โรดแมป ครม.สัญญจร “ยิ่งลักษณ์” เดินสาย 6 เส้นทาง แจกโครงการวงเงินทะลุ 5 แสนล้าน

4 สิงหาคม 2012

ที่มาภาพ: http://www.nationmultimedia.com/

ที่มาภาพ: http://www.nationmultimedia.com/

การบริหารประเทศของรัฐบาลภายใต้การนำของ “ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร” ที่จะครบ 365 วัน ในวันที่ 23 สิงหาคมนี้ ได้หอบคณะรัฐมนตรีเดินสายประชุม ครม.สัญจรในต่างจังหวัดแล้ว 6 ครั้ง

โดยครั้งแรกประเดิมที่ “บ้านเกิด” ของ “นายกฯ ปู” ที่ จ.เชียงใหม่ ระหว่างวันที่ 14-15 มกราคม

ครั้งที่ 2 ที่ จ.อุดรธานี ซึ่งถูกเปรียบเป็นเมืองหลวงของคนเสื้อแดง ระหว่างวันที่ 21-22 กุมภาพันธ์

ครั้งที่ 3 ลงใต้เหยียบถิ่นของพรรคประชาธิปัตย์ ใน จ.ภูเก็ต ระหว่างวันที่ 19-20 มีนาคม

ครั้งที่ 4 กลับขึ้นมาที่ภาคกลาง ใน จ.กาญจนบุรี ระหว่างวันที่ 19-20 พฤษภาคม

ครั้งที่ 5 ประชุมกันที่ชายฝั่งตะวันออกอย่าง พัทยา จ.ชลบุรี ระหว่างวันที่ 18-19 มิถุนายน

ครั้งที่ 6 ที่ จ.สุรินทร์ แดนอีสานใต้ ระหว่างวันที่ 29-30 กรกฎาคม ที่ผ่านมา

แม้ว่าวัตถุประสงค์ของการจัดประชุม ครม.สัญจรเป็นไปเพื่อให้ ครม. ได้ใกล้ชิดกับประชาชน และได้รับข้อมูลโดยตรงจากคนในพื้นที่ เพื่อที่จะสามารถกำหนดยุทธศาสตร์นโยบายให้สอดคล้องกับความต้องการของแต่ละพื้นที่ได้

แต่กระนั้น การประชุม ครม.สัญจรทั้ง 6 ครั้ง ถูกฝ่ายค้านและนักวิชาการมองว่าเป็นเพียง “อีเวนท์ทางการเมือง” ที่ต้องการสร้าง “คะแนนนิยม” ให้กับรัฐบาลเท่านั้น

โดยเฉพาะการพุ่งเป้าไปยังพื้นที่ที่เป็นเป้าหมาย หรือฐานคะแนนเสียงสำคัญของพรรคเพื่อไทย จนทำให้เกิดข้อครหาตามมาว่า การใช้งบประมาณเพื่อพื้นที่ใดพื้นที่หนึ่งถือว่า “ไม่ธรรม” กับประชาชนในพื้นที่อื่นหรือไม่

ที่สำคัญ การอนุมัติโครงการที่ใช้งบประมาณจำนวนมากโดยไม่ได้ผ่านการกลั่นกรองอย่างเพียงพอ จะส่งผลเกิดปัญหาตามมากับความมั่นคงทางเศรษฐกิจของประเทศได้

“สำนักข่าวไทยพับลิก้า” ได้รวบรวม มติ ครม.สัญจรทั้ง 6 ครั้ง เพื่อสำรวจดูว่า “รัฐบาลนารี” ได้ใช้งบประมาณเฉพาะพื้นที่ไปแล้วเท่าไหร่?

ครม.สัญจร ครั้งที่ 1 ที่ จ.เชียงใหม่
ทุ่ม 3.8 หมื่นล้าน พัฒนาภาคเหนือ

ครม. มีมติรับทราบกรอบแผนงานลงทุนโครงการพัฒนาจังหวัดในพื้นที่ภาคเหนือ ตามที่จังหวัดนำเสนอ จำนวน 128 โครงการ ใน 8 จังหวัดภาคเหนือ วงเงินรวม 387,389.44 ล้านบาท โดยแยกเป็นแผนงานหลัก 5 ด้าน ประกอบไปด้วย

1. แผนงานด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมและการเกษตร รวมวงเงิน 19,065.53 ล้านบาท

2. แผนงานด้านโครงสร้างพื้นฐานคมนาคม ขนส่ง โลจิสติกส์ วงเงิน 354,431.76 ล้านบาท

3. แผนงานด้านเศรษฐกิจ การค้า การลงทุน บริการ การท่องเที่ยว วงเงิน 10,556.90 ล้านบาท

4. แผนงานด้านบริการทางสังคม วงเงิน 3,238.52 ล้านบาท

และ
5. แผนงานด้านโครงการอื่นๆ วงเงิน 96.73 ล้านบาท ซึ่งอยู่ในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ทั้งหมด

ครม.สัญจร ครั้งที่ 2 จ.อุดรธานี
เห็นชอบโครงการ 3.1 แสนล้าน อีสานตอนกลาง-บน

ครม.สัญจร จ.อุดรธานี ที่มาภาพ:  http://www.patrolnews.net/

ครม.สัญจร จ.อุดรธานี ที่มาภาพ: http://www.patrolnews.net/

ที่ประชุม ครม. ได้เห็นชอบตามที่คณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชน (กรอ.) และแผนงานโครงการของแต่ละจังหวัด จำนวน 29 โครงการ งบประมาณทั้งสิ้น 1,650 ล้านบาท จากเดิมที่เสนอเข้ามา 1,595.75 ล้านบาท โดยมีโครงการที่เพิ่มเข้ามา คือ โครงการจัดตั้งมหาวิทยาลัยอุดรธานี ที่ พล.ต.อ.ประชา พรหมนอก รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมเป็นผู้เสนอ ใช้งบประมาณในการศึกษา 30 ล้านบาท โครงการศึกษาพัฒนาพื้นที่หนองแด จ.อุดรธานี เพื่อรองรับวัฒนธรรมภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน และสนามกีฬากลางจังหวัดอุดรธานี ที่เพิ่มเข้ามา

สำหรับ 29 โครงการที่ได้รับการเห็นชอบจากที่ประชุม ครม. ไปแล้วนั้น แบ่งเป็นโครงการกลุ่มจังหวัดภาคอีสานตอนบน (1) จำนวน 5 จังหวัด วงเงินรวม 680 ล้านบาท กลุ่มจังหวัดภาคอีสานตอนบน (2) จำนวน 3 จังหวัด วงเงินรวม 389.25 ล้านบาท กลุ่มจังหวัดภาคอีสานตอนกลาง จำนวน 4 จังหวัด วงเงินรวม 526.50 ล้านบาท

นอกจากนี้ ครม. เห็นชอบในหลักการมติของ กรอ. ที่เสนอโครงการลงทุนก่อสร้างรถไฟทางคู่วงเงิน 1.4 แสนล้านบาท โครงการก่อสร้างถนนเลียบริมแม่น้ำโขง วงเงิน 60,000 ล้านบาท เพื่อรองรับการเปิดเขตการค้าเสรีอาเซียน และยังมีอีกหลายโครงการ วงเงินกว่า 28,000 ล้านบาท

ครม.สัญจร ครั้งที่ 3 จ.ภูเก็ต
เทงบก้อนโต 8.4 หมื่นล้านลงใต้

ที่ประชุม ครม. เห็นชอบโครงการดำเนินงานในภาคใต้กลุ่มอันดามัน 5 จังหวัด ได้แก่ ภูเก็ต ระนอง พังงา กระบี่ และตรัง รวมทั้งสิ้น 117 โครงการ คิดเป็นวงเงินรวม 84,064 ล้านบาท โดยมี 23 โครงการ วงเงินรวม 628 ล้านบาท ที่สามารถดำเนินการได้เลยภายในปีงบประมาณ 2555

สำหรับกรอบแผนงาน/โครงการพื้นที่กลุ่มจังหวัดภาคใต้ฝั่งอันดามัน 5 จังหวัด 117 โครงการ แยกเป็นด้านต่างๆ ดังนี้

1. ด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมและเกษตร วงเงิน7,638 ล้านบาท ประกอบด้วย ทรัพยากรน้ำ วงเงิน 4,578 ล้านบาท ซึ่งเป็นโครงการพัฒนาแหล่งน้ำและโครงการป้องกันน้ำท่วมและภัยแล้ง สิ่งแวดล้อมและเกษตร วงเงิน 3,060 ล้านบาท เป็นโครงการเพิ่มศักยภาพชุมชนในการสร้างรายได้และมูลค่าทางเศรษฐกิจจากพืชผลทางการเกษตร

ครม.สัญจร จังหวัดภูเก็ต ที่มาภาพ: http://www.spiceday.com/

ครม.สัญจร จังหวัดภูเก็ต ที่มาภาพ: http://www.spiceday.com/

2. ด้านโครงสร้างพื้นฐานและโลจิสติกส์ วงเงิน 59,358 ล้านบาท ได้แก่ ระบบขนส่งทางบก 31,713 ล้านบาท ส่วนใหญ่เป็นโครงการพัฒนาโครงข่ายถนนเชื่อมระหว่างจังหวัดปรับปรุงทางหลวงและก่อสร้างสถานีขนส่งผู้โดยสาร, ระบบขนส่งทางราง 25,000 ล้านบาท ได้แก่ โครงการก่อสร้างรถไฟขนาดเบารอบเกาะภูเก็ตและเส้นทางสนามบิน, ระบบขนส่งทางอากาศ 595 ล้านบาท เป็นการปรับปรุงท่าอากาศยานภูเก็ตและตรัง, ระบบขนส่งทางน้ำ 357 ล้านบาท เป็นการก่อสร้างสะพานท่าเทียบเรือ จ.พังงา และ จ.ระนอง และโครงการพัฒนาจราจรทางน้ำ จ.ภูเก็ต, ระบบสาธารณูปโภคและสาธารณูปการ 1,693 ล้านบาท ได้แก่ โครงการพัฒนาระบบประปา จัดตั้งศูนย์ราชการ

3. ด้านเศรษฐกิจ วงเงิน 1,403 ล้านบาท ได้แก่ การค้าการลงทุน 800 ล้านบาท เป็นการก่อสร้างศูนย์ประสานงานและบริการด้านการต่างประเทศและเทคโนโลยีการสื่อสารเพื่อรองรับการท่องเที่ยว, การท่องเที่ยว 603 ล้านบาท

4. ด้านสังคม วงเงิน 14,302 ล้านบาท ประกอบด้วย ด้านสาธารณสุข 1,284 ล้านบาท ด้านการศึกษา 8,981 ล้านบาท ด้านสังคมศาสนาและวัฒนธรรม 4,037 ล้านบาท

5. ด้านความมั่นคง วงเงิน 1,363 ล้านบาท ส่วนใหญ่จัดหาอุปกรณ์ระบบสื่อสารและระบบความปลอดภัย

ครม.สัญจร ครั้งที่ 4 จ.กาญจนบุรี
อนุมัติแผนงาน 3.3 หมื่นล้าน พัฒนาภาคกลางตอนล่าง

ครม. ได้อนุมัติกรอบแผนงานของกลุ่มจังหวัดภาคกลางตอนล่าง 1 และ 2 รวม 8 จังหวัด จำนวน 203 โครงการ วงเงินงบประมาณ 33,111.49 ล้านบาท ซึ่งโครงการเหล่านี้เป็นเพียงการเห็นชอบกรอบแผนงาน ยังไม่ได้อนุมัติการดำเนินงาน และงบประมาณแต่อย่างใด

อย่างไรก็ตาม มีโครงการที่มีความพร้อมและสามารถดำเนินการได้ทันทีจำนวน 60 โครงการ เงินงบประมาณ 1,041.43 ล้านบาท ในส่วนนี้สามารถเบิกจากงบกลางได้ทันที เมื่อคำนวณแล้วจะพบว่า ทั้ง 8 จังหวัด จะได้งบประมาณจังหวัดละราว 100 ล้านบาท ซึ่งใน 60 โครงการข้างต้น ที่สามารถดำเนินการได้ทันที เช่น โครงการเส้นทางเชื่อมโยงเมืองธาราวดี โครงการซ่อมสร้างทางลาดยางเอซี โครงการฝายทดน้ำห้วยยาง ต.เขาขลุง อ.บ้านโป่ง จ.ราชบุรี และโครงการจัดทำระบบสารสนเทศ เพื่อความมั่นคงทางอาหารและสุขภาพ จ.สุพรรณบุรี เป็นต้น

นอกจากนี้ ครม. ยังเห็นชอบตามข้อเสนอของสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) เกี่ยวกับแนวทางในการพัฒนาพื้นที่เศรษฐกิจเชื่อมโยงฝั่งตะวันตกกับสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมาร์ หรือโครงการพัฒนาท่าเรือน้ำลึก และนิคมอุตสาหกรรมทวาย โดยได้มอบหมายให้คณะกรรมการพัฒนาระบบขนส่งสินค้า และบริการของประเทศ (กบส.) ที่มีนายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.คลัง เป็นประธาน รับไปพิจารณาดำเนินการตามมติ ครม. เมื่อวันที่ 29 มิ.ย.53

ทั้งนี้สาระสำคัญที่ที่ประชุม ครม. ในการสนับสนุนโครงการท่าเรือน้ำลึกทวาย ประเทศพม่า คือ การแบ่งระยะเวลาก่อสร้างออกเป็น 3 ระยะ ได้แก่

ระยะที่ 1 ระหว่าง ปี 2554-2558 จะครอบคลุมท่าเรือด้านใต้ การสร้างระบบคมนาคม เชื่อมโยงทวายและชายแดนไทย-พม่า 4 ช่องจราจร การเปิดด่านพรมแดน โครงการถนนเชื่อมโยงสนามบินทวาย อ่างเก็บน้ำขนาด 93 ล้าน ลบ.ม. โรงไฟฟ้าถ่านหิน ถนนในเขตนิคมอุตสาหกรรม ระบบระบายน้ำ-ประปา ระบบบำบัดน้ำเสีย ที่พักอาศัย และพื้นที่ส่วนราชการแบบเบ็ดเสร็จ

ครม.สัญจร จ. กาญจนบุรี ที่มาภาพ: http://region4.prd.go.th/

ครม.สัญจร จ. กาญจนบุรี ที่มาภาพ: http://region4.prd.go.th/

ส่วนระยะที่ 2 ระหว่างปี 2556-2561 จะครอบคลุมการพัฒนาระบบระบายน้ำเพิ่มเติม การขยายถนนเชื่อมโยงทวายเป็น 8 ช่องจราจร ศูนย์การค้า และสิ่งอำนวยความสะดวกอื่นๆ

ระยะที่ 3 ระหว่างปี 2559-2563 จะครอบคลุมท่าเรือด้านเหนือ ถนนในเขตอุตสาหกรรม และระบบระบายน้ำเพิ่มเติม รวมไปถึง รถไฟ สายส่งไฟฟ้า ท่อก๊าซ-น้ำมัน ที่เชื่อมโยงจากประเทศไทย

ครม.สัญจร ครั้งที่ 5 จ.ชลบุรี
เห็นชอบแผนแก้มาบตาพุด 4.3 พันล้าน

ที่ประชุม ครม. อนุมัติงบประมาณ 516 ล้านบาท สำหรับการพัฒนากลุ่มจังหวัดภาคตะวันออก 4 จังหวัด โดยใช้งบกลางรายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น ประจำปี 2555 แบ่งเป็นกลุ่มจังหวัดภาคตะวันออก 101.80 ล้านบาท เพื่อดำเนินการ 10 โครงการ, จ.ชลบุรี งบประมาณ 110.93 ล้านบาท 8 โครงการ, จ.จันทบุรี งบประมาณ 100.68 ล้านบาท 5 โครงการ, จ.ตราด งบประมาณ 103.48 ล้านบาท 8 โครงการ และ จ.ระยอง 100 ล้านบาท 3 โครงการ

นอกจากนี้ ครม. เห็นชอบแผนการแก้ไขปัญหามาบตาพุดอย่างครบวงจร ระยะเวลา 5 ปี 2555-2559 ตามที่สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.)เสนอ มีโครงการที่ต้องดำเนินงานกว่า 92 โครงการ วงเงินรวม 4,347 ล้านบาทครอบคลุมการแก้ไขปัญหาทั้งทางด้านมลพิษและสิ่งแวดล้อมเศรษฐกิจ โครงสร้างพื้นฐานและงานบริหารจัดการ นายกฯ เน้นย้ำให้ดำเนินการเรื่องการซ้อมแผนปฏิบัติการในภาวะฉุกเฉินให้รวมกับแผนป้องกันภัยธรรมชาติเพิ่มเติมด้วย

ครม.สัญจร ครั้งที่ 6 จ.สุรินทร์
อีสานใต้ โกย 1.2 แสนล้าน

ที่ประชุม ครม. มีมติเห็นชอบข้อเสนอแผนงานโครงการในพื้นที่กลุ่มจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง 1 ได้แก่ นครราชสีมา ชัยภูมิ บุรีรัมย์ สุรินทร์ และกลุ่มจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง 2 ได้แก่ อุบลราชธานี อำนาจเจริญ ศรีสะเกษ ยโสธร รวม 8 จังหวัด ตามที่สศช. และสำนักงบประมาณเสนอมาทั้งสิ้น 402 โครงการ วงเงินรวม 123,662.44 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม ครม. อนุมัติงบประมาณในโครงการที่สามารถดำเนินการได้ทันที 58 โครงการ วงเงินรวม 1,020.38 ล้านบาท

ส่วนที่เหลืออีก 344 โครงการ วงเงินรวม 122,638.06 ล้านบาทนั้น ให้หน่วยงานที่รับผิดชอบไปพิจารณาศึกษาความเหมาะสม และจัดทำรายละเอียดแผนงาน รวมทั้งดำเนินการตามขั้นตอนของระเบียบกฎหมาย เพื่อให้สำนักงบประมาณใช้เป็นข้อมูลประกอบการพิจารณา จัดสรรงบประมาณตามขั้นตอนต่อไป

ทั้งนี้ โครงการของภูมิภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่างที่เสนอ ครม.สัญจรครั้งนี้จำแนกประเภทได้ดังนี้

1. แผนงานโครงการกลุ่มจังหวัด จำนวน 31 โครงการ วงเงินรวม 8,199.09 ล้านบาท ประกอบด้วยแผนงานและโครงการกลุ่มจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง 1 จำนวน 25 โครงการ วงเงิน 8,099.09 ล้านบาท และตอนล่าง 2 จำนวน 6 โครงการ วงเงิน 100 ล้านบาท

2. แผนงานโครงการจังหวัด จำนวน 371 โครงการ วงเงินรวม 115,463 ล้านบาท ประกอบด้วย โครงการในพื้นที่ 8 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดนครราชสีมา จำนวน 53 โครงการ วงเงิน 68,893.04 ล้านบาท, จังหวัดชัยภูมิ จำนวน 11 โครงการ วงเงิน 6,565.07 ล้านบาท, จังหวัดบุรีรัมย์ จำนวน 21 โครงการ วงเงิน 2,179.62 ล้านบาท, จังหวัดสุรินทร์ จำนวน 234 โครงการ วงเงิน 10,495.38 ล้านบาท, จังหวัดอุบลราชธานี จำนวน 17 โครงการ วงเงิน 14,426.33 ล้านบาท, จังหวัดอำนาจเจริญ จำนวน 22 โครงการ วงเงิน 2,873.03 ล้านบาท, จังหวัดศรีสะเกษ จำนวน 7 โครงการ วงเงิน 7,305.87 ล้านบาท, จังหวัดยโสธร จำนวน 6 โครงการ วงเงิน 2,725 ล้านบาท

ครม.สัญจร จ.สุรินทร์ ที่มาภาพ: http://www.matichon.co.th

ครม.สัญจร จ.สุรินทร์ ที่มาภาพ: http://www.matichon.co.th

อย่างไรก็ตาม เป็นที่น่าสังเกตกว่า ครม. มีมติใน 2 แนวทางคือ การอนุมัติงบประมาณดำเนินโครงการ จากงบประมาณปี 2555 ซึ่งสามารถเบิกจ่ายจากงบกลางที่อยู่ในความดูแลของสำนักนายกรัฐมนตรีได้เลย ซึ่งจำนวนงบประมาณอยู่ในส่วนนี้มีจำนวนระหว่าง 516-1,650 ล้านบาท และการเห็นชอบหลักการในแผนงานต่างๆ ซึ่งเป็นโครงการที่จะต้องใช้งบประมาณจำนวนมหาศาล โดยในส่วนนี้เป็นเพียงการเห็นชอบในหลักการ โดยที่ยังไม่มีการอนุมติการดำเนินการและงบประมาณ รวมถึงกรอบเวลาที่โครงการต่างๆ จะเกิดขึ้นจริง

จนนำไปสู่การวิพากษ์วิจารณ์ว่า การเห็นชอบหลักการของ ครม. นั้นไม่ต่างอะไรจากการ “ขายฝัน” ให้ความหวังกับประชาชนเท่านั้น

ต้องจับตากันต่อไปว่า อภิมหาโครงการ ของ “ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร” จะเป็นจริงได้หรือไม่

ฤาจะซ้ำรอยสมัยรัฐบาลของ “ทักษิณ ชินวัตร” ที่การเห็นชอบในหลักการบางโครงการเป็นเพียงสัญญาลมปาก!!!

ข่าวในประเด็น

อ่านข่าวในประเด็นทั้งหมด »

เครือข่ายสังคม