้วนขึ้นตามเวลา จึงทำให้ขนาดของในหูเปลี่ยนไป

อีกทั้งประเด็นบ้านเรือนหอที่สร้างไม่เสร็จ นายสุริก็ได้บอกว่า บ้านหลังดังกล่าวเป็นเรือนหอของตนเอง ซึ่งอดีตหลวงปู่เณรคำได้เมตตาให้เงินมา 400,000 บาท เพื่อให้ไปสร้างเรือนหอ แต่สร้างไม่เสร็จ เพราะตนกับผู้หญิงคนดังกล่าวเลิกรากันไป ซึ่งพิธีกรคนดังก็มีการยิงคำถามไปว่า แล้วหลวงปู่นำเงินมาจากไหนเพื่อให้สร้างบ้าน นายสุริก็อึกอักและบอกว่าเป็นเงินที่หลวงปู่เก็บสะสมไว้เอง ทั้งยังยอมรับว่าตนเองคือพ่อของเด็กอายุ 11 ปี ที่ผู้เป็นมารดาออกมาอ้างว่าเป็นลูกของอดีตหลวงปู่เณรคำ ซึ่งขณะนี้ทางนางสาวเอ ผู้เป็นมารดาของเด็กวัย 11 ปี ก็เตรียมฟ้องนายสุริ ฐานหมิ่นประมาทและทำให้ผู้อื่นได้รับความเสียหายอีกด้วย

ที่มาภาพ : http://news.th.msn.comarticle.aspxcp-documentid=253240685
ที่มาภาพ: http://news.th.msn.comarticle.aspxcp-documentid=253240685

อย่างไรก็ตาม นายสุริยังได้กล่าวทิ้งท้ายเป็นการขอโทษชาวพุทธที่เป็นต้นเหตุที่ทำให้เกิดความเสื่อมเสียในพระพุทธศาสนาไว้ด้วยว่า “ผมอยากจะขอโทษ ที่กระทำความผิดพลาดเสื่อมเสียให้ชาวพุทธ ในอดีตผมเคยทำตัวเกเร จนส่งผลเสียต่อคนทั้งหลาย ถูกชาวโลกประณาม ผมเสียใจที่เรื่องทั้งหมดมันเกิดขึ้น ผมขอโทษครับ ที่ทำให้กลายเป็นเรื่องบานปลาย หลวงปู่ไปเมืองนอกก็กลับมาไม่ได้ ผมเป็นคนทำให้ท่านเสียหาย มีคนตามไปข่มขู่ถึงที่บ้าน” คลิกเพื่อชมคลิป

ทั้งนี้ เรื่องราวของหลวงปู่เณรคำยังไม่จบ เมื่อทางกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือดีเอสไอ มีการเปิดเผยกับสื่อมวลชนว่า ผลตรวจโลหะที่ใช้สร้างพระแก้วมรกตองค์ใหญ่ ที่สำนักสงฆ์ขันติธรรม ที่ทางอดีตหลวงปู่เณรคำแจ้งกับญาติโยมว่าเป็นหยกแท้ มูลค่าการบริจาคเงินถึง 150 ล้านบาท แต่กลับเป็นแค่หินปูนหรือหินอ่อนธรรมดา ไม่ใช่หยกแท้ ซึ่งเข้าข่ายหลอกหลวงเพิ่มเติมไปอีก

“ทำไมไม่เอาลูกของผู้หญิงมาตรวจดีเอ็นเอเทียบกับน้องชายเณรคำซะเลยครับ จะได้สิ้นสงสัย คนวิจารณ์ก็แค่เดา หรือคิดกันไป หากไม่จริงบาปกรรมกันซะเปล่าๆ ที่ไปกล่าวหาคนไม่ผิด”

“แจ๊คพอดแตก โชค 2 ชั้น ไม่แจ้งความเท็จ ก็พรากผู้เยาว์”

“พอกันเลย ทั้งคู่ มีเสนอ ถ้าไม่สนองมันก็จบ แต่ตัวเอง ทั้งเสนอและสนอง มันก็พากันไป คนที่อ้างว่าเป็นพระ ก็แค่ได้ผลักภาระให้คนอื่นแก้”

“หน้าไม่เหมือน จมูกไม่เหมือน หูไม่เหมือน ปากก็ไม่เหมือน คิวก็ไม่เหมือน”

“จับให้ได้นะ ท่านดีเอสไอ อย่าให้หนีหายไปเหมือนองค์อื่น ให้เป็นคดีตัวอย่าง จับได้ติดคุกด้วยนะ”

“บาปบุญ คุณโทษ มีได้ในตัวเรา สร้างยังไงเหตุและผลก็เป็นอย่างนั้น ตามหลักกฎแห่งกรรม เมื่อเขาทำกรรมดี เขาก็ได้ดีเป็นผลบุญ เมื่อเขาทำกรรมไม่ดี กรรมนั้นก็ตอบสนองแก่เขา ฉะนั้นก็คือ กรรมนั้นเป็นของตัวบุคคล และอาจจะเป็นเผ่าพันธ์ ถ้ากรรมนั้นสืบเนื่องกัน แล้วสาธุชนทั้งหลายสร้างกรรมอะไรอยู่ จงมองตัวเราให้เห็น และดูตัวเราให้เป็น ตัวเราเท่านั้นที่สามารถลิขิตทุกอย่าง”

เรื่องที่สี่ เป็นเรื่องที่ชาวออนไลน์ให้การยกย่องเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 25 กรกฎาคม 2556 เกิดอุบัติเหตุรถยนต์วอลโว่ รุ่นเอส 80 สีบรอนซ์เงิน ทะเบียน กข 4489 พิจิตร ตกลงไปในคลองทวีวัฒนา ที่ถนนเลียบคลองทวีวัฒนา ทางเข้าสนามหลวง 2 ซึ่งภายในรถมีผู้เป็นแม่ซึ่งเป็นคนขับ และลูกชาย 2 คน วัย 9 ขวบ และ 7 ขวบ ซึ่งเกิดเหตุเพราะรถติดอยู่บนสะพาน ผู้ขับจึงตัดสินใจใส่เกียร์ถอยหลังเพื่อตั้งลำใหม่ แต่พลาดไปเหยียบคันเร่งทำให้รถถอยหลังอย่างรวดเร็วตกลงไปในคลอง แต่ก็ยังคุมสติไว้ได้ รีบกดกระจกไฟฟ้าลง พร้อมกับตะโกนเรียกให้คนช่วย

ที่มาภาพ : http://www.todayza.com20520
ที่มาภาพ: http://www.todayza.com20520

โดยหลังเกิดเหตุการณ์ดังกล่าว ยังถือเป็นความโชคดีของ 3 แม่ลูก เมื่อมีพลเมืองดีที่อยู่บริเวณใกล้เคียงกระโดดลงไปช่วยได้ทัน โดยทางผู้ช่วยชีวิตยังได้มีการเล่าต่อสื่อว่า ขณะที่โดดลงไปช่วย 3 แม่ลูก ซึ่งตนได้ช่วยผู้เป็นลูกก่อน โดยที่ลูกได้แต่ร้องให้ช่วยเหลือผู้เป็นแม่ก่อนด้วยซ้ำ แต่ท้ายที่สุดก็สามารถช่วยไว้ได้ปลอดภัยทั้ง 3 คน

“ขอให้สิ่งดีๆที่ทำให้กับคนอื่นโดยไม่คิดและหวังผลตอบแทน ขอให้เจริญ ร่ำรวย สุขภาพแข็งแรงและคงความดีอยู่ในจิตใจของคุณตลอดไป”

“ขอแสดงความชื่นชมต่อพลเมืองดีทั้ง 3 ท่านที่ได้ช่วยชีวิตแม่ลูกไว้ได้”

“พลเมืองดี เป็นคนงานก่อสร้าง ไม่ได้รู้จักกัน ลงไปช่วย เพราะต้องการช่วย รู้ว่ามีเด็ก กลายเป็นฮีโร่ไปแล้ว(ซึ่งเขาก็เป็นจริงๆ)คนจะดี บางครั้ง เพราะใจเขาดี ไม่ต้องอยู่สูงส่ง เรียนมากมาย ก็ช่วยเหลือคนอื่น เป็นเมืองไทยส่งลูกเรียนเป็นเจ้าคนนายคน แต่หลายคนมีความรู้ดี โตขึ้นมาเป็นคนโกง คนดียังมีอยู่ แต่เล่าแล้วไม่มันส์เท่าเรื่องคนชั่ว”

“ไม่เห็นถ่ายหน้าพลเมืองดีเลย อย่างน้อยให้พวกเรายกย่อง เพื่อนๆ ญาติพี่น้อง เพื่อนของลูก รวมถึงครอบครัวของพลเมืองดีถ้ามาเห็นจะได้ภูมิใจในการกระทำ แต่คนที่ภูมิใจในการทำความดีมากที่สุดคือ ลูกๆ เป็นแบบอย่างที่ดีจริงๆ”

“คนดีทั้งสามคน เขาไม่มีเครื่องแบบใส่ เขาไม่มียศฐาฯ ใดๆ แต่จิตใจประเสริฐ
ยิ่งนัก ชีวิตของพวกคุณจะไม่ตกอับ ขอให้รักษาความดีอันนี้ไว้ตลอดไป น่าจะเอามาเป็นขุนทหารแทนคนปัจจุบันเหลือเกิน”

“รถตกน้ำ ให้ทำดังนี้
1. ตั้งสติให้ดีดี จำไว้ว่า คุณยังมีเวลาอีกหลายวินาที กว่ารถจะจม
2. หาเหล็กแหลม(ต้องแหลมนะ) เอาไว้ทิ่มกระจก ถ้าหาไม่ได้ให้ดึงพนักพิงศรีษะออกมา มันจะเป็นก้านเหล็ก 2 ก้าน เอามาทิ่ม หรือปักตรงร่องกระจก แล้วงัด แต่!!!!!!! ยังไม่ต้องทิ่มนะ
3. สูดหายใจลึกๆ ก่อน ดูทิศทางว่าผิวน้ำอยู่ทางไหน (ฟองน้ำจะลอยขึ้นเสมอ) แล้วค่อยทิ่ม
4. จำไว้ให้ดีว่า น้ำที่ทะลักเข้ามาจะแรงมาก!!! อาจจะแรงจนเราพุ่งย้อนออกไปไม่ได้ด้วยซ้ำ แต่ไม่ต้องตกใจ มันพุ่งเข้ามาแค่ไม่กี่วินาที พอน้ำเต็มภายในรถแล้วค่อยออกไปก็ยังทัน
5. เมื่อกระจกทะลุแล้วรถคุณจะจมดิ่งอย่างรวดเร็ว ไม่ต้องตกใจ ตั้งสติตามข้อ 4
ขอให้ปลอดภัยกันทุกคน อนุโมทนาผู้มีน้ำใจในเหตุการณ์นี้ทุกท่าน”

เรื่องที่ห้า เป็นสัปดาห์ที่มีวันคล้ายวันเกิดของอดีตผู้นำประเทศ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ซึ่งเป็นพี่ชายของนายกรัฐมนตรีคนปัจจุบัน ในวันที่ 26 กรกฎาคม 2556 ซึ่งเป็นวันครบรอบวันเกิดปีที่ 64 ซึ่งหน้าโซเชียลของผู้ที่รักอดีตนายกฯ ก็มีการอวยพร พร้อมแชร์ภาพความน่ารักของพ่อลูกกันอย่างมากมาย ซึ่งตามรายงานข่าวมีการแจ้งว่า ในอินสตาแกรมที่ชื่อว่า Thaksinlive ซึ่งเป็นอินสตาแกรมของ พ.ต.ท.ทักษิณ มีภาพน่ารักๆ ที่คุณพ่อทักษิณกอดนางสาวพินทองทา ชินวัตร หรือ เอม ลูกสาวคนกลาง และ นางสาวแพทองธาร ชินวัตร หรือ อุ๊งอิ๊ง ลูกสาวคนเล็ก ที่ได้เดินทางไปที่กรุงปักกิ่ง ประเทศจีน

ที่มาภาพ : อินสตาแกรม @ingshin21
ที่มาภาพ: อินสตาแกรม @ingshin21

โดยข้อความระบว่า “ลูกสาว @aimpintongta @ingshin21 มาเยี่ยมที่ปักกิ่งครับ วันนี้มีเวลาว่างเลยมาเดินเล่นกัน” ซึ่งก่อนหน้านี้ ก็มีภาพนายพานทองแท้ ชินวัตร หรือ โอ๊ค ลูกชายคนโต ที่มาที่ปักกิ่งเช่นกัน

ทั้งนี้ทางด้าน เอม หรือ พินทองทา โพสต์ภาพตนเองและอุ๊งอิ๊ง น้องสาว กอด พ.ต.ท.ทักษิณ พร้อมระบุข้อความว่า “ตื่นมากอดเจ้าของวันเกิดแต่เช้า happy birthday daddy @thaksinlive ถึงจะไม่ได้อยู่ใกล้กันแต่คุณพ่อมีพวกเราคอยสู้อยู่กับคุณพ่อทุกที่ทุกเวลา และพร้อมจะกอดคุณพ่อให้กำลังใจคุณพ่อตลอดเวลานะคะ @ingshin21 @oak_ptt @pongkuna”

สำหรับอุ๊งอิ๊ง หรือแพทองธาร ก็โพสต์ภาพและเขียนข้อความว่า “เอาของขวัญมาให้พ่อ บอกพ่อว่าขอให้เป็นปีสุดท้ายที่ไม่ได้อยู่พร้อมหน้ากันนะคะ พ่อทำหน้าซึ้งปนเศร้าเหมือนรูปที่เห็น บอกให้พวกเราเข้มแข็ง แน่นอนอยู่แล้วค่ะ ก็เป็นลูกพ่อหนิ ให้เลือกได้ก็ขอเกิดเป็นลูกพ่ออีกอยู่ดีค่ะ 🙂 ขอให้พ่อสุขภาพแข็งแรงนะคะ ลูกรักพ่อมากกว่าอะไรทุกอย่างในโลกจ้ะ @thaksinlive #happy #birthday #to #my #daddy”

ทางด้านชาวโซเชียลเน็ตเวิร์ก ก็มีทั้งการโพสต์อวยพร ชื่นชมความน่ารักของครอบครัว หรือแม้กระทั่งแสดงความคิดเห็นในเชิงลบ ต่างๆ กันไป

“กาลเวลา เดินไป ไม่มีหยุด ขอให้ท่านยังคงมีสุขภาพ แข็งแรง สมบูรณ์ อยู่เป็นที่พึ่งพาให้ลูกๆ และบริวารไปนานๆ”

“ดูโทรมไปเยอะเลยนะท่าน อยู่อย่างสงบเถอะท่าน ตัวเองพยายามบอกว่ามีความสุข แต่หน้าตาท่านดูเป็นทุกข์มากเลย”

“เค้าคงลืมเรื่องเสียงปริศนาในคลิปแล้ว เหมือนอีกหลายๆ เรื่องที่ พูดอย่างทำอย่าง สมีคำอยากกลับมาเป็นพระ ฉันใด คนๆ นี้อยากกลับโดยไม่ต้องรับโทษ ฉันนั้น!!”

“เชื่อในเรื่องกฏแห่งกรรม ไม่มีใครทำลายเขาหรอก มีแต่ตัวเขาเองนั่นแหละที่เป็นตัวทำลายทุกๆ สิ่งเพื่อให้ตัวเองมีอำนาจ เพราะความโลภ คนที่จะเป็นฝ่ายพ่ายแพ้คือคนที่คิดร้าย”

“ขออวยพรให้ท่านเป็นคนคิดดี ทำดี พูดดี ทำสิ่งที่เป็นประโยชน์ตอบแทนประเทศชาติ สร้างบุญกุศลมากๆ อนุโมทนา สาธุ”

“ถึงคนภายนอกจะมองอย่างไรก็ตามแต่ แต่ความรักที่ดีมั่นคง และบริสุทธิ์ ก็มาจากคนในครอบครัวเสมอ”