“รัฐบาล–ทหาร” พร้อมสู้คดี “ปราสาทพระวิหาร” – 4 แนวทาง “ศาลโลก” ตัดสิน – “ทหาร” พร้อมรบหากเสียดินแดน

24 มกราคม 2013

ข้อพิพาท “ปราสาทพระวิหาร” ระหว่างไทย–กัมพูชา ที่ทั้งสองประเทศต้องไปให้ข้อมูลเพิ่มเติมต่อศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ (ศาลโลก) วันที่ 15–19 เม.ย. 2556 ณ กรุงเฮก ประเทศเนเธอร์แลนด์ และจะมีคำพิพากษาตัดสินคดีช่วงปลายปีนี้ ทำให้ไทย–กัมพูชา คงต้องวัดกันว่าใครจะเป็นฝ่ายชนะ หรือ อาจต้องเสียดินแดน!

ดังนั้น “รัฐบาล–หน่วยงานความมั่นคง” จึงต้องเตรียมการเพื่อสู้ในคดีเขาพระวิหารตั้งแต่ปี 2555 เพราะ “รัฐบาล–หน่วยงานความมั่นคง” ตระหนักดีถึงปัญหาในเรื่องนี้ที่รออยู่ในปี 2556

พล.อ.อ.สุกำพล สุวรรณทัต รมว.กลาโหม ได้นำ พล.อ.ทนงศักดิ์ อภิรักษ์โยธิน ปลัดกลาโหม พร้อม ผบ.เหล่าทัพ เข้าอวยพร น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ก่อนเข้าร่วมหารือคดี “ปราสาทพระวิหาร” เมื่อวันที่ 2 ม.ค. 2556

พล.อ.อ.สุกำพล สุวรรณทัต รมว.กลาโหม ได้นำ พล.อ.ทนงศักดิ์ อภิรักษ์โยธิน ปลัดกลาโหม พร้อม ผบ.เหล่าทัพ เข้าอวยพร น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ก่อนเข้าร่วมหารือคดี “ปราสาทพระวิหาร” เมื่อวันที่ 2 ม.ค. 2556

ทำให้วันที่ 2 ม.ค. 2556 ที่ผ่านมา ภายหลัง “บิ๊กโอ๋” พล.อ.อ.สุกำพล สุวรรณทัต รมว.กลาโหม นำทัพ “บิ๊กเล็ก” พล.อ.ทนงศักดิ์ อภิรักษ์โยธิน ปลัดกลาโหม, “บิ๊กเจี๊ยบ” พล.อ.ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร ผบ.สส., “บิ๊กตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผบ.ทบ., “บิ๊กหรุ่น” พล.ร.อ.สุรศักดิ์ หรุ่นเริงรมย์ ผบ.ทร., “บิ๊กจิน”พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง ผบ.ทอ. และ “บิ๊กอู๋” พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผบ.ตร. เข้าอวยพรปีใหม่ “นายกฯ ปู”น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี

“นายกฯ–หน่วยงานความมั่นคง–กระทรวงการต่างประเทศ” ได้พร้อมใจประชุมนอกรอบเพื่อหาแนวทางรับมือคดี “ปราสาทพระวิหาร” ที่กำลังจะมาถึงในเวลาอันใกล้นี้

ถึงแม้ในปี 2555 ไทยได้ดำเนินการตามกระบวนการย้อนหลังในเรื่องการปรับกำลัง (ถอนกำลัง) ทหารออกจากพื้นที่พิพาทตามคำสั่งชั่วคราว 17.3 ตารางกิโลเมตร เมื่อวันที่ 18 ก.ค. 2555 ที่ถือได้ว่าครบรอบ 1 ปี จากที่ศาลโลกได้มีคำสั่งในเรื่องปรับกำลังพอดี เมื่อวันที่ 18 ก.ค. 2554

แต่ว่ากันว่า กว่าจะมีการปรับกำลังทหารได้จริง ทั้งสองประเทศต่างฝ่ายต่างงัดข้อกัน ซึ่งช่วงปลายปี 2554 ไทยต้องประสบปัญหาอุทกภัย ทำให้ติดปัญหาในการดำเนินการทำตามคำสั่งของศาลโลก จนทำให้กัมพูชาหงุดหงิดที่เราช้าไม่ดำเนินการใดๆ

จนกระทั่ง “บิ๊กอ๊อด” พล.อ.ยุทธศักดิ์ ศศิประภา รมว.กลาโหม ในตอนนั้น ได้บินไปประชุมครั้งแรกที่กัมพูชา ในช่วงเดือน พ.ย. 2554 ส่งผลให้ไทย–กัมพูชาได้มีข้อตกลง คือ ทั้งสองประเทศจะดำเนินการอย่างไรด้วยกันตามคำสั่งของศาลโลกที่ออกมาตรการชั่วคราว

โดยมีข้อสรุปออกมาว่า ไทย–กัมพูชา ตกลงใจกันตั้งคณะทำงานร่วมไทย–กัมพูชา ออกมา 1 ชุด คือ Joint Working Group (JWG) โดยมี “บิ๊กตี๋” พล.อ.วรพงษ์ สง่าเนตร เสนาธิการทหาร เป็นประธาน และ “บิ๊กแป๊ะ” พล.อ.นิพัทธ์ ทองเล็ก ผอ.สำนักงานนโยบายและแผนสำนักปลัดกระทรวงกลาโหม และคณะทำงานอีก 12 คน ขณะที่ กัมพูชา แต่งตั้ง พล.อ.เนียงพาด รมช.กลาโหมกัมพูชา และทีมงาน

ทั้งนี้ การประชุมครั้งที่ JWG 1,2,3 ที่ผ่านมาเพื่อทำตามมาตรการชั่วคราวของศาลโลก สิ่งที่ศาลโลกสั่งคือให้ทั้ง 2 ประเทศปรับกำลังทหารออกจากพื้นที่ A,B,C,D, จากพื้นที่สี่เหลี่ยม 17.3 ตารางกิโลเมตร

แต่ความเป็นจริงแล้ว ไทยไม่ต้องการจะปรับกำลังออกทหารออกจากพื้นที่ตามคำสั่งศาลโลก ทำให้ต้องหาวิธีทำให้ขั้นตอนการดำเนินการต่างๆ นั้นช้าลง “ถ่วงเวลา” เพื่อรักษาอธิปไตยไว้ ด้วยการบอกไปบอกต่อกัมพูชาว่า ปรับกำลังพื้นที่ไม่มีปัญหา แต่ควรต้องเก็บกู้ทุ่นระเบิดออกจากพื้นที่ก่อน ซึ่งก็สามารถดึงเวลาได้ 1 ปี

แต่เมื่อ “หน่วยงานความมั่นคง” ได้รับรายงายข่าวว่า กัมพูชาคิดจะหักหลังไทย ด้วยการปรับกำลังทหารออกจากพื้นที่ฝ่ายเดียวก่อน พร้อมทั้งใช้เป็นข้อมูลรายงานต่อศาลโลกว่า ไทยไม่ปรับกำลังตามที่ศาลโลกสั่ง

เมื่ออุบาย นี้เรารู้ทันกัมพูชาน.ส.ยิ่งลักษณ์จึงสั่งพล.อ.อ.สุกำพล รีบบินไปกัมพูชาทันที เมื่อวันที่ 13 ก.ค. 2555 เพื่อหารือกับสมเด็จฮุน เซน นายกรัฐมนตรีกัมพูชา และพล.อ.เตีย บันห์ รองนายกฯ และ รมว.กลาโหมกัมพูชา

จนในที่สุดจึงมีข้อตกลงในการปรับกำลังพร้อมกันในพื้นที่สี่เหลี่ยม 17.3 ตารางกิโลเมตรรอบปราสาทพระวิหาร เมื่อวันที่ 18 ก.ค. 2555 โดยไทยได้สลับกำลังทหารออกมาและส่งตำรวจตระเวนชายแดน (ตชด.) เข้าไปดูแลพื้นที่แทนจำนวน 3 กองร้อยด้วยกัน ขณะที่ฝ่ายกัมพูชาก็ทำแบบเดียวกัน ด้วยการจัดฉากปรับกำลังทหารเช่นเดียวกัน พร้อมเผยแพร่ภาพออกไปสู่นานาชาติ

	ทหารจากกองทัพภาคที่ 1 เดินทางไปชุมนุมด้านหน้า นสพ.ผู้จัดการ ย่านถนนพระอาทิตย์ เพื่อเรียกร้องการทำหน้าที่สื่อและแสดงความไม่พอใจที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผบ.ทบ.ถูกวิจารณ์การทำหน้าที่แบบเสียหาย เมื่อวันที่ 12 ม.ค. 2556

ทหารจากกองทัพภาคที่ 1 เดินทางไปชุมนุมด้านหน้า นสพ.ผู้จัดการ ย่านถนนพระอาทิตย์ เพื่อเรียกร้องการทำหน้าที่สื่อและแสดงความไม่พอใจที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผบ.ทบ.ถูกวิจารณ์การทำหน้าที่แบบเสียหาย เมื่อวันที่ 12 ม.ค. 2556

ขณะนี้ ทีมงานสู้คดีของไทยที่เกี่ยวข้องทั้งหมด กำลังเตรียมข้อมูลเพื่อไปสู้ศึกที่ศาลโลก มีหลักฐานสำคัญ อาทิ เอกสาร และรูปถ่ายที่ยืนยันว่าเราได้ยกตัวปราสาทพระวิหาร รวมทั้งได้ทำตามคำสั่งศาลโลกเมื่อปี 2505 ให้กัมพูชาสมบูรณ์ไปเรียบร้อยแล้ว

เตรียมใช้ข้อมูลแถลงด้วยวาจาเพิ่มเติมที่ศาลโลก กรุงเฮก เนเธอร์แลนด์ วันที่ 15–19 เม.ย. 2556 ซึ่งวันแรกจะเป็นการแถลงด้วยภาษาอังกฤษประเทศละ 20 นาที ต่อหน้าศาลโลกทั้ง 17 คน ส่วนวันที่ 2 จะเป็นการแถลงด้วยภาษาฝรั่งเศสอีก 20 นาที

และต้องลุ้นอีกครั้ง ช่วงปลายปี 2556 ว่า ศาลโลกจะมีคำสั่งพิพากษาของออกมาอย่างไร ?

แหล่งข่าวความมั่นคงที่เกี่ยวข้องกับคดีเขาพระวิหารเล่าว่า ตอนนี้อยู่ในช่วงรวบรวมข้อมูลหลักฐานทางประวัติศาสตร์ว่าใครจะมีมากกว่ากัน รัฐบาลไทยกำลังเร่งทำการบ้าน เพราะไม่ทราบว่าศาลโลกจะตัดสินออกมารูปแบบใด และฝ่ายความมั่นคงไม่ต้องการให้ประเทศบอบช้ำหากต้องเสียดินแดน!

ทั้งนี้ เรื่องต่างๆ ที่ไปถึงศาลโลกก็เพราะสมัยพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) เป็นรัฐบาล ถือเป็นช่วงที่การเมืองประเทศไม่นิ่ง มีการเคลื่อนไหวทางการเมืองอยู่ตลอดเวลา โดยเฉพาะจากกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย (พธม.) ที่ยื่นคำร้องต่อศาลปกครองให้หนังสือร่างข้อตกลงที่นายนพดล ปัทมะ ตอนเป็น รมว.ต่างประเทศ ได้ทำกับกัมพูชา ที่ถือได้ว่าเป็นหนังสือสนธิสัญญาเป็นโมฆะ เพราะไม่ผ่านมาตรา 190

แต่หนังสือฉบับนี้ได้ผ่านการพิจารณาจากสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) แล้ว โดยมีนายสมัคร สุนทรเวช นายกฯ นั่งหัวโต๊ะ, นายถวิล เปลี่ยนศรี เป็นเลขา สมช., “บิ๊กตุ้ย” พล.อ.ทรงกิตติ จักกาบาตร์ ผบ.สส., “บิ๊กป๊อก” พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผบ.ทบ., “บิ๊กติ๊ด” พล.ร.อ.กำธร พุ่มหิรัญ ผบ.ทร., “บิ๊กเฟื่อง” พล.อ.อ.อิทธพร ศุภวงศ์ ผบ.ทอ. ร่วมประชุมพิจารณาและที่ประชุมเห็นชอบให้ตกลงกับกัมพูชา

“หนังสือสนธิสัญญาฉบับนายนพดลถือเป็นดีที่สุดต่อไทย เพราะกัมพูชาได้ลงนามยินยอมจะนำแค่ตัวปราสาทพระวิหารไปขึ้นทะเบียนมรดกโลกเท่านั้น ไม่นำผืนดินตรงนั้นไปขึ้นมรดกโลก นี่คือสิ่งที่หน่วยงานความมั่นคงดีใจที่สุด เพราะ 45 ปีที่ผ่านมา ไม่เคยเจรจากัมพูชาสำเร็จสักครั้ง แต่เมื่อพันธมิตรฯ ไปฟ้องศาลปกครอง จนในที่สุดศาลมีคำสั่งให้หนังสือสนธิสัญญาเป็นโมฆะ ถือเป็นการจุดไฟเผาบ้านตนเองแท้ๆ”แหล่งข่าวความมั่นคงยืนยัน

ส่วนข้อเท็จจริงเรื่องนี้จะเป็นอย่างไร ใครที่เป็นตัวการเผาบ้านตนเอง อีกไม่ช้าความจริงคงปรากฏ…

	พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผบ.ทบ. ร่วมงานวันสถาปนาของกองทัพภาคที่ 1 เมื่อวันที่ 14 ม.ค. 2556

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผบ.ทบ. ร่วมงานวันสถาปนาของกองทัพภาคที่ 1 เมื่อวันที่ 14 ม.ค. 2556

แต่สำหรับ วาทะ”ห่วย” ที่หลุดจากปาก “บิ๊กตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผบ.ทบ. ด้วยเหตุที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์จากสื่อ”เครือผู้จัดการ” ต่อการวางตัวทางการเมือง โดยเฉพาะการแก้ปัญหา “ปราสาทพระวิหาร” จนกลายเป็นประเด็นร้อนช่วงสัปดาห์วันเด็กแห่งชาติ 2556 ที่ผ่านมา…

และมีปฏิกิริยาตอบโต้จากกองทัพ ที่บรรดาทอปบูทเดินทางไปบุกหน้าสำนักงานนสพ.ผู้จัดการ ถึง 2 ครั้ง เพื่อเรียกร้องการทำหน้าที่สื่อ และแสดงความไม่พอใจที่กล่องดวงใจอย่าง “พล.อ.ประยุทธ์” ถูกวิจารณ์แบบเสียๆ หายๆ จนมีทีท่าว่าจะลุกลามบานปลาย…

ดีที่เรื่องนี้จบแบบ “บัวไม่ให้ช้ำ น้ำไม่ให้ขุ่น” เพราะพล.อ.ประยุทธ์ ยืดอกเอ่ยคำว่า”ขอโทษด้วยถ้ารู้สึกว่าดูถูกเหยียดหยามกันมากเกินไป ตนเป็นผู้ใหญ่ก็ขอโทษ” ทำให้อุณหภูมิทางการเมืองที่ร้อนแรงลดมาทันที…

อย่างไรก็ดี ช่วงบ่ายวันที่ 25 ม.ค.2556 น.ส.ยิ่งลักษณ์ได้เรียกประชุมในเรื่องคดีปราสาทพระวิหาร ที่ประกอบด้วย นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล รองนายกฯ และ รมว.การต่างประเทศ, นายจารุพงศ์ เรืองสุวรรณ รมว.มหาดไทย, รมว.กลาโหม, ปลัดกลาโหม, ผบ.เหล่าทัพ, ทีมทนายปราสาทพระวิหาร พร้อมทูตไทยประจำกรุงเฮก เนเธอร์แลนด์ และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องทั้งหมด เข้าร่วมหารือแนวทางการทำงานในเรื่องคดีปราสาทพระวิหาร ที่ทำเนียบรัฐบาล พร้อมทั้งวางกรอบจะประชุมเต็มคณะแบบนี้เดือนละครั้ง….

โดยในที่ประชุมน.ส.ยิ่งลักษณ์ จะสอบถามถึงข้อมูลและหลักฐานที่ทีมทนายของไทยจะใช้สู้ในวันที่ 15-19 เมษายนนี้ว่ามีอะไรบ้าง พร้อมทั้งเตรียมบูรณาการเพื่อเผยแพร่ข้อมูลต่างๆ ให้ประชาชนได้รับทราบเพื่อความถูกต้อง…

เนื่องจากข้อมูลที่ประชาชนได้รับในกรณีคดีปราสาทพระวิหาร ทั้งหมดยังคงมีความสับสนว่า หากไทยแพ้คดีต่อกัมพูชา ต้องเสียพื้นที่เท่าไรกันแน่ 4.6 หรือ 17.3 ตารากิโลเมตร แม้แต่เจ้าหน้าที่จากกระทรวงการต่างประเทศยังสบสนในข้อมูลนี้เช่นเดียวกัน…

พร้อมทั้งแต่งตั้งทีมโฆษก ต่อการชี้แจงคดีปราสาทพระวิหาร ได้แก่ นายณัฏฐวุฒิ โพธิสาโร รองปลัดกระทรวงการต่างประเทศ กับ “บิ๊กต๊อก” พล.ท.ธารไชยยันต์ ศรีสุวรรณ เจ้ากรมยุทธการทหาร กองบัญชาการกองทัพไทย เป็นหัวหน้าคณะเผยแพร่ข้อมูลในส่วนของกระทรวงกลาโหม….

มติ ครม. พ.ศ. 2505 กำหนดแนวขอบเขต "ปราสาทพระวิหาร" ที่ไทยได้ยกพื้นที่ให้กัมพูชา

มติ ครม. พ.ศ. 2505 กำหนดแนวขอบเขต “ปราสาทพระวิหาร” ที่ไทยได้ยกพื้นที่ให้กัมพูชา

นอกจากนี้ “ทีมทนาย” จะแจ้งในที่ประชุมถึงการประเมินแนวทางคำตัดสินศาลโลก 4 แนวทาง คือ 1. ศาลโลกยกฟ้อง เนื่องจากศาลโลกไม่มีอำนาจในการพิจารณาคดี 2. ศาลโลกพิพากษาให้ใช้แนวเขตเดิมที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) ไทยได้ยกพื้นที่ให้กัมพูชาตั้งแต่ปี 2505 3. ศาลโลกให้ขยายเขตพื้นที่รอบตัว “ปราสาทพระวิหาร” ให้แก่กัมพูชา 4. ศาลโลกให้ใช้เส้นเขตแดนตามแผนที่ 1 ต่อ 2 แสนตารางกิโลเมตร ที่ประเทศฝรั่งเศสได้กำหนดขึ้นเอง

งานนี้ หากศาลโลกตัดสินออกมาที่แนวทางที่ 3 หรือ 4 ไทยคงรับไม่ได้ โดยเฉพาะ “หน่วยงานด้านความมั่นคง” ก็ยืนยันว่าพร้อมทำสงครามกับกัมพูชาทันที!

ทำให้การตัดสินของศาลโลกในช่วงปลายปีนี้ชวนให้ติดตามอย่างยิ่ง ว่าจะออกมาในแนวทางใด แต่ในใจของ “รัฐบาล–ทหาร–ประชาชน” ได้แต่หวังว่า คำตัดสินน่าจะเป็นข่าวดีต่อไทย ไม่เช่นนั้น ชายแดนไทยด้านทิศตะวันออกคงได้ร้อนระอุอีกครั้ง…

  • คนกลางๆ

    พันธมิตรนี่ก็แปลกเนอะ คือ ถ้าพรรคไหนทำอะไรที่ไม่ใช่ประชาธิปัตย์ นี่มึงค้านตลอด โดยไม่คำนึงถึงผลประโยชน์ของประเทศชาติ ถ้าสมมุติมึงไม่ยื่นเรื่อง มึงรุมั้ยว่าประเทศไทยจะมีข้ออ้างต่อศาลโลกที่มีน้ำหนักมากแค่ไหน การที่ไทยมีแนวโน้มที่จะเสียดินแดนที่เป็นบริเวณโดยรอบมันมีมากแค่ไหน ในขณะนี้ การที่ไทยทำแถลงการณ์ร่วมที่ นายนพดล ไปทำไว้มีผลประโยชน์ต่อประเทศมากแค่ไหน

ข่าวในประเด็น

อ่านข่าวในประเด็นทั้งหมด »

เครือข่ายสังคม