สัญญาณ “ป๋าเปรม” ยกธงขาวจริงหรือกลลวง–ดวงเมืองปี ’56 ท้าทายบทบาท “กองทัพ”

31 ธันวาคม 2012

พล.อ.อ.สุกำพล สุวรรณทัต รมว.กลาโหม เข้าอวยพรปีใหม่พร้อมมอบกระเช้าดอกไม้ต่อ  พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ  เมื่อวันที่ 27 ธ.ค. ที่ผ่านมา

พล.อ.อ.สุกำพล สุวรรณทัต รมว.กลาโหม เข้าอวยพรปีใหม่พร้อมมอบกระเช้าดอกไม้ต่อ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ เมื่อวันที่ 27 ธ.ค. ที่ผ่านมา

สถานการณ์การเมืองในปี 2556 เดินมาสู่ปี “มะเส็ง” ที่มาพร้อมคำทำนายจากโหรและหมอดูหลายสำนักว่า ดวงเหมืองปีนี้จะรุนแรงมากกว่าปีที่ผ่านมา ดาวพระเสาร์และพระราหูยังสถิตอยู่ในราศีตลอดปีนี้ การโคจรของดาวอังคารจะทำให้ประเทศถึงคราวเปลี่ยนแปลงทุกอย่าง!

และยังมีเรื่องความขัดแย้งทางความคิดของทุกชนชั้น ที่ยังไร้หนทางความพอดี การต่อสู่ของ 2 กลุ่มในสังคมยังคงดุเดือด ทำให้ “นารีขี่ม้าขาว” น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ต้องประคอง“รัฐนาวา” บริหารประเทศและฟันฝ่าคำทำนายไปให้ได้

นี่ยังไม่นับปัญหาทางเศรษฐกิจทั้งในและนอกประเทศ ปัญหาปากท้องของคนในชาติ และความขัดแย้งในสังคม ที่ยังคงท้าทายฝีมือ “นายกฯ ปู” และ “รัฐบาล” ต้องบริหารจัดการ

คำทำนายดวงเมืองดังกล่าวทำให้ “บิ๊กตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผบ.ทบ. เชื่อไม่มากก็น้อย ไม่เช่นนั้นคงไม่จัดพิธีสวดมนต์เฉลิมพระเกียรติ ถวายพระพรชัยมงคล และถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ สมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชินีนาถ และสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร และพระบรมวงศานุวงศ์ทุกพระองค์ ณ วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม

“บทสวดมนต์ทั้ง 4 บทมีเนื้อหาเพื่อทำให้สถาบันและประเทศชาติปลอดภัย ทั้งนี้สิ่งที่ทำให้คนไทยมีความสุขมี 2 เรื่อง คือ1. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ สมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชินีนาถ และพระบรมวงศานุวงศ์ทุกพระองค์ทรงมีพระวรกายที่แข็งแรง และ 2. ประเทศชาติสงบสุข ทั้งนี้ ต้องการเห็นคนไทยได้ร่วมมือแก้ไขปัญหาของชาติ ไม่เฉพาะแต่ปัญหาความไม่สงบเรียบร้อยใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้เท่านั้น แต่ต้องช่วยกันทำอย่างไรให้คนไทยเกิดความรักสามัคคี ซึ่งที่ผ่านมาผมได้ทำทุกอย่างแม้กระทั่งทำใจ และ ในวันนี้ก็มาสวดมนต์เพื่อขอให้เกิดความสงบสุข และเกิดความเป็นสิริมงคลกับประเทศ” พล.อ.ประยุทธ์เปรย

อีกทั้งบรรดา “แม่ทัพ–นายกอง” ที่คุมกำลัง ต่างก็พากันเป็นกังวลในสถานการณ์เมื่อเอยถึงเรื่อง “ดวงเมือง” จากคำทำนาย เพราะรู้ดีว่า ความขัดแย้งทางความคิดและความแตกแยกของคนในสังคม จากการชื่นชอบบุคคลหรือพรรคการเมืองพรรคที่ตนเองรักนั้น เป็นเหมือน “ระเบิดเวลา” รอที่จะระเบิดขึ้นทุกเมื่อ จนอาจเกิดเหตุการณ์วุ่นวายทำให้ประชาชนบาดเจ็บล้มตายอีกครั้ง โดยเฉพาะครั้งนี้อาจรุนแรงกว่าครั้งใดๆ

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผบ.ทบ. พร้อมด้วยนางนราพร จันทร์โอชา ภริยา เป็นประธานจัดพิธีสวดมนต์เฉลิมพระเกียรติ ถวายพระพรชัยมงคล และถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ สมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชินีนาถ และสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร และพระบรมวงศานุวงศ์ทุกพระองค์ และเพื่อเป็นสิริมงคลต่อประเทศ ณ วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม

พล.อ.ประยุทธ์ทำพิธีตามคำนายดวงเมือง

ปัจจัยตัวเร่งคงหนีไม่พ้นการแก้ไขรัฐธรรมนูญ การดำเนินการทางคดีกับนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ อดีตนายกฯ และนายสุเทพ เทือกสุบรรณ ส.ส.สุราษฎร์ธานี ประชาธิปัตย์ อดีต ผอ.ศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน (ศอฉ.) ที่เป็นผู้ออกคำสั่งลับ จากเหตุการณ์ชุมนุมทางการเมือง เม.ย.–พ.ค. 2553 ที่ทำให้มีผู้เสียชีวิต 100 ศพ การคอร์รัปชันของรัฐบาล หรืออุบัติเหตุทางการเมืองของ “นายกฯปู” ล้วนแล้วเป็นเชื้อเพลิงชั้นดีทั้งสิ้น

และ “กองทัพ” จะกลายเป็นตัวแปรที่ต้องตัดสินใจเลือก “บทบาท” ของตนเองอีกครั้งว่า จะเลือกอย่างไร? แต่ที่แน่ๆ ไม่ว่าหนทางไหน เลือดคนไทยอาจจะเปรอะเปื้อนมือ “กองทัพ” อีกครั้งโดยไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ !

สำหรับการเปิด “บ้านสี่เสาเทเวศร์” ของ “ป๋าเปรม” พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ เมื่อวันที่ 27 ธ.ค. ที่ผ่านมา กลายเป็นจุดโฟกัสของคอการเมือง และจับตาว่า “ป๋าเปรม” จะพูดอะไร? หรือ ส่งสัญญาณถึงใคร?

นอกจากนี้ เป็นที่ทราบกันดีว่า สายสัมพันธ์ระหว่าง “ป๋าเปรม” กับ “บิ๊กโอ๋” พล.อ.อ.สุกำพล สุวรรณทัต รมว.กลาโหม คงไม่สู้ดีเพราะอยู่ “คนละขั้ว” รวมถึง “ทหารอากาศ” ไม่ใช่ “ทหารบก” อย่างที่ “ประธานองคมนตรี” คุ้นเคย จนมีข่าวลือว่า “พล.อ.อ.สุกำพล” จะไม่นำ ผบ.เหล่าทัพเข้ามาอวยพร “ป๋าเปรม” เลยด้วยซ้ำ

ยิ่งเมื่อช่วงที่เกิดการชุมนุมของกลุ่มองค์กรพิทักษ์สยาม (อพส.) ที่นำโดย “เสธ.อ้าย” พล.อ.บุญเลิศ แก้วประสิทธิ์ ประธานฯ ที่เตรียมจัดชุมนุมใหญ่ ในวันที่ 24 พ.ย.ที่ผ่านมา จนเกิดปรากฏการ “พี่น้อง ” เตรียมทหาร ออกมาเคลื่อนไหวกดดัน

ทาง “พล.อ.อ.สุกำพล” ได้พูดว่า “ผู้ใหญ่ที่มีความรู้และรู้จักกัน ก็ขอให้ห้ามกันบ้าง ไม่ใช่ไม่ยุ่งเกี่ยวและอยู่เฉยๆ พูดได้ก็ห้ามบ้าง เพื่อประเทศชาติ ถ้าห้ามปรามได้แล้วไม่ทำ คนอื่นก็คิดอีกอย่างในทางที่ไม่ดี ต้องขอให้ช่วยกัน ทั้งนี้ไม่ขอบอกว่าผู้ใหญ่ที่ตนพูดถึงเป็นใคร”

ทำให้หลายคนสงสัยว่า “รมว.กลาโหม” ได้ส่งสัญญาณฝากถึง “ผู้ใหญ่” นั้นคือ “ป๋าเปรม” รวมถึง “บิ๊กแอ๊ด” พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ องคมนตรี ที่เป็นเพื่อน ตท.1 กับ “เสธ.อ้าย” ทำให้การเผชิญหน้ากันครั้งนี้ น่าติดตามอย่างยิ่งถึงปฏิกิริยาของบุคคล ทั้งสอง

โดยทาง “บิ๊กโอ๋” พล.อ.อ.สุกำพล สุวรรณทัต รมว.กลาโหม นำทัพนายทหารตบเท้าเข้าอวยพรอย่างพร้อมเพียง อาทิ “บิ๊กเล็ก” พล.อ.ทนงศักดิ์ อภิรักษ์โยธิน ปลัดกระทรวงกลาโหม, “บิ๊กเจี๊ยบ” พล.อ.ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร ผบ.สส., “บิ๊กตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผบ.ทบ., “บิ๊กหรุ่น” พล.ร.อ.สุรศักดิ์ หรุ่นเริงรมย์ ผบ.ทร., “บิ๊กจิน” พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง ผบ.ทอ., “บิ๊กอู๋” พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผบ.ตร. และนายทหาร–นายตำรวจระดับสูง

การตบเท้าครั้งนี้ “ป๋าเปรม” ได้กล่าว ขอขอบคุณ พล.อ.อ.สุกำพลที่ได้ชวนน้องๆ มาแสดงความปรารถนาดีในวาระขึ้นปีใหม่นี้ ตนไม่สามารถถอดความเป็นทหารออกจากชีวิตจิตใจได้ เมื่อทหาร-กองทัพได้รับคำชมเชย ตนก็พลอยได้หน้าไปด้วย เมื่อกองทัพโดนเจ็บๆ โดนหนักๆ ตนก็เจ็บเหมือนกัน ขออนุญาต “พล.อ.อ.สุกำพล” แสดงความคิดเห็นส่วนตัว ซึ่งไม่ได้เกี่ยวข้องกับการเมือง แต่เกี่ยวกับชาติบ้านเมืองของเรา ถ้าเรามองชาติบ้านเมืองในวันนี้ บางคนมีความเห็นว่าคนไทยมีความแตกแยกกัน แบ่งฝ่ายกัน ที่จริงเราต้องมองลงไปให้ลึกมากกว่านั้นว่า เราไม่ได้แตกแยกกัน แต่เรามีความคิดเห็นและความเชื่อที่แตกต่าง

“หากนำสัญญาประชาคมของกองทัพบกที่ว่า เพื่อชาติ ศาสนา กษัตริย์ และประชาชน ให้มาคิดใคร่ครวญดูแล้ว ความแตกต่างก็แตกต่างกันไป อาจจะพูดได้ว่ามีคิด ความเชื่อ ที่แตกกันฉันมิตร ก็ไม่เสียหายอะไร เพราะถ้าเห็นบ้านเมืองแตกแยกกันนั้นจะเป็นอุปสรรคต่อการรักชาติของคนไทยด้วยกัน หากเราเห็นแก่ส่วนรวม บนความแตกต่างที่เป็นมิตรกัน และบ้านเมืองจะร่มเย็นเป็นสุข แต่ที่แย่ไปกว่านั้น คุณสุกำพล.. บางคนเห็นว่าคนที่เห็นแตกต่างเป็นคนผิด เห็นว่าคนที่เห็นแตกต่าง คิดแตกต่าง เชื่อแตกต่าง เป็นคนไม่ดี นี่ก็เป็นอุปสรรคต่อความรักความสามัคคีของคนในชาติ หากเรามุ่งไปที่ชาติเป็นใหญ่ เรื่องความแตกต่างก็จะเป็นเรื่องพอที่จะอยู่ร่วมกันได้”

“ขอย้ำกับคุณสุกำพลว่า เรื่องนี้เป็นความเห็นส่วนตัว ไม่ใช่เรื่องการเมือง และมาเล่าให้พวกเราซึ่งเป็นพลังสำคัญของชาติบ้านเมือง การสร้างศรัทธา-ความเชื่อมั่นให้เกิดขึ้น กองทัพน่าจะแสดงตัวอย่างในเรื่องนี้ แสดงว่ากองทัพจะดูแลชาติบ้านเมืองไว้ได้” พล.อ.เปรมยืนยันว่าเป็นความเห็นส่วนตัว ไม่ใช่นโยบายหรือแนวทางวางแผนของใครทั้งนั้น

พล.อ.อ.สุกำพล สุวรรณทัต รมว.กลาโหม นำคณะของ พล.อ.ทนงศักดิ์ อภิรักษ์โยธิน ปลัดกลาโหม, ผบ.เหล่าทัพ และนายทหาร-นายตำรวจชั้นผู้ใหญ่ เข้าอวยพร พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ เมื่อวันที่ 27 ธ.ค. ที่ผ่านมา

พล.อ.อ.สุกำพล สุวรรณทัต รมว.กลาโหม นำคณะของ พล.อ.ทนงศักดิ์ อภิรักษ์โยธิน ปลัดกลาโหม, ผบ.เหล่าทัพ และนายทหาร-นายตำรวจชั้นผู้ใหญ่ เข้าอวยพร พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ เมื่อวันที่ 27 ธ.ค. ที่ผ่านมา

ทั้งนี้ คำพูดของ “ป๋าเปรม” ในเรื่อง “ความคิดเห็นแตกต่างกันได้ แต่ต้องไม่แตกแยก” ถือเป็นข้อคิดเห็นเตือนสติในฐานะผู้ใหญ่ของบ้านเมืองที่หวังดีชาติบ้านเมือง

แต่ที่กลายเป็น “ทอล์คออฟเดอะทาวน์” คือ ประโยคที่ “ป๋าเปรม” เจาะจงพูดย้ำกับ “พล.อ.อ.สุกำพล” ถึง 16 ครั้ง พร้อมพูดย้ำว่า สิ่งที่พูดทั้งหมดไม่ได้เกี่ยวข้องกับการเมือง แต่เกี่ยวกับชาติบ้านเมือง และเป็นความคิดเห็นส่วนตัว โดยเฉพาะอย่างยิ่งการ “ขออนุญาต” พูดด้วยแล้ว

ที่ใครฟังคำพูดและเสียง “ป๋าเปรม” ถือเป็นการ “ส่งสัญญาณ” ด้วยความเป็น “มิตรไมตรี” ก็ว่าได้ หรือบางคนอาจตีความคำพูดว่า “ป๋าเปรม” นอบน้อมเลยก็ว่าได้ แต่ก็ขึ้นอยู่มุมมองที่ใครจะตีความ…

ส่วนสัญญาณครั้งนี้ จะถือเป็นการ “ยอมยกธง” ของผู้ที่ถูกระบุว่าเป็นฝ่าย “อำมาตย์” หรือไม่ จนกลายเป็นก้าวแรกที่จะเดินไปสู่ความสมานฉันท์ หรือเป็น “กลลวง” เพื่อหลอกให้อีกฝ่ายตายใจ…ต้องรอดูกัน

“คำทำนาย” จะเป็นจริงหรือไม่ หรืออาจเป็นเพียงคำ “หมอดู” ที่คู่กับ “หมอเดา” อีกไม่นานคงได้คำตอบ แต่หากเราสามารถหลีกเลี่ยงเหตุการณ์ความวุ่นวาย และลดความขัดแย้งในสังคมได้ ก็น่าจะเป็นหนทางที่ถูกต้อง

ดังนั้น คงต้องขึ้นอยู่กับ “รัฐบาล” ที่มีอำนาจบริหารประเทศ การเมือง และมวลชนทั้ง 2 กลุ่ม จะตัดสินใจเดินไปทิศทางใด จะมุ่งหน้าไปสู่ปากเหว หรือยอมถอยคนละก้าว หันหน้ามาพูดคุยกันเพื่อหาทางออก เฉกเช่นมนุษย์ผู้เจริญแล้ว

ข่าวในประเด็น

อ่านข่าวในประเด็นทั้งหมด »

เครือข่ายสังคม