ประเด็นฮอตรอบสัปดาห์ – ตั๊ก บงกช ประกาศหมั้นเจ้าสัวบุญชัย และ “แก่ ใจดี สปอร์ต กทม.” … “สงสัยไม่ช๊อต”

ประเด็นที่ถูกพูดถึงมากสุดในโซเชียลมีเดียในรอบสัปดาห์ 28 ต.ค. – 3 พ.ย. 2555

เรื่องแรก ถือได้ว่าพายุฝนที่กระหน่ำตกในกรุงเทพมหานครในค่ำคืนวันที่ 29 ตุลาคมที่ผ่านมานั้นเล็กน้อยไปทันที เมื่อเจอกับพายุเฮอริเคน “แซนดี้” ที่ดูท่าทางแล้วจะหนักกว่าพายุไอรีนในปีที่ผ่านมา โดยได้พัดถล่มพื้นที่ชายฝั่งทางตะวันออกเฉียงเหนือของสหรัฐอเมริกา และหลายเมืองใหญ่ อาทิ รัฐนิวเจอร์ซีย์, เดลาแวร์, วอชิงตัน, บัลติมอร์, ฟิลาเดลเฟีย และนิวยอร์กซิตี้ ที่ดูเหมือนจะหนักที่สุดจนการจราจรทุกประเภทต้องหยุดชะงักไปทั่วเมือง ซึ่งหลังจากที่เฮอริเคนแซนดี้อ่อนกำลังลงที่สหรัฐอเมริกาแล้วก็ยังเข้าถล่มทางทิศตะวันออกของแคนาดาด้วย โดยขณะนี้ทางการสหรัฐอเมริกาได้เร่งทำการฟื้นฟูความเสียหายของพื้นที่ทางชายฝั่งตะวันออกแล้ว

โดยมีการประมาณมูลค่าความเสียหายจากเหตุการณ์ในครั้งนี้ ไว้ว่าคงไม่ต่ำกว่า 20,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 614,200 ล้านบาท อีกทั้งมูลค่าความเสียหายจากการที่ธุรกิจ สถาบันการเงิน และตลาดหุ้น ต้องหยุดทำการ คาดว่ายอดความเสียหายอาจสูงถึง 50,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือไม่ต่ำกว่า 1.54 ล้านล้านบาท

ภาพเหตุการณ์หลังถูกพายุเฮอริเคนแซนดี้ถล่มสหรัฐอเมริกา ที่มาภาพ: http://www.posttoday.com
ภาพเหตุการณ์หลังถูกพายุเฮอริเคนแซนดี้ถล่มสหรัฐอเมริกา ที่มาภาพ: http://www.posttoday.com

ทั้งนี้ ในเหตุการณ์พายุเฮอริเคนแซนดี้ถล่มเมืองครั้งนี้ ชาวโซเชียลเน็ตเวิร์กต่างมีการแชร์ภาพเหตุการณ์กันเป็นจำนวนมาก จนสร้างความตกตะลึงไม่น้อยกับภาพความน่าสะพรึงกลัวของพายุและความเสียหายรุนแรงที่ได้เห็น เพราะด้วยพายุมีกำลังแรงมาก ส่งผลให้ต้นไม้หักโค่น น้ำท่วมฉับพลันในหลายพื้นที่ จนทางการต้องสั่งให้ประชาชนอพยพขึ้นพื้นที่สูงเป็นการด่วน

หลังจากเหตุการณ์ธรรมชาติพิโรธนี้เกิดขึ้น ทางสำนักวิจัยการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศและสิ่งแวดล้อมแกรนแฮม ในลอนดอน ได้มีการเปิดเผย 20 อันดับเมืองใหญ่ที่มีความเสี่ยงจะเกิดความเสียหายหนักจากเหตุการณ์น้ำท่วมและภัยพิบัติ ที่อาจจะเกิดขึ้นได้ภายในปี 2070 ซึ่งก็สร้างความอกสั่นขวัญแขวนให้ประเทศไทยไม่ใช่น้อย เพราะกรุงเทพมหานครของเรานั้น ติดดับที่ 7 ขณะที่เมืองต่างๆ ของประเทศในแถบเอเชียติดอันดับความเสี่ยงถึง 15 เมืองเลยทีเดียว โดยทั้ง 20 อันดับ ได้แก่เมืองดังต่อไปนี้ (ที่มา: Mthai News)

1. โกลกาตา ประเทศอินเดีย

2. มุมไบ ประเทศอินเดีย

3. ธากา ประเทศอินเดีย

4. กวางโจว ประเทศจีน

5. โฮจิมินห์ซิตี้ ประเทศเวียดนาม

6. เซี่ยงไฮ้ ประเทศจีน

7. กรุงเทพมหานคร ประเทศไทย

8. ย่างกุ้ง ประเทศพม่า

9. ไมอามี ประเทศสหรัฐอเมริกา

10. ไฮฟอง ประเทศเวียดนาม

11. อเล็กซานเดรีย ประเทศอียิปต์

12. เทียนจิน ประเทศจีน

13. กุลนา ประเทศบังกลาเทศ

14. หนิงป๋อ ประเทศจีน

15. ลากอส ประเทศไนจีเรีย

16. อาบีจาน ประเทศไอเวอรีโคสต์

17. นิวยอร์ก ประเทศสหรัฐอเมริกา

18. จิตตะกอง ประเทศบังกลาเทศ

19. โตเกียว ประเทศญี่ปุ่น

20. จาการ์ตา ประเทศอินโดนีเซีย

อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์ยังมีการเปิดเผยว่า เมืองใหญ่ๆ ในเอเชียที่ติดอันดับนั้น ไม่เพียงแต่จะเสี่ยงต่อการถูกน้ำท่วมจากภาวะโลกร้อนที่ทำให้ระดับน้ำทะเลที่เพิ่มขึ้น แต่ยังเสี่ยงต่อการถูกพายุไซโคลนถล่ม ซึ่งอาจสร้างความเสียหายหนักมาก ด้วยปัจจัยที่ว่ายังมีประชาชนที่อาศัยอยู่ในบ้านเรือนที่มีความแข็งแรงน้อย คุณภาพต่ำ ซึ่งเปราะบางต่อภัยธรรมชาติมาก ดังนั้น หากรัฐบาลในเมืองที่ติดอันดับความเสี่ยงเหล่านี้ยังไม่มีการรับมืออย่างจริงจัง อาจนำมาซึ่งความเสียหายมหาศาลได้ในอนาคตแน่นอน

“ไม่กลัวภัยธรรมชาติหรอกครับ กลัวภัยมนุษย์มากกว่า”

“เห็นใจผู้ประสบภัยนะครับ แต่ก็อยากให้ภัยพิบัติแต่ละครั้ง ช่วยเตือนชาวอเมริกัน ให้ลดการบริโภคลง ใช้ให้น้อย กินให้น้อย แบ่งปันให้มาก ความเสียหายทางเศรษฐกิจก็จะลดลงไปเอง”

“น่าเห็นใจครับ ขอให้กลับสู่สภาพปกติโดยไว พวกเราควรเลิกทำร้ายธรรมชาติกันได้แล้วครับ”

“ฟังๆไว้บ้างก็ดีครับ ไม่เสียหาย 50 ปีที่เค้าบอกมันไม่แน่ อาจจะมาถึงก่อนหรือเลยไปอีกก็ได้ ขึ้นอยู่กับองค์ประกอบและปัจจัยบ้านเราตอนนี้เน้นปัญหาปีต่อปีดีกว่า ถึงฤดูมรสุมทีอิทธิพลจากพายุที คำว่าน้ำท่วมก็วิตกกังวลกันไปครึ่งประเทศแล้วครับ ยิ่งปีหน้าบางพื้นที่ภัยแล้งอีก ตรงนี้ผมว่าสำคัญกว่าอีก 50 ปีข้างหน้านะครับ”

“ถึงเวลา ธรรมชาติเอาคืน เพราะมนุษย์เราเห็นแก่ตัวกับธรรมชาติไว้มากเกินไป”

“ยังถือว่าเป็นเรื่องดี ที่ความเสียหายเป็นเงินมากขนาดนี้ แต่จำนวนผู้เสียชีวิตไม่มากมาย น่าจะเพราะเตรียมรับมือกันได้อย่างดียิ่ง ถ้าเป็นประเทศเรา ไม่รู้จะต้องตายกันมากมายมหาศาลแค่ไหน”

เรื่องที่สอง ดังจนขึ้นเป็นข่าวหน้าหนึ่งในหนังสือพิมพ์หัวสีทุกฉบับตลอดทั้งสัปดาห์ และยังเป็นกระแสให้พูดถึงในโซเชียลเน็ตเวิร์กอย่างมาก กับการประกาศหมั้นสายฟ้าฟาดของนางเอกสาวทรงโต “ตั๊ก บงกช คงมาลัย” กับมหาเศรษฐีหมื่นล้าน เจ้าสัวเก่าดีแทค นามว่า “บุญชัย เบญจรงคกุล” วัย 58 ปี ในวันที่ 19 พฤศจิกายนนี้ ด้วยเพราะที่ผ่านมาไม่นานนัก ถ้าผู้ใดได้ติดตามความเคลื่อนไหวในวงการบันเทิง และตามอินสตาแกรมของสาวตั๊ก จะรู้ว่าเธอเพิ่งจะอกหักจากหนุ่มที่ซุ่มคบหาดูใจคนล่าสุดได้ไม่นาน ด้วยเหตุผลที่ทางฝ่ายชายบอกว่าตั๊กตาโตและดุเกินไป จนทำให้สาวตั๊กอารมณ์เสียไปซักพัก แต่หลังจากนั้นไม่นาน ก็จะเห็นว่าตั๊กมักจะโพสต์ภาพงานศิลปะลงในอินสตาแกรมส่วนตัวอยู่เสมอ และงานศิลปะนี้เอง ที่เป็นจุดเริ่มต้นความรักหมื่นล้านของนางเอกสาว ตั๊ก บงกช และ เจ้าสัวบุญชัย

เรื่องราวของดาราสาวมักเป็นที่สนใจของประชาชนอยู่แล้ว ไม่ว่าจะด้านงานแสดง ผลงานที่หวือหวา ชีวิตครอบครัว เรื่องส่วนตัว และความรัก ที่สาวตั๊กมักจะผิดหวังอยู่เสมอ แต่กับรักครั้งนี้ดูเหมือนจะเป็นรักที่สมหวัง และสร้างความอิ่มเอิบใจให้ผู้เป็นแม่ ที่มีกิตติศัพท์ในเรื่องหวงลูกสาวและคอยสกรีนหนุ่มที่เข้ามาอยู่เสมอ “แม่เล็ก ธนาภา คงมาลัย” มีสีหน้าที่เบิกบานไม่ใช่น้อย อาจจะไม่ใช่แค่เพราะว่าที่ลูกเขยมีดีกรีเป็นมหาเศรษฐีหมื่นล้านเท่านั้น แต่เพราะลูกเขยบุญชัยยังถูกใจแม่ยายด้วยความที่เป็นคนเข้าตามตรอกออกตามประตู เป็นคนที่ยอมรับว่าแสดงความจริงใจ กล้าเข้ามาขอลูกสาวกับแม่ตรงๆ และเล่าประวัติภูมิหลังทั้งหมดของตนให้แม่ฟัง ไม่ว่าจะเป็นการแต่งงานมีภรรยามาแล้ว 5 คน พร้อมทั้งแสดงหลักฐานเป็นใบหย่าอย่างถูกต้อง

แต่อย่างไรก็ตาม เรื่องราวกระแสข่าวดูจะไม่จบลงง่ายๆ เพราะนอกจากประเด็นที่ฝ่ายชายจะมีอายุมากกว่าฝ่ายสาวถึง 30 ปี และยังเป็นมหาเศรษฐีติดอันดับของเมืองไทย เรื่องราวความรักของทั้งคู่ก็เกิดขึ้นรวดเร็วเพราะเพิ่งรู้จักกันได้เพียง 1 เดือนเท่านั้น ทำให้งานนี้ฝ่ายสาวตั๊กเจอกระแสข่าวโจมตีว่าตกถังข้าวสาร ยอมแต่งงานเพราะฝ่ายชายร่ำรวยมาก แม้สาวตั๊กจะออกมาบอกว่า เพิ่งจะมารับรู้ถึงความร่ำรวยของฝ่ายชายทีหลังก็ตาม

ดาราสาว ตั๊ก บงกช คงมาลัย และคุณแม่เล็ก ที่มาภาพ: http://www.khaosod.co.thview_newsonline.phpnewsid=TVRNMU1UYzFNakV4TkE9PQ==&subcatid=
ดาราสาว ตั๊ก บงกช คงมาลัย และคุณแม่เล็ก ที่มาภาพ: http://www.khaosod.co.thview_newsonline.phpnewsid=TVRNMU1UYzFNakV4TkE9PQ==&subcatid=

และเมื่อมีผู้วิพากษ์วิจารณ์มากขึ้น สาวตั๊กถึงกับออกมาบอกเพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจในความรักครั้งนี้ว่า จะไม่จดทะเบียนสมรส เพราะไม่ได้หวังในทรัพย์สิน แต่รู้สึกดีในการกระทำที่ฝ่ายชายแสดงออกกับตนเองและมารดามากกว่า แต่อย่างไรก็ตาม หัวอกของความเป็นแม่ก็ยังคงต้องการความเชื่อมั่นว่าจะมีคนดูแลลูกสาวตนได้ทั้งชีวิต ทางด้านแม่เล็กจึงออกมาพูดว่า หลังการแต่งงานตั๊กต้องจดทะเบียนสมรสแน่นอน แต่กำหนดการแต่งงานจะเกิดขึ้นเมื่อไหร่นั้น คงต้องรอให้เรือนหอราคา 32 ล้าน ย่านรามอินทราเสร็จเรียบร้อยก่อน แต่คาดว่าน่าจะประมาณปีหน้า

นอกจากนี้ ตั๊ก บงกช ยังเจอกระแสว่าท้องก่อนแต่งอีก เพราะด้วยความรวดเร็วของการตัดสินใจหมั้น จนต้องมีการสัมภาษณ์จากแม่เล็กอยู่ทุกวัน จนกระทั่งนักข่าวก็ต้องไปสัมภาษณ์คนรอบตัวตั๊ก ไม่ว่าจะเป็นเพื่อนคนสนิท หรือ อ้วน รีเทิร์น อนันต์ เสมาทอง ที่เปรียบเสมือนแม่บุญธรรมของตั๊ก ก็ได้รับการยืนยันว่าไม่มีการ ท้องก่อนแต่งอย่างแน่นอน

ถึงจะเจอกระแสข่าวมากมายอย่างไรก็ตาม ตอนนี้ ตั๊ก บงกช ก็ได้ขึ้นชื่อว่าเป็น “ซินเดอเรลล่าเมืองไทย” อีกหนึ่งคนไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ตามติดรุ่นพี่ที่ได้รับตำแหน่งไปก่อนหน้า อย่าง เป้ย ปานวาด, นุ่น วรนุช, กบ สุวนันท์, โอ๋ ภัคจีรา, ฮาน่า ทัศนาวลัย, ปีใหม่ สุมนรัตน์, ตั๊ก มยุรา, กบ ปภัสรา และซินเดอเรลล่านางงามจักรวาลอย่าง ปุ๋ย ภรณ์ทิพย์

“ผมยินดีกับตั๊ก นะครับ พวกที่คอยเหน็บ 98% อิจฉา เชื่อผมปะ เหมือนคู่ ปลื้มกับทับทิม แทนที่จะดีใจด้วยยินดีด้วย กลับไปเหน็บเขาสะงั้นอะ เม้าส์กันต่างๆ นาๆ”

“คนเขารักกัน แต่งงานกัน ก็ชีวิตเขาแค่ 2 คน คนอื่นจะไปยุ่งอะไร ถึงตั๊กจะแต่งงานเพราะเงิน (สมมตินะครับ) ฝ่ายชายเขาก็ได้เหมือนกัน ก็ได้ภรรยาเป็นนางเอก สาว สวย หุ่นดี ต่างคนต่างได้และยินดีในความสุข ความต้องการของเขาเอง ไม่ได้เกี่ยวอะไรกับเราเลยจะไปว่าเขาทำไม แล้วอีกอย่าง ถ้าใจเราเป็นพ่อเป็นแม่ มีคนรวยๆ มาแสดงความจริงใจ อยากแต่งงานกับลูกสาวเรา เราจะดีใจมั๊ย อย่างน้อยเราก็จะสบายกันแล้ว ไม่เห็นเดือดร้อนใครเลย ตั๊กก็ไม่ได้ไปแย่งใครมาซักหน่อย”

“ใจคับแคบมาก เหมือนโลกนี้มีที่ยืนสำหรับตัวเองแค่นั้น คนเขามีความสุขทำไมไม่ยินดีกับเขา จะมาเหน็บ กัด ทำไม ไม่เข้าใจ เทคโนโลยีก้าวหน้า แต่ระดับจิตใจคนตกต่ำ”

“ดีใจกับตั๊กด้วยค่ะ ตั๊กเป็นคนดีรักแม่ รักประเทศชาติ ถึงเวลาที่ตั๊กจะได้เจอสิ่งดีๆเจอคู่ครองที่ดีเหมาะสมกันแล้ว ขอให้ตั๊กและคุณบุญชัยมีความสุขมากๆค่ะ จากแฟนละคร สาวน้อย และ นิราศ 2 ภพ ที่บ้านลูกสาวก็ชอบตั๊กมากๆเลย”

“เพื่อนเล่าว่า มักจะเจอคุณตั๊ก เธอไปถือศีลที่วัดบ่อยๆ สมแล้วกับบุญที่ได้สร้างมา ยินดีด้วยน่ะค่ะ”

“เราก็ว่ามันเรื่องส่วนตัวเค้านะ เค้ามีสิทธิ์เลือก จะแก่กว่าสาวกว่า รวยกว่าจนกว่า หรือจะรักกันเพราะอะไร จะรักนานแค่ไหน มันก็ไม่เกี่ยวกับเรา งานนี้เรายินดีกับตั๊กนะ ถึงเราจะไม่ได้ชื่นชอบหรือคลั่งไคล้ผลงานอะไร แต่เราว่าเรื่องส่วนตัวกับเรื่องคุณแม่เค้า เค้าดูแลได้ดีเท่าที่ลูกผู้หญิงคนหนึ่งจะทำได้”

เรื่องที่สาม เป็นวลีฮิตชั่วข้ามคืนในโลกไซเบอร์ “แก่ ใจดี สปอร์ต กทม.” และ “สงสัยไม่ช๊อต” ที่เรื่องราวยังถูกเชื่อมโยงเพื่อล้อเลียนเรื่องของซินเดอเรลล่าเมืองไทยคนล่าสุก ตั๊ก บงกช คงมาลัย กับเจ้าสัวบุญชัย ว่าที่คู่หมั้นวัย 58 ปี หรือแม้แต่ “แก่ ใจดี สปอร์ต กทม. เวอร์ชัน แรงเงา” ที่ถูกทำออกมาล้อเลียนกระแสของละครแรงเงา นำรูปในละครมาใส่ข้อความและโยงมุก “สงสัยไม่ช๊อต” จนกลายเป็นวลีที่ถูกนำไปใช้ล้อเลียนเสียดสีกันอย่างสนุกสนาน ทั้งเรื่องกีฬา บันเทิง รวมไปถึงการเมือง

โดยวลีเด็ดนี้ เกิดขึ้นจากการที่พริตตี้สาวสวยนางหนึ่ง นำภาพข้อความบทสนทนากับคุณลุงคนหนึ่งผ่านทางเฟซบุ๊กของเธอ มาโพสต์ลงบนหน้าเฟซบุ๊กของเธอเอง โดยในเนื้อหาบทสนทนา มีข้อความว่า
A : “แก่ ใจดี สปอร์ต กทม.”
พริ๊ตตี้สาว : “แล้วไง”
A : “มีไรให้ช่วยก็บอกได้ ส่วนมากเป็นค่าคอนโด ผ่อนรถ”
A : “เงียบ สงสัยไม่ช๊อต” ?!!

ที่มาภาพ: https://www.facebook.comRakballPremierposts292561717519498
ที่มาภาพ: https://www.facebook.comRakballPremierposts292561717519498

ตามรายงานข่าวระบุว่า ฝ่ายหญิงระบายความในใจผ่านเฟซบุ๊กไว้ว่า ที่ทำไปไม่ได้อยากดัง แต่เพราะต้องการดัดนิสัยคนที่ไม่สุภาพกับผู้หญิง ก่อนจะบอกอีกว่า ที่ทำไปก็สงสารครอบครัวคุณลุง แต่ทางกลับกันตัวเธอก็ถูกลวนลามทางวาจา เช่นกัน

ทั้งนี้ เรื่องราวดังกล่าวได้ถูกแชร์ต่อกันในเฟซบุ๊ก ทวิตเตอร์ มากมาย อีกทั้งยังมีบางคนนำข้อมูล รูปถ่าย ของคุณลุงคนดังกล่าวออกมาล้อเลียนและประจาน จนทำให้เกิดแฟนเพจในเฟซบุ๊กที่ชื่อว่า “แก่ ใจดี สปอร์ต กทม.” ตามมา และยังมีผู้นำไปแต่งเป็นเพลงสั้นๆ โดยระบุว่าไม่ได้มีเจตนาดูหมิ่น ลบหลู่ หรือพาดพิงถึงบุคคลใด เพียงแต่ใช้คำพูดที่กำลังเป็นที่นิยมในโซเชียลเน็ตเวิร์กอย่างเฟซบุ๊กมาทำเพลงเท่านั้น โดยใช้ชื่อเพลงว่า “ช็อตเมื่อไหร่ บอกลุงได้เลย” มีเนื้อหาดังนี้

“ลุงเป็นแค่คนแก่ใจดี ใจสปอร์ตอย่างนี้ มีหรือที่หนู ๆ ไม่ต้องการ
ลุงเป็นคนแก่ใจดี ร่ำรวยออกอย่างนี้ ทำไมถึงเอาลุงไปประจาน
คนแก่ ๆ ใจดี อยู่ ที่กทม.นี้ ใครมีไรให้ลุงช่วยได้โปรดบอก
คนแก่ ๆ ใจดี ไม่หลอกลวงอย่างนี้ แค่หนูช๊อตลุงจะช่วยออก
* ค่ารถ ค่ารา ค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าคอนโด ค่าเทอม บอกเลยว่าไม่มีปัญหา
ลุงขอแค่หนู อย่าหายเงียบไป ลุงก็อาจคิดไป สงสัยว่าหนูไม่ช๊อต
**แค่อยากช่วยเหลือ เผื่อหนูต้องการอะไร ก็ลุงพร้อมจัดให้อย่างสมใจ
หากวันไหนหนู เกิดช๊อตขึ้นเมื่อไหร่ เงินไม่พอใช้ บอกลุงได้เลย”

“สงสัยเงินจะเยอะลุงอ่ะ ทำตัวแบบนี้ ไม่สงสารครอบครัวตัวเองเลย เก็บเอาไว้ให้ลูกให้เมียกว่านะคุณลุง สาธุ”

“เรตติ้งน่ะ เขามีไว้ให้คนที่กล้าแสดงออกในทางที่ดีและมีศีลธรรมนะครับ ที่คุณทั้งสองแสดงอยู่คิดว่าถูกต้องแล้วใช่มั๊ย”

“ถ้าลุงมีเมียมีครอบครัวแล้วมาทำแบบนี้ก็ผิดแน่นอนล่ะ แต่แน่ใจได้ยังไงว่าลุงมีเมียอยู่แล้วหรือยังไง ลุงเป็นใครหายไปไหนแล้วก้ไม่รู้ ถ้าจะมีความผิดก็คือผิดที่พูดจากับผู้หญิงไม่ดีเท่านั้นล่ะครับ โทษไม่น่าจะหนักขนาดนี้”

“นิสัยของพวกคนเจ้าชู้ กล้าทำแต่ไม่กล้ารับ ตอนทำไม่อาย พอโดนประจานหน่อยทำรับไม่ได้ ดูถุกผู้หญิงมาได้อย่างไรกัน”

“ลุงเขาผิดตรงไหน เขาแค่มาถามว่าขาดเหลืออะไรมั๊ย เท่านั้นเอง”

“ชื่นชมว่า ที่ออกมาสู้แบบลูกผู้หญิง สังคมจะได้รู้ว่า พวกแบบนี้มีเยอะ กล้าทำไม่กล้ารับผิดชอบ แบบนี้สังคมจะอยู่กันยังไงครับ เป็นกำลังใจให้สู้ต่อไปครับ”

เรื่องที่สี่ เกิดเหตุสลดใจ เมื่อนายเอ เด็กชายวัย 15 ปี ใช้มีดสปาร์ตาฟัน มารดาของตัวเองจนเสียชีวิตขณะนอนหลับอยู่ภายในห้องนอน ของบ้านที่หมู่บ้านนักกีฬาแหลมทอง ซอย 5 แขวงและเขตสะพานสูง เหตุผลเพราะโมโหที่มารดาต่อว่าและห้ามไม่ให้ออกไปเล่นเกมนอกบ้าน เพราะลูกชายกำลังอยู่ในอาการติดเกมอย่างหนัก

โดยที่พี่สาว ได้เข้ามาเห็นเหตุการณ์ และเข้าไปช่วยเหลือมารดาที่กำลังถูกทำร้าย แต่น้องชายกลับใช้มีดฟันเข้าที่หน้าแข้งทั้ง 2 ข้างของที่สาวได้รับบาดเจ็บ จนเพื่อนบ้านต้องเข้ามาห้ามปรามและช่วยกันนำตัวพี่สาวโรงพยาบาลลาดพร้าว พร้อมกับช่วยกันควบคุมตัวนายเอ ผู้ก่อเหตุ ส่งเจ้าหน้าที่ตำรวจ

ทั้งนี้ทางตำรวจบอกว่า ได้ส่งตัวนายเอ ไปสถานพินิจแล้ว อีกทั้งยังต้องตรวจอาการทางจิต ซึ่งต้องรอผลจากเจ้าหน้าที่ควบคุมความประพฤติ หลังจากการสอบสวนนายเอแล้ว โดยเบื้องต้น เจ้าหน้าที่ตำรวจได้มีการตั้งข้อหานายเอในข้อหาฆ่าบุพการี ตามกฎหมาย มาตรา 289 (1) ซึ่งมีโทษสูงสุดคือประหารชีวิต แต่กรณีนี้ ผู้ต้องหายังเป็นเด็กชาย คงต้องขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของศาลว่าจะลงโทษหนักสถานใด

ขณะเดียวกัน ในวันที่ 2 พฤศจิกายน 2555 นายนพพัฒน์จักษ์ อัตตนนท์ นักข่าวเครือเนชั่น ก็ได้โพสต์ข้อความเกี่ยวกับข่าวดังกล่าวลงในเฟซบุ๊กส่วนตัวของตัวเอง โดยระบุว่าได้พูดคุยกับพี่ของเด็กชายคนดังกล่าว และข่าวที่ออกมาในทีแรกนั้นไม่ตรงกับความเป็นจริง ดังนี้
“เมื่อวานได้คุยกับพี่ของเด็กที่มีข่าวเอามีดฟันแม่เพราะอยากเล่นเฟซบุค น้องบอกว่าข่าวที่ออกมาไม่ตรงหลายอย่าง

น้องคนที่เล่า (พี่ของคนฆ่า) เล่าว่า แม่ไม่ได้ไม่ให้เงินไปเล่นเกม เพราะน้องไม่ได้ขออยู่แล้ว แถมที่บ้านมีไวไฟ น้องชายเล่นเกมในบ้านได้ และเวลาที่เกิดเหตุก็ตีสามแล้ว น้องคนที่เอามีดฟันแม่ เป็นเด็กที่มีปัญหาทางจิตอยู่แล้ว เคยไปให้หมอรักษา เคยทานยา แต่หยุดมา3ปี แล้วอาการก็มากำเริบอีกครั้ง

ไม่อยากให้คนเข้าใจว่าน้องชายโกรธเพราะจะเล่นเฟซบุค เพราะความจริงมันมีเหตุหลายอย่าง เช่นอาการป่วยซึ่งเป็นปัจจัยหลัก น้องคนที่ผมคุยด้วย น่าเห็นใจมาก เป็นลูกคนกลาง แม่เสียไปแล้ว น้องชาย(คนที่ฆ่า)ก็เจอคดี พี่ก็เจ็บหนักอยู่จากการโดนฟัน ผมก็ได้แต่ให้กำลังใจไป

สิ่งหนึ่งที่เรียนรู้จากเรื่องนี้จากนี้ คือพ่อแม่หลายคนจะรู้สึกผิดที่ต้องพาลูกไปหาจิตแพทย์ รู้สึกผิดว่าทำไมตัวเองดูแลลูกเองไม่ได้ แต่ความจริงอาการป่วยหลายอย่างต้องให้แพทย์และยาช่วยดูแล ถ้ากลัวอาการก็กำเริบได้

เอาเรื่องราวจากปากของเขามาเล่าต่อให้เข้าใจกันครับ ผมก็ไม่ได้ไปยุ่งวุ่นวายอะไรกับเขาอีก

แสดงความเสียใจกับครอบครัวที่เกิดเหตุอีกครั้งครับ”

“รอลงอาญา เพราะเป็นเยาวชน หรือไม่ก็อยู่สถานพินิจสักแป๊บ ก็กลับบ้านได้ เมืองไทยนี่แจ่มจริงๆ อายุน้อยทำผิดแล้วมักรอด”

“เด็กไม่สามารถที่จะรู้หรอกคะว่าอะไรพอ หรือไม่พอ ผู้ใหญ่ต้องค่อยๆสอน อันทีจิงร้านเกมส์ไม่ควรจะมีคะ เปิดเป็นศูนย์อบรมเรียนรู้คอมพิวเตอร์ดีกว่าร้านอินเตอร์เน็ตคาร์เฟ่ จิงแล้วน้อยคนมากที่จะไปหาความรู้ส่วนใหญ่ไปเล่นเกมส์ทั้งนั้น”

“เด็กคนอื่นๆเขาก็เล่นกัน ไม่เห็นจะมีปัญหา มันก็ขึ้นอยู่ที่ตัวเด็กเองด้วยว่าจะแยกแยะออกรึปล่าว เกมส์ก็มีส่วนผิดตรงที่ “ถ้าเล่นมากจนเกินไปจะเสียทั้งเงิน และเวลา” แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ข้อสียของเกมส์ไม่ได้ขึ้นอยู่กับเกมส์ครับ มันขึ้นอยู่กับที่ตัวคนเล่น ว่าจะแบ่งเวลาให้ถูกรึปล่าว มากไปก็แบบนี้แหละครับ แยกแยะดีชั่วไม่ออก น่าจะจับไปขังลืมไม่ก็ส่งไปกู้ระเบิดที่ภาคใต้”

“เกมส์ทำให้คนติดจริงๆ ผู้ใหญบางคนยังติดเลย แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็อยู่ที่ตัวเด็กเองด้วย เราเองก็เคยติดเกมส์ ไม่ได้เล่นเเล้วรู้สึกกระวนกระวาย ต้องเข้าไปเล่นให้ได้ แต่ถ้าพ่อแม่ห้าม เราก็ไม่เคยคิดจะทำร้ายบุพการีตัวเองเลย แต่เกมส์มีส่วนนะที่จะให้ให้เด็กก้าวร้าวขึ้น เมื่อก่อนเเฟนเราพูดจาเพราะสุภาพ ได้รองเล่นเกมส์และก็ติดเกมส์เหมือนกัน พูดจาด่ากันให้เกมส์ จนติดเป็นนิสัย ชอบเผลอพูดคำหยาบคายแบบในเกมส์ออกมา ควรจะยอมรับว่าส่วนหนึ่งก็มาจากเกมส์นั้นเเหละ”

“กรรมหนักสุด ที่ไม่อาจจะให้อภัย ทั้ง 3 โลก ฆ่าได้แม้กระทั่งแม่บังเกิดเกล้า ที่มีพระคุณเหนือกว่าสิ่งใดๆ ตกนรกไปชั่วกัปชั่วกัลป์ เป็นเปรตไม่รู้กี่ร้อยกี่พันชาติ”

เรื่องที่ห้า เป็นอีกหนึ่งเรื่องราวที่น่ายินดี แต่ก็เป็นกระแสฮอตไปทั่วโซเชียลเน็ตเวิร์ก กับการเปิดตัวว่าที่คู่หมั้นของหลานชายหัวแก้วหัวแหวนของนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ นายพานทองแท้ ชินวัตร บุตรชายคนโตของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ซึ่งการเผยแพร่ภาพว่าที่คู่หมั้นของโอ๊ค พานทองแท้ ในครั้งนี้ เป็นที่สนใจจากสื่อมวลชนและประชาชนเป็นจำนวนมาก เพราะหลายคนต่างสงสัยว่า เธอเป็นใครมาจากไหน

โดยสื่อต่างมีการรายงานประวัติของว่าที่คู่หมั้นหนุ่มโอ๊คว่ามีชื่อเล่นว่า “จุ๊บจิ๊บ” เป็นบุตรสาวของ พล.อ.พฤณท์ สุวรรณทัต รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ในรัฐบาลนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร (ครม. ยิ่งลักษณ์ 3) อดีตหัวหน้าฝ่ายเสนาธิการ ประจำ รมว.กลาโหม จบจากโรงเรียนเตรียมทหารรุ่นที่ 10 (ตท.10) และเป็นเพื่อนซี้ที่เรียนเตรียมทหารรุ่นเดียวกับ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีอีกด้วย

โอ๊ค พานทองแท้ และ ว่าที่คู่หมั้น จุ๊บจิ๊บ ที่มาภาพ : http://news.impaqmsn.comarticles_hn.aspxid=506309&ch=hn
โอ๊ค พานทองแท้ และว่าที่คู่หมั้น จุ๊บจิ๊บ ที่มาภาพ: http://news.impaqmsn.comarticles_hn.aspxid=506309&ch=hn

ทั้งนี้ ที่ผ่านมา พล.อ.พฤณท์เคยดำรงตำแหน่งเป็นผู้บัญชาการกองพลที่ 1 รักษาพระองค์ (พล.1 รอ.) ส่วนประวัติด้านครอบครัว สมรสกับนางธาราณี สุวรรณทัต มีบุตรสาว 2 คนคือ “จุ๊บจิ๊บ” และ “จีจี้” ซึ่งก็เป็นการตอกย้ำความสัมพันธ์ที่แนบชิดระหว่างสองครอบครัวนี้เป็นอย่างดี จนเป็นกระแสให้ชาวเน็ตได้พูดถึงเกมความสัมพันธ์ทางการเมืองครั้งนี้กันอย่างเข้มข้น รุนแรง

“ถึงขั้นขายลูกสาวแลกเก้าอี้ รัฐมนตรีน่าอัศจรรย์จริง ๆ ”

“พอลูกชาย นายชวน หลีกภัย หมั้น ปุ๊บ ทางนี้ ก็ต้องรีบหา ภรรยามาประกาศบ้าง กลัวน้อยหน้า”

“เป็นผู้บัญชาการกองพลที่ 1 รักษาพระองค์ สรุปว่าที่มาเป็น ผบ. เพราะต้องการเงินเดือน ขายข่าวได้เงินเยอะกว่าเงินเดือน ขายลูกสาวได้เงินเยอะกว่าขายข่าว เงินมารับได้หมด”

“อะไรกันนักหนา คนเค้ารักกัน จะแต่งงานกัน เค้าเห็นปลื้มแต่ง แล้วคนชมกันแยะ โอ๊คก็เลยออกสื่อบ้าง เท่านี้เอง”

“ดูเขาเล่นเกมส์กันซิครับ คนเราอย่าเห็นแก่ผลประโยชน์ตัวเองเกินไปเลย บ้านนี้เมืองนี้ยังต้องอยู่ ไปอีกนาน ตาสว่างได้แล้ว ผมคิดผิดตอนนี้คิดใหม่แล้ว ว่าที่ผ่านมามันหลอกทั้งนั้น ทำเพื่อตัวเองและพวกพ้องจริงๆ และถ้าทำได้นะ ผมคิดว่าเขาคงจะขยายพันธุ์ให้มากเข้าไว้ เพื่อจะได้มีสายเลือดเยอะๆ เดียวนี้ก็ขยายพันธุ์ไปถึงเขมรแล้ว”

“ใครๆ ก็รู้กันทั้งนั้นว่าการหมั้นหมายครั้งนี้ก็ทำเพื่อการเมือง ให้พ่อฝ่ายหญิงขึ้นมายิ่งใหญ่ ทักษินวางหมากไว้เหมือนกับการเมืองเขมรไม่มีผิด”