เปิดร่าง พ.ร.บ.กู้เงิน 2 ล้านล้านบาท พร้อมกรอบการใช้เงินกว้างๆ

หลังจากที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเมื่อวันที่ 19 มีนาคม 2556 เห็นชอบให้นำเสนอร่าง พ.ร.บ.ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่งของประเทศ พ.ศ. …. วงเงินไม่เกิน 2 ล้านล้านบาท น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ก็ได้ทำหนังสือถึงประธานสภาผู้แทนราษฎร เพื่อเสนอต่อที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรเป็นเรื่องด่วน

ล่าสุด สภาผู้แทนราษฎรออกหนังสือเชิญสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร มาประชุมสมัยสามัญนิติบัญญัตินัดพิเศษ ในวันศุกร์ที่ 29 มีนาคม 2556 เพื่อพิจารณาร่าง พ.ร.บ.เงินกู้ 2 ล้านล้านบาท

หลักการของร่างกฎหมายฉบับนี้คือ จะให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อพัฒนาโครงการพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่งของประเทศ มูลค่ารวมกันไม่เกิน 2 ล้านล้านบาท ทั้งนี้เพื่อรองรับการขยายตัวของเมืองและการเพิ่มขึ้นของประชากรที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว และรองรับการขยายตัวทางเศรษฐกิจการค้าและการลงทุนทั้งในประเทศและระหว่างประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เพื่อเตรียมการเข้าสู่ประชาคมอาเซียน โดยจะเชื่อมโยงฐานการผลิตกับฐานการส่งออกกับประเทศเพื่อนบ้าน เพื่อให้ไทยเป็นศูนย์กลางด้านคมนาคมขนส่งในภูมิภาคนี้

สาระสำคัญของร่าง พ.ร.บ.ฉบับนี้แบ่งเป็น 2 หมวดหลัก ได้แก่ หมวดที่ 1 การกู้เงินและบริหารจัดการเงินกู้ (มาตรา 5-13) กำหนดให้กระทรวงการคลังมีอำนาจกู้เงินบาทหรือเงินตราต่างประเทศโดยผ่านการอนุมัติจาก ครม. ในวงเงินไม่เกิน 2 ล้านล้านบาท เพื่อนำไปใช้จ่ายในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่งของประเทศตามยุทธศาสตร์และแผนงาน และภายในวงเงินที่กำหนดไว้ในบัญชีแนบท้าย โดยร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้ให้กระทรวงการคลังมีอำนาจกู้เงินภายในกำหนดเวลาไม่เกินวันที่ 31 ธันวาคม 2563

หมวดที่ 2 การเสนอและการบริหารจัดการโครงการ (มาตรา 14-19) หน่วยงานที่เป็นเจ้าของโครงการต้องจัดทำรายละเอียดของโครงการที่เป็นไปตามยุทธศาสตร์และแผนงานที่กำหนดไว้ในบัญชีแนบท้ายเสนอให้ ครม. อนุมัติ โดยหน่วยงานเจ้าของโครงการต้องปฏิบัติขั้นตอนของกฎหมายที่จำเป็น ต้องดำเนินการก่อนที่จะเริ่มโครงการให้ครบถ้วน และต้องนำเสนอรายละเอียดโครงการให้สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ สำนักงบประมาณ และกระทรวงการคลัง พิจารณากลั่นกรองและเสนอความเห็นต่อที่ประชุม ครม. ประกอบการพิจารณาอนุมัติให้ดำเนินโครงการและการจัดสรรเงินกู้ เมื่อดำเนินโครงการเสร็จสิ้นแล้วมีเงินเหลือจ่าย ให้นำส่งเป็นรายได้แผ่นดิน

ทั้งนี้ยังกำหนดให้กระทรวงที่เป็นเจ้าของโครงการวางระบบการติดตามและประเมินผลโครงการ เพื่อรายงานต่อกระทรวงเจ้าของโครงการและกระทรวงการคลังอย่างต่อเนื่องจนสิ้นสุดโครงการ นอกจากนี้ ยังกำหนดให้คณะรัฐมนตรีต้องรายงานการกู้เงินและผลการดำเนินงานต่อที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภาภายใน 120 วัน นับแต่วันสิ้นปีงบประมาณของทุกๆ ปี

อ่านรายละเอียด พ.ร.บ. ชุดเต็มที่นี่

Download (PDF, 403KB)