ประเด็นฮอตในโซเชียลมีเดียรอบสัปดาห์ – เรื่องยืดเยื้อของ 3G และ หมอดูอีที ทำนายแผ่นดินไหวในไทย ปีหน้า!!

ประเด็นที่ถูกพูดถึงมากสุดในโซเชียลมีเดียในรอบสัปดาห์ 14–20 ตุลาคม 2555

กระแสข่าวที่มีมาให้แอบเซอร์ไพร์สกันนิดหน่อยของช่วงสัปดาห์นี้ ต้องขอแสดงความยินดี กับ ปลื้ม สุรบถ หลีกภัย ลูกชายของอดีตนายกรัฐมนตรี ชวน หลีกภัย ที่ประกาศแต่งงานฟ้าแลบกับแฟนสาว ทับทิม มัลลิกา จงวัฒนา ที่เป็นพิธีกรร่วมกันในรายการ VRZO (วีอาร์โซ) รายการฮิตในหมู่วัยรุ่น หลังคบหากันเพียงประมาณ 2 ปี ทำให้เป็นเรื่องที่ชาวโซเชียลพูดถึงกันมาก เพราะรายการที่ทั้งคู่ทำร่วมกันเป็นที่ชื่นชอบของหมู่วัยรุ่น อีกทั้งอายุที่ยังถือว่าน้อย บวกกับว่าที่เจ้าบ่าวมีดีกรีเป็นถึงลูกชายของอดีตนายกรัฐมนตรีของเมืองไทย แต่อย่างไรก็ตาม ผู้คนในโลกออนไลน์ก็ต่างแสดงความยินดี และมองว่าทั้งคู่เป็นคู่ที่น่ารักและเหมาะสมกันจริงๆ

ปลื้มและทับทิม คู่รักพิธีกร VRZO ที่มาภาพ: http//:www.adintrend.comscoopview.phpid=1805
ปลื้มและทับทิม คู่รักพิธีกร VRZO ที่มาภาพ: http//:www.adintrend.comscoopview.phpid=1805

เรื่องแรก ประจำสัปดาห์นี้ เป็นเรื่องราวที่ยืดเยื้อ มีการยื่นเรื่องฟ้องกันยังไม่จบตลอดทั้งสัปดาห์ สำหรับการประมูลใบอนุญาตคลื่นความถี่ 2.1 GHz หรือ 3G ของสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เพราะยังมีข้อคำถามที่ยังคงค้างคาอยู่ว่า การประมูลครั้งนี้ไม่เหมือนการประมูล ผู้เข้าร่วมประมูลแต่ละรายมีพฤติกรรมการดึงราคาไม่ให้เกิดการแข่งขันที่สมบูรณ์ แต่คล้ายเป็นการฮั้วราคาของคลื่นความถี่ให้กับทั้ง 3 ค่ายโทรศัพท์มากกว่า และตามมาด้วยคำถามจากประชาชนว่า ใครกันแน่คือผู้ที่ได้รับประโยชน์ที่แท้จริง ระหว่าง ประชาชน รัฐบาล หรือบริษัทเอกชน??

โดยที่ผู้เข้าประมูลและเสนอราคาสูงที่สุด คือ บริษัท แอดวานซ์ ไวร์เลส เน็ทเวอร์ค จำกัด ในเครือบริษัทแอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ AIS เสนอราคาที่ 14,625 ล้านบาท เลือกย่านความถี่ 1950-1965 MHz และ 2140-2155 MHz ส่วนบริษัท เรียล ฟิวเจอร์ จำกัด ในเครือกลุ่มทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ True และ บริษัท ดีแทค เนทเวอร์ค จำกัด ในเครือบริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ DTAC เสนอราคาเท่ากันที่ 13,500 ล้านบาท โดยที่ทาง True จับฉลากได้เลือกช่วงคลื่นก่อน จึงเลือกช่วง 1935-1950 MHz และ 2125-2140 MHz ส่วน DTAC เลือกช่วงคลื่น 1920-1935 MHz และ 2110-2135 MHz

ภาพประกอบเรื่องราว ที่มาภาพ: http//:news.mthai.comheadline-news195882.html
ภาพประกอบเรื่องราว ที่มาภาพ: http//:news.mthai.comheadline-news195882.html

ซึ่งหลังจากผลการประมูลเสร็จสิ้น และมีผู้ยื่นเรื่องคัดค้านการรับรองใบอนุญาตคลื่นความถี่ 2.1 GHz หรือ 3G ทำให้ที่ประชุมคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคม (กทค.) มีการลงมติเพื่ออนุมัติผลการรับรองด้วยคะแนนเสียง 4 ต่อ 1 โดยกรรมการที่ให้การรับรองการประมูล ประกอบด้วย พ.อ.เศรษฐพงค์ มะลิสุวรรณ ประธาน กทค. และกรรมการอีก 3 คน คือ พล.อ.สุกิจ ขมะสุนทร นายสุทธิพล ทวีชัยการ และ รศ.ประเสริฐ ศีลพิพัฒน์ ทั้งนี้ศาลมีความเห็นว่า การระงับหรือชะลอการประมูลคลื่นความถี่ จะทำให้การให้บริการต่อประชาชนต้องล่าช้า โดยคาดการณ์ความเสียหายเบื้องต้นไว้ประมาณ 51,300 ล้านบาท

ในขณะที่ นพ.ประวิทย์ ลี่สถาพรวงศา กรรมการ กทค. ด้านคุ้มครองผู้บริโภค ไม่รับรองผลการประมูล โดยให้เหตุผลว่ายังไม่เห็นข้อมูลพฤติกรรมการประมูลของเอกชนจากบริษัท เพาเวอร์ ออกชั่น จึงทำให้ไม่สามารถตรวจสอบได้ชัดเจนว่ามีพฤติกรรมการฮั้วประมูลหรือไม่ ทั้งนี้ แม้หลังจากนั้นประธาน กทค. จะมีคำสั่งให้บริษัท เพาเวอร์ ออกชั่น เปิดเผยข้อมูลการเคาะราคาให้รับทราบแล้วก็ตาม นพ.ประวิทย์ก็ยังคงลงมติไม่รับรองผลการประมูล

สำหรับกรณีการยื่นเรื่องฟ้อง กสทช. และสำนักงาน กสทช. ให้เพิกถอนประกาศ กสทช. ที่อนุญาตให้บริษัท ดีแทค เนทเวอร์ค จำกัด ซึ่งมีกรรมการที่มีอำนาจในบริษัทเป็นคนต่างด้าว เข้าร่วมประมูล โดยขัดต่อข้อห้ามการกระทำที่มีลักษณะเป็นการครอบงำกิจการโดยคนต่างด้าว ทั้งนี้มีการขอให้ศาลมีคำสั่งให้เพิกถอนประกาศรายชื่อผู้เข้าร่วมประมูล และมีคำสั่งไต่สวนฉุกเฉินและคุ้มครองชั่วคราว แต่ทางศาลก็มีคำสั่งไม่รับคำฟ้องไว้พิจารณา และให้จำหน่ายคดีออกจากสารบบความ และต่อเหตุการณ์ดังกล่าว ผู้ที่จะมีสิทธินำคดีมาฟ้องต่อศาลในกรณีนี้ได้ จะต้องหมายถึงผู้เข้าร่วมประมูลรายอื่น ที่มีส่วนได้ส่วนเสียกับการรับใบอนุญาตโดยตรง ส่วนที่ผู้ฟ้องกล่าวอ้างว่า มีลักษณะครอบงำกิจการโดยคนต่างด้าวนั้น อาจจะเกิดขึ้นหรือไม่เกิดขึ้นก็ได้ในอนาคต แต่หากผู้ฟ้องยังมีความกังวลใจ ก็ยังมีสิทธินำคดีนี้มาฟ้องต่อศาลได้ภายหลัง

“จะรอดูค่าบริการ…จะลดให้เท่าไหร่ ใบอนุญาตถูกลงกว่าเดิม 10 เท่าราคาต้องถูกลง 10 เท่า ด้วยนะ”

“ก็อยากใช้เร็วๆเหมือนกัน แต่ถ้าทำแล้วประเทศเสียเปรียบ จะทำไปเพื่ออะไร ต้องทำใจประเทศไทยโกงกันฮั้วกันเยอะ ปล่อยไปก็เอาเปรียบประเทศกันเรื่อยๆ แต่นี่เค้าก็ยังไม่ได้ตรวจสอบว่าฮั้วหรือป่าวก็ว่าไม่ได้ ทำดีแล้วทั้งสองฝ่าย ทำใจเถอะครับ”

“ประเทศอื่น โดยเฉพาะเพื่อนบ้าน แล้วประเทศลาว เมืองพี่เมืองน้องกับเรา กัมพูชา มาเลเซีย อินโดนีเซีย เค้าก็ใช้ 3 G แล้วสิงคโปร์ ที่ไม่ค่อยจะมีดินแดนมากเท่าใดนัก จะประมูล 4G แล้วไทยยังมีปัญหาการใช้ 3G ล้าหลังทีสุดแล้วนะ”

“ต่อให้เลื่อนกี่รอบ ก็ยังมีการฮั๊ว อย่าไปเสียเวลาถ่วงความเจริญประเทศเลย เค้าตั้งเป้ายอดเงินจะประมูลกันนอกรอบไปนานล่ะ ถ้าจะป้องกันฮั๊ว น่าจะเปิดประมูลครั้งล่ะ สองสล๊อต แต่ล่ะครั้งห่างกันซัก 3-6 เดือน ผู้เข้าประมูลเจ้าไหนอยากได้ใบอนุญาติไปดำเนินงานก่อนก็ต้องทุ่มเงินแย่งประมูลให้ได้ ก็คลื่นมันพอดีกับจำนวนผู้ประมูลมันก็เลยไม่สู้ราคากันซิ มันต้องให้ขาดอย่าให้พอดี เพราะของไม่พอมันจะแย่งกันแน่”

“ถ้า ประเทศไทย ได้ใช้ 3 G วันนี้ จะทำให้ ประเทศไทย เป็นอย่างนี้ รึ ป่าวว๋ะ พวกเสื้อแดง เสื้อหลากสี และเสื้อเหลือง สามัคคีกันทันที , รถไฟฟ้า สร้างเสร็จทุกสาย , รถเมลล์ ในกรุงเทพ เลิกติด ,ประเทศไทย เป็นมหาอำนาจในเอเซีย ,ยาบ้าหมดประเทศไทย , โจรใต้เลิกฆ่าทหาร ตำรวจและประชนผู้บริสุทธิ์ ถ้าปัญหาพวกนี้หมดจากประเทศไทย ก็ให้มันมีไป”

“พวกเรียกร้องแห่กระเชอจะเอาจะเอา 3G ท่าเดียวช่วยคิดกันหน่อย ประมูลใหม่ก็ได้จะเป็นไรไป ประเด็นมันไม่ได้อยู่ที่ราคาตั้งต้นของแต่ละสล๊อต เท่าไหร่ก็ได้ หากกสทช.คำนวณบวกลบคูณหารแล้วประชาชนผู้บริโภคได้ประโยชน์ การประมูลแบบนี้ประเทศไหนที่พัฒนาแล้วเค้าก็ทำกันแบบนี้ จริง แต่เค้ามีการตั้งหลักเกณฑ์ เงื่อนไขรัดกุมไม่ให้ผู้ประกอบการมาเอาเปรียบผู้บริโภคได้ เงื่อนไขราคาค่าบริการ ประสิทธิภาพของแต่ละประเทศก็ไม่เท่ากัน จำนวนคนที่จะใช้งานก็ไม่เท่ากัน มันเป็นแค่ข้ออ้างของกสทช.ให้ฟังดูดีขึ้นมาเท่านั้น ของประเทศไทยถ้าให้ราคาเท่านี้ผ่านไป แล้วเงื่อนไขข้อกำหนด หลักเกณฑ์ของคลื่นความถี่นี้ที่ผู้ประกอบการจะสามารถทำให้ได้กับผู้บริโภคไม่มีความชัดเจน คิดหรือว่ามันจะมีพ่อค้าใจดีได้ของถูกไปแล้วก็ทำเครือข่ายซะดีแถมคิดราคาถูกๆ ราคานี้คำนวณจากผู้ใช้โทรศัพท์ในประเทศไทยและแนวโน้มที่จะมีผู้ใช้บริการ แค่ปีเดียว3ค่ายก็คืนทุนแล้ว โปรดทราบราคาประมูลจะได้ถูกหรือแพงมันไม่ใช่ประเด็นหลัก กรุณาอย่าช้าควรล้มครั้งนี้ซะแล้วกสทช.ออกกติกาใหม่ซะ คำนวนบวกลบคูณหารดู คิดว่าแจกฟรีไปเลยยังได้เพราะมีสามค่ายแค่นี้อยู่แล้ว แต่ไปออกกฏระเบียบกฎเกณฑ์ ควบคุมสามค่ายให้ทำคลื่นให้ดีและราคาไม่เอาเปรียบผู้บริโภคดีกว่า”

เรื่องที่สอง หลายคนคงเคยได้ยินชื่อของ “หมอดูอีที” ฉายาของ อีติ (E Thi) หรือ มะขุ่ย หมอดูชื่อดังชาวพม่า อายุ 42 ปี ผู้หญิงรูปร่างเล็ก พูดไม่ได้ หลังค่อม นิ้วคด เท้าพลิก มือเกร็ง แต่เชื่อกันว่าเธอสามารถทำนายโชคชะตา ดูดวงบ้านดวงเมือง ได้อย่างแม่นยำ มีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักกันในหมู่นักการเมือง นักธุรกิจ และนายทหารในเมืองไทย ตั้งค่าดูครั้งละประมาณ 30,000 บาท โดยผู้ที่จะให้ทำนายต้องจองคิวและรอคิว ซึ่งปัจจุบันนี้ก็ยังต้องรอคิวอยู่ เนื่องจากมีผู้ต้องการใช้บริการมาก เงินที่ได้จากค่าบริการดูหมอ อีติจะนำไปทำบุญ สร้างโรงเรียน โรงพยาบาลช่วยเหลือผู้คน ซึ่งความสามารถในการทำนายของหมอดูอีที เริ่มต้นรับรู้เรื่องราวต่างๆ มาตั้งแต่อายุ 4 ขวบ และมาชัดเจนเมื่ออายุ 9 ขวบ

ซึ่งล่าสุด หมอดูอีทีผู้นี้ก็สร้างความตื่นตระหนกให้กับประชาชนไทย ด้วยการทำนายอนาคตของประเทศไทยไว้ว่า จะพบกับเหตุแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ ในปี 2556 แต่จะเป็นพื้นที่ใดยังไม่สามารตอบได้อย่างชัดเจน ทำให้บรรดาโหราศาสตร์ชื่อดังของเมืองไทยหลายท่านออกมาตอบโต้เกี่ยวกับคำทำนายนี้ เพราะก่อนหน้านี้หมอดูอีทีก็ทำนายว่าโลกจะแตกในปี 2555 นี้มาแล้ว

นางสาว ซุย ซุย วิน หรือ หมอดูอีที ชาวพม่า ที่มาภาพ: http//:news.hatyaiok.comp=145313
นางสาว ซุย ซุย วิน หรือ หมอดูอีที ชาวพม่า ที่มาภาพ: http//:news.hatyaiok.comp=145313

นายภิญโญ พงศ์เจริญ นายกสมาคมโหราศาสตร์นานาชาติ กล่าวกับไทยรัฐออนไลน์ไว้ว่า หากวิเคราะห์เพื่อตามหาความจริง ตามหลักโหรศาสตร์แล้ว มันก็มีแผ่นดินไหวมาเรื่อยๆ ในย่านอินโดฯ มหาสมุทรแปซิฟิก ตั้งแต่ 7 กันยายน เนื่องจากอิทธิพลดาวเสาร์โยกย้าย และอีกครั้งหนึ่งในวันที่ 10 ธันวาคม ซึ่งคำทำนายนี้น่าจะเกี่ยวโยงกับเรื่องอุปราคาที่เกิดตรงราศีตุลย์ ที่เล็งลัคนาดวงเมืองไทย แต่ด้วยลีลาดาวแบบนี้จะไม่กระทบประเทศไทย เพราะราศีตุลย์เคลื่อนย้ายไปในมหาสมุทรแปซิฟิก ไปฮาวาย ไปอเมริกา หมอดูอีทีคงลืมดูดวงประเทศพม่าไปว่า ราศีตุลย์ก็ปกครองพม่าอยู่ ดังนั้น ลีลาดาวแบบนี้ก็เสี่ยงแผ่นดินไหวพม่ามากกว่าประเทศไทยเสียอีก แถมยังฝากเตือนไปยังหมอดูอีทีด้วยว่า การออกมาทำนายแบบไม่มีหลัก ไม่มีศาสตร์อะไรในการรองรับแบบนี้มันสุ่มเสี่ยงมาก ถ้าเป็นโหรไทยทำนาย นอกจากจะโดนต่อว่าแล้ว อาจจะถูกฟ้องร้องได้ด้วย

ทั้งนี้ ในเชิงวิชาการ นายเลิศสิน รักษาสกุลวงศ์ ผู้อำนวยการสำนักธรณีวิทยาสิ่งแวดล้อมและธรณีพิบัติภัย กรมทรัพยากรธรณี (ทธ.) กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) มีการออกมาอธิบายเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าวในเว็บไซต์กระปุกว่า จุดที่จะเกิดแผ่นดินไหวรุนแรงในโลกนี้มี 3 จุดใหญ่ คือ 1. บริเวณรอบมหาสมุทรแปซิฟิก 2. กลางทะเล ระหว่างทะเลแอตแลนติก ที่อยู่ระหว่างประเทศสหรัฐอเมริกาและแอฟริกา เป็นแนวยาว และ 3. บริเวณแนวมุดตัวตั้งแต่ประเทศออสเตรเลียมายังเกาะสุมาตรา ต่อมายังอินเดีย โยงไปยังแถบเทือกเขาหิมาลัย ตีโค้งออกตะวันออกกลางเข้าไปในทวีปยุโรปแถบประเทศกรีซ อิตาลี และสเปน ไปสิ้นสุดที่เทือกเขาแอลป์ นอกจากนี้ ยังมีจุดย่อยที่จะมีความรุนแรงรองลงมา คือ บริเวณตอนเหนือของประเทศจีน

โดยจุดศูนย์กลางที่จะก่อให้เกิดแผ่นดินไหวที่ใกล้กับประเทศไทย ด้านตะวันตก คือ แนวมุดตัวสุมาตรา และแนวรอยเลื่อนที่ผ่านประเทศเวียดนาม ผ่านประเทศจีนตอนใต้ ผ่านเทือกเขาหิมาลัย จุดที่ใกล้ที่สุดคือ รอยเลื่อนสะแกง ซึ่งห่างจากเขื่อนวชิราลงกรณ์ จ.กาญจนบุรี ประมาณ 500 กิโลเมตร และที่สุมาตราซึ่งห่างจากเกาะภูเก็ตประมาณ 700 กิโลเมตร ส่วนด้านเหนือคือรอยเลื่อนแม่น้ำแดง ห่างจากประเทศไทยประมาณ 300 กิโลเมตร

ซึ่งประเทศไทยอยู่ห่างมากจากจุดที่มีโอกาสจะเกิดแผ่นดินไหวขนาดใหญ่ แม้รอยเลื่อนที่ทำให้แผ่นดินไหวรุนแรงรองลงมาก็ยังอยู่ห่างจากประเทศไทยมาก อย่างไรก็ตาม ประเทศไทยมีจุดศูนย์กลางของรอยเลื่อนที่ยังมีพลังอยู่ โดยภาคเหนือมีอยู่ 10 จุด คือ รอยเลื่อนแม่จัน รอยเลื่อนแม่อิง รอยเลื่อนพะเยา รอยเลื่อนแม่ทา รอยเลื่อนแม่ฮ่องสอน รอยเลื่อนเมย รอยเลื่อนเถิน รอยเลื่อนอุตรดิตถ์ และรอยเลื่อนเพชรบูรณ์ ในภาคตะวันตก คือ รอยเลื่อนศรีสวัสดิ์และรอยเลื่อนด่านเจดีย์สามองค์ ส่วนภาคใต้ คือ รอยเลื่อนระนองและรอยเลื่อนคลองมะรุ่ย แต่ก็ได้มีการศึกษาตรวจสอบแล้วพบว่า รอยเลื่อนเหล่านี้มีพลังที่จะทำให้แผ่นดินไหวในระดับกลางหรือน้อยกว่า 7 ริกเตอร์ และที่หมอดูพม่าทำนายว่าประเทศไทยจะเกิดแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ปีหน้านั้น ถ้ามันจะไหวจริงๆ จุดศูนย์กลางที่ก่อให้เกิดแผ่นดินไหวคือที่ประเทศพม่านั่นเอง ดังนั้น พม่าจะต้องเจอก่อนประเทศไทย ประเทศไทยเพียงแค่รับผลพวงที่เกิดขึ้นเท่านั้น ดังนั้นจึงต้องไตร่ตรองให้ดีว่า ควรจะเชื่อหมอดูมากน้อยแค่ไหน

“1 ปี มี 365 วัน มันอาจจะเกิดอะไรก็ได้ใน 365 วัน ปีหน้าไม่ทำนายหรอกแต่ขอบอกว่าน้ำต้องท่วมแน่นอนแต่ไม่รู้จังหวัดไหน อำเภออะไร ตำบลอะไร ถ้ารู้จริงขอให้บอกมาเลย จะเกิดวันอะไร เดือนอะไร”

“เคยดูรายการเรื่องจริงผ่านจอ ก็เคยเอาเรื่องหมอดูอีทีมาออกอากาศ เมื่อประมาณเดือนเมษายน หรือ พฤษภาคม 55 เนี๊ยะแหละ ยังทำนายไว้เลยว่าปลายปี 55 น้ำไม่ท่วมกรุงเทพ แต่ปี 56 จะมีแผ่นดินไหวอย่างรุนแรงในไทย แม่นไม่แม่นไม่รู้แต่นักการเมืองไทย และดาราดังหลายคนไปดูมาแล้วและคอนเฟิร์มว่าแม่นจริงๆ”

“นานาจิตตัง ต่างคนต่างความคิด ไม่มีใครผิด ใครถูก ใช้สติเป็นที่ตั้ง อยู่บนความพอดี”

“ผมว่าดีนะมีคนมาเตือนให้เราระวัง อย่าน้อยก็ทำให้เจ้าหน้าที่ ที่รับผิดชอบงานด้านนี้อยู่ ก็จะได้เตรียมพร้อมตลอดเวลาถ้ามีอะไรเกิดขึ้น แต่ถ้าจะให้ดีต้องมีการซ้อมทุกๆ สองเดือนก็จะดีมากเลย สาเหตุที่คำทำนายไม่ถูกต้องไม่ใช่ว่าเขาทำนายไม่แม่นแต่มาจากว่าคนไทยเราทำบุญประเทศต่างหาก อีกทั้งยังตักบาตรหมู่เป็นจำนวนมากด้วย ทำให้ได้บุญจึงช่วยให้เราไม่เป็นอะไรมากไงละครับ”

“มาอีกแล้ว!! เมื่อต้นปีใครจำได้บ้างว่ามีการทำนายของหมอดูชื่อดังกี่คน ที่บอกว่าบ้านเราจะน้ำท่วมมากกว่าปีที่ผ่านมา ตอนนี้หนาวแล้วน้ำเหนือเขื่อนก็จะแห้ง ไม่เห็นมีหมอดูคนไหนมารับผิดชอบคำพูดเลย อะ นี่ก็แผ่นดินไหวอีก ทำไมไม่ดูบ้านตัวเองบ้าง ว่าจะเป็นไง เฮ้อ………ฟังแล้วก็จิตตก”

“ไม่ต้องหมอดูดังที่ไหนมาทายหรอกคะ เพราะตามความเป็นจริงมันเคยเกิดมาแล้ว ตอนนี้ ภัยธรรมชาติมีมากขึ้น ไม่ต้องให้หมอดูหรือโหรดังมาทำนายหรอกทุกวันนี้ก็เตรียมตัวไว้ให้พร้อมอยู่เสมอ ในภายภาคหน้าโอกาส แผ่นดินไหวรุนแรง สึนามึถล่ม ใต้ฝุ่นถล่ม สงคราม โอ้สารพัดที่จะเกิด”

เรื่องที่สาม เกิดเหตุหดหู่ใจเมื่อ พ.ต.ท.จักรโรม ธูปแจ่ม สารวัตรป้องกันปราบปราม สถานีตำรวจภูธรศรีสำโรง จังหวัดสุโขทัย บุกขึ้นยิง พ.ต.อ.ธณัชพงศ์ ประเสริฐศิริประภา ผกก.สภ.ศรีสำโรง เสียชีวิตคาห้องทำงานบนสถานีตำรวจ ซึ่งขณะนั้น พ.ต.ท.จักรโรมยังคงมีอาการไม่สร่างเมา ด้วยเหตุผลของความไม่พอใจ หลังถูกว่ากล่าวตักเตือนกรณีดื่มสุรา จนมีอาการมึนเมาควบคุมสติไม่ได้ขณะปฏิบัติหน้าที่ อีกทั้งเวลาเมาจะคุมสติตัวเองไม่อยู่ และชอบนำปืนออกมาเล่นโชว์ มักจะมีปัญหาเรื่องของการดื่มสุราแล้วขาดสติ ชอบใช้กำลัง มีฉายาว่า “สวป.แรมโบ้” และ “นักรบบางระจัน” เพราะไว้หนวดลักษณะนายจันทร์ หนวดเขี้ยว

ซึ่งหลังจากบุกขึ้นไปยิง พ.ต.อ.ธณัชพงศ์ บนห้องทำงาน จนอาการสาหัสและเสียชีวิตในเวลาต่อมานั้น พ.ต.ท.จักรโรม ได้ขับรถหลบหนีด้วยความเร็วสูง โดยมีชุดไล่ล่าติดตาม จนเสียหลักพุ่งเข้าชนต้นมะม่วงข้างทางได้รับบาดเจ็บอาการสาหัส และถูกนำตัวส่งโรงพยาบาล โดยอาการล่าสุดพ้นขีดอันตรายแล้ว แต่ถูกควบคุมตัวโดยชุดหน่วยปฏิบัติการพิเศษ กองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสุโขทัย ตลอด 24 ชั่วโมง และอนุญาตให้ญาติเข้าเยี่ยมได้ในบางช่วงเท่านั้น อีกทั้งยังได้มีคำสั่งให้ออกจากราชการ พร้อมตั้งข้อหาสูงสุดถึงขั้นประหารชีวิต เพราะฆ่าเจ้าที่ตำรวจในขณะปฏิบัติงาน รวมถึงให้มีการสอบสภาพจิตในทางการแพทย์และตรวจเช็คสมองด้วยคอมพิวเตอร์ ซึ่งผลก็เป็นปกติดีทุกอย่าง

ที่มาภาพ: http//:www.khaosod.co.thview_news.phpnewsid=TUROd01ERXhNVEU1TVRBMU5RPT0=&sectionid=TURNd01RPT0=&day=TWpBeE1pMHhNQzB4T1E9PQ==
ที่มาภาพ: http//:www.khaosod.co.thview_news.phpnewsid=TUROd01ERXhNVEU1TVRBMU5RPT0=&sectionid=TURNd01RPT0=&day=TWpBeE1pMHhNQzB4T1E9PQ==

“ทำไมเวลาตำรวจทำผิดก็มีแต่ขัง ผมก็เคยถูกขัง ทำไมไม่มีมาตรการห้ามพกปืนเมื่อมีอาการทางประสาท แล้วให้ไปทำหน้าที่อื่นที่ไม่ต้องใช้ปืน เพราะคนธรรมดาถือปืนก็น่ากลัว แต่ถ้าสติไม่ดีมีปืน ยุ่ง ใน ตำรวจมีหลายคนที่ต้องกินยาแก้บ้า ซึ่งนายไม่ค่อยกล้ายุ่ง ก็รอดตาย แต่ชาวบ้านที่ต้องเดือดร้อน”

“ชั้นสัญญาบัตรต้องจบปริญญาตรี อยากรู้ว่าจบสถาบันไหน ดูท่าไม่เหมือนคนเรียนหนังสือ แปลกจัง”

“ทำไมประชาชนเขาไม่ได้รับความเป็นธรรม ความยุติธรรม จากตำรวจ เพราะตำรวจมักจะเชื่อข้อกล่าวเขาอยู่ฝ่ายเดียว แถมไม่กล้าถามฝ่ายตรงข้ามเรื่อง จริงไม่จริง ก็เชื่อแล้ว เขาจึงเกลียดตำรวจทุกวันนี้แหละ ยิ่งเกี่ยวกับเงิน ยิ่งตาโต ไม่รับฟังฝ่ายถูกกล่าวหาทั้งๆเงินเขาเอง เป็นต้น”

“เป็นธรรมชาติของมนุษย์คับ มองในแง่บวก เป็นมนุษย์นี่น่า ก็ย่อมมีความรู้สึก เรื่องแบบนี้ ไม่เกิดขึ้นกับใครก็ไม่มีความรู้สึก เขาตัดสินใจถูกต้องแล้วในขณะนั้นว่าเขาต้องทำ ไม่ทางอื่นที่ดีกว่าในขณะนั้น เราไม่อยู่ในสภาวะเหมื่อน สวป.ก็ขาดข้อมูลในการพิจารณาว่าเขาดีชั่วอย่างไร เอาเปรียบลูกน้องหรือเปล่าคับ บีบคั่นขนาดไหน ชีวิตตำรวจคับ นึกว่าเท่ใช่ไหม ไม่เลยคับ เราทำงานเพื่ออุดมการณ์ไม่ใช้รับใช้เจ้านาย เอาประชาชนเป็นที่ตั้งนะครับท่าน ทำใจให้สบาย ๆๆๆ แล้วทุกอย่างจะดีเองคับ”

“อย่าพึ่งด่วนตัดสินว่าเขาเลวเพราะเรายังไม่รู้ตื้นลึก หนา บางของทั้งสองคน การฆ่าคนตายได้มันต้องมีอะไรแฝงอยู่ในใจเพราะการฆ่าคนมันไม่งายเหมือนฆ่าปลา ต้องรอศาลตัดสิน”

เรื่องที่สี่ เป็นทอล์คออฟเดอะทาวน์ เพราะเป็นเรื่องของอาจารย์สักยันต์ที่มีชื่อเสียง และมีลูกศิษย์ลูกหาเป็นคนที่มีชื่อเสียงทั้งในประเทศและระดับโลก “สำนักสักยันต์ อาจารย์หนู กันภัย” โดยเฉพาะลายสักยันต์ที่มีชื่อว่า “ยันต์ ๕ แถวหนุนดวง” โดยล่าสุด ได้เกิดคดีเรื่องการอมเงินบริจาคการจัดก่อสร้างองค์หลวงปู่ทวด วัดแม่ตะไคร้ ที่จังหวัดเชียงใหม่ เมื่อปี 2551 ที่มีการอ้างว่าเงินบริจาคสร้างพระมีถึง 300 – 400 ล้าน แต่อาจารย์หนู กันภัย โอนเงินมาให้วัดมาประมาณ 19 ล้านบาทเท่านั้น

โดยทางอาจารย์หนู กันภัย กล่าวว่า ได้ชำระเงินค่าหล่อพระให้กับโรงหล่อไปแล้วทั้งสิน 18,500,000 บาท ซึ่งทางเจ้าของโรงหล่อได้ออกใบเสร็จมาอย่างถูกต้อง ก่อนหน้านี้ก็ส่งเงินค่าหล่อไป 10 กว่าล้านบาท โดยผ่านเจ้าอาวาสวัดแม่ตะไคร้เป็นเวลา 1 ปี แต่พระเทียนชัยไม่ได้ส่งเงินให้โรงหล่อ ทำให้โรงหล่อไม่สามารถหล่อพระได้ และสำหรับกรณีที่มีการร้องเรียนเพราะถูกสำนักสงฆ์ตรวจสอบ เป็นการตรวจสอบการใช้เงินของวัด ไม่เกี่ยวกับทางสำนักสักยันต์ ทั้งนี้อาจารย์หนูยังบอกอีกว่า การกระทำดังกล่าวทำให้ชื่อเสียงของตนเสียหาย และที่ผ่านมาก็ถูกกลั่นแกล้งทำลายชื่อเสียงมาตลอด ซึ่งได้ตั้งทนายไว้ 10 ทีม เพื่อดำเนินคดีกับผู้ที่เกี่ยวข้องแล้ว

อาจารย์หนู กันภัย ที่มาภาพ: http//:www.toptenthailand.comdisplay.phpid=2773
อาจารย์หนู กันภัย ที่มาภาพ: http//:www.toptenthailand.comdisplay.phpid=2773

โดยล่าสุดทางดีเอสไอ (DSI) ได้มอบหมายให้สำนักคดีอาญาพิเศษเข้าไปตรวจสอบข้อเท็จจริงเบื้องต้น เพราะทั้งสองฝ่ายให้ข้อมูลที่ไม่ตรงกัน และดีเอสไอจะเรียกสองฝ่ายมาสอบคำให้การอีกครั้ง รวมถึงการตรวจสอบยอดการรับบริจาคทั้งหมดอีกครั้ง ซึ่งขณะนี้ยังไม่มีข้อสรุปใดๆ สำหรับเรื่องนี้

“อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา ผู้ที่เจริญด้วยปัญญา ย่อมมองเห็นปัญหา ทุกอย่างเป็นเรื่องไม่เที่ยง พระสงฆ์รักษาศีล ๒๒๗ ข้อ เห็นปัจจัยที่ที่ให้เกิดกิเลส ก็เกิดความโลภจึงประพฤติชั่ว ฉันใดเล่าคนธรรมดาที่มีศีลน้อยกว่าพระสงฆ์ เมื่อเห็นปัจจัยจำนวนมาก จะไม่เกิดกิเลส และประพฤติชั่วได้ฉันใด (ต้องขอโทษด้วย!!! สำนวนดังกล่าวนี้มิได้มีเจตนากล่าวหา หรือให้ร้ายผู้ใด เพียงแต่เปรียบเทียบให้ผู้ที่ยังไม่เจริญในธรรมะ ได้เข้าใจในความเป็นจริงของมนุษย์ปัจจุบัน ระหว่าง ผู้ทรงศีลและคนธรรมดา ที่ยังมุ่งมั่นในกิเลส และไม่ละอายในบาป)”

“ที่หลงใหลงมงายกราบไหว้บูชากัน คงกลับลำแทบไม่ทันอีกรายแล้วล่ะ อ้อ โหรอีทีอีกคน ระวังเหอะ มีหวังได้ซีดกันเป็นแถว อีกไม่นานหรอกครับ ควรหันมาหาไอโฟนไอแพดไอแมค สารพัดไอ ไอที ดีกว่าน่า งมงายน่าอนาถใจอยู่ได้”

” เงิน หน่อ กิเลสหน่อ ไม่มีสิ่งไดเที่ยงแท้ ตัวเราของเราเท้านั้นที่มีอยู่จริง ทุกอย่างไม่อยู่ยืนยง คนหาในสิ่งที่ตัวเองรักแล้วจงทำ อย่าฟืนหัวใจตัวเอง เพราะสักวันนึง ตัวต้องหลุดต้องขาดเป็นแน่”

“อยู่ที่ความเชื่อของคนส่วนตัวแล้วไม่เชื่อเลยเรื่องที่ว่าเป็นของขลัง เวลาไปสักยันต์ก็เงินของคนที่สักไม่ใช้เงินคนอื่น แต่ทีแน่ๆไม่ขลังอย่างที่โม้แน่ๆ ถ้าไปถามเรื่องยิง ฟันไม่เข้า ก็ต้องตอบว่าเอาไว้ด้านเมตรามหานิยม บอกว่าไม่เข้าจริงเดี๋ยวโดนลองของยุ่งเลย”

“ถ้าของไม่ดีจริงคงไม่มีลูกศิษย์มากมายถวายเงินกันเป็นร้อยล้านขนาดนี้ อ.หนูเป็นฆาราวาสคือบุคคลทั่วไปไม่ใช่พระภิกษุสงฆ์ มีรักโลภโกรธหลงเป็นเรื่องธรรมดา”

เรื่องที่ห้า โลกโซเชียลมีเรื่องให้เมาท์กันอีกแล้ว เมื่อคนมีชื่อเสียงออกมาแสดงความคิดเห็นผ่านสื่อออนไลน์ โดยล่าสุด ศิลปินนักร้อง บิลลี่ โอแกน ได้โพสต์ข้อความบนหน้าเฟซบุ๊กของตัวเอง ที่ใช้ชื่อว่า Billy Ogan แสดงความคิดเห็นต่อสังคมไทยในปัจจุบันว่า มีแต่ความเลวร้าย ทั้งนโยบายการเมือง สื่อบันเทิง และปัญหาของคนในชาติ ซึ่งกำลังป่วยหนัก โดยมีข้อความระบุไว้ว่า

“โพสท์ต่อไปนี้ แรงส์ ใครไม่เห็นด้วยให้ผ่านไปเลย อย่าอ่านนะครับ ผมเตือนแล้ว
ประเทศเราป่วยหนักมากนะครับ ทุกอย่างเลวร้ายไปหมด รถก็ติดมากขึ้นทุกวัน เพราะนโยบายเอื้อประโยชน์พ่อค้ารถโดยนักการเมือง ข้าวเปลือกที่เป็นอาหารหลักของคนทั้งประเทศก็คิดจะโกงกิน สามจีก็เอื้อประโยชน์นายทุนแต่ให้ประชาชนได้ใช้ของคุณภาพห่วย ราคาแพง สามจีปลอมๆ ฮั้วกันแบบเห็นๆ ปัญหาภาคใต้ก็แก้ไม่ได้ นักการเมืองก็ทะเลาะกันแต่เรื่องผลประโยชน์ของตัวเอง งบประมาณทุกอย่างก็กินกันสี่ห้าสิบเปอร์เซ็นต์ทั้งระบบ ละครทีวีก็นำเสนอแต่เรื่องต่ำทรามทางจริยธรรม มอมเมากันด้วยเรื่องกามชั้นต่ำสกปรก จนจิตใจคนนั้นมันเหมือนในละครไปหมด หวยใต้ดินยังไม่พอ จะมอมเมาคนด้วยหวยบนดินอีก ไม่มีอะไรดีสักอย่างที่นักการเมืองทำ อีกสองปีพอเข้า AEC ถามว่าประเทศเราได้เตรียมความพร้อมไว้อย่างไรบ้าง ไม่มีเลย ภาษาอังกฤษแม้แต่ผู้นำยังพูดได้งูๆปลาๆ เด็กๆในประเทศก็ติดกันแต่เน๊ต ไม่ก็ติดยาบ้า ยาไอซ์
อีกสองปีทั้งสินค้า และแรงงานจากชาติอื่นๆในอาเซี่ยนจะเข้ามาเดินกันปร๋อแถมยังจะแย่งงานคนไทยทำ ภาคการผลิตของเราก็อ่อนแอร่อแร่ใกล้เจ๊งเต็มที ม็อบก็บานเบอะ นักการเมืองก็เสวยสุข แล้วยุให้ประชาชนออกมาตีกัน สรุปแล้ว ไม่เหลืออะไรเลย อย่ามัวทำเป็นเล่นดูละครมอมเมาตัวเองไปวันๆอยู่เลย รายการทีวีก็แสนจะโคตรบรมห่วย มีแต่ไร้สาระหากินกันป้ายสปอนเซอร์ กับข่าวดาราบ้าบอคอแตก มีแต่หน้าปลอมนมปลอมตุ๊ดเกย์เต็มไปหมด แอร๊ยยยยยยยยยยยยยยย”

ที่มาข้อมูล: https//:www.facebook.comphoto.phpfbid=444140645650266&set=a.435562766508054.100027.100001630025370&type=1&theater
ที่มาข้อมูล: https//:www.facebook.comphoto.phpfbid

ซึ่งขณะนี้ แม้จะยังไม่มีการสัมภาษณ์หรือหาข้อมูลอะไรเพิ่มเติม แต่ข้อความนี้ก็เป็นข้อความที่ถูกแชร์ต่อกันในหน้าเฟซบุ๊กของหลายคนเป็นจำนวนมาก พร้อมข้อความคอมเมนต์สนับสนุนข้อความที่บิลลี่โพสต์ไว้กันอย่างมากมาย
“เดี๋ยววันรุ่งขึ้นรัฐบาลจัดคนไปพานั่งยาง จะสู้กับรัฐบาลนี้ไม่แน่จริงทำไม่ได้หรอกครับ หน่วยติดอาวุธลับใต้ดินเค้ามีนะ”

“ทุกอย่างที่เขียนมาเป็นความจริงทุกประการ สงสารเมืองไทยจริงๆ มีนักการเมืองแบบนี้”

“เห็นด้วยอย่างแรงสสสส์ เราก็อยากให้ประเทศพัฒนาขึ้นไปอีก อยากให้ประเทศเป็นประเทศที่พัฒนาแล้ว ไม่อยากให้ประเทศอื่นมาดูถูกประเทศเรา พอได้ทราบข่าวว่าประเทศนู่น นี่ นั้น พูดว่าประเทศเราเป็นอย่างนั้น เป็นอย่างนี้ มันหน้าเสียใจนะ ว่าไหม”

“ในฐานะแม่คนหนึ่ง ห่วงอนาคตลูกเหลือเกิน ในฐานะคนทำงานเกี่ยวกับเด็ก เห็นอาการมอมเมาเด็กด้วยวัตถุ ก็ใจหาย ในฐานะคนไทย อยากร้องตะโกนอย่างพี่บิลลี่”

” เห็นด้วยพี่ ทุกสิ่งที่พี่ เขียน ผมก็คิดแบบพี่เลย เบื่อนักการเมืองไทย พ่อค้าที่เห็นแก่ได้ และข้าราชการนิสัยไม่ดี”

“เห็นด้วยอย่างยิ่งนะครับ ไม่ว่าโพสที่เฟสของ คุณบิลลี่ นี้จะเป็นโพสที่เกิดจากวิธีคิด วิธีพูดของคุณบิลลี่ หรือไม่ แต่ผมเองก็เห็นด้วยครับ ผมว่าพวกเราคนจน คนรากหญ้าน่าจะหาเวที ร่วมกันช่วยหาทางออกและเสนอรัฐบาลให้มาช่วยแก้ไขกันดีกว่านะครับ เอาไงเอากัน อย่าไปยอมรับในสิ่งที่พวกมันยัดเยียดให้ เพราะเราต้องการเฉลี่ยทุกข์ เฉลี่ยสุข ใครเห็นด้วยก็ว่ามานะครับ”