กลวิธี (โกง) ของเด็กไทยสู่มหาวิทยาลัยชั้นนำอเมริกา

สหรัฐอเมริกาเป็นประเทศที่คนไทยนิยมไปเรียนมากที่สุด ไม่ว่าจะเรียนภาษาช่วงสั้นระหว่างปิดเทอม หรือการเรียนต่อในระดับปริญญา ซึ่งมหาวิทยาลัยที่คนส่วนใหญ่อยากเข้าเรียนนั้นย่อมเป็นมหาวิทยาลัยชั้นนำ มีชื่อเสียง หรืออยู่ในกลุ่มไอวีลีก (Ivy League)

Ivy League ที่มาภาพ :  http://4.bp.blogspot.com
Ivy League ที่มาภาพ : http://4.bp.blogspot.com

มหาวิทยาลัยที่อยู่ในกลุ่มไอวีลีก ประกอบด้วย มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด (Harvard University), มหาวิทยาลัยเยล (Yale University), มหาวิทยาลัยเพนซิลเวเนีย (University of Pennsylvania), มหาวิทยาลัยปรินซ์ตัน (Princeton University), มหาวิทยาลัยโคลัมเบีย (Columbia University), มหาวิทยาลัยบราวน์ (Brown University), วิทยาลัยดาร์ตมัธ (Dartmouth Collage) และมหาวิทยาลัยคอร์เนลล์ (Cornell University)

นอกจากนี้ก็มีมหาวิทยาลัยชั้นนำในอเมริกานอกกลุ่มไอวีลีกที่ได้รับความนิยม เช่น มหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด (Stanford University), มหาวิทยาลัยชิคาโก (University of Chicago), สถาบันเทคโนโลยีแห่งแมสซาชูเซตส์ (MIT-Massachusetts Institute of Technology), มหาวิทยาลัยทัฟส์ (Tufts University), มหาวิทยาลัยดุ๊ก (Duke University), มหาวิทยาลัยจอนส์ ฮอปกินส์ (Johns Hopkins University), วิทยาลัยเวลส์เล่ย์ (Wellesley College) ฯลฯ

คุณสมบัติและหลักเกณฑ์ของบุคคลที่สามารถเข้าเรียนในมหาวิทยาลัยชั้นนำของอเมริกาเหล่านี้ประกอบด้วย 1. มีผลการเรียนในระดับดีมาก คือ เกรดเฉลี่ยอยู่ที่ 4.00 หรือใกล้เคียง 2.มีผลการสอบความถนัดทางการเรียน (SAT : Scholastic Assessment Test ข้อสอบ SAT นั้นทดสอบความสามารถในการใช้เหตุผลเช่นเดียวกับข้อสอบความถนัดทั่วไปที่จัดสอบโดย สทศ.) 3.มีครู 2 คนเขียนแนะนำผู้สมัครเรียนไปยังมหาวิทยาลัยดังกล่าว โดยแบ่งเป็นครูที่สอนวิชาสายวิทย์-คณิต 1 คน และสอนสายสังคม 1 คน 4. ผู้สมัครเรียนต้องเขียนเรียงความเกี่ยวกับตนเอง และ 5. หากผู้สมัครเรียนมีความสามารถพิเศษก็แจ้งให้มหาวิทยาลัยทราบเพื่อเพิ่มโอกาสให้ได้คัดเลือกเข้าเรียน ซึ่งความสามารถพิเศษนั้นจะเป็นอะไรก็ได้แต่ต้องอยู่ในระดับดีเยี่ยม เช่น เป็นนักกีฬาทีมชาติ, เล่นกอล์ฟในระดับเทิร์นโปร, มีผลงานทางวิชาการหรือสิ่งประดิษฐ์ในระดับชาติหรือโลก ฯลฯ

กลวิธีที่ผู้สมัครทำเพื่อให้เข้าเรียนในมหาวิทยาลัยเหล่านี้ได้ ไม่ได้เป็นการจ่ายเงินใต้โต๊ะ เนื่องจากมหาวิทยาลัยเหล่านี้เป็นของเอกชนที่มีเงินกองทุนขนาดใหญ่มาก สามารถให้ทุนเรียนฟรีแก่นักศึกษาได้ไม่จำกัด แต่ถ้าจะจ่ายก็ต้องมีมูลค่าสูงถึง 50 ล้านเหรียญสหรัฐ

ทั้งนี้เกณฑ์การรับนักศึกษาเข้าของมหาวิยาลัยชั้นนำในอเมริกา ไม่ได้วัดตามระดับผลการสอบทั่วประเทศอย่างแอดมิดชั่นของไทย เนื่องจากเป็นมหาวิทยาลัยเอกชน แต่สิ่งที่พิจารณานอกจากระดับผลการเรียนที่จบมาแล้ว คือ ความสามารถพิเศษของผู้สมัคร ว่าจะสามารถสร้างชื่อเสียงให้กับมหาวิทยาลัยได้หรือไม่ ดังนั้น ผู้ที่ได้เข้าเรียนที่มหาวิทยาลัยเหล่านี้อาจจะไม่ใช่คนที่มีคะแนนสอบหรือผลการเรียนสูงที่สุด แต่เป็นคนที่เหมาะสมและมหาวิทยาลัยต้องการมากที่สุด

วิธีการหรือกลวิธีหนึ่งของผู้สมัครเรียนจากเมืองไทย คือ การเข้าไปสมัครเรียนต่อต่างประเทศกับสถาบันหรือบริษัทที่ทำธุรกิจที่ปรึกษาช่วยเหลือให้นักเรียนสามารถเรียนต่อต่างประเทศในมหาวิทยาชื่อดังที่ต้องการได้ โดยบริษัทเหล่านั้นอาจการันตีด้วยนักเรียนปีก่อนหน้าที่สามารถเข้ามหาวิทยาลัยชั้นนำของโลกได้ และได้ทุนเรียนฟรีของมหาวิทยาลัยนั้นๆ

สิ่งที่ทางบริษัทหรือสถาบันเหล่านี้ทำให้นักเรียนเข้ามหาวิทยาลัยชั้นนำในอเมริกาได้คือ ทำเอกสารการสมัครเรียนแทนนักเรียน รวมถึงการโกงสอบ SAT ด้วย โดย

1. การสอบ SAT แม้ว่าการสอบนี้จะสอบวันเดียวกันทั่วโลก แต่เวลาของประเทศในโลกต่างกัน ดังนั้นหลายๆ คน หลายๆ สถาบันจึงใช้ความต่างของช่วงเวลาในแต่ละประเทศขโมยข้อสอบออกมาจากห้องสอบ เช่น อเมริกาสอบก่อน ก็จ้างคนไปเอาข้อสอบมาเผยแพร่ให้กับประเทศนิวซีแลนด์หรือออสเตรเลียที่สอบที่หลัง หรือบางคนใช้วิธีจ้างคนสอบแทน

2. การเขียนแนะนำจากครู 2 คน เอกสารนี้ทางสถาบันที่รับจ้างสมัครเรียนต่อต่างประเทศจะเป็นคนเขียนเอกสารนี้ให้ผู้สมัครเอง ไม่ได้มาจากผู้สมัครไปให้ครูในโรงเรียนที่จบการศึกษามาเขียนให้

3. เรียงความของผู้สมัคร ผู้สมัครไม่ได้เขียนด้วยตนเอง แต่ทางสถาบันหรือบริษัทเป็นคนเขียนให้ทั้งหมด โดยที่เป็นเรื่องแต่งที่อาจไม่เกี่ยวกับตัวผู้สมัครเลย และหลายครั้งทางสถาบันหรือบริษัทใช้เรื่องเดียวกัน แต่เอามาเรียบเรียงใหม่ให้กับเด็กในสถาบันคนอื่นๆ ที่สมัครเรียนต่างมหาวิทยาลัยกัน

ทั้งนี้ค่าใช้จ่ายสำหรับนักเรียนไทยที่ต้องการศึกษาต่อในต่างประเทศ จากการสอบถามสถาบันชื่อดังรายหนึ่ง ระบุว่าจะต้องสมัครเผื่อไว้ 3 มหาวิทยาลัย ค่าใช้จ่ายในการสมัครมหาวิทยาลัยแห่งละ 20,000 เหรียญสหรัฐฯ

เมื่อนักเรียนกลุ่มดังกล่าวสามารถเข้าเรียนในมหาวิทยาลัยชั้นนำได้แล้ว ทางมหาวิทยาลัยก็จะดูว่าผู้ปกครองของนักศึกษาที่เข้ามาเรียนนั้นสามารถจ่ายค่าเรียนได้หรือไม่จาก finance aid ของผู้ปกครอง ซึ่งนักศึกษากว่าครึ่งของมหาวิทยาลัยมักจะได้ทุนเรียนฟรีอยู่แล้ว เนื่องจากฐานะทางการเงินของครอบครัวไม่ดี

ที่มาภาพ : http://news.brown.edu/files/article_images
ที่มาภาพ : http://news.brown.edu/files/article_images

แหล่งข่าวในแวดวงศิษย์เก่าของมหาวิทยาลัยชั้นนำเหล่านี้เปิดเผยว่า ปัจจุบันเด็กที่มีฐานะดีก็ใช้วิธีนี้เพื่อให้ได้ทุนเรียนฟรี โดยเด็กไทยหลายๆ คนของสถาบันที่ใช้กลวิธีนี้ได้รับทุนด้วย ลองคิดว่าว่าถ้าไม่ใช่ครอบครัวคนรวย เป็นไปไม่ได้ที่ครอบครัวของนักเรียนที่มีเงินจ่ายค่าสมัครเรียนให้สถาบันอย่างน้อย 60,000 เหรียญสหรัฐฯ หรือประมาณ 1,800,000 บาท จะเป็นครอบครัวยากจน แต่สิ่งที่ทำให้นักเรียนกลุ่มนี้ได้ทุนจากมหาวิทยาลัย เป็นเพราะสถาบันดังกล่าวปลอมเอกสารภาษี (tax documents) ของผู้ปกครองให้แสดงรายได้ต่ำกว่าความเป็นจริง และเหตุผลอื่นๆ ให้อยู่ในเกณฑ์ที่จะได้รับทุน

แหล่งข่าวกล่าวต่อว่าจากการได้พูดคุยกับผู้อำนวยการของโรงเรียนนานาชาติในไทยแห่งหนึ่งได้เล่าให้ฟังว่าเขาได้คุยกับผู้บริหารของมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด ได้บอกว่าการโกงด้วยวิธีการนี้เกิดขึ้นมากที่สุดในนักเรียนจีน รองลงมาคือนักเรียนไทย ในขณะที่นักเรียนในอเมริกาจะไม่ทำเลย

สำหรับนักเรียนของไทยที่สมัครเรียนต่อต่างประเทศผ่านสถาบันรับจ้างสมัครเรียนเหล่านี้ ส่วนใหญ่เป็นนักเรียนในโรงเรียนชั้นนำของไทย โรงเรียนสาธิต และโรงเรียนนานาชาติ หรือก็คือกลุ่มนักเรียนหัวกะทิของประเทศไทยนั่นเองที่”โกง” การสมัครเข้าเรียนมหาวิทยาลัยดังๆ ซึ่งโรงเรียนบางแห่งก็ทราบการโกงนี้และส่งจดหมายห้ามปรามผู้ปกครอง แต่ก็ยังแก้ปัญหาไม่ได้เพราะเป็นความสมัครใจของผู้ปกครองที่ยอมจ่ายแพงเพื่อโอกาสทางการศึกษาของลูกหลาน

ด้านไอวีลีกทุกแห่งรับทราบกลการโกงนี้จากศิษย์เก่า board of trustee รวม 14 คน (บางคนเรียน 2 มหาวิทยาลัย) คือ มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด 5 คน มหาวิทยาลัยเยล 1 คน มหาวิทยาลัยเพนซิลเวเนีย 3 คน มหาวิทยาลัยปรินซ์ตัน 1 คน มหาวิทยาลัยโคลัมเบีย 3 คน มหาวิทยาลัยบราวน์ 3 คน วิทยาลัยดาร์ตมัธ 1 คน และมหาวิทยาลัยคอร์เนลล์ 3 คน

เกือบทุกแห่งมีจดหมายตอบกลับมารับทราบ ยกเว้นมหาวิทยาลัยปรินซ์ตัน, มหาวิทยาลัยบราวน์ และมหาวิทยาลัยคอร์เนลล์ ที่เพิกเฉยโดยไม่ตอบจดหมายกลับมา ส่วนมหาวิทยาลัยโคลัมเบียตอบกลับมาแบบปัดความรับผิดชอบ ส่วนมหาวิทยาลัยเยลและมหาวิทยาลัยทัฟส์ ทราบเรื่องและเรียกนักศึกษาที่โกงเข้ามหาวิทยาลัยมาคุยแล้ว ในขณะที่มหาวิทยาลัยบราวน์และมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดยังคงนิ่งเฉยแม้ว่าจะทราบเรื่องดังกล่าวดี

เรื่องราวเหล่านี้ถือเป็นความละเลยของมหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียงระดับโลก ที่ขาดความเข้มงวดในการพิจารณาเอกสารรับเข้าศึกษาต่อของมหาวิทยาลัย กลายเป็นช่องว่างให้คนรวยใช้เงินแย่งชิงโอกาสทางการศึกษาของคนอื่น และทำให้มหาวิทยาลัยรับนักศึกษาที่เหมาะสมไม่จริงเข้าเรียนในมหาวิทยาลัยของตนเอง รวมถึงการเพิกเฉยของผู้บริหารมหาวิทยาลัยบางแห่งที่ไม่สนใจว่านักศึกษาของตนโกงเข้ามา ขอให้มีคนต่างเชื้อชาติมาเรียนครบตามเกณฑ์ที่ทางมหาวิทยาลัยกำหนดก็พอ

แหล่งข่าวจากศิษย์เก่าข้างต้นรายหนึ่งระบุว่า”สาเหตุที่ออกมาเปิดเผยเรื่่องนี้เพราะ ขบวนการนี้เป็นการส่งเสริมให้เด็กไทยโกงตั้งแต่เข้าเรียนมหาวิทยาลัยแล้ว ไม่ต้องคิดถึงอนาคตแล้วว่าจะเป็นอย่างไร จึงต้องการที่จะให้มหาวิทยาลัยชื่อดังเหล่านี้รับทราบและปรับวิธีการคัดเลือกนักศึกษาเข้าเรียนให้เข้มงวดมากขึ้น”

  • Anony

    ถ้าไม่เก่งจริงก็เรียนไม่จบ โกงเข้าไปแบบนี้ก็คงโดนถูกไล่ออกด้วยข้อหา Plagiarism ไม่ช้าก็เร็ว

  • เต้

    ข้อมูลมาจากไหนครับ

    • hem

      ข้อมูลก็มีอยู่นะครับ หลายคนเล่าให้ฟัง รุ่นน้องเจอมากับตัว แต่ก็ไม่มีใครกล้าพูดอะไรเท่าไหร่ ตามคำพูดเค้าคือ “พี่ (ชื่อผม) คือ (ชื่อน้องเค้า) ก็ไม่ชอบยังงี้เหมือนกัน แต่พี่ (ชื่อผม) อย่าไปบอกใครนะ พ่อ (ชื่อน้องเค้า) บอกว่า ไม่อยากไปยุ่งอะไร เดี๋ยวจะเป็นเรื่อง”

      จะเล่าเรื่องอะไรก็คงยากอีก เพราะคงโยงเข้ากันได้ไม่ยาก

      เท่าที่ทราบ คงจะมีบางส่วน ที่การช่วยเหลือเป็นไปอย่างโปร่งใส แนะนำเรื่องการเขียน essay และอื่น ๆ แต่ก็มีอีกไม่น้อย ที่บริษัทเหล่านี้อาจจะเขียนให้ สร้างเรื่องราวขึ้นมา ฯลฯ

      คิดอีกก็เหนื่อยอีกครับ

      • supotchun

        จริงๆ ผมลืมไปแล้วนะเนี่ย พอดีเห็นในเฟซอีกที
        คือผมเองเคยเข้าไปคุยกับทายาทตระกูลธนะรัชต์ ที่ทำธุรกิจนี้ตั้งแต่บริษัทยังไม่ดัง จนตอนนี้โฆษณาใหญ่โตโจ๋งครึ่ม – Admissions Office!!

  • Meh
    • thipychic

      อันนี้เราเคยเข้าไปคุย ขอให้เขาเขียน essay ให้ตรงๆ เลยเรายอมรับ แต่ทางทีมเค้าไม่ตกลง เค้าบอกให้เราทำเอง หน้าที่ของเค้าคือจะแนะนำเราแต่ไม่ยอมทำให้

      สรุปเราเลยไม่ได้ใช้บริการที่นี่ ไปใช้อีกทีนึง http://www.mbathinktank.com/ อ่ะ อันนี้บอกไปเค้าตกลงจะเขียนให้ใหม่เลย แต่สุดท้ายจ่ายไปหลายอ่ะ เราก็ไม่ได้ยูที่เราจะเอา ก็ช่างมันเพราะเราก้อไม่ได้เก่งอะไรขนาดนั้นอ่ะ

      • jj

        ดิฉันเป็นผู้ปกครองนักเรียนโรงเรียนนานาชาติ ISB ในที่ประชุมผู้ปกครอง ทาง Principal และ Counselor เขาพูดชัดเจนว่าอนุญาตให้ใช้ Private Counseling Service ได้แต่ห้ามใช้ยี่ห้อ Admissions Office เพราะทางมหาวิทยาลัยเช่นฮาเวิร์ด เขาระบุว่าที่นี่เขียนให้และให้นักเรียนสร้างเรื่องไม่จริงขึ้นมาโดยให้คิดซะว่าการสมัครมันเป็นแค่เกม

        โดยส่วนตัวยังไม่เคยใช้บริการ private counselor และสถาบันที่ปรึกษาที่ไหนแต่ได้คุยกับผู้ปกครองหลายคนและทราบว่าที่ think tank และที่อื่นเขาไม่เขียนให้และไม่รับทำถ้านักเรียนไม่เขียนเรื่องจริงค่ะ

        • Sam

          ถ้าให้พูดแบบตรงๆ ISB คือโรงเรียนที่เด็กไทยใช้ Private Counseling Service เยอะที่สุดในเมืองไทยครับ เพราะค่าใช้จ่ายแพงและมีเด็กไม่กี่โรงเรียนที่ affordได้ ผมคิดว่าดีแล้วครับที่ ISB มีนโยบายนี้ออกมา แต่ผมมั่นใจได้เลยว่าจำนวนเด็ก ISB ที่จะเข้ามหาลัยไอวี่และ top 10 อี่นๆได้จะตกลงจากปีก่อนๆอย่างเห็นได้ชัด

        • dao

          ขออนุญาตเดานะครับ ว่า บริษัทพวกนี้ เข้าไปทีแรกเค้าคงบอกว่าไม่เขียนให้อยู่แล้ว เพราะคนยังไม่รู้จักกันเลย จะเผยตัวตนก็ต้องรอนิดนึง ให้เห็นว่า อยากสมัครจริง ๆ ทุ่มเทเวลาและเงินกับบริษัทเค้าจริง ๆ ไม่ได้มาหลอกหาข้อมูล (ว่าบริษัทพวกนี้เขียนให้จริงหรือเปล่า) เค้าถึงจะบอกว่า เนี่ยะ จะเขียนให้นะ…​ ลงท้ายด้วย “มั้งครับ”

        • Sarayuth Kunlong

          ไม่จำเป็นต้องเด็ก ISB หรือยู่ รร. อินเตอร์อื่นๆที่เข้า Harvard ได้ครับ แต่ที่ รร.เขาดีกว่า รร.ทั่วไป เพราะระบบการเรียนการสอนเขาดี สอนให้นักเรียนคิดเป็นกล้าแสดงออกและมีกิจกรรมมากมายรวมทั้งได้ภาษาอังกฤษ ที่ทำให้นักเรียนเป็นคนโดยสมบูรณ์ … ผมก็เคยสัมภาษณ์ในฐานะตัวแทน Harvard เด็ก ISB หลายคนในอดีต เด็กบางคนก็เข้าได้บางคนก็เข้าไม่ได้ แต่เขามี counselling office ที่ดีมาก แต่บางทีก็เชื่อฝรั่งบางคนมากเกินไปไม่เชื่อผมแล้วก็เข้าไม่ได้ ผมไม่ได้เป็นผู้ตัดสินให้เขาผ่านไม่ผ่าน แต่แนะนำจุดด้อยที่เขาจะปรับปรุงครับ ทำเสมอกันทุกคน เด็กบางคนคงเสียเงิน private counselling service มามาก ก็นึกว่าผมได้เงินเหมือนกัน แต่ก็บอกชัดเจนว่าผมเป็นมืออาชีพที่เป็นอดีตนักเรียนทุน Harvard ได้รับเกียรติเป็นอาสาสมัครซึ่งทำให้ผมมีเครดิต ผมทำหน้าที่สรุปรายงานความเห็นของผมในภาพรวมทั้ง academic, activities และ future prospect to society ครับ … สรายุทธ

          • Sarayuth Kunlong

            ส่วนจะดูว่าเขาเขียน essay เองหรือไม่ง่ายมากครับ ผมก็คุยกับเขาในเรื่องที่เขียน หรือให้เขียนให้ผมใหม่บางเรื่องเดี๋ยวนั้นเลย

      • supotchun

        นี่เลย ตัวอย่าง

  • Sarayuth Kunlong

    งานเข้าอีกแล้วเรา ที่บทความนี้บอกว่ามหาวิทยาลัยระดับโลกอย่าง Ivy League ถูกบริษัทรับจ้างโกงทำให้นักเรียนเข้าได้และเป็นการแย่งที่เรียนน้้น ไม่ทราบว่าเอาข้อมูลมายืนยันได้หรือไม่ ในฐานะที่เป็นศิษย์เก่าและเคยเป็นผู้ได้รับมอบหมายจาก Harvard ให้สัมภาษณ์นักเรียนที่สมัครเข้า Harvard ในระดับ ป.ตรี ต้องบอกว่าเขามีระบบให้มีการสัมภาษณ์จากตัวแทนของ Harvard ที่ได้รับมอบหมาย ซึ่งผมก็เคยทำหน้าที่นี้และดูงานเอกสารต่างๆ ที่เขาส่งไปยังคณะกรรมการ ก็มีการตรวจสอบอีกทางหนึ่ง บางคนผมก็ให้เขาเขียนเรียงความให้ใหม่เลยและส่งในวันรุ่งขึ้น ซึ่งก็มีลูกเศรษฐีมหาเศรษฐีเมืองไทยเหมือนกันที่นึกว่าเงินซื้อได้ แต่ซื้อเข้า Harvard ไม่ได้ครับ

    … สรายุทธ จันทร์ 27 พฤษภาคม 2556 14.30 น. กรุงเทพ

    • Joe

      อย่างน้อยมีเพื่อนของเพื่อนผมคนนึงทำแล้วเข้า harvard ได้ละกันครับ

      • Sarayuth Kunlong

        ก็มีทั้งลูกคนรวยคนจนครับ qualification standards เขาไม่ได้ดูที่ผลการเรียนอย่างเดียวหรือมีเงินเรียนอย่างเดียวครับ … แต่อย่าไปให้ความสำคัญกับตัวมหาวิทยาลัยมากนักเลย อยู่ที่ตัวเราครับ … สรายุทธ

      • bkbank

        ทำยังไงหรอครับ ผมอยากไปเรียน แนะนำให้รู้จักหน่อยได้มั้ยคับ

    • zzz

      There is definitely an heir of a Thai billionaire family at Harvard College.

      • Sarayuth Kunlong

        ขอบคุณที่ให้ความเห็น …

        ก็มีทั้งลูกคนรวยคนจนครับ qualification standards เขาไม่ได้ดูที่ผลการเรียนอย่างเดียวหรือมีเงินเรียนอย่างเดียวครับ … แต่อย่าไปให้ความสำคัญกับตัวมหาวิทยาลัยมากนักเลย อยู่ที่ตัวเราครับ … สรายุทธ

    • Tt

      เศรษฐี ถ้ามีก็ต้อง ระดับ G W Bush หรือ JFK หรือ สร้างตึกให้เค้าครับ

      • as

        Not necessarily. A lot of people are a lot more discreet. Trust me anyone on the board of Harvard Corporation can get their kids in.

        • Tt

          เรื่อง โควต้า ก็มีมานมนานครับ แต่ปีนึงคงไม่ถึง 500 สำหรับคนหรอกมั้งคนรวยคนมีอำนาจ มีช่วงนึงคนยิวเข้าเยอะไป เค้าถึงเริ่มให้มี Reccomendation letters ครับ บางปี ถึงกับให้ส่งรูปถ่ายไปด้วยเชียว โควต้านักกีฬา โควต้านั่นนี่ แต่สุดท้ายต้องคะแนนถึงนะครับส่วนใหญ่

      • as

        example: Whitman College at Princeton
        By the way, GWB/JFK are not even that wealthy. They are just influential and famous. There are about 1,000 billionaires in this world who could easily get their offspring in without making a big fuzz.

        • Tt

          ก็นั่นล่ะครับที่หมายถึง ต้องระดับนั้นจริงๆ มหาลัยเค้าก็แค่อยากสร้างแบรน เด็กจากครอบครัวทดังๆ ก็จะสร้างชื่อ ให้ รร แต่ G W Bush เนี่ยนะ ยังไม่รวย? เจ้าของบริษัทน้ำมัน เจ้าของทีมเบสบอลเก่า ปธน …เอวัง

          • as

            GWB is far from really wealthy. A lot of my classmates here have parents worth billions of dollars. Some of them have their admissions questioned, not surprisingly.

    • 0007

      ส่วนตัวผมคิดว่าต้องมีแน่นอนแหละครับ อย่างน้อยผู้ปกครองที่จะส่งเรียนต้องฐานะดีและมีธุรกิจต่างประเทศด้วยหรือค้าขายติดต่อกับต่างประเทศ ไม่มีมหาวิทยาลัยระดับโลกที่ไหนบริสุทธิ์ใส100%หรอกครับคุณ
      ตัวคุณเองทำงานอยู่ก็จริง แต่ตำแหน่งคุณอาจจะเข้าไม่ถึงเรื่องโกงๆพวกนี้ก็ได้เพราะมันเป็นผลประโยชน์ของตัวมหาวิทยาลัยไง จะโกงทีและมหาวิทยาลัยได้ผลประโยชน์อนาคตแน่เรื่องแบบนี้ก็จะรู้ไม่กี่คนหรอก ผมคิดว่างั้น

  • สงสัย ข้อมูลจากไหน

    1. Financial Aid มั้งครับ ไม่น่าใช่ Financial Edge 2. SAT มีสอบนอกประเทศ USA จริงเหรอ เคยได้ยินแต่ สอบ TOEFL นะครับ

    • Art Thiti Tosborvorn

      SAT มีสอบหลายประเทศทั่วโลกครับ
      http://sat.collegeboard.org/register/test-center-code-search

    • Walan Gasigijtamrong

      SAT มีสอบตามร.ร.นานาชาติในประเทศไทย ที่ได้รับการรับรองจาก College Board ครับ

    • thipychic

      SAT สอบในไทยได้ค่ะ เราเรียนนานาชาติก็สอบอยู่ค่ะ

  • Sarayuth Kunlong
  • Q.aunne

    ไอวี่ลีกก่อตั้งจากวิิชาการกีฬาและการแข่งขันกีฬาระหว่างมหาวิทยาลัย ลักษณะคล้ายๆ จุฬา-ธรรมศาสตร์ สาธิตสามัคคีหรือจตุรมิตร ไม่เกี่ยวข้องกับนโยบายการรับสมัครนักเรียนหรือความเข้มข้นทางวิชาการเลย อันนี้ก๊อป-แปะมาจากวิกิพีเดียไทยซึ่งใ้ห้ข้อมูลผิด ถ้าเข้า citation (มีลิงค์ข้างล่าง) ไปจะแปลกใจว่าวิกิพีเดียแปลมาหรือแต่งเองกันแน่
    http://www.princeton.edu/mudd/news/faq/topics/ivy_league.shtml

    • Sam

      แต่ตอนนี้ ไอวี่ลีก ก็คือกลุ่มมหาลัยที่ดีและเข้ายากที่สุด

    • wiki

      เป็นบทความที่ดีมากนะครับ เอาเรื่องที่มีอยู่มาเปิดเผย แต่ขอตำหนิผู้เขียนบทความนี้นิดนึงที่ไปลอกมาจากวิกิพีเดียทั้งดุ้นเลย – -“

  • Mitr

    มองอีกมุมได้ไหมครับว่าจริงๆ คนที่จะเข้าม.พวกนี้ได้ก็ 1) ลูกๆศิษย์เก่า 2) ลูกๆชนชั้นนำ ที่มีทั้งเงินและการเข้าถึงโอกาสที่ดีกว่าคนอื่น หรือ 3) นร.ทุน (ซึ่งบางส่วนคือ 1 กะ 2 ด้วย) ก็แค่เปิดโอกาสให้กลุ่มที่ 4 ที่มีเงินมาแย่งส่วนแบ่งด้วย วันหลังถ้า ม.พวกนี้ไม่ปรับตัว prestige ของกระดาษพวกนี้ก็ลดค่าไปเอง

  • TU

    ปีนี้ harvard รับนักเรียนไทยสองคน มาจากเตรียมอุดม แต่คงผ่านการตรวจสอบมาแล้วถึงให้ผ่าน

    • Dent Aroundthewotld

      ขอโทษค่ะ
      น้อง ตอ
      เรียนคณะอะไรคะ

  • Daijobu

    ใน US ก็มีโกง SAT กันเยอะนะครับ แต่ปลอมหลักฐานอย่างอื่นคงยากหน่อยเพราะอยู่ใกล้ มหาลัยพวกนี้ไม่ได้เข้ายากเย็นถึงขนาดใน Article ว่า แค่คนที่เข้าควรจะมีผลงานในชีวิตเป็นชิ้นเป็นอัน หรือเป็นคนดัง + profile ดี หรือรู้จักกับ dean เป็นพิเศษ (+ profile ดี) หุๆ จะว่าไปการรับเข้าของมหาลัยพวกนี้ก็ไม่ได้มีมาตรฐานโปร่งใสชัดเจนอะไรมากอยู่แล้ว แค่ไม่ค่อยมีใต้โต๊ะเพราะเงินเยอะมากอยู่แล้ว คนไทยส่วนใหญ่ได้เข้าไปเพราะโควต้า diversity ทั้งนั้น จบมาก็อย่าหวังอะไรมาก โดยเฉพาะพวกที่โกงเข้าไปเนี่ย…

  • Sam

    เด็กไทยที่ใช้แล้วเข้าได้นี่คะแนนผ่านมาตรฐานมหาลัยดังๆพวกนี้หมดนะครับ ทุกคนได้ SAT กับ GPA อยู่ใน range ของมหาลัย ไม่ใช่ว่าโง่ๆมาแล้วใช้ Admissions Counseling แลัวจะเข้าได้ ยกตัวอย่างมีเด็กไทยที่ใช้แล้วเข้า Harvard ได้ SAT ของน้องๆพวกนี้ก็ได้ประมาณ 2200-2300 นะครับ แค่ใช้ Admissions Counseling เพราะจะได้เพื่มโอกาสที่จะเข้าได้และเอาชัวร์ เพราะว่าสมัยนี้่คะแนนผ่านก็ไม่ได้แปลว่าจะเข้าได้เนื่องจากมัน competitive มากๆ ก็จริงที่อาจจะไม่แฟร์กับเด็กคนอื่นๆแต่มั่นใจได้เลยว่าเด็กพวกนี้ไม่ได้เก่งน้อยกว่าแน่นอน

    • unidentified

      พวกนี้เค้าก็เลือกด้วยครับ ใครที่เค้าเห็นว่าไม่มีโอกาสเข้าชัวร์ก็ไม่รับทำให้ เพราะจะเสียชื่อเสียงเค้า จะว่าไปแล้ว น้อง ๆ ที่ใช้บริการพวกนี้ ถ้าไม่ได้ใช้ แค่มีคนแนะนำนิดหน่อยว่าควรจะเขียนอย่างไร ก็อาจจะเข้าเองได้อยู่แล้วครับ

      เหมือนกับสมมติว่าจะไปคัดตัวเป็นตัวแทนแข่งวิ่ง 100 เมตร มีบริษัทนึง มาบอกว่า ถ้าคุณวิ่ง 100 เมตรได้ในเวลาต่ำกว่า 10 วินาที ผมจะทำรองเท้าพิเศษให้คุณใส่ ผลออกมา ทุกคนที่บริษัทนี้ทำรองเท้าให้ใส่ ก็ได้เหรียญโอลิมปิกหมด เพราะตัวเองวิ่งเร็วอยู่แล้ว

    • Dick G.

      ไม่เห็นด้วยกับการเปรียบเทียบทั้งสองอันครับ เพราะ SAT, GPA ที่อยู่ในเรนจ์ของมหาวิทยาลัย ไม่ได้เป็นตัวชี้วัดว่าเด็กจะต้องติดแน่ๆ สมมติว่าคนยื่นสามหมื่นคน คนที่อยู่ในเรนจ์นั้นอาจมีเป็นหมื่นคน ผลมหาวิทยาลัยมันวัดกันที่เรียงความ กิจกรรมที่เคยทำมา และ letter of recommendation มากกว่าตัววัดอย่าง SAT, GPA เยอะมาก การใช้ Counseling แบบที่ปลอมเรียงความ ปลอมกิจกรรม ปลอมจดหมายแนะนำตัว ก็คือการโกงแบบหน้าด้านๆ นั่นแหละครับ ไม่เกี่ยวกับเก่งน้อยเก่งมาก SAT, GPA ผ่านเกณฑ์ เค้าก็โยนทิ้ง ไปดูอย่างอื่นต่อแทนแล้วครับ

  • Daen Nitirath

    มิน่าละ พวกดร.ไทยที่จบนนอกบางคน มันถึงได้แสดงคสมคิดเห็น อะไรแต่ละอย่าง ยังกะจบ ป.4 ก็ไม่ปาน..

    • Tt

      พวก ดร เค้าไม่ใช้ SAT ครับ เค้าใช้ผลงานที่ทำมา กับ GRE และอย่างอื่นปลีกย่อย จะเดาชุ่ยๆแบบนี้ไม่ดีหรอกครับ คนไทยเก่งๆเยอะครับ เด็กทุนเล่าเรียนหลวงเยอะแยะ

  • กล้าตะวัน

    เด็กไทยเก่งจริงก็มี โกงเก่งก็เยอะ คนที่เข้าได้เองก็ขอให้ภูมิใจ

    ลูกสาวของเพื่อนคนอเมริกัน การเรียนสุดยอด เค้าเตรียมตัวทุกอย่างเพื่อมุ่งมั่นที่จะเข้า Harvard ให้ได้ เป็นทั้งนักกีฬา และตอนอายุ 16 ลงสมัครเป็นผู้แทนท้องถิ่นในเขตที่อยู่อาศัยของตัวเอง ซึ่งครอบครัวเราก็อยู่ในเขตนี้ด้วย เป็นผู้แทนอาสา ไม่จำกัดอายุผู้สมัคร ไม่ใช่นักการเมืองอาชีพ ไม่มีเงินเดือน ชาวเมืองในท้องถิ่นออกเสียงเลือกตั้งมีกฏเกณฑ์ชัดเจน ผู้สมัครเป็นผู้ใหญ่ทั้งหมดยกเว้นลูกสาวของเพื่อน เด็กคนนี้เป็นหนึ่งที่ได้รับเลือก นอกจากนี้ในช่วงปิดเทอมก็ใช้เวลาทั้งหมดเข้าฝึกงานกับนักการเมืองอาชีพ

    ถ้าพูดถึงคุณสมบัติเรามั่นใจว่าเด็กคนนี้น่าจะเข้า Havard ได้ พ่อเค้าก็เป็นศิษย์เก่าของ Havard แต่สุดท้ายเด็กคนนี้ก็เข้าไม่ได้ บ้านนี้มีลูกสองคน ทัังสองคนจบที่ UC Berkeley

    เท่าที่อยู่ในแวดวงคนอเมริกันมาเกือบ 30 ปี เรื่องความ honest ต้องยกให้

  • กฤษ

    “แหล่งข่าวกล่าวต่อว่าจากการได้พูดคุยกับผู้อำนวยการของโรงเรียนนานาชาติในไทยแห่งหนึ่งได้เล่าให้ฟังว่าเขาได้คุยกับผู้บริหารของมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด ได้บอกว่าการโกงด้วยวิธีการนี้เกิดขึ้นมากที่สุดในนักเรียนจีน รองลงมาคือนักเรียนไทย ในขณะที่นักเรียนในอเมริกาจะไม่ทำเลย”

    ไม่น่าจะจริงครับ เกาหลีกับฮ่องกงทำยิ่งกว่าเด็กไทยอีกครับ ไม่เชื่อลองไป google หาข่าวดู มีลงตาม Newyork Time หรือ US News บ่อยๆ

  • Tt

    SAT ง่ายมากครับ ถ้าเทียบกับ Entrance ของเมืองไทย ถึงโกงข้อสอบได้ก็ใช่ว่าจะติด เพราะเค้าไม่ได้ดูแต่คะแนน ถ้าเอาแต่เด็กคะแนนสูงแต่ไม่ทำกิจกรรมอะไรเลยเข้าไปเค้าก็ไม่เอาครับ ยังไงก็ตามเค้าจะมีโควต้า ชาย หญิง ชนชาติ ผิวสี เพื่อให้เกิดความหลากหลายครับ และเด็กที่ติดก็คือหัวกะทิของ แต่ละกลุ่ม จากทั่วโลก โกงคะแนน อาจจะมี แต่คงน้อย อย่างเรื่องทุน ถ้าเอารายได้คนไทยไปเทียบ need base ยังไงก็ได้เยอะครับ ส่วน ป โท เอก ส่วนใหญ่จะฟรี ที่ Princeton ผมเห็นท้อปปิกนี้ก็นะ พูดซะเด็กไทยที่เรียนโกงซะหมด เหม่ ไอวี่ลีคเข้าไม่ยากหรอกครับ ถ้าเตรียมตัวตั้งแต่ ม 3 ทำกิจกรรม ทำโปรไฟ ส่วน ป โท ป เอก ต้องดู รายคณะไป ส่วนใหญ่เค้าจะดูประสบการทำงาน เท่าๆกับคะแนน บวกกับ เอสเส

    • Tt

      อันนี้เล่าจากประสบการตรงนะครับ สมัคร ป โทไป ติดหมด ครับ แต่เตรียมตัว สองปี

  • สมภพ

    สรุป สุุดท้าย ใครไม่รู้ แต่ตัวเราเองก็รู้ครับ พึงตระหนักไว้ ทำอะไรที่ให้เกิดความภูมิใจต่อชีวิตตนเอง เป็นสิ่งที่จำเป็นและมีค่าต่อการดำเนินชีวิตครับ ลองทำดูสำหรับคนที่ไม่เคย จะเข้าใจสิ่งที่เขียนนี้ ถ้าเราอยู่ในสถานะที่ให้ความเข้าใจหรือโอกาสแก่ผู้เยาว์ได้ ช่วยกันครับ เราจะได้ภูมิใจที่ได้เป็นคนในชาตินี้
    จาก อาจารย์ (จบ ดร. จากUS อยู่)

  • Sant Tran

    ไม่เข้ามหาวิทยาลัยในกลุ่ม Ivy League ก็ไม่ตายครับ บัณฑิตจากมหาวิทยาลัยทั่วโลก สามารถสร้างชีวิตให้ประสบความสำเร็จและรุ่งเรืองมากมาย ในทางกลับกันบัณฑิตจากมหาวิทยาลัยในกลุ่ม Ivy League สร้างตัวสร้างตนให้ประสบความสำเร็จมากน้อยแค่ไหนดูเอาเองจากคนสำคุญ ๆ ในวงการต่าง ๆ ทั่วโลกเอาก็แล้วกัน

    เอาเงินที่จะเอาไปเรียนนั้นไปเป็นทุนประกอบกิจการส่วนตัวเล็ก ๆ น้อย ๆ ดีกว่า เสียดายเงินจริง ๆ เห็นบางครอบครัวมีลูกหลายคน เขาแบ่งทรัพย์ให้ลูกเท่ากันทุกคน หลายคนจบจากมหาวิทยาลัยในอเมริกา แต่ต้องไปเป็นลูกจ้างเขา มีอยู่ 1 คน เอาเงินนั้นไปทำมาค้าขาย ประสบความสำเร็จ เป็นเจ้าของร้านค้า ไม่ต้องไปเป็นลูกจ้างเขา มีลูกค้าเข้าไปอุดหนุนซื้อของเขาแทบจะไม่มีเวลานั่งเลย อย่าว่าแต่พักผ่อนวันเสาร์/อาทิตย์เลย ลูกน้องหลายคนช่วยเขาทำกิจการต่าง ๆในร้าน เขาคุมรายรับรายจ่าย เดี๋ยวก็ต้องตีเช็ค เพื่อสินค้าเขามาส่งเต็มคันรถ ไม่เห็นเขาเสียใจว่าไม่ได้เรียนมหาวิทยาลัย มีปริญญาเหมือนพี่น้องเขาเลย ในที่สุดเขานั้นแหละเป็นหลักชัยให้พ่อแม่ในยามแก่เฒ่า

    เกียรติ ความภูมิใจกินไม่ได้ ใข้ไม่ได้ แต่ความขยันหมั่นเพียร และมันสมอง เอาไปเป็นปริญญาบัตรสู่ความสำเร็จชีวิตได้

    จากนักเรียนทุน Oxford University, Imperial College – London, University of California – Berkeley

    Dr Sant Tran

  • Khajonsak Jermprapai

    แค่เขียน Essay ให้ก็เลวร้ายแล้ว

  • pawarl

    บอกตามตรงเลยแล้วกัน…..สงสัยคุณคงไปอยู่เมืองนอกนานไปหน่อย ภาษาไทยคุณยังงงๆ อยู่น้ะ

  • ตั้ม

    ไม่มีแหล่งอ้างอิงเลยสักอย่าง จะให้เชื่อกันคงยากนะครับ

  • Pingback: กลวิธี (โกง) ของเด็กไทยสู่มหาวิทยาลัยชั้นนำอเมริกา | Tutor Plus Academy()

  • คนไทยในอเมริกา

    โกงแล้ว เข้าไปได้ ถ้าเรียนไม่เก่งจริงก็ไม่จบหรอกนะ

  • พระสังคม ธนปัญโญ

    การศึกษาแบบหมาหางด้วน(พุทธทาส ภิกขุ) ท่านว่าม้นไม่มีศิลธรรม
    พวกเราควรกลับมามองการศึกษาเพื่อความเป็นไท..กันให้มากขึ้นดีกว่า
    จะไปเสียเงินมากมายเพื่อการศึกษาแบบหมาหางด้วนดังกล่าว
    หากท่านเห็นว่าการศึกษา ตามแนวทางเศรษฐกิจพอเพียงคือทางเลือกหนึ่ง
    “โรงเรัยนปูทะเลย์มหาวิชชาลัยมาบเอื้อง” อาจเป็นทางออกของอุดมศึกษาไทย
    ได้อีกทาง..อย่างแน่นอน..มาช่วยกันฟื้นฟูการศึกษาแบบไทยๆจะดีกว่า

  • ออกไปออกไปออกไป

    ปรี๊ด ปรี๊ด ปรี๊ด ปรี๊ด ปรี๊ด ปรี๊ด ปรี๊ด ปรี๊ด ปรี๊ด ปรี๊ด ปรี๊ด ปรี๊ด ปรี๊ด ปรี๊ด ปรี๊ด ปรี๊ด ปรี๊ด ปรี๊ด

  • 0007

    มหาวิทยาลัยระดับโลกแค่นี้ตระกูลชินโกงได้สบายอยู่แล้ว เอาผลประโยชน์ยื่นก็โอเคแล้ว
    มหาวิทยาลัยระดับโลกก็แค่หน่วยงานนึงแหละ ขนาดระดับประเทศยังโกงเอาผลประโยชน์ชาติเสนอมาหลายแห่งแล้ว.

    • อิอิ

      เหมือนลูก สส บางคนรึเปล่าครับ เข้ามาเรียนทางด้านศิลปกรรม แต่งานอย่างกับเด็ก ป.2

  • Mark Hefner

    Did I miss something? I scrolled through the story 2 times but still don’t see a valid source for all the claims made here. Is this just an opinion or is there more too this story that will be revealed later?

  • ลูกเจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยว เหยียบ

    ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าทำไมเด็กไทยต้องโกงเพื่อที่จะเข้าเรียนด้วย ก็คงเป็นเพราะค่านิยมที่เมืองไทยเป็นสังคมอุดมปริญญาเกินไป เรียนจบมาแต่ว่าทำงานไม่ได้ เพราะอย่างเราเอง ตอนที่เรียนมหาวิทยาลัยชั้นนำแห่งหนึ่ง คะแนนเราก็ไม่ได้ดีมาก อาศัยว่าเราเคยทำโน่นทำนี่มา อายุก็ไม่ได้น้อย และยืนด้วยลำแข้งของตัวเองตั้งแต่ก๋งกับยะห์เสียชีวิตไป เตี่ยกับมะก็ไม่ส่งเรียนเพราะกดดันจะให้เราทำตามจุดมุ่งหมายที่เค้าตั้งใจจะให้เป็นตามหวัง แต่เราก็แหกคอกที่จะทำตามฝันของตัวเราเองว่าจะเป็นนักวิชาการผู้มีอำนาจชี้นำสังคม เราก็สามารถได้ทุนไปเรียนที่ต่างประเทศได้แถมได้ทุนให้เปล่าพร้อมค่าเทอมด้วยแม้ว่าทุนที่ได้มามันก็ไม่พอใช้เท่าไหร่ เราก็ลากตัวเองจบมาได้ด้วยคะแนนที่จัดว่าโอเค ถ้าเราตอนเขียน letter of recommendation ใส่ความจริงใจและความจริงไปในนั้น จริงๆ ทุกสถาบันเค้าไม่หวงทุนหรอก เค้าอยากได้คนที่จะไปเป็นดอกไม้ที่สามารถไปผลิบานให้กลิ่นหอมกระจายเพราะว่าสถาบันเค้าจะดีใจว่าเค้าเป็นดินเป็นปุ๋ยให้ดอกไม้ที่ยอมข้ามน้ำข้ามทะเลไปให้เค้าปลูกเจริญงอกงาม

  • Kirara

    อยากให้มีกฏหมายลงโทษแรงๆกับกลุ่มคนไทยพวกนี้ด้วยค่ะ คนอื่นจะได้ไม่กล้าทำตาม โกงกันบ้านเกิดเมืองนอนไม่พอ ยังลามไปถึงต่างประเทศ

  • DEN

    เพื่อนของผมคนหนึ่งได้เข้าไปเรียนด้วยวิธีแบบนี้ละ

  • Patrik

    1. Application fee $20,000/university? That is impossible.
    2. SAT test is not a paper-base any more. One can not take advantage of time-zone difference to know the exam in advance.
    3. Essay cheating is possible.
    4. Recommendation cheating is possible.

  • upper

    การเข้าเรียนได้มันก็ส่วนนึงคะ แต่ก็แค่เข้าเรียนได้ ถ้าไม่เก่งก็ไม่จบคะ ถ้าเรื่องนี้จริง มันก็เป็นแค่การรับเข้าคะ แต่จะเรียนผ่านหรือไม่อยู่ที่ตัวคนนั้นเองคะ เข้าเรียนได้แต่เรียนไม่จบก็ไม่ได้อะไรคะ ส่วนตัวคิดว่าทางมหาวิทยาลัยเขาคงมีมาตรฐานของเค้าแหละคะ มันคงเป็นไปไม่ได้ที่คนโกงทุกคนจะได้รับเข้าเรียน เพราะมหาวิทยาลัยเองก็ต้องรักษามาตรฐานเหมือนกัน
    จบจาก US คะ และที่ผ่านมายังไม่เจอคนที่โกงนะ แต่ยอมรับว่าเคยได้ยินว่าเรื่องเส้นสายนั้นมีอยู่

  • กานต์

    ผมมองว่าเรื่องเข้าได้มันเป็นแค่เรื่องเล็กน้อย เรื่องหลักคือเรียนยังไงให้จบครับ เพราะการแข่งขันในมหาวิทยาลัยที่สูงและเงื่อนไขในการเรียนให้จบก็ยากมากๆครับ

  • มารตรี ศรีอีสาน

    เรื่องเรียน คงไม่ใช่เรื่องสำคัญหรอกค่ะ เพื่อนมารตรี เรียนจบ ป ตรี มา ทำงานด้านสายการบิน สมัยเรียน ชีลำบากมาก อดมื้อกินมื้อ บางทีกินแต่น้ำ พอได้เจอแฟนบนเครื่องที่ชีเป็นพนักงานต้อนรับชายอยู่ แฟนเป็นเศรษฐีบ่อน้ำมัน จากออสเตรเลีย จีบ ตอนนี้แต่งงานและได้ย้ายไปอยู่ออสเตรเลียแล้วค่ะ ชีวิตเป็นซินเดอเรลลี่ ที่โจษจันในกลุ่มมาก ตอนนี้ มีบ้านพักตากอากาศทั่วโลก เฉพาะที่ไมอามี่ ก็ราคา แปดสิบกว่าล้านค่ะ