Music of the Heart

10 พฤษภาคม 2013

วรากรณ์ สามโกเศศ
มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์

ถ้ามีความเชื่อมั่นว่าเด็กทุกคนสามารถพัฒนาได้ เด็กก็จะบรรลุศักยภาพของเขาได้ การมีความรู้สึกดีๆ เกี่ยวกับตัวเขาเป็นองค์ประกอบสำคัญหนึ่งของกระบวนการสร้างความมั่นใจของเด็ก อันจะไปสู่การใช้ศักยภาพได้อย่างเต็มที่

ผมได้ดูภาพยนตร์เก่าเรื่องหนึ่ง ชื่อ Music of the Heart (1999)ซึ่งแสดงนำโดยดารายอดนิยม Meryl Streep และรู้สึกประทับใจจนต้องขอนำมาเล่าต่อ

ภาพยนตร์เรื่องนี้สร้างจากเรื่องจริงของผู้หญิงคนหนึ่ง ชื่อ Roberta Guaspari ซึ่งเป็น single mom ต้องเลี้ยงลูกชาย 2 คน เพราะสามีทิ้งไปหาหญิงใหม่ เธอเรียนจบดนตรีมาแต่ไม่เคยทำงานเป็นหลักแหล่งเนื่องจากต้องย้ายตามสามีซึ่งเป็นทหารเรือไปตามฐานและค่ายต่างๆ

สุดท้ายเธอได้งานเป็นครูผู้ช่วยสอนไวโอลินให้เด็กชั้นประถมของโรงเรียนในย่าน Harlem ของ New York City ซึ่งมีการยิงฟันกันไม่เว้นแต่ละวันเพราะเต็มไปด้วยกลุ่มชนหลากสีที่มีปัญหา

ในตอนแรกไม่มีใครเชื่อว่าเธอจะสามารถสอนไวโอลินให้เด็กเหล่านี้ได้ แต่เธอก็ทำได้สำเร็จ โดยในเวลา 10 ปี เธอสอนไปกว่า 1,400 คน พ่อแม่เด็กถามว่าจะเรียนไวโอลินไปทำไม ยังไงก็ไม่มีโอกาสเป็น Isaac Stern เธอบอกว่าเรียนไปเพื่อเด็กจะได้ “feel good about themselves” เรียนไป เพื่อจะได้รู้จักคำว่า “วินัย” รู้จักความงดงามและอ่อนโยน และรู้จักกระทำสิ่งที่มีความหมาย

ผ่านไป 10 ปี การสอนของเธอก็เกิดมีปัญหาขึ้นเพราะสำนักงานเขตการศึกษาตัดงบประมาณเพราะเห็นว่าการเรียนไวโอลินมีความสำคัญน้อย เธอจึงดิ้นรนต่อสู้ร่วมมือกับผู้ปกครองโดยมีนักไวโอลินเอกหลายคนมาช่วยจัดคอนเสิร์ตการกุศลระดมทุนเพื่อรักษาโครงการไว้ การแสดงจัดใน Carnegie Hall ซึ่งถือว่าเป็นสถานที่แสดงในความฝันของนักดนตรีทั่วโลก สถานที่นี้ซึ่งตั้งอยู่ในนิวยอร์ก สร้างตั้งแต่ ค.ศ. 1891 ตลอดเวลากว่า 100 ปี มีนักดนตรีชั้นยอดของโลกจำนวนมากมายได้แสดงในสถานที่แห่งนี้

ที่มาภาพ : http://music.asmik-ace.co.jp/image/top2.jpg

ที่มาภาพ : http://music.asmik-ace.co.jp/image/top2.jpg

ภาพยนตร์ Music of the Heart ประสบความสำเร็จมาก Wes Craven ผู้สร้าง ได้รับการเสนอชื่อชิงรางวัลออสการ์ เช่นเดียวกับ Meryl Streep ใครที่ชอบฟังเพลงคาลสิกและชอบภาพยนตร์ที่ดูจบไปแล้วยังจดจำความประทับใจและคำพูดของตัวละครได้ไม่ควรพลาด โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ชื่นชอบ Meryl Streep

นักแสดงหญิงอัศจรรย์ผู้นี้ปัจจุบันอายุ 63 ปี ได้รางวัลออสการ์ 3 ตัว และรางวัลอื่น ๆ อีกนับไม่ถ้วน ถือกันว่าเธอเป็นนักแสดงระดับสุดยอดคนหนึ่งของโลกในปัจจุบัน เธอจบปริญญาตรีจากวิทยาลัยมีชื่ออย่างยิ่งของโลก คือ Vassar College และจบปริญญาโทด้านการแสดงจาก Yale School of Drama ซึ่งถือว่าดีที่สุดแห่งหนึ่งของโลก

เธอเล่นได้หลากหลายบทและพูดได้หลายสำเนียง ไม่ว่าจะภาษาอังกฤษเมื่อเล่นเป็น Margaret Thatcher เยอรมัน (Holocaust 1978) โปแลนด์ (Sophie’s Choice 1982) อิตาเลียน (The Bridges of Madison County 1995) ฯลฯ และร่วมร้องเพลง Mamma Mia ในมิวสิเคิลเรื่องนี้ด้วย

การทำงานหนักทุ่มเทฝึกฝนตนเองระหว่างการแสดงภาพยนตร์เรื่องนี้ของเธอ (หัดเล่นไวโอลินวันละ 6 ชั่วโมง สองเดือนเต็ม) สอนให้ผู้ดูได้เรียนรู้ว่าไม่มีอะไรที่สู้ความบากบั่นมานะ และเมื่อบวกกับพรสวรรค์แล้วจะเกิดผลที่ยิ่งใหญ่

ครู Roberta ในเรื่องนี้ศรัทธาในความสามารถในการพัฒนาตนเองของลูกศิษย์เธอ เธอให้ความไว้วางใจว่าเขาต้องทำได้ เธอให้ความรัก ความอ่อนโยน และความห่วงอาทร (LTC-Loving Tender Care) แก่ศิษย์อย่างเสมอหน้า อีกทั้งอดทนในการสอนและชี้ให้เห็นอย่างชัดเจนว่าจะได้อะไรจากการเรียนไวโอลินกับเธอ (“พ่อแม่ภูมิใจ” “รู้สึกว่าตัวเองเป็นคนใช้ได้” “ภูมิใจในความสามารถของตัวเอง”)

เนื้อเรื่องของภาพยนตร์อาจไม่แปลกใหม่ หากคล้ายคลึงกับอีกหลายเรื่องเนื่องจากเรื่องจริงเช่นนี้เกิดขึ้นเสมอเพราะมนุษย์ทั่วโลกมีพฤติกรรมไม่ต่างกัน แต่สิ่งที่ผู้ชมได้เรียนรู้ก็คือ การสอนทักษะนั้นต้องมีวิธีการและทัศนคติในการทำงานอย่างไร และดนตรีนั้นมีศักยภาพในการเปลี่ยนแปลงคนได้อย่างไร

เธอร้องไห้คร่ำครวญเมื่อถูกทิ้ง แต่ในที่สุดก็ตัดใจได้เด็ดขาด ตั้งหลักและเดินไปข้างหน้าด้วยการทำสิ่งที่มีความหมายสำหรับตัวเธอเองและสำหรับโลก ทั้งหมดนี้เธอทำได้เพราะมี music in the heart

หมายเหตุ : ตีพิมพ์ครั้งแรกในน.ส.พ.กรุงเทพธุรกิจ คอลัมน์ “อาหารสมอง” วันอังคารที่ 7 พ.ค. 2556