“ธวัช บุญเฟื่อง” ลอกหน้าหน้ากากแอ็คชั่น กลบแผลเก่า “เพื่อนแม้ว”

พล.ต.ต.ธวัช บุญเฟื่อง รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง เพื่อนร่วมเรียนเตรียมทหารรุ่น 10 (ตท.10) พลเคียงรบของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร
พล.ต.ต.ธวัช บุญเฟื่อง รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง เพื่อนร่วมเรียนเตรียมทหารรุ่น 10 พลเคียงรบพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร

“…แผลที่เกิดแต่ละครั้งกับบุคคลในแต่ละเหตุการณ์ ถ้ามีปัญญาทำศัลยกรรมก็ไปทำศัลยกรรมตบแต่งแผล แต่ถ้าไม่มีปัญญาก็ให้ธรรมชาติรักษาไปเอง แล้วมันก็จะเป็นแผลเป็น ส่วนแผลเป็นจะมากหรือน้อยก็อยู่ที่ตัว ถามว่าแผลเป็นนั้นน่าเกลียดหรือไม่ ขึ้นอยู่กับว่ามันอยู่ส่วนไหนของร่างกาย…”

จากความเคลื่อนไหวของ “กลุ่มคนไม่เปิดหน้า” ที่ต่อต้าน “รัฐบาลยิ่งลักษณ์ ชินวัตร” นายกรัฐมนตรี ผ่านโซเชียลมีเดีย-โลกเสมือนจริง

จนลุกลามมาแสดงออกในโลกของความเป็นจริง จงใจยึดทำเลทองย่านธุรกิจการค้าและศูนย์กลางการบริหารราชการแผ่นดิน เป็นสถานที่รวมพล “หน้ากากขาว”

ในจังหวะใกล้เคียงกับการเปิดหน้า-เปิดตัวของ “กลุ่มไทยสปริง” ซึ่งล่าสุดประกาศยกระดับการเคลื่อนไหว-เปิด “ไทยสปริงฟอรั่ม” เพื่ออภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลทุกสัปดาห์

ทำให้หลายฝ่ายอดจินตนาการไม่ได้ว่าการรวมตัวของ “หลายคน-หลายหน้า” ทว่าส่วนใหญ่เป็น “หน้าเก่า” ที่เคยยืนตรงข้าม “รัฐบาล พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร” อดีตนายกรัฐมนตรี จะนำไปสู่อะไร?

แม้ “นายพลปลดประจำการ” ที่ทำงานให้รัฐบาลอย่างน้อย 2 คน จะออกมาปฏิเสธข่าวลือเรื่องปฏิวัติ

ทว่า “นายร้อยห้อยตำแหน่งรองนายกฯ” นาม “ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง” กลับออกมาปูดข่าวเรื่องนักธุรกิจ 3 กลุ่ม ประกอบด้วย “นายธนาคาร-พ่อค้าหมูเห็ดเป็ดไก่-บริษัทน้ำเมา” บวกอีก “1 สื่อ” เกี่ยวพันกับ “ม็อบล้มรัฐบาล” จนผู้ถูกพาดพิงต้องเด้งออกมาปฏิเสธข่าวกันจ้าละหวั่น ขณะที่บางคนแอบกระซิบกกหูสื่อใหญ่ว่าเคลียร์ “คนดูไบ” แล้ว

นี่จึงเป็นเครื่องสะท้อนให้เห็นถึงความหวั่นใจลึกๆ ต่อความไม่ปกติที่เคลื่อนมาประชิดรัฐบาล

ในช่วงปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา “สำนักข่าวออนไลน์ไทยพับลิก้า” จึงมีนัดสนทนากับพล.ต.ต.ธวัช บุญเฟื่อง รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง เพื่อนร่วมเรียนเตรียมทหารรุ่น 10 (ตท.10) พลเคียงรบของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร เพื่อตรวจสอบการข่าวที่ต้องจับตา จับทิศทางทหารซึ่งถูกสมาชิกพรรคเพื่อไทย (พท.) บางคนเปรียบเปรยเป็น “ตุ๊กตาไขลาน” และจับอาการแผลเก่าของชายชื่อ “พ.ต.ท.ทักษิณ” ที่ยังไม่หาย ซ้ำร้ายยังถูกย้ำให้เลือดไหลไม่หยุด ก่อน “หน้าจริง” ที่ซ่อนอยู่หลัง “หน้ากาก” จะถูกเปิดโปง

ไทยพับลิก้า : ความเคลื่อนไหวของกลุ่มต่อต้านรัฐบาลที่เกิดขึ้นระยะนี้ ถือเป็นเรื่องปกติของรัฐบาลที่ทำงานเกือบครึ่งเทอม หรือมีอะไรบ่งชี้ว่าอาจเป็นสัญญาณพิเศษ

เป็นสถานการณ์ต่อเนื่องยาวนานตั้งแต่เรามาเป็นรัฐบาล ก็จะมีข่าวตลอดว่ากลุ่มนั้นกลุ่มนี้เคลื่อนไหว ถามว่าเป็นสิ่งผิดปกติหรือไม่ ผมคิดว่าเป็นเรื่องปกติในทางการเมืองที่มีการแข่งขันระหว่างฝ่ายรัฐบาลกับฝ่ายค้าน เพราะสิ่งที่รัฐบาลได้ทำมาจนเข้าปีที่ 2 ก็ถือว่าประชาชนเป็นผู้ประเมินและตัดสิน โดยประชาชนส่วนใหญ่พอใจการทำงานของนายกฯ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร โดยเฉพาะเรื่องการป้องกันปัญหาอุทกภัยในปี 2554-2555 หรืออย่างโครงการรับจำนำข้าวที่ถูกสื่อและฝ่ายตรงข้ามวิพากษ์วิจารณ์ในทางลบ หากฟังเกษตรกรและปราชญ์ชาวบ้านที่มาพบนายกฯ เนื่องในวันข้าวแห่งชาติ 5 มิถุนายน แทบจะ 100 เปอร์เซ็นต์ ขอให้นายกฯ ยึดถือโครงการรับจำนำข้าวตลอดไป พอท่านได้ยินคำนี้ก็ชื่นใจ

ส่วนความเคลื่อนไหวของกลุ่มต่างๆ ถือว่าเป็นธรรมชาติของการเมือง เท่าที่ดูก็มีความเข้มข้นกว่าเดิมไม่ว่าจะกลุ่มไหนก็ตาม กลุ่มแนวร่วมคนไทยหัวใจรักชาติของท่านไชยวัฒน์ สินสุวงศ์ ที่เคลื่อนย้ายมาจากอีสานแล้วมาปักหลักที่สนามหลวง โดยเอาเรื่องที่เกิดขึ้นมานานอย่างคดีปราสาทพระวิหารมาเคลื่อนไหว บอกไม่ยอมรับคำตัดสินของศาลโลก ซึ่งถ้าไม่ยอมรับตอนนี้ ก็ต้องย้อนไปตั้งแต่ 50 ปีก่อนโน้นว่าไม่ควรรับ แต่เมื่อเรารับกันมาแล้วก็ต้องรับต่อในส่วนนี้ หรือจะกลุ่มหน้ากากขาว กลุ่มสื่อมวลชน หรือกลุ่มอื่นที่รองนายกฯ (ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง) เสนอให้สังคมรู้ ก็เป็นความเคลื่อนไหวปกติ ไม่มีอะไรผิดปกติ

ธวัช บุญเฟื่อง-1

ไทยพับลิก้า : การที่ ร.ต.อ.เฉลิมออกมาปูดข่าวเรื่องนักธุรกิจ 3 กลุ่ม ลงขันกันสนับสนุนม็อบล้มรัฐบาล เป็นเพราะเจอร่องรอยว่าอาจนำไปสู่ปัญหาใหญ่จริงๆ หรือเป็นเพียงการตีกินทางการเมืองธรรมดาๆ

เรื่องที่รองฯ เฉลิมนำเรื่องนี้ให้สื่อทราบ ก็เป็นแนวคิดของท่านส่วนหนึ่ง ท่านคงมีข้อมูลของท่านเพราะอยู่ในการเมืองมาครึ่งค่อนชีวิต ถือเป็นผู้มีประสบการณ์ ดังนั้นในส่วนที่ท่านเสนอ ผมก็ติดตามจากสื่อ ก็รู้เท่าที่สื่อรู้ และผมคงไม่เข้าไปก้าวล่วง แต่ก็ได้ติดตามต่อ

ไทยพับลิก้า : สายข่าวของ ร.ต.อ.เฉลิมตรงกับสายข่าวของเตรียมทหารรุ่น 10 (ตท.10) หรือไม่

สายข่าวท่านเฉลิมกับ ตท.10 เนี่ย…ผมคิดว่า ตท.10 ไม่ได้ดำเนินการร่วมกับท่านรองฯ เฉลิม หรือดำเนินการคู่กันไปอะไรทั้งสิ้น ในส่วนของ ตท.10 ช่วงนี้ผมมานั่งตรงนี้จึงไม่ค่อยได้ไปคุยหรือไปประชุมร่วมกับเพื่อนๆ แต่ก็มีบางสิ่งบางอย่างที่เขาแจ้งให้ทราบเหมือนกัน ในลักษณะการเคลื่อนไหวของกลุ่มต่างๆ ไม่ว่าจะกลุ่มหน้ากากขาว กลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย หรือกลุ่มอะไร ซึ่งถือว่ามีความเคลื่อนไหวอย่างต่อเนื่อง ในฐานะรัฐบาลก็ต้องติดตามและต้องไม่ประมาท

ไทยพับลิก้า : สามารถจำแนกแนวต้านรัฐบาลได้หรือไม่ว่ามีกลุ่มไหนบ้าง และเคลื่อนไหวอย่างไร

ชัดเจนที่สุดคือฝ่ายค้าน ในเรื่องของโครงการรับจำนำข้าว การแก้ไขรัฐธรรมนูญ การออกพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) นิรโทษกรรมและปรองดอง ซึ่งชัดเจนว่าเขาไม่เห็นด้วย ซ้ายก็ค้านขวาก็ค้านอยู่แล้ว ซึ่งไอ้ตรงนี้เราคงไม่ไปให้ความสำคัญอะไรหนักหนา

ไทยพับลิก้า : แล้วกลุ่มนอกสภาที่มีพลังคือกลุ่มไหน

ผมเชื่อว่าทุกกลุ่มมีพลัง แต่เขาจะสามารถดำเนินการได้หรือไม่ได้ สามารถรวมคนได้หรือไม่ ก็ถือเป็นเรื่องการดำเนินการของเขา กับเรื่องข้อเท็จจริง ขณะนี้คนไทยได้ติดตามสถานการณ์ของบ้านเมืองผ่านการนำเสนอข่าว เชื่อว่าเขาบริโภคข่าวด้วยความเป็นธรรมและเข้าใจ ดังนั้นไม่ว่าใครจะปล่อยข่าว หรือใครจะกวนเมือง ผมว่าเขาเข้าใจนะ อย่างที่ผ่านมาที่มีการปล่อยข่าวเรื่องการเปลี่ยนผู้บัญชาการทหารบก (พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา) ทั้งที่เรื่องนี้ไม่ได้มีมูลความจริงออกมาจากรัฐบาลเลย ผู้ใหญ่ในรัฐบาลไม่เคยพูดประเด็นนี้กันเลย แต่ก็มีข่าวไปแล้วว่าจะมีการเปลี่ยน ผบ.ทบ. จะมีการปรับย้าย ผบ.สส. (พล.อ.ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร) อันนี้เป็นการปล่อยข่าว ตัว ผบ.ทบ. เองก็เข้าใจในส่วนนี้ และคิดว่าสังคมก็น่าจะเข้าใจ

ไทยพับลิก้า : ในช่วงต้นปี 2555 ท่านเคยบอกว่ากลุ่มที่เคยยัดข้อหาให้ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีอยู่ในสภาพทรงกับทรุด อะไรทำให้คนเหล่านี้คล้ายฟื้นชีพขึ้นมาในช่วงนี้

กลุ่มที่มีปัญหากับท่านทักษิณ ขณะนี้เขาก็ยังคิดอย่างต่อเนื่องนะ อย่างไรเขาก็กล่าวหาว่าเป็นนักโทษคดีอาญา ถูกพิพากษาให้ติดคุกแล้วไม่ยอมมาติดคุก ไม่ยอมมารับโทษ ทั้งที่สิ่งที่เขาดำเนินการ สังคมรู้หมดแล้ว แต่กลุ่มเดิมๆ ก็ยังพูดแบบเดิมๆ ถามว่าเขาทรงหรือเขาทรุด เขาก็ดำเนินการต่อเนื่อง แต่ถามว่าจะไปสู่เป้าหมายที่ตั้งไว้หรือเปล่า ผมเชื่อว่าเขาไม่ถึงเป้าหมาย เขาไม่มีทางได้ในสิ่งที่เขาต้องการ เพราะสังคมรู้แล้วว่าท่านทักษิณเป็นคนอย่างไร ทำความเสียหายให้ประเทศชาติหรือไม่ ข้อหาการปฏิวัติรัฐประหารก็พิสูจน์ยืนยันชัดเจนแล้วว่าไม่เป็นความจริง ดังนั้นเขาจะจุดประกาย จะจุดระเบิดอย่างไร มันก็ด้าน จะจุดไฟอย่างไรมันก็ไม่ติดแล้ว ด้านหมดแล้ว ฟืนมันเปียกหมดแล้ว เนื่องจากข้อเท็จจริงทั้งหมดยืนยันได้จากสิ่งต่างๆ ที่เกิดขึ้น

ไทยพับลิก้า : คิดว่าเป้าหมายของกลุ่มเหล่านี้คืออะไร

เป้าหมายของคนพวกนี้ไม่มีอะไรหรอกครับ อะไรก็ตามที่อยู่ในรัฐบาลนี้ อะไรก็ตามที่รัฐบาลท่านทักษิณดำเนินการมา มันไม่ใช่สิ่งที่พวกเขาอยากได้ เขาก็ดำเนินการเพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของรัฐบาล ซึ่งสังคมและสื่อก็รู้ดีอยู่ว่ามันเป็นเรื่องที่ชัดเจนในการแบ่งฝ่ายทางการเมือง

ไทยพับลิก้า : คือต้องการล้มรัฐบาลยิ่งลักษณ์ด้วยวิธีการที่ไม่เป็นไปตามกฎหมาย

ใช่ครับ ถูกต้องครับ

ธวัช บุญเฟื่อง-2

ไทยพับลิก้า : ประเมินว่าความเคลื่อนไหวของคนกลุ่มไหนน่ากลัวที่สุด และอาจนำรัฐบาลไปสู่จุดอันตรายที่สุด

ผมเรียนอย่างกลางๆ ไม่ได้ประเมินแบบดูถูกเขานะ เขาจะเคลื่อนไหวอย่างไรก็เคลื่อนไหวได้ แต่เชื่อว่าเป้าหมายที่เขาเคลื่อนไหวเนี่ย ไม่ประสบความสำเร็จ ไม่มีทางประสบความสำเร็จ ซึ่งในความไม่สำเร็จของเขาก็ต้องถือว่าเป็นเพราะนายกฯ ยิ่งลักษณ์ด้วยที่บริหารประเทศด้วยความอดทน ตั้งใจ ไม่ไปตอบโต้ด้วย ไม่ไปเสนอให้เป็นเงื่อนไขทางการเมือง ซึ่งผมถือว่าเป็นจุดดีของรัฐบาล แล้วก็พยายามทำงาน ทำให้ประชาชนยอมรับและตั้งตาคอยให้แต่ละนโยบายเกิดขึ้น

ไทยพับลิก้า : นอกจากผลงานของรัฐบาลแล้ว มีตัวช่วยอื่นที่สามารถลดความรุนแรงของสถานการณ์หรือไม่ เพราะฝ่ายตรงข้ามก็พยายามสุมฟืนชิ้นใหม่ๆ เปลี่ยนตัวละครหน้าใหม่ๆ เข้ามาเล่น มาเร้าสถานการณ์ตลอด

ตัวช่วยอื่นก็คือความยุติธรรมในสังคม หรือการบูรณาการการบริหารจัดการของรัฐบาล ถ้าทุกกระทรวง ทบวง กรมมีส่วนช่วยบริหารประเทศ ช่วยแก้ปัญหาให้ประชาชน มันก็จะเกิดประโยชน์

ไทยพับลิก้า : เหตุที่กล้าพูดว่าความเคลื่อนไหวของฝ่ายตรงข้ามจุดไม่ติด เป็นเพราะมั่นใจว่าทหารยืนข้างรัฐบาลหรือเปล่า

ผมเชื่อว่าทหารคงไม่ได้ไปตัดสินว่ายืนข้างใคร คงจะยาก ถ้าเราดูจากการสัมภาษณ์ของ ผบ.เหล่าทัพ ทหารเขายืนอยู่เคียงข้างประเทศชาติอยู่แล้ว ถ้ารัฐบาลใดทำประโยชน์ให้กับประชาชนและประเทศชาติได้ ผมว่าทหารเขาก็คงไม่ไปคิดในทางที่เป็นลบ

ไทยพับลิก้า : ที่ผ่านมาพรรคเพื่อไทยมีคนเสื้อแดงเป็นกองกำลังสนับสนุนที่สำคัญ ถ้าทหารออก คนเสื้อแดงก็พร้อมออก แต่ขณะนี้คล้ายเกิดความไม่ลงรอยระหว่างพรรคกับคนเสื้อแดง หลัง ร.ต.อ.เฉลิมผลักดัน พ.ร.บ.ปรองดองสุดซอย ตรงนี้ทำให้สมมุติฐานเรื่องไม่มีปฏิวัติเปลี่ยนไปหรือไม่

ในส่วนตรงนี้แต่ละหน่วยงาน แต่ละกลุ่ม แต่ละคน เขามีเหตุผลส่วนตัวของเขา มีจุดยืนของเขา กลุ่มคนเสื้อแดงก็ชัดเจนว่าเมื่อมีคนของเขาตายเกือบ 100 ศพ บาดเจ็บเกือบ 2,000 คน เขาจึงต้องการเอาคนที่มีส่วนในการสั่งการเข้าสู่การดำเนินคดีในชั้นศาล ขณะเดียวกันอีกส่วนอาจมีความคิดเห็นว่าสิ่งใดที่ทำไป เพราะต้องปฏิบัติตามคำสั่งผู้บังคับบัญชา ดังนั้นมันไม่มีอะไรตรงกันได้หมด สุดท้ายก็ใช้เงื่อนไขเวลาและการดำเนินการตามกระบวนการยุติธรรมเป็นตัวติดสินน่ะครับ

ไทยพับลิก้า : ระหว่างมวลชนสีอื่นเซาะรัฐบาล กับมวลชนเสื้อแดงถอนการสนับสนุนรัฐบาล อะไรกระเทือนต่อเสถียรภาพของรัฐบาลมากกว่ากัน

ถ้าถามอย่างนี้ ทุกสีเสื้อสะเทือนหมดล่ะครับ แต่มันจะแรงหรือไม่แรงเท่านั้นเอง ในกลุ่มเสื้อแดงเองเท่าที่เขานำเสนอต่อสังคม หรือปราศรัยในแต่ละจุด เขาก็ไม่เคยบอกว่าไม่สนับสนุนรัฐบาล หรือมีปัญหากับรัฐบาลนะ เขาไม่เคยพูด รัฐบาลเองก็ไม่ได้มีปัญหากับเขา เขากลับยืนยันสนับสนุนรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง สนับสนุนรัฐบาลท่านยิ่งลักษณ์ว่าเป็นรัฐบาลที่ให้ความสำคัญกับประชาชนอย่างแท้จริง ในส่วนนี้ผมเชื่อว่าไม่มีปัญหาครับ

ไทยพับลิก้า : พล.อ.อำนวย ถิระชุณหะ ตท.10 สมาชิกพรรคเพื่อไทย เคยเปรียบเปรยทหารเป็น “ตุ๊กตาไขลาน” หากไม่มีใครไขลาน ก็ไม่มีปฏิวัติ อันนี้มีส่วนสอดคล้องเกี่ยวข้องกับยุทธศาสตร์ให้ทหารกินอิ่มและนอนหลับในกรมกองตลอด 1 ปี 9 เดือน ที่ผ่านมาหรือไม่

(หัวเราะ) ผมคิดว่าในสิ่งที่วิจารณ์ หรือมุมมองของแต่ละคน หรือคำถามที่ตั้งมา ผมขอให้ถอนเถอะครับ เพราะการบริหารราชการมันเป็นไปตามความจำเป็น การจัดสรรงบประมาณไม่ใช่นายกฯ จะให้โดยพลการได้ ต้องผ่านความเห็นชอบของส่วนที่เกี่ยวข้อง ผ่าน ครม. ดังนั้นความคิดของเพื่อนอำนวยเป็นเรื่องส่วนบุคคล ไม่ใช่ความคิดเห็นของ ตท.10 แล้วแต่ครับ เพราะคนมันตั้งหลายร้อย คนเดียวพูดจะบอกว่าทั้ง 100 คน 300 คน คิดแบบเดียวกันคงไม่ใช่

ไทยพับลิก้า : แต่ความเห็นและความพยายามของสมาชิกพรรคเพื่อไทยบางส่วนในการผลักดัน พ.ร.บ.ปรองดองสุดซอย เพื่อเอา พ.ต.ท.ทักษิณกลับบ้าน จะทำให้ “มือที่มองไม่เห็น” ยื่นไปไขลานทหารหรือเปล่า

ผมคิดว่า พ.ร.บ.ปรองดองหรือนิรโทษกรรมมันเป็นเงื่อนไขทางการเมือง มันต้องขับเคลื่อนอยู่แล้ว ส่วนจะขับเคลื่อนช้าหรือเร็วก็อยู่ที่เงื่อนไขของเวลา เงื่อนไขของสภา เพราะเรื่องทั้งหมดทั้งปวงก็เข้าสู่สภาไปแล้ว ดังนั้นการขับเคลื่อนไม่ได้อยู่กับฝ่ายบริหาร แต่เป็นเรื่องฝ่ายนิติบัญญัติ

ไทยพับลิก้า : การที่ พ.ต.ท.ทักษิณจะได้กลับบ้านหรือไม่ การออกกฎหมายอาจเป็นส่วนหนึ่ง แต่การเคลียร์ข้อหาไม่จงรักภักดีเป็นภารกิจสำคัญกว่าหรือไม่

ในส่วนที่พูดถึงสถาบันต้องยกไว้เลยแล้ววางไว้เลย ในฐานะที่พวกเราเป็นอดีตข้าราชการทหารตำรวจ เราให้ความจงรักภักดีตลอดมา ตั้งแต่เป็นนักเรียน ตท. 4 เหล่าทัพ เริ่มรับราชการ เราเทิดทูนยกย่องตลอด ดังนั้นการกล่าวหาแบบนี้เป็นการใส่ร้ายป้ายสีมากกว่า ไอ้คนที่พูดอย่างนี้ กล่าวหาคนอื่นอย่างนี้ คนพวกนี้เองน่าระวังมากกว่า อันตรายมากกว่า เปรียบเทียบสุภาษิตไทยคือถ้าผมหัวแตกเนี่ย ผมมองไม่เห็นหรอกครับ แต่ถ้าหัวคนอื่นแตก เลือดซิบๆ นิดเดียว ชี้หน้าด่าเลยว่า เฮ้ย! มึงหัวแตก แต่ขณะที่ตัวเองหัวแตก แผลเหวอะ มองไม่เห็นล่ะครับ การใส่ร้ายป้ายสีคนอื่น การเอาสถาบันมาแอบอ้าง ก็เป็นบางคนบางกลุ่มการเมืองเท่านั้นเอง แล้วก็ตีกินกับประชาชน ใส่ร้ายคนอื่น ทั้งที่บางทีตัวเองอาจจงรักภักดีน้อยกว่าพวกผมด้วยซ้ำ

ไทยพับลิก้า : อะไรทำให้คนในสังคมบางส่วนไม่เห็นแผลที่หัวของฝ่ายตรงข้าม แต่โฟกัสว่าแผล พ.ต.ท.ทักษิณใหญ่มาก และเลือดยังไหลไม่หยุด

ที่คนเขามองไม่เห็นเพราะมันมีเรื่องการรวมกลุ่ม หรือมีการนำเสนอพูดจาจนกระทั่งดำเป็นขาว ขาวเป็นดำ ในสังคมบ้านเราคนพูดมากกับคนไม่พูดนี่ทำให้คนอื่นคิดแตกต่างกัน และถือเป็นบทเรียนของกลุ่มต่างๆ ได้ว่าจะดำเนินการแก้ไขกันอย่างไร แต่ยืนยันได้ว่าพวกผมให้ความจงรักภักดีต่อสถาบันเยี่ยงชีวิต

ธวัช บุญเฟื่อง

ไทยพับลิก้า : ถึงตอนนี้ใครจะช่วยสมานแผลให้ พ.ต.ท.ทักษิณได้

ผมคิดว่าไม่ต้องใครสมานแผลหรอกครับ กาลเวลามันจะสมานแผล มันจะรักษาไปเอง ถ้าดูเรื่องแผลนะครับ แผลที่เกิดแต่ละครั้งกับบุคคลในแต่ละเหตุการณ์ ถ้ามีปัญญาทำศัลยกรรมก็ไปทำศัลยกรรมตบแต่งแผล แต่ถ้าไม่มีปัญญาก็ให้ธรรมชาติรักษาไปเอง แล้วมันก็จะเป็นแผลเป็น ส่วนแผลเป็นจะมากหรือน้อยก็อยู่ที่ตัว ถามว่าแผลเป็นนั้นน่าเกลียดหรือไม่ ขึ้นอยู่กับว่ามันอยู่ส่วนไหนของร่างกายมากกว่า (หัวเราะเล็กๆ)

ไทยพับลิก้า : แต่อย่างไรแผลเป็นก็กลายเป็นตราบาปติดตัว ใครเห็นใครก็จะได้เลยว่าคุณทำอะไรมาถึงมีแผล

อย่างไรเมื่อมันมีแผล มันก็ยังติดตัว แต่ผลนั้นเป็นอันตรายต่อชีวิตหรือไม่ และสังคมรังเกียจหรือไม่เท่านั้นเอง

ไทยพับลิก้า : มีกระแสข่าวว่า ตท.9 ตท.10 และ ตท.14 ในฟากฝั่ง พ.ต.ท.ทักษิณวิเคราะห์ว่าการจะล้างข้อครหาไม่จงรักภักดีได้ ต้องมุ่งไปที่การเคลียร์กับบุคคล 4 กลุ่ม คือ พระ ศาล ทหาร เจ้า

ส่วนนี้ไม่ขอวิเคราะห์ในเรื่องของศาล หรือสถาบัน ถือเป็นเรื่องของท่านก็แล้วกัน เราต้องให้เกียรติ ในฐานะที่ผมเทิดทูนสถาบันเยี่ยงชีวิต สมัยรับราชการ เข้าเวรราชองครักษ์ ผมไม่เคยเลื่อนและไม่เคยขาดแม้แต่ครั้งเดียวนะครับ ไปเช็คประวัติได้ เช่นเดียวกับในกระบวนการยุติธรรม ผมโตมาในสายพนักงานสวนสวน ก็ให้เกียรติเคารพศาล ในช่วงรับราชการ หมายศาลเนี่ยผมไม่เคยเลื่อนเลยนะครับ

ไทยพับลิก้า : การที่รัฐบาลจะอยู่หรือไปขึ้นอยู่กับศาล หรือทหาร

ผมว่าขึ้นอยู่กับการบริหารราชการแผ่นดิน หากบริหารด้วยความเรียบร้อย สามารถแก้ไขปัญหาให้ประเทศได้ ประชาชนพึงพอใจ ก็อยู่ได้

ไทยพับลิก้า : แต่ตอนนี้มีข่าวลือกันไปไกลถึงชื่อนายกฯ ใหม่แล้ว

มันก็ปล่อยข่าวกันไปเรื่อย นายกฯ ยิ่งลักษณ์ทำงานเสียสละ ผมอยู่ตรงนี้มาปีกว่า ถามข้าราชการในทำเนียบฯ เขาให้คะแนนเต็ม 100 นะครับ นายกฯ คนอื่นๆ เขาให้ไม่ถึง 80 ด้วยซ้ำ ในฐานะที่ท่านเป็นผู้บังคับบัญชาผม ผมเห็นว่าท่านมีบุคลิกความเป็นผู้นำที่ยอดเยี่ยม โดดเด่นมาก อันนี้ผมไม่ได้พูดเอง ต่างประเทศที่ท่านไปเยือนพูด และท่านมีความอดทน ตั้งใจ ทุ่มเท อย่างที่มีการพูดตอนต้นว่าท่านสามารถบริหารประเทศได้ ผมบอกได้เลยว่าท่านนำพาประเทศสู่ความเรียบร้อย มั่นคงและมั่นคั่งมาก

ไทยพับลิก้า : ท้ายที่สุด ถ้า พ.ต.ท.ทักษิณสั่งเร่งเครื่อง เล่นเกมเสี่ยงสูงเพื่อเพิ่มโอกาสในการกลับบ้านเกิด จะมีผลต่อการอยู่หรือไปของรัฐบาลหรือไม่

การอยู่ต่อของรัฐบาลอยู่ที่การทำงาน ท่านทักษิณคงไม่มามีบทบาทอิทธิพลเหนือรัฐบาลนี้หรอกครับ ผมคิดว่านายกฯ ยิ่งลักษณ์เข้าใจปัญหาประเทศ