รัฐหว่านเงินให้ ส.ส. ไป ตปท. 175 ล้านต่อปี แจก กมธ. ละ 5 ล้านบาท ดูงานปีละ 2 ทริป เบิกค่าแต่งตัวได้ 45,000 บาทต่อทริป

24 สิงหาคม 2012

คณะกรรมาธิการสิทธิมนุษยชน สิทธิเสรีภาพและการคุ้มครองผู้บริโภค วุฒิสภา เดินทางไปเยือนและศึกษาดูงานต่างประเทศ ณ สหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี-สาธารณรัฐออสเตรีย-สาธารณรัฐฮังการี-สาธารณรัฐสโลวัก-สาธารณรัฐเช็ก ระหว่างวันที่ 10-18 พฤษภาคม 2555 ที่มาภาพ: http://www.senate.go.th

คณะกรรมาธิการสิทธิมนุษยชน สิทธิเสรีภาพและการคุ้มครองผู้บริโภค วุฒิสภา เดินทางไปเยือนและศึกษาดูงานต่างประเทศ ณ สหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี-สาธารณรัฐออสเตรีย-สาธารณรัฐฮังการี-สาธารณรัฐสโลวัก-สาธารณรัฐเช็ก ระหว่างวันที่ 10-18 พฤษภาคม 2555 ที่มาภาพ: http://www.senate.go.th/

ผู้สื่อข่าวสำนักข่าวออนไลน์ไทยพับลิก้า รายงานว่า ภายหลังจากประเทศไทยประสบอุทกภัยร้ายแรงจนประชาชนได้รับผลกระทบอย่างมาก ทำให้รัฐบาลภายใต้การนำของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร มีคำสั่งให้ปรับลดงบประมาณในทุกหน่วยงานลง 10 เปอร์เซ็นต์ เพื่อนำเงินจำนวนดังกล่าวไปใช้ในการเยียวยาและฟื้นฟูหลังน้ำลด

ปรากฏว่าในการจัดสรรงบประมาณปี 2556 พบข้อมูลที่น่าสนใจเกี่ยวกับการจัดสรรงบประมาณในส่วนของหน่วยงานรัฐสภา ที่ได้รับงบประมาณจำนวน 8,553,368,400 บาท แบ่งสำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา จำนวน 1,497,959,100 บาท และสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร จำนวน 6,658,982,900 บาท

จัดเต็มงบ ส.ส. ดูงาน 175 ล้านบาท/ปี

โดยในส่วนของงบประมาณเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรนั้น ในจำนวนนี้ได้ถูกนำไปเป็นค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปศึกษาดูงานและเจรจาธุรกิจในต่างประเทศของคณะกรรมาธิการ ( กมธ. ) สามัญประจำสภาผู้แทนราษฎรทั้ง 35 คณะ จำนวน 175 ล้านบาท

รายงานข่าวจากประธาน กมธ. รายหนึ่ง เปิดเผยว่า กมธ. ทุกคณะจะได้รับการจัดสรรงบประมาณจากสภาผู้แทนราษฎรเพื่อใช้ในการเดินทางดูงานในต่างประเทศจำนวน 5 ล้านบาทต่อหนึ่งปี โดย กมธ. แต่ละคณะจะต้องบริหารงบประมาณจำนวนดังกล่าวเอง ซึ่งส่วนใหญ่แนวทางที่มีการปฏิบัติกันมา จะมีการแบ่งเงิน 5 ล้านบาทออกเป็น 2 ส่วน โดยส่วนแรกกันไว้ดูงานในประเทศแถบยุโรปที่จะต้องใช้งบประมาณจำนวน 3 ล้านบาทต่อ 1 ทริป ส่วนที่เหลืออีก 2 ล้านบาทนั้นจะนำไปใช้ในการเดินทางดูงานต่างประเทศแถบเอเชียซึ่งใช้งบประมาณจำนวน 2 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม ที่ผ่านมา กมธ. จะพยายามใช้งบประมาณที่ได้รับมาให้หมดหรือที่เรียกว่า “ล้างท่อ” เพราะหาก กมธ. ใช้จ่ายไม่หมด งบประมาณส่วนที่เหลือจะต้องนำคืนต่อสภาผู้แทนราษฎร

ใช้ระเบียบคลัง เทียบ ขรก. ระดับ 9

ทั้งนี้ ค่าใช้จ่ายในการเดินทางของ กมธ. แต่ละเที่ยวนั้นจะครอบคลุม กมธ. ทุกราย โดยในคณะ กมธ. 1 ชุดจะมี กมธ. จำนวนประมาณ 15 คน รวมไปถึงที่ปรึกษาซึ่งได้รับการคัดเลือกประมาณ 2 คน และข้าราชการประจำ กมธ. ประมาณ 2 คน เพื่ออำนวยความสะดวกในการเดินทาง ทั้งนี้ หาก ส.ส. คนใดเป็น กมธ. 2 ชุด จะสามารถเดินทางดูงานได้ 2 ครั้ง ในสถานที่ที่ กมธ. กำหนด โดยการเบิกจ่ายงบประมาณนั้นจะใช้ระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการเบิกค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปราชการ (ฉบับที่2) พ.ศ.2554 โดยสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจะมีตำแหน่งเทียบเท่ากับข้าราชการผู้ดำรงตำแหน่งประเภทบริหารระดับสูง ตำแหน่งหัวหน้าส่วนราชการระดับกระทรวง หรือตำแหน่งระดับ 9

โดยอัตราเบี้ยเลี้ยงเดินทางไปราชการต่างประเทศชั่วคราวและค่าใช่จ่ายอื่น ในกรณีที่เบิกในลักษณะเหมาจ่ายนั้น จะสามารถเบิกได้ไม่เกิน 3,100 บาทต่อคน แต่ในกรณีที่ไม่ได้เลือกเบิกในลักษณะเหมาจ่ายให้เบิกค่าใช้จ่ายได้ดังนี้

1. ค่าอาหารและค่าเครื่องดื่ม รวมทั้งค่าภาษี และค่าบริการโรงแรม ภัตตาคาร หรือร้านค้าเรียกเก็บจากผู้เดินทางไปราชการ ทั้งนี้ ให้เบิกเท่าที่จ่ายจริงไม่เกินวันละ 4,500 บาทต่อคน

2. ค่าทำความสะอาดเสื้อผ้า สำหรับระยะเวลาที่เกิน 7 วัน ให้เบิกเท่าที่จ่ายจริงไม่เกินวันละ 500 บาทต่อคน

3. ค่าใช้สอยเบ็ดเตล็ด ให้เบิกในลักษณะเหมาจ่ายไม่เกินวันละ 500 บาทต่อคน

เบิกค่าแต่งตัว 45,000 บาทต่อเที่ยว

อัตราค่าเช่าที่พักจะแบ่งตามประเภทของประเทศที่เดินทางไปดูงาน โดยจะมีอัตราตั้งแต่ 4,400 -10,000 บาทต่อวัน แต่หากเป็นประเทศตามประเภท ง. ได้แก่ ญี่ปุ่น ฝรั่งเศส รัสเซีย สมาพันธรัฐสวิส และอิตาลี จะสามารถเบิกไม่เกิน 14,000 บาทต่อวัน ขณะที่ประเทศตามประเภท จ. อาทิ เบลเยียม สเปน เยอรมนี สหรัฐอเมริกา อังกฤษ ไอร์แลนด์เหนือ โปรตุเกส และสิงคโปร์ สามารถเบิกได้ไม่เกินวันละ 12,500 บาท

นอกจากนี้ยังมีค่าแต่งตัวสำหรับผู้เดินทางไปราชการต่างประเทศชั่วคราวในลักษณะเหมาจ่ายในอัตรา 45,000 บาท และ 32,000 บาท ตามประเทศที่เดินทางไป ดังนั้น ในการเดินทางไปดูงานต่างประเทศ 1 ครั้ง ค่าใช้จ่ายจะอยู่ที่ประมาณ 150,000-200,000 บาทต่อราย โดยการดำเนินการทั้งหมด กมธ. จะใช้บริการของบริษัททัวร์จากภายนอก

ปูดพ่วง “ลูก-เมีย” เสียแต่ค่าเดินทาง

อย่างไรก็ตามประธาน กมธ. อีกรายหนึ่งยอมรับว่า การว่าจ้างบริษัททัวร์เพื่อให้จัดโปรแกรมเดินทางไปดูงานต่างประเทศนั้นจะใช้บริษัททัวร์หน้าเดิมที่เคยว่าจ้างกันมา ทำให้บริษัททัวร์ที่รับจัดทัวร์ให้ กมธ. นั้นจะเป็นบริษัททัวร์หน้าเดิมๆ ที่สำคัญการว่าจ้างบริษัททัวร์นั้น ไม่มีการประกวดราคาด้วยวิธีอิเล็กทรอนิก แม้ว่าจะเข้าเกณฑ์การจ้างในอัตรา 2 ล้านบาทขึ้นไปก็ตาม ที่สำคัญ กมธ. บางรายยังนำครอบครัวติดตามไปด้วย โดย กมธ. รายนั้นๆ จะออกเฉพาะค่าตั๋วเครื่องบินเท่านั้น เพราะค่าที่พักและค่าอาหารจะใช้งบประมาณของ กมธ.

พ.ร.บ.ข้อมูลข่าวสาร ส่อเป็นหมัน เมิน เปิดข้อมูลใช้งบฯ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับโครงการการเดินทางไปศึกษาดูงานในต่างประเทศของ กมธ. นั้น ต้องผ่านการอนุมัติจากนายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎรเสียก่อน อย่างไรก็ตาม ข้อมูลเกี่ยวกับการเดินทางหรือการใช้งบประมาณของ กมธ. นั้นไม่มีการเผยแพร่ในเว็บไซต์ของรัฐสภาแต่อย่างใด ซึ่งผู้สื่อข่าวพยายามประสานขอข้อมูลเกี่ยวกับการเดินทางของ กมธ. ในช่วงปิดสมัยประชุมสภาที่ผ่านมา แต่ได้รับการปฏิเสธและโยนความรับผิดชอบกันไปมาระหว่างเจ้าหน้าที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการจัดทำโครงการ ผู้สื่อข่าวไทยพับลิก้าได้ทำหนังสือใช้สิทธิการรับรู้ข้อมูลข่าวสารของทางราชการ ตาม พ.ร.บ.ข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ. 2540 ผ่านเว็บไซต์ของศูนย์ข้อมูลข่าวสารทางราชการ ของสำนักเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร เมื่อต้นเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา

แต่ปรากฏว่า จนถึงขณะนี้ยังไม่ได้รับการติดต่อเพื่อให้ข้อมูลแต่อย่างใด ทั้งนี้ก่อนหน้านี้ผู้สื่อข่าวได้โทรศัพท์สอบถามความคืบหน้าจากเจ้าหน้าที่ไปแล้วหนึ่งครั้ง ได้รับคำชี้แจงจากเจ้าหน้าที่รายหนึ่งว่า ศูนย์ข้อมูลฯ ได้ดำเนินการส่งเรื่องไปยัง กมธ. ทุกคณะแล้วเพื่อให้ กมธ. ดำเนินการพิจารณาว่าจะส่งข้อมูลดังกล่าวให้กับผู้ร้องขอหรือไม่ แต่ขณะนี้ยังไม่มี กมธ. คณะใดส่งข้อมูลมาให้ศูนย์ข้อมูล ซึ่งข้อมูลในการใช้งบประมาณนั้นยังถือเป็นสิทธิของ กมธ. ว่าต้องการที่จะเปิดเผยหรือไม่ เว้นแต่สภาผู้แทนราษฎรชุดนี้หมดวาระลง ข้อมูลทั้งหมดถึงจะถูกส่งมาเก็บไว้ในศูนย์ข้อมูลฯ แต่อย่างไรก็ตาม หาก กมธ. ยืนยันว่าจะไม่ปิดเผยข้อมูลในส่วนนั้น ทางผู้สื่อข่าวจะดำเนินการยื่นหนังสืออุทธรณ์ต่อคณะกรรมการวินิจฉัยการเปิดเผยข้อมูลข่าวสาร สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีเพื่อขอให้เปิดเผยข้อมูลต่อไป

เปิดตารางทัวร์ กมธ. เลือกโซนยุโรป-ทริปยาว

สำหรับการเดินทางดูงานของ กมธ. ประจำสภาผู้แทนราษฎรในการปิดสมัยประชุมที่ผ่านมานั้น พบว่า กมธ. ส่วนใหญ่เลือกที่จะดูงานในประเทศแถบยุโรปมากกว่าประเทศในเอเชีย โดยการเดินทางใช้ระยะเวลา 6-12 วัน อาทิ

กมธ. การกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน เดินทางไปดูงานที่ประเทศเบลเยียม ฮอลแลนด์ และ เยอรมัน เป็นเวลา 8 วัน

กมธ. กิจการชายแดนไทย ประเทศสหรัฐอเมริกา 9 วัน

กมธ. กิจการสภาผู้แทนราษฎร ประเทศเยอรมัน 9 วัน

กมธ. กิจการองค์กรตามรัฐธรรมนูญ รัฐวิสาหกิจ องค์กรมหาชน และกองทุน ประเทศอิตาลี ฝรั่งเศส สเปน 12 วัน

กมธ. กิจการเด็ก เยาวชน สตรี ผู้สูงอายุและผู้พิการ ประเทศอังกฤษ สวิส อิตาลี 7 วัน

กมธ. แก้ไขปัญหาหนี้สินแห่งชาติ ประเทศฝรั่งเศส เยอรมัน เนเธอร์แลนด์ 10 วัน

กมธ. การเกษตรและสหกรณ์ ประเทศจีนและสหรัฐอเมริกา

กมธ. การคมนาคม ประเทศเนเธอร์แลนด์ เยอรมัน และ ประเทศเกาหลี

กมธ. การคุ้มครองผู้บริโภค ประเทศโครเอเชีย 6 วัน

กมธ. การเงิน การคลัง การธนาคาร และสถาบันการเงิน ประเทศเยอรมัน เช็ก ฮังการี ออสเตรีย

กมธ. การต่างประเทศ ดูงานที่ประเทศฝรั่งเศส เยอรมัน เบลเยียม

กมธ. ติดตามการบริหารงบประมาณ ประเทศเยอรมัน ฮังการี ฮอลแลนด์ เนเธอร์แลนด์ จำนวน 10 วัน

กมธ. การทหาร ดูงานประเทศฝรั่งเศส เยอรมัน สวิสเซอร์แลนด์ อิตาลี จำนวน 11 วัน

กมธ. การท่องเที่ยวและกีฬา เดินทางไปประเทศอังกฤษ จำนวน 8 วัน

กมธ. การที่ดิน ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เดินทางไปสหรัฐอเมริกาและแคนนาดา จำนวน 12 วัน

กมธ. การป้องกันและบรรเทาผลกระทบจากภัยธรรมชาติและสาธารณภัย ดูงานที่ประเทศญี่ปุ่น จำนวน 5 วัน

กมธ. ป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ ดูงานที่ประเทศโปแลนด์ ฮังการี สโลวัก จำนวน 9 วัน

กมธ. การพลังงาน ดูงานที่ประเทศสแกนดิเนเวีย นอร์เวย์ เดนมาร์ค ฟินแลนด์ และ สวีเดน จำนวน 11 วัน

กมธ. การพัฒนาการเมือง การสื่อสารมวลชน และการมีส่วนร่วมของประชาชน ดูงานที่สแกนดิเนเวีย

กมธ. การพัฒนาเศรษฐกิจ ดูงานที่ประเทศเยอรมัน สวิสเซอร์แลนด์ ฝรั่งเศส 8 วัน

กมธ. การพาณิชย์และทรัพย์สินทางปัญญา ดูงานที่ประเทศเช็ก ฮังการี เยอรมัน ออสเตรีย

กมธ. การศึกษา ดูงานที่อังกฤษ ฝรั่งเศส จำนวน 10 วัน

กมธ. การสวัสดิการสังคม ดูงานที่เช็ก ฮังการี ออสเตรีย จำนวน 7 วัน

กมธ. การสื่อสารและโทรคมนาคม ดูงานที่อิตาลี ฝรั่งเศส 9 วัน

กมธ. อุตสาหกรรม ดูงานที่สวิสเซอร์แลนด์ ฝรั่งเศส อิตาลี

  • สมศักดิ์ เจียมธีรสกุล

    ผมก็ว่าดีนะ การพูดถึงข้อมูลพวกนี้
    แต่ในภาพรวม ตราบเท่าที่ ยังต้องใช้ “สองมาตรฐาน” ในเรืองการสืบสวนและเสนอข่าว (investigative journalism) คือ เรืองนักการเมืองทำได้ เรืองเจ้า ทำไมได่้ (เช่นกรณีเงินๆทองๆนี้ เห็นได้ชัด) การเขียนเรือ่งนี้ นอกจากไม่มีความหมายอะไรแล้ว ยังเป็นการช่วย “ผลิตซ้ำ” (reproduce) ความสัมพันธ์เชิงโครงสร้างแบบ “สองมาตรฐาน” นี้ด้วย

    • เด็กปากดี

      ชาบู เสด็จพ่อสมเจียม ชาบู ชาบู อูรา อูรา

ข่าวในประเด็น

อ่านข่าวในประเด็นทั้งหมด »

เครือข่ายสังคม