“ศุภชัย หล่อโลหการ” แพ้คดี “วิลเลียม วิน แอลลิส” คู่กรณีเพิกถอนปริญญาเอก ความผิดปลอมแปลงเอกสารสัญญาจ้าง

ที่มาภาพ: http://andrew-drummond.com
ที่มาภาพ: http://andrew-drummond.com

คู่กรณีที่มีการฟ้องร้องกันหลายคดี ระหว่างนายวิลเลียม วิน แอลลิส และนายศุภชัย หล่อโลหการ ผู้อำนวยการสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ เกี่ยวกับการคัดลอกบทความ Strengthening the Export Capacity of Thailand’s Organic Sector ที่นายวิลเลียมเป็นผู้เขียน ไปเป็นส่วนหนึ่งของวิทยานิพนธ์ระดับปริญญาเอกของนายศุภชัย ที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จนในที่สุด สภาจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยได้มติ เพิกถอนปริญญาเอกของนายศุภชัย เมื่อมิถุนายน 2555 ที่ผ่านมา

ดังที่ได้กล่าวมาข้างต้นว่า ทั้งสองมีคดีที่ฟ้องร้องกันหลายคดี ล่าสุด เมื่อวันที่ 8 สิงหาคม 2555 ศาลแขวงพระนครใต้มีคำพิพากษาคดีอาญาระหว่างนายวิลเลียม วิน แอลลิส เป็นโจทก์ ฟ้องนายศุภชัย หล่อโลหการ ผู้อำนวยการสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ จำเลย ว่าเป็นผู้ปลอมแปลงเอกสารและใช้เอกสารปลอม ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา264, 268 วรรคแรกประกอบมาตรา 264 จึงให้ลงโทษฐานใช้เอกสารปลอมกระทงเดียว จำคุก 6 เดือน และปรับ 6,000 บาท แต่ไม่ปรากฏว่าจำเลยเคยได้รับโทษจำคุกมาก่อน เห็นควรให้โอกาสกลับตัว โทษจำคุกให้รอการลงโทษ 1 ปี

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การฟ้องร้องครั้งนี้ระหว่างนายวิลเลียม วิน แอลลิสในฐานโจทก์ ฟ้องนายศุภชัย หล่อโลหการ ในฐานะจำเลย ว่านายศุภชัยปลอมแปลงเอกสารด้วยการแก้ไข ตัดทอน เพิ่มเติมข้อความในหนังสือสัญญาจ้าง 2 ฉบับ โดยสาระที่มีการปลอมแปลงเป็นดังนี้

1. แก้ไขระยะเวลาจ้างจาก 6 เดือน เป็น 3 เดือน โดยในสัญญาเดิมกำหนดว่าตั้งแต่ 1 มกราคม 2550 ถึง 30 มิถุนายน 2550 แก้ไขเป็น 1 มกราคม 2550 ถึง 30 มีนาคม 2550

2. ยอดเงินค่าจ้างที่จ่ายให้คู่สัญญาตามสัญญาเป็นเงินทั้งสิ้น 330,000 บาท แบ่งจ่ายออกเป็น 2 ไตรมาส ไตรมาสละ165,000 บาท แต่มีการแก้ไขสัญญาเป็น ยอดเงินค่าจ้างเป็นเงินทั้งสิ้น 165,000 บาทโดยจ่ายในสัปดาห์สุดท้ายของทุกไตรมาส

3. การลงลายมือชื่อในสัญญาจ้าง นายวิลเลียม (โจทก์) ปฏิเสธเรื่องการลงลายมือชื่อในสัญญาจ้าง (เอกสารหมาย ล.15 ) ซึ่งเป็นฉบับที่อยู่กับสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ โดยมีสีน้ำหมึกแตกต่างกัน จึงเชื่อว่าเป็นการลงลายมือชื่อด้วยปากกาคนละด้ามกัน

แม้ว่านายศุภชัย (จำเลย) จะนำสืบต่อสู้ว่ามีการส่งตรวจพิสูจน์ลายมือของนายวิลเลียม โดยพันตำรวจโทหญิงจุฑารัตน์ อันมี ผู้ชำนาญการตรวจพิสูจน์เอกสาร ตรวจพิสูจน์แล้วเห็นว่า เป็นลายมือของคนคนเดียวกัน แต่นายวิลเลียมเบิกความยืนยันว่า เคยลงลายมือชื่อในเอกสารเป็นแผ่น หากจะฟังว่านายวิลเลียม (โจทก์) ลงลายมือชื่อย่อในสัญญาจ้างเอกสารหมาย ล.15 ทุกหน้า ก็แสดงว่านายวิลเลียมต้องใช้ปากกาคนละด้ามกันลงลายมือชื่อในเอกสารฉบับเดียวกัน ซึ่งผิดปกติวิสัยอย่างยิ่ง ไม่เชื่อว่านายวิลเลียมจะกระทำเช่นนั้น

ประกอบกับเมื่อพิจารณาจากลายมือชื่อของนายวิลเลียมแบบย่อ ที่นายวิลเลียมส่งให้ตรวจพิสูจน์ เป็นลายมือชื่อของโจทย์แบบยาว ไม่เหมือนกับลายมือชื่อที่มีปัญหาให้ตรวจพิสูจน์ แม้พยาน (พันตำรวจโทหญิงจุฑารัตน์) ยืนยันว่ามีความถูกต้อง 100เปอร์เซ็นต์ ก็ตาม แต่จากพยานหลักฐานที่วินิจฉัย รับฟังได้ว่ามีการเปลี่ยนแปลงแก้ไขข้อความในเอกสารมาสอดไส้ อีกทั้งสีน้ำหมึกแตกต่างกัน เมื่อดูด้วยตาเปล่า คนธรรมดาทั่วไปเมื่อเห็นย่อมสามารถบอกได้ว่าสีของน้ำหมึกต่างกันอย่างชัดเจน แต่พยานเป็นถึงผู้ชำนาญการกลับไม่สามารถบอกได้ ความเห็นของพยานจึงไม่มีน้ำหนักให้เชื่อถือ

4. สัญญาที่มีการแก้ไข จากว่าจ้าง 6 เดือน เป็น 3 เดือน เป็นการลงนามในวันที่ 29 ธันวาคม 2549 แต่จากหลักฐานปรากฏว่า นายวิลเลียมเดินทางออกจากระเทศไทยไปประเทศอังกฤษตั้งแต่วันที่ 10 ธันวาคม 2549 และเดินทางกลับมาในวันที่ 14 มกราคม 2550 จึงนับเป็นเรื่องที่ผิดปกติอย่างมาก เนื่องจากในทางปฏิบัติของทางราชการ การเปลี่ยนแปลงแก้ไขสัญญาใดๆ ที่ราชการทำกับเอกชนต้องมีหลักฐานว่าเอกชนนั้นตกลงยินยอมด้วย อีกทั้งหลังจากจำเลย (นายศุภชัย) ลงนามอนุมัติให้เปลี่ยนแปลงข้อความของสัญญา ก็ไม่ปรากฏว่าสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติมีหนังสือแจ้งการเปลี่ยนแปลงแก้ไขระยะเวลาจ้างไปยังอธิบดีกรมการจัดหางานแต่อย่างใด

นายวิลเลียม วิน แอลลิส
นายวิลเลียม วิน แอลลิส

จากการสืบพยานหลักฐานทำให้รับฟังได้ว่า นายวิลเลียม (โจทก์) ไม่ทราบมาก่อนว่ามีการเปลี่ยนแปลงเอกสารสัญญาจ้าง (เอกสาร จ.3 ) แต่มาทราบว่ามีการเปลี่ยนแปลงแก้ไขเมื่อนายวิลเลียม (โจทก์) ถูกนายศุภชัย (จำเลย) ฟ้องคดีหมิ่นประมาทที่ศาลแขวงปทุมวัน โดยทราบจากเอกสารท้ายฟ้องหมายเลข 1 ตามสำนวนฟ้องเอกสารหมายเลข จ.20 ในส่วนสัญญาจ้างเอกสารหมายเลข ล.15 เชื่อว่ามีการเปลี่ยนแปลงแก้ไขโดยดึงเอาสัญญาในหน้าที่เกี่ยวข้องกับระยะเวลาจ้าง 6 เดือนและเงินค่าจ้างจำนวน 330,000 บาท ออก แล้วมีการพิมพ์ระยะเวลาจ้าง 3 เดือนและเงินค่าจ้าง 165,000 บาท ขึ้นมาใหม่ นำไปสอดไส้ในสัญญาจ้างคู่ฉบับเดิม โดยที่ไม่มีการตกลงกับนายวิลเลียมและเรียกสัญญาจ้างคู่ฉบับคืนจากโจทก์แต่อย่างใด

การกระทำของนายศุภชัย (จำเลย) ดังกล่าว ไม่ได้รับความยินยอมจากโจทก์ เป็นการกระทำโดยมีเจตนาทุจริตเพื่อนำเอกสารดังกล่าวไปแสดงต่อศาลและประชนทั่วไปให้เข้าใจว่า เอกสารที่นายศุภชัย (จำเลย) ทำการแก้ไข เพิ่มเติม ตัดทอนนั้นเป็นเอกสารที่แท้จริง เพื่อใช้เป็นหลักฐานอ้างอิงยืนยันว่า นายศุภชัยเป็นผู้เขียนบทความ Strengthening the Export Capacity of Thailand’s Organic Sector แต่เพียงผู้เดียว โจทก์ (นายวิลเลียม) ก็มีหน้าที่เป็นเพียงผู้ประสานงานโครงการในการแปลเอกสารบทความและจัดเรียบเรียงภาษาต่างประเทศเพื่อตีพิมพ์เท่านั้น ไม่ได้เกี่ยวข้องกับบทความดังกล่าว ทั้งที่ความเป็นจริงแล้วบทความดังกล่าวเป็นงานเขียนของโจทก์ (นายวิลเลียม) นายศุภชัย (จำเลย) แทบไม่มีส่วนร่วมในการเขียนบทความดังกล่าว นายศุภชัยคัดลอกบทความดังกล่าวไปเป็นส่วนหนึ่งของวิทยานิพนธ์ระดับปริญญาเอกที่จำเลยศึกษาอยู่ที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โดยอ้างว่าเป็นงานเขียนของนายศุภชัยเอง เป็นการละเมิดลิขสิทธิ์ของโจทก์

ดังนั้น จากการที่นายศุภชัย (จำเลย) ใช้หรืออ้างหนังสือสัญญาจ้างที่นายศุภชัยทำการปลอมแปลงดังกล่าว เป็นหลักฐานฟ้องนายวิลเลียม (โจทก์) ต่อศาลแขวงปทุมวัน ในข้อหาหมิ่นประมาท เมื่อวันที่ 3 ตุลาคม 2551 แต่ต่อมานายศุภชัยได้ถอนฟ้องนายวิลเลียมแล้ว การกระทำของนายศุภชัยทำให้นายวิลเลียม (โจทก์) ได้รับความเสียหาย เสียชื่อเสียง ถูกดูหมิ่น หรือถูกเกลียดชังจากบุคคลทั่วไป เหตุเกิดที่ศาลแขวงปทุมวัน ซึ่งศาลไต่สวนมูลฟ้องแล้วเห็นว่าคดีมีมูลให้ประทับฟ้อง จำเลยให้การปฏิเสธ แต่ในที่สุดศาลแขวงพระนครใต้ได้มีคำพิพากษาว่านายศุภชัยเป็นผู้ปลอมแปลงเอกสารและใช้เอกสารปลอม จึงได้ลงโทษตามที่กล่าวมาข้างต้น

อนึ่ง เมื่อวันที่ 12 สิงหาคม 2555 ทาง Andrew Drummond ได้นำเสนอข่าวนายศุภชัยถูกศาลตัดสินว่ามีความผิดจริงที่ปลอมแปลงเอกสารสัญญาจ้างในคดีนี้ นอกจากนี้ยังมีwww.scidev.net นำเสนอข่าวนี้ด้วยเช่นกัน

อย่างไรก็ตาม ทั้งนายศุภชัยและนายวิลเลียมต่างมีคดีพิพาทกัน 9 คดี มาจากปัญหาเรื่องการแย่งกรรมสิทธิ์ทรัพย์สินทางปัญญาในบทความเกษตรอินทรีย์

  • Apirux2u

    รัฐมนตรี ประธานบอร์ด และกรรมการ NIA ทำอะไรกันอยู่ สะกดคำว่า จริยธรรม ธรรมาภิบาล และ ศักดิ์ศรี เป็นหรือไม่