ประเด็นฮอตในโซเชียลมีเดีย ประจำปี 2555

ตลอดระยะเวลา 1 ปีที่ผ่านมา มีเรื่องราวเกิดขึ้นมากมาย สำนักข่าวไทยพับลิก้าขอสรุปประเด็นฮอตในโซเชียลมีเดียเด่นๆ ในรอบปี 2555 ดังนี้

แวดวงการเมือง

ในรอบปีมังกรทอง 2555 ที่ผ่านมานี้ ข่าวคราวการเมืองที่พูดถึงกันมากในโลกโซเชียลเน็ตเวิร์ก ทั้งในมุมมองจริงจัง หรือแม้แต่นำมาล้อเลียนกันอย่างขำขันบนโลกออนไลน์ จนทำให้ชาวโซเชียลเน็ตเวิร์กสนใจและมีการพูดถึงติดตามกันอย่างต่อเนื่อง ได้แก่

เรื่องแรก “ความวุ่นวายในรัฐสภา ระหว่างการประชุมเพื่อการบรรจุญัตติ พ.ร.บ.ปรองดอง เข้าสภา” จนเกือบเป็นสภามวย ระหว่างท่าน ส.ส. ผู้ทรงเกียรติหลายท่านจากพรรคประชาธิปัตย์และพรรคเพื่อไทย ที่มีการโต้เถียงและโต้ตอบกันอย่างรุนแรง รวมไปถึงการต่อว่าประธานสภาฯ ว่าปฏิบัติหน้าที่ไม่เหมาะสมและไม่เป็นกลาง จนมีการฉุดกระชากลากดึงเก้าอี้ของประธานสภา ทำให้เหตุการณ์ดูโกลาหล วุ่นวาย เหตุเพราะพรรคฝ่ายค้านมองว่า พ.ร.บ.ปรองดองนี้มีเป้าหมายเพื่อบุคคลคนเดียว คือ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร พี่ชายของนายกฯ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ได้พ้นผิดและสามารถเดินทางกลับประเทศไทยอย่างไร้มลทิน

เรื่องที่สอง “DSI ตั้งข้อหาพยายามฆ่ากับนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกรัฐมนตรี และนายสุเทพ เทือกสุบรรณ อดีตรองนายกรัฐมนตรี” กรณีการสลายการชุมนุมในปี 2553 จนมีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิตถึง 98 ศพ ซึ่งนายอภิสิทธิ์และนายสุเทพได้ปฏิเสธความผิดทุกข้อกล่าวหา แต่ก็ยินยอมพิมพ์ลายนิ้วมือเป็นผู้ต้องหาเพื่อทำประวัติและเซ็นรับทราบข้อกล่าวหา จนมีผู้นำภาพของนายอภิสิทธิ์ขณะพิมพ์ลายนิ้วมือไปเผยแพร่บนโซเชียลเน็ตเวิร์ก และกลายเป็นทอล์คออฟเดอะทาวน์

เรื่องที่สาม “White lie–โกหกสีขาว ของนายกิตติรัตน์ ณ ระนอง” ที่ได้ออกมาระบุถึงตัวเลขการขยายตัวทางเศรษฐกิจการส่งออกที่รัฐบาลตั้งเป้าไว้ว่าจะขยายตัวได้ร้อยละ 15 ซึ่งสวนทางกับตัวเลขของสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ที่คาดว่าเติบโตเพียงร้อยละ 7.3 และยังยอมรับว่าสิ่งที่ตนเองพูดไปนั้นเป็น “white lie” ตามมาตรฐานสากล จนเกิดเป็นกระแสคัดค้านจากพรรคฝ่ายค้านและชาวโซเชียลเน็ตเวิร์คว่า การพูดเช่นนี้เป็นคำโกหก ผู้บริหารประเทศควรพูดแต่ความจริงเท่านั้น คำพูดที่เป็นคำโกหกถือเป็นการหลอกลวงประชาชน

เรื่องที่สี่ “ภาพโป๊กลางห้องประชุมสภา” นอกจากสภาเกือบเป็นเวทีมวยแล้ว ยังเกิดเหตุการณ์ที่สร้างความตกใจให้กับผู้ทรงคุณวุฒิขณะกำลังทำการประชุม จนต้องสืบหาต้นตอของภาพกันอย่างวุ่นวาย เพราะเกิดมีภาพของหญิงสาวนุ่งกางเกงชั้นในซีทรูจนเกือบเปลือยเปล่า นั่งโพสต์ท่าสุดเซ็กซี่อยู่บนจอมอนิเตอร์กลางห้องประชุมสภา จากการสืบค้นที่มาของภาพดังกล่าวนี้ เกิดจากการส่งสัญญาณระบบ Wi-fi ของโทรศัพท์มือถือแบบสมาร์ทโฟน อีกทั้งยังมีความเชื่อว่ามาจากโทรศัพท์มือถือของคนในห้องประชุม ประกอบกับภาพวงจรปิดในห้องประชุมยังมีภาพของนายณัฏฐ์ บรรทัดฐาน ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ กำลังดูภาพวาบหวิวในโทรศัพท์มือถือระหว่างประชุม จนเจ้าตัวต้องออกมายอมรับพร้อมบอกว่าหยิบมาเพื่อจะลบ ไม่ได้ตั้งใจจะดู และขอโทษกับสิ่งที่เกิดขึ้น แต่ภาพในมือถือเป็นคนละภาพกับที่ปรากฏบนจอมอนิเตอร์ในที่ประชุมรัฐสภา

ที่มาภาพ: httpwww.siamrath.co.thwebq=categorychannelcolumn
ที่มาภาพ: http www.siamrath.co.th

เรื่องที่ห้า “หลากหลายเรื่องราวสีสันของนายกปู” นากยกรัฐมนตรีคนที่ 28 ของไทย นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกฯ หญิงคนแรก ที่ทั้งหน้าตาสะสวย บุคลิกดี และนอกจากจะเป็นน้องสาวของอดีตนายกฯ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ที่ก็ทำให้หลายคนสนใจแล้ว ความเป็นผู้หญิงของเธอได้สร้างสีสันให้กับการเมืองไทยได้อย่างมากทีเดียว เช่น ตั้งแต่เริ่มรับตำแหน่ง ทะเบียนรถที่นายกฯ ปูนั่งไม่ว่าจะรถยนต์ส่วนตัวหรือรถประจำตำแหน่ง ก็ยังเป็นตัวเลขที่ชาวบ้านจับตามอง เพราะให้หวยเลขเด็ดตรงเกือบทุกงวด ตามมาด้วยเรื่องการปฏิบัติหน้าที่นายกรัฐมนตรี ที่ทุกปีจะต้องมีคำขวัญวันเด็ก หลายคนก็จับตามองว่าจะออกมาเป็นอย่างไร แม้กระทั่งลายมือของนายกฯ ปู ที่เขียนสคริปต์โต้ตอบในการประชุมกับฝ่ายค้าน จนชาวเน็ตแชร์ภาพและพูดถึงกันอย่างแพร่หลาย หรือแม้แต่กระทั่งการพูดต่อหน้าสาธารณชน ทั้งภาษาไทยและอังกฤษ ที่มักจะมีการพูดผิด–ถูก และต้องดูสคริปต์ที่เตรียมมาทุกครั้ง

ตามมาด้วยเรื่องนามบัตรของท่านนายกฯ ที่มีกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในโลกออนไลน์ถึงความไม่เหมาะสม เพราะเป็นนามบัตรที่มีตราสัญลักษณ์ของสำนักนายกรัฐมนตรีประทับตราอยู่ และก็มีชื่อนายอนุสรณ์ อมรฉัตร คู่สมรสนอกกฎหมายรวมอยู่ด้วย แต่ก็ได้รับการยืนยันว่า นามบัตรของนายกฯ ท่านอื่นก็มีชื่อของคู่สมรสพ่วงท้ายเช่นกัน

ต่อมาคือเรื่องภารกิจลับชั้น 7 โรงแรมโฟร์ซีซันส์ ที่หลายสำนักข่าวต่างสืบค้นความจริงกันมากว่า นายกฯ ปูหนีการประชุมสภามานัดพบนักธุรกิจหนุ่มอสังหาฯ ณ ที่แห่งนี้

ขณะที่การเยือนต่างประเทศ นอกจาก “ภาษาอังกฤษของท่านนายกฯ” ที่สร้างความฉงนให้ใครหลายคนแล้ว การแต่งกายของนายกฯ ปูทุกครั้งที่ไปปฏิบัติภารกิจก็สวยงามจนต่างชาติชื่นชมในความงามมากกว่าการปฏิบัติภารกิจ และชุดที่ชาวอินเทอร์เน็ตกดไลค์กันมากก็เมื่อครั้งที่นายกฯ ยิ่งลักษณ์ สวมชุดฮันบก ชุดประจำชาติของเกาหลี ว่าสวยงามน่ารักเทียบเท่าซุปเปอร์สตาร์ดังเลยทีเดียว

ล่าสุด เมื่อครั้งบารัก โอบามา มาเยือนประเทศไทย สื่อต่างชาติให้ความสนใจกันมากว่า นายกรัฐมนตรีหญิงของไทยกับประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกาว่ามีความสนิทสนมและมีการส่งสายตาหวานเยิ้มให้กันตลอดเวลา จนมีผู้ทำคลิปวีดีโอล้อเลียนเผยแพร่ บน Youtube ใช้ชื่อคลิปว่า “President Obama’s in Thailand?! Prime Minister, keep your skirt on!” แต่ก็ถูกกระแสวิจารณ์ถึงความไม่เหมาะสม จนคลิปวิดีโอนี้ต้องถูกลบไป

กระแสสังคมไทย

ในปี 2555 นี้ มีหลายกระแสดังในสังคมไทย มีเรื่องราวสำคัญที่เป็นเรื่องดีๆ เรื่องที่ประชาชนไทยต่างยินดีและปลาบปลื้มใจ ซึ่งเหตุการณ์ที่ต้องยกให้เป็นที่สุดในเรื่องความยินดีของคนไทย ได้แก่ การเสด็จออกมหาสมาคมของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 5 ธันวาคม 2555 เป็นข่าวเหตุการณ์ที่ทำให้ประชาชนคนไทยทั่วโลกมีความสุขและปลาบปลื้มใจที่สุด ตั้งแต่วินาทีแรกที่พระองค์ท่านเสด็จจากโรงพยาบาลศิริราช ไปตลอด 2 ข้างทางที่เสด็จพระราชดำเนินผ่าน พร้อมเสียง “ทรงพระเจริญ” ที่ดังกึกก้อง ภาพน้ำตาแห่งความปลาบปลื้มใจของชาวไทยและชาวต่างชาติในเสื้อเหลืองที่มาเฝ้ารอรับเสด็จท่ามกลางอากาศร้อนอย่างตั้งใจจริง เผยแพร่ออกไปแทบทุกสื่อทั่วโลก แสดงให้เห็นถึงความยิ่งใหญ่ขององค์พระมหากษัตริย์ไทย ที่ชาวไทยต่างจงรักภักดีและเคารพเทิดทูน หรือแม้กระทั่งเมื่อครั้งที่ทรงเสด็จเยือนบริเวณทุ่งมะขามหย่อง จ. พระนครศรีอยุธยา ประชาชนก็ต่างออกมาเฝ้ารอรับเสด็จกันอย่างล้นหลามเช่นกัน

มาที่อีกข่าวดีที่เป็นความภาคภูมิใจของคนไทย นักกีฬาไทยคว้าเหรียญกีฬาโอลิมปิกและกีฬาพาราลิมปิก ชาวโซเชียลเน็ตเวิร์กเองก็มีการโพสต์ข้อความให้กำลังใจ รวมถึงผลการแข่งขัน และรูปเก็บตก ช็อตน่ารักๆ ของนักกีฬา ผ่านโลกออนไลน์อยู่เสมอ

และอีกเรื่องน่ายินดีที่โลกออนไลน์และสังคมไทยพูดถึงกันมาก คือ เรื่องงานมงคลสมรส ข่าวดีของเหล่าคนดังในบ้านเรา ไม่ว่าจะเป็น สงกรานต์ เตชะณรงค์ และ แอฟ ทักษอร , เป้ย ปานวาด และ ป๊อป เรือเอกนิธิ บุญยรัตกลิน , ป๋อ ณัฐวุฒิ และ เอ๋ พรทิพย์ , ชาคริต แย้มนาม และ วุ้นเส้น วิริฒิพา , แป้ง อรจิรา และ ร.ต.อ.ทรงพันธุ์ กุลดิลก , แอน อลิชา และ ภูริ หิรัญพฤกษ์ , “หนุ่ม อรรถพร และ ฝ้าย อริญรดา , ต่าย ชุติมา และ ทิม พิธา , ป๊อก ปิยธิดา และ ตั๊ก นภัสกร รวมไปถึงลูกชายอดีตนายกรัฐมนตรีชวน หลีกภัย อย่าง ปลื้ม สุรบถ และ ทับทิม มัลลิกา ที่ถูกนำไปโยงกับกระแสการเมืองด้วย และอีกหนึ่งคู่รักหมื่นล้าน ที่มีการหมั้นหมายกันเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ก็เป็นที่จับตามองและพูดถึงกันอย่างมาก ระหว่างนักแสดงสาว ตั๊ก บงกช และ เจ้าสัวบุญชัย เบญจรงคกุล ที่มีการพูดถึงกันอย่างต่อเนื่องทุกวัน ในทุกอิริยาบถจนกระทั่งถึงวันงาน

กระแสสังคมที่เป็นเรื่องหดหู่ใจที่สร้างความกังวลในชาวไทยด้วยกันเป็นอย่างมาก เป็นเรื่องความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่เกิดขึ้นบ่อยและมีผู้เสียชีวิตกับเหตุการณ์ดังกล่าวแทบทุกวัน จนใครหลายคนได้แต่สวดมนต์ภาวนาให้เหตุการณ์ดังกล่าวสงบลงเสียที

ต่อมาเป็นข่าวคดีอาชญากรรมที่ต้องมีการสืบหาข้อเท็จจริงกันอย่างต่อเนื่อง กับการขุดพบโครงกระดูกในไร่ของ พ.ต.อ.นพ.สุพัฒน์ เลาหะวัฒนะ ที่มีพยานหลักฐานยืนยันว่าหมอสุพัฒน์เป็นฆาตกรจริง รวมทั้งคลิปวิดีโอ http://www.youtube.com/watch?v=o9JLHMaDG6U&playnext=1&list=PL0fV3fKjrF_oEjtctYZqmv-j9KvkRP23D&feature=results_video ของผู้ที่อ้างตัวว่าเป็นมารดาของหมอสุพัฒน์ ที่ออกมาพูดยืนยันถึงความใจร้ายของลูกตัวเอง พร้อมทั้งบอกว่าเป็นลูกอกตัญญู

และอีกเรื่องที่เป็นทอล์คออฟเดอะทาวน์จากข่าวหน้า 1 ของหนังสือพิมพ์หลายฉบับ น้องกอหญ้า เด็กหญิงวัย 3 ขวบ ที่นอนกอดศพแม่ของตัวเองนาน 3 วัน โดยไม่รู้ว่าแม่ได้เสียชีวิตแล้ว จนเป็นกระแสให้โลกออนไลน์ได้พูดถึงกันมาก หลังจากที่รายการ “คนอวดผี” นำเรื่องราวนี้ไปพูดคุยออกในรายการ ทำให้หลายคนสงสัยและอยากรู้ความจริงมากว่า ทั้งที่น้องกอหญ้าใช้ชีวิตอยู่กับแม่ที่เสียชีวิตไปแล้ว แต่เหตุใดกลับได้รับการเลี้ยงดูอย่างดีเหมือนมีคนดูแลปกติ ซึ่งแม้จะหาข้อสรุปที่ชัดเจนไม่ได้ แต่อย่างไรก็ตาม เรื่องนี้ทำให้ใครหลายคนได้รับรู้ถึง “ความรักที่ยิ่งใหญ่ของแม่” โดยไม่ต้องหาคำอธิบายใดมาเพิ่มเติมอีก

ดาราย่อมคู่กับการเป็นข่าว แต่เรื่องนี้ดูจะไม่ปกติ เนื่องจากผู้คนให้ความสนใจกันมาก เพราะไม่เพียงแต่วงการบันเทิง เรื่องนี้ยังกระทบไปถึงหลายฝ่าย สืบเนื่องจากดาราสาวเจ้าของฉายา “ปากปลาร้า หน้าเป๊ะ” พลอย เฌอมาลย์ กับกรณีการมีปัญหาเรื่องค่าตัวกับออร์แกไนซ์ จนมีการโต้ตอบกันไปมาอย่างดุเดือด สุดท้ายก็ไปเกี่ยวโยงถึงเรื่องการเสียภาษี ที่ร้อนถึงกรมสรรพากรต้องออกมาตรวจตราภาษีของบุคคลในวงการ

เรื่องนี้เป็นกระแสแรง จากละครที่คนไทยจัดตั้งให้คืนวันจันทร์–อังคารเป็น “วันแรงเงาแห่งชาติ” กันเลยทีเดียว แม้แต่บางคนที่ไม่ได้ดูละคร ก็ยังสามารถทราบความคืบหน้าของละครได้จากหน้าเฟซบุ๊ก ของตัวเองที่แต่ละคนโพสต์ไว้กันอย่างมากมาย ด้วยเนื้อหาของละครที่คนติดกันทั่วบ้านทั่วเมือง สอดแทรกหลักธรรมคำสอนในทุกฉากทุกตอน อีกทั้งเนื้อหาบทละครและฉากการแสดงที่ต้องตบตีกันทั้งเรื่อง ทำให้กระแสละครเรื่องแรงเงานี้เป็นที่พูดถึงความเหมาะสม จนเกือบจะถูกแบนงดออกอากาศในที่สุด แต่สุดท้ายก็ต้านกระแสประชาชนไม่ได้ ละครก็มีการฉายจนจบ พร้อมกับสรุปหลักคำสอนที่ดี ผลกรรมของการกระทำที่ดีและไม่ดี จากบทละครให้ได้คิดติดตามกันอย่างสมเหตุสมผล จนท้ายที่สุดได้รับรางวัลละครสร้างสรรค์แห่งปี 2555 จากศูนย์วิจัยมหาวิทยาลัยกรุงเทพ หรือกรุงเทพโพลไปครอง

เหตุการณ์หลักของโลก

สำหรับปี 2555 สิ่งที่ทำให้ชาวโซเชียลเน็ตเวิร์กและประชาชนต่างให้ความสนใจกันมากเป็นอันดับหนึ่งคงหนีไม่พ้นการคาดเดาเรื่องเหตุการณ์วันสิ้นโลก ในวันที่ 21/12/2012 ตามวันสุดท้ายของปฏิทินชนเผ่ามายา ที่ทางผู้มีเชื้อสายของเผ่าได้ออกมายืนยันก่อนหน้าแล้วว่าไม่มีมูลความจริง เพียงแต่บรรพบุรุษเขียนปฏิทินไปหยุดไว้แค่วันนี้เท่านั้น อีกทั้งยังมีกระแสข่าวลือออกมาจากหลายด้านถึงเหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้น ทั้งการเกิดพายุสุริยะ ดวงหางพุ่งชนโลก แผ่นดินไหว สึนามิ หรือแม้แต่ความเชื่อเรื่องมนุษย์ต่างดาวที่จะมาบุกโลก แต่สุดท้ายเมื่อเวลาผ่านพ้นมา เหตุการณ์ทุกอย่างปกติ สร้างความโล่งใจให้กับคนทั้งโลก พร้อมการเฉลิมฉลองใน “วันสิ้นโลก” เป็นวันที่ “โลกไม่สิ้น” และเตรียมพร้อมก้าวรับปีใหม่ อย่างเบิกบานใจ

ที่มาภาพ: httpgoodnewsaday.wordpress.com20121107doomsday-2012-truth-or-consequence
ที่มาภาพ: httpgoodnewsaday.wordpress.com20121107doomsday-2012-truth-or-consequence

แม้จะยังไม่เกิดเหตุการณ์วันสิ้นโลกจริงๆ แต่เหตุการณ์ทางธรรมชาติที่เลวร้ายก็ยังคงต้องเกิดขึ้นไปตามวัฏจักรของการดำเนินชีวิต ซึ่งก็เป็นเรื่องราวที่สร้างความสูญเสียเป็นอย่างมากกับมนุษยชาติ โดยในปี 2555 ที่ผ่านมานี้ ก็ได้เกิดภัยธรรมชาติที่รุนแรงในหลายประเทศทั่วโลกทั้ง พายุเฮอริเคนแซนดี้ พัดถล่มประเทศสหรัฐอเมริกา, แผ่นดินไหว 7.1 ริกเตอร์ ในประเทศอินโดนีเซีย, แผ่นดินไหว ในประเทศพม่า, อุทกภัยในรัฐอุตตราขัณฑ์และรัฐอัสสัม ประเทศอินเดีย, แผ่นดินไหวในประเทศอิหร่าน, อุทกภัยในปักกิ่ง ประเทศจีน และอุทกภัยที่เกิดขึ้นในประเทศปากีสถาน

มาที่เหตุการณ์ฆาตกรรมหมู่ ในโรงเรียนเด็กเล็กที่สร้างความสะเทือนใจไปทั่วโลก เมื่อผู้ก่อเหตุวัย 20 ปี “อดัม แลนซา” ถือปืนเข้ากราดยิงเด็กนักเรียนและครูในโรงเรียนแซนดี ฮุค ในเมืองนิวทาวน์ รัฐคอนเนตติกัต สหรัฐอเมริกา ซึ่งเป็นโรงเรียนเก่าของตนเอง จนมีผู้เคราะห์ร้ายที่ต้องเสียชีวิตถึง 26 ราย รวมถึงผู้เป็นแม่ของอดัม แลนซา และเป็นเด็กเล็กว่า 20 ราย สร้างความสะเทือนใจให้ผู้รับข่าวสารไปทั่วโลก แม้กระทั่งประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา นายบารัก โอบามา ถึงกับเสียน้ำตา โดยสาเหตุของเหตุการณ์สะเทือนขวัญนี้ มาจากความผิดปกติตามอาการป่วยของผู้ก่อเหตุ ที่ผู้เชี่ยวชาญว่าเคราะห์ว่าคือโรค “แอสเพอร์เกอร์ ซินโดรม” ซึ่งเป็นรูปแบบหนึ่งของโรคออทิสติก โดยผู้ป่วยจะมีพัฒนาการที่สมบูรณ์ทุกอย่าง แต่บกพร่องในทักษะด้านการสื่อสาร และการเข้าสังคม

อีกเรื่องราวระดับโลกที่ชาวโซเชียลเน็ตเวิร์กให้ความสนกันมาก คือ เรื่องราวของราชวงศ์อังกฤษ ที่ได้รับความสนใจเป็นที่ใคร่รู้ของบรรดาสื่อหัวนอก ที่ต้องการเจาะลึกการดำเนินชีวิตส่วนพระองค์นำมาตีแผ่ จนเกิดเหตุการณ์ดังดั่งเช่นสมัยเจ้าหญิงไดอาน่า ที่ต้องทรงสิ้นพระชนม์จากการอยากรู้อยากเห็นของสื่อ โดยในปี 2012 นี้เรื่องราวของเจ้าชายทั้ง 2 พระองค์แห่งราชวงศ์อังกฤษดังไปทั่วโลก เริ่มตั้งแต่รูปหลุดของเจ้าชายแฮรี รัชทายาทอันดับที่ 3 ที่เปลือยกายล่อนจ้อนอยู่กับสาวๆ ในงานปาร์ตี้ส่วนพระองค์ ตามมาด้วยภาพหลุดเปลือยอกของเจ้าหญิงเคท มิดเดิลตัน ดัชเชสแห่งเคมบริดจ์ ระหว่างการพักผ่อนส่วนพระองค์ ริมสระว่ายน้ำกับพระสวามี เจ้าชายวิลเลียม รัชทายาทอันดับที่ 2 แห่งราชวงศ์อังกฤษ ที่ช่างภาพอิสระถ่ายภาพไว้ได้ในขณะที่ทั้งสองพระองค์เสด็จเยือนประเทศในแถบเอเชีย–แปซิฟิก

อย่างไรก็ตาม ไม่ใช่ว่าจะมีแต่ภาพหลุดส่วนพระองค์ออกมาอย่างไม่พึงประสงค์ให้ชาวโลกสนใจเท่านั้น เรื่องราวข่าวดีก็ยังเป็นกระแสให้เป็นทอล์คออฟเดอะทาวน์ เหตุเพราะการละเมิดสิทธิของสื่อหัวนอก หลังจากที่มีการประกาศข่าวดีเรื่องการตั้งพระครรภ์ของเจ้าหญิงเคท ซึ่งสร้างความตื่นเต้นดีใจให้กับราชวงศ์และประชาชนชาวอังกฤษเป็นอย่างมาก แต่ก็ไม่วายมีเรื่องราวให้ได้รู้สึกหดหู่ตามมา เมื่อสื่อวิทยุของออสเตรเลียมีการปลอมเสียงเป็นสมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 แห่งอังกฤษและเจ้าฟ้าชายชาร์ลส์ เพื่อสอบถามอาการของเจ้าหญิงเคท จนนางพยาบาลผู้เคราะห์ร้ายซึ่งเป็นผู้ถูกหลอกถามพระอาการเครียดจัดจนฆ่าตัวตายในที่สุด

สุดยอดคลิปดังจาก Youtube

สำหรับคลิปดังในเว็ปไซต์ Youtube ซึ่งเป็นช่องทางที่ใครก็สามารถนำภาพวิดีโอ ไปโพสต์ไว้ เพื่อให้ผู้อื่นและเป็นที่นิยมในสังคมได้ ซึ่งในปีนี้คลิปวิดีโอที่ได้รับความนิยมสูงสุดของชาวโซเชียลเน็ตเวิร์กทั้งไทยและต่างประเทศ

อันดับที่ 1 ต้องยกให้กับมิวสิควิดีโอดัง “GANGNAM STYLE” ของศิลปินร่างท้วมจากเกากลี PSY ที่ส่งผลให้เขาดังระดับโลก จนศิลปินแถวหน้าของโลกต้องการร่วมงานด้วยอย่างมากมาย อีกทั้งยังมีคลิปวิดีโอ และมิวสิควิดีโอที่ทำเลียนแบบเพลง GANGNAM STYLE ในหลายเวอร์ชันออกมาให้ได้เห็นกันอีกด้วย

ที่มาภาพ: httpwww.viralblog.comviral-social-videospsy-gangnam-style-viral-culthit-of-2012
ที่มาภาพ: httpwww.viralblog.comviral-social-videospsy-gangnam-style-viral-culthit-of-2012

นอกจากนี้ ยังมีอีกหลายมิวสิควิดีโอใน Youtube ที่มียอดผู้เข้าชมสูง โดยทางเว็บไซต์ Youtube ได้มีการจัด 10 อันดับ คลิปวีดีโอที่คนทั่วโลกดูมากที่สุดไว้ด้วย เช่น

อันดับที่ 2 Somebody That I Used to Know – Walk off the Earth (Gotye – Cover) (เป็นการใช้ดนตรีเพียงชิ้นเดียวเล่นแบบ Full Band )

อันดับที่ 3 KONY 2012(เป็นการเผยแพร่โดยองค์กรไม่แสวงหากำไร เพื่อรณรงค์ให้ตามจับตัวโจเซฟ โคนี หัวหน้ากลุ่ม LRA มาลงโทษ)

อันดับที่ 4 Call Me Maybe” by Carly Rae Jepsen – Feat. Justin Bieber, Selena, Ashley (การร้องลิปซิงก์ที่โด่งดังในช่วงฤดูร้อนปี 2012)

อันดับที่ 5 Barack Obama vs Mitt Romney. Epic Rap Battles Of History Season 2 (คลิปคนหน้าเหมือนประธานาธิบดีบารัก โอบามา และมิตต์ รอมนีย์ มาร้องเพลงแร็พกัน)

วลีเด็ดประจำปี เป็นข้อความคำพูดที่ใช้กันในสังคมออนไลน์จากหลากหลายวัตถุประสงค์ แต่กลับสร้างกระแสฮิตได้อย่างคาดไม่ถึงในสังคม โดยในรอบปีนี้ก็มีข้อความและวลีฮิตติดมากมายที่ได้รับความสนใจ อาทิ

“จนกระทั่งธนูปักที่เข่า” วลีฮิตจากมุขที่ล้อเลียนตัวละครในเกม The Elder Scrolls V: Skyrim จากบทพูดที่ว่า “เมื่อก่อนฉันก็เคยเป็นนักผจญภัยแบบคุณแหละ จนกระทั่งฉันโดนธนูปักที่หัวเข่าเลยต้องมาเป็นยามแบบนี้”

“เรื่องนี้ถึงครูอังคณาแน่” วลีฮิตจากเด็กชายโต๊ด ที่มีความน้อยใจเพื่อนในชั้นเรียน แล้วบันทึกคำพูดของตัวเองเป็นวิดีโอ เกี่ยวกับเรื่องราวความน้อยใจ พร้อมทั้งขู่เพื่อนๆ เชิงจะฟ้องครูว่า “เรื่องนี้ถึงครูอังคณาแน่” และนำไปโพสต์ในเว็บไซต์ Youtube จนกลายเป็นที่รู้จักไปทั่วโซเชียลเน็ตเวิร์ก

“แก่ ใจดี สปอร์ต กทม.” และ “สงสัยไม่ช็อต!!” วลีฮิตในโลกออนไลน์ จากเรื่องราวของพริตตี้สาวสวยที่นำข้อความการสนทนาของชายหนุ่มวัยกลางคนที่ส่งข้อความมาหาทางเฟซบุ๊กในเชิงต้องการจะเลี้ยงดูปูเสื่อ แต่ฝ่ายหญิงไม่สนใจ และคิดว่าการกระทำคำพูดแบบนี้เป็นการดูถูกลูกผู้หญิง จึงได้นำเรื่องราวพร้อมทั้งบทสนทนามาโพสต์ไว้หน้าเฟซบุ๊กของตนเอง จนมีผู้มาเห็นและแชร์ต่อกันไปจำนวนมาก และกลายเป็นวลีฮิตแซวกันติดปากในที่สุด

ที่มาภาพ: httpwww.techxcite.comtopic9029.html
ที่มาภาพ: httpwww.techxcite.comtopic9029.html

“เนยรักโลก” ประโยคเด็ดส่งท้ายปีจากทวิตเตอร์ของผู้ใช้ที่คาดเดากันว่าน่าจะเป็นเด็กหญิงชั้นมัธยมต้น ที่มักจะโพสต์ข้อความในทวิตเตอร์ของตนเองในเชิงรักโลก รักธรรมชาติ ด้วยข้อความซื่อๆ ตรงๆ ปนฮา และปิดท้ายด้วยข้อความว่า “เนยรักโลกค่ะ” จนผู้สนใจทั้งคนทั่วไปและเหล่าคนดังตามฟอลโลว์เพื่ออ่านข้อความรักโลกแบบเกรียนๆ นี้เป็นจำนวนมาก

“ประชาชนคิดไปเอง” ข้อความปิดท้ายจากวลีของนายกฯ หญิง ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ที่สร้างสีสันให้วงการโซเชียลเน็ตเวิร์ก จากเหตุการณ์ปัญหาสินค้าราคาแพง จนประชาชนทั่วบ้านทั่วเมืองบ่นกันเป็นทิวแถว และเมื่อนายกฯ ปู ออกมาให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนถึงประเด็นดังกล่าวว่า โดยกล่าวว่า “ราคาสินค้านั้นมีแนวโน้มลดลงแล้วแต่อาจจะไม่ได้อยู่ในจุดที่ทุกคนพอใจ ประกอบกับช่วงที่ผ่านมาประชาชนประสบกับน้ำท่วมและช่วงนี้อากาศร้อน อาจทำให้ชาวบ้านคิดไปเองว่าของแพง” จนทำให้เกิดความฉงนในคำพูดของนายกฯ และนำวลีดังกล่าวมาพูดล้อเลียน จนกลายเป็นเรื่องขำขันในที่สุด