5 Broken Cameras

28 มกราคม 2013

ธิดา ผลิตผลการพิมพ์

5 Broken Cameras-1

สำหรับคนทั่วไป ความขัดแย้งระหว่างอิสราเอลกับปาเลสไตน์อาจหมายถึงภาพการห้ำหั่นถึงเลือดถึงเนื้อระหว่างกองทัพของรัฐกับกลุ่มติดอาวุธหัวรุนแรง และการเจรจาสันติภาพของผู้นำประเทศอันยืดเยื้อไม่จบสิ้น แต่ “5 Broken Cameras” บอกเราว่า การต่อสู้ที่แท้จริงนั้นยังเป็นพื้นที่ของชาวบ้านสามัญมือเปล่า ผู้ซึ่งความมุ่งหวังสูงสุดมิใช่การถูกจดจารชื่อในฐานะวีรบุรุษบนหน้าประวัติศาสตร์ และมิใช่กระทั่งการบรรลุเป้าหมายเพื่อชาติลมๆ แล้งๆ

…หากคือการได้เห็นลูกตัวเล็กๆ ของพวกเขามีโอกาสได้เติบโตและทำมาหากินอย่างสงบสุขบนที่ที่สามารถเรียกได้เต็มปากว่า ‘แผ่นดินของเราเอง’

“เอหมัด เบอร์นาต” สมาชิกธรรมดาๆ ของหมู่บ้านชาวนา “Bil’in” ในเขตเวสต์แบงก์ของปาเลสไตน์ ซื้อกล้องวิดีโอตัวแรกในปี 2005 ด้วยความมุ่งหมายจะบันทึกภาพ “จิบรีล” ลูกชายคนสุดท้องแรกเกิด และตามถ่ายเหตุการณ์สนุกสนานเล็กๆ น้อยๆ ในชุมชน แต่แล้วเจตนาของเขาก็ต้องเปลี่ยน เมื่อปีเดียวกันนั้น อิสราเอลรุกคืบเข้ายึดดินแดนปาเลสไตน์ด้วยการสร้างกำแพงกั้นเขตยาวเหยียดพาดทับที่ดินที่เขาเติบโตมา ทุ่งหญ้าซึ่งเคยเป็นอาหารของวัวและต้นมะกอกที่ชาวบ้านผูกพันพากันแห้งตาย ทิวทัศน์เวิ้งว้างถูกแทนที่ด้วยหมู่มวลอพาร์ตเมนต์ขนาดใหญ่ ซึ่งรองรับชาวยิวที่เร่งรีบอพยพเข้าอาศัยจำนวนมหาศาล

5 Broken Cameras-2

เมื่อผืนดินถูกฉกฉวยต่อหน้าต่อตา สิ่งที่ชาวบ้านเลือกทำคือการรวมตัวกันประท้วงหน้ากำแพงนั้นทุกสัปดาห์โดยปราศจากอาวุธ การสู้ยิบตาอย่างสันติของพวกเขาดึงดูดเพื่อนร่วมอุดมการณ์จากหลายประเทศ (รวมถึงนักกิจกรรมฝ่ายซ้ายในอิสราเอลเอง) มาเข้าร่วมด้วยมากขึ้นเรื่อยๆ และกลายเป็นต้นแบบสร้างแรงบันดาลใจให้แก่หมู่บ้านอื่นในเวสต์แบงก์ที่ประสบชะตากรรมเดียวกัน

อย่างไรก็ดี นี่ย่อมนำมาซึ่งการตอบโต้อันรุนแรงขึ้นทุกทีเช่นกันจากทั้งแก๊สน้ำตาและกระสุนจริงของทหารอิสราเอล การต่อสู้อย่างอหิงสาของฝ่ายประชาชนทุกครั้งจึงจบลงด้วยความเจ็บปวดสูญเสียซ้ำซาก และความสิ้นหวังที่โรยตัวอาบคลุมจิตใจทุกคนหนักหนาขึ้นทุกขณะอย่างไม่อาจเลี่ยง

5 Broken Cameras-3

เบอร์นาตบอกเล่าเรื่องราวเหล่านี้ต่อเนื่องจนถึงขวบปีที่ 5 ของเด็กชายจิบรีล ผ่านกล้องรวม 5 ตัว ซึ่งแต่ละตัวล้วนลงเอยด้วยการถูกทหารทำลายกระจุยกระจายสิ้นอายุ น่าสนใจที่ ‘กล้อง’ เริ่มต้นบทบาทของมันในฐานะเครื่องมือบันทึกเรื่องเล่าอันเป็นประวัติศาสตร์ส่วนตัว แต่แล้วต่อมาเบอร์นาตพบว่า มันยังสามารถเป็นเครื่องมือบันทึกเรื่องเล่าประวัติศาสตร์ระดับใหญ่โตกว่านั้น กล้องได้กลายเป็นเกราะคุ้มครองป้องกันจิตใจที่ขลาดกลัวของเขาให้กล้าหาญพอจะเดินดุ่มพร้อมเพื่อนๆ เข้าสู่พื้นที่ขัดแย้งแล้วถ่ายเหตุการณ์ทั้งหลาย แม้จะต้องตกอยู่ในความสุ่มเสี่ยงเฉียดตายครั้งแล้วครั้งเล่า

เบอร์นาตไม่ใช่นักข่าวสงคราม เขาเป็นชาวนา แต่ท่ามกลางภาวะไร้อำนาจ กล้องได้กลายเป็นอาวุธที่ดีที่สุดที่เขาใช้ต่อสู้กับความอยุติธรรมตรงหน้า และในที่สุดแล้ว กล้องและเรื่องเล่าบนฟุตเตจเหล่านี้ยังแสดงพลานุภาพในการกระตุ้นเร้าชาวบ้านคนอื่นๆ ให้ฮึกเหิมและลุกขึ้นร่วมประท้วงเพื่อทวงสิทธิในฐานะมนุษย์ของตนกลับคืน

5 Broken Cameras-4

หนึ่งในคำถามสะเทือนใจที่เบอร์นาตเอ่ยไว้ในหนังคือ เมื่อมนุษย์ถูกย่ำยีและต้องอยู่ท่ามกลางความตายของคนที่รัก เราจะยังทนสู้อย่างอหิงสาไปได้นานสักแค่ไหน เด็กชายผู้ร่ำร้องอย่างเจ็บร้าวให้ทหารปล่อยตัวพ่อของเขานั้นกำลังแบกรับความคั่งแค้นเพียงใดอยู่ในหัวใจ และเด็กเล็กๆ ที่สิ้นสูญความไร้เดียงสาหลังจากลืมตาดูโลกได้เพียงไม่กี่ปีจะเติบโตขึ้นเป็นคนเช่นไรกันแน่

คุณภาพแบบ ‘บ้านๆ’ ของงานภาพ บวกด้วยเสียงบรรยายนิ่งเรียบแต่เต็มไปด้วยความรู้สึกของเบอร์นาตเอง ทำให้สารคดีเรื่องนี้ (ซึ่งได้ “กาย ดาวิดี” นักทำสารคดีชาวอิสราเอลมาช่วยกำกับ) มีทั้งความสมจริงแบบงานข่าวพลเมืองและมีความเป็นหนังส่วนตัวอย่างยิ่งในเวลาเดียวกัน ทั้งในแง่ของการบอกเล่าส่วนเสี้ยวประวัติศาสตร์ผ่านมุมมองและประสบการณ์เฉพาะตนของประจักษ์พยานคนหนึ่งในเหตุการณ์ และเรื่องราวช่วงชีวิตอันน่าสะเทือนใจของปุถุชนผู้ต้องคัดง้างกับความกลัว เผชิญความโศกสลดจากการสูญเสียและความประหวั่นพรั่นพรึงต่ออนาคตของลูกน้อย

5 Broken Cameras-5

ความเป็นส่วนตัวนี่เองที่ทำให้ 5 Broken Cameras กลับสามารถสื่อสารใจความสำคัญที่ไม่ปรากฏมากนักในหนังสงครามงานสร้างเพียบพร้อมทั่วไป ในหลายฉาก เราได้เห็นว่ากระทั่งทหารที่เขวี้ยงแก๊สใส่ชาวบ้านฝ่ายตรงข้ามเป็นว่าเล่น เอาเข้าจริงก็เป็นเพียงเด็กหนุ่มซึ่งอาจไม่ได้เข้าใจความหมายของคำสั่งที่ตนได้รับด้วยซ้ำ

…สงครามในความเป็นจริงไม่ใช่พื้นที่ของหลักการนามธรรมใดๆ ซึ่งมันถูกให้ความหมาย แต่คือความอยู่ความตายของผู้คนตัวเล็กตัวน้อยที่มีลมหายใจอยู่จริง และแทบไม่มีความพันผูกอะไรเลยกับอุดมการณ์แห่งรัฐชาติอันแสนล่องลอย

หมายเหตุ: 5 Broken Cameras ได้เข้าชิงรางวัลออสการ์สาขาภาพยนตร์สารคดียอดเยี่ยมปี 2013 คลิกชมตัวอย่างได้ที่นี่