รัฐหว่านเงินให้ ส.ส. ไป ตปท. 175 ล้านต่อปี แจก กมธ. ละ 5 ล้านบาท ดูงานปีละ 2 ทริป เบิกค่าแต่งตัวได้ 45,000 บาทต่อทริป

คณะกรรมาธิการสิทธิมนุษยชน สิทธิเสรีภาพและการคุ้มครองผู้บริโภค วุฒิสภา เดินทางไปเยือนและศึกษาดูงานต่างประเทศ ณ สหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี-สาธารณรัฐออสเตรีย-สาธารณรัฐฮังการี-สาธารณรัฐสโลวัก-สาธารณรัฐเช็ก ระหว่างวันที่ 10-18 พฤษภาคม 2555 ที่มาภาพ: http://www.senate.go.th
คณะกรรมาธิการสิทธิมนุษยชน สิทธิเสรีภาพและการคุ้มครองผู้บริโภค วุฒิสภา เดินทางไปเยือนและศึกษาดูงานต่างประเทศ ณ สหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี-สาธารณรัฐออสเตรีย-สาธารณรัฐฮังการี-สาธารณรัฐสโลวัก-สาธารณรัฐเช็ก ระหว่างวันที่ 10-18 พฤษภาคม 2555 ที่มาภาพ: http://www.senate.go.th/

ผู้สื่อข่าวสำนักข่าวออนไลน์ไทยพับลิก้า รายงานว่า ภายหลังจากประเทศไทยประสบอุทกภัยร้ายแรงจนประชาชนได้รับผลกระทบอย่างมาก ทำให้รัฐบาลภายใต้การนำของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร มีคำสั่งให้ปรับลดงบประมาณในทุกหน่วยงานลง 10 เปอร์เซ็นต์ เพื่อนำเงินจำนวนดังกล่าวไปใช้ในการเยียวยาและฟื้นฟูหลังน้ำลด

ปรากฏว่าในการจัดสรรงบประมาณปี 2556 พบข้อมูลที่น่าสนใจเกี่ยวกับการจัดสรรงบประมาณในส่วนของหน่วยงานรัฐสภา ที่ได้รับงบประมาณจำนวน 8,553,368,400 บาท แบ่งสำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา จำนวน 1,497,959,100 บาท และสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร จำนวน 6,658,982,900 บาท

จัดเต็มงบ ส.ส. ดูงาน 175 ล้านบาท/ปี

โดยในส่วนของงบประมาณเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรนั้น ในจำนวนนี้ได้ถูกนำไปเป็นค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปศึกษาดูงานและเจรจาธุรกิจในต่างประเทศของคณะกรรมาธิการ ( กมธ. ) สามัญประจำสภาผู้แทนราษฎรทั้ง 35 คณะ จำนวน 175 ล้านบาท

รายงานข่าวจากประธาน กมธ. รายหนึ่ง เปิดเผยว่า กมธ. ทุกคณะจะได้รับการจัดสรรงบประมาณจากสภาผู้แทนราษฎรเพื่อใช้ในการเดินทางดูงานในต่างประเทศจำนวน 5 ล้านบาทต่อหนึ่งปี โดย กมธ. แต่ละคณะจะต้องบริหารงบประมาณจำนวนดังกล่าวเอง ซึ่งส่วนใหญ่แนวทางที่มีการปฏิบัติกันมา จะมีการแบ่งเงิน 5 ล้านบาทออกเป็น 2 ส่วน โดยส่วนแรกกันไว้ดูงานในประเทศแถบยุโรปที่จะต้องใช้งบประมาณจำนวน 3 ล้านบาทต่อ 1 ทริป ส่วนที่เหลืออีก 2 ล้านบาทนั้นจะนำไปใช้ในการเดินทางดูงานต่างประเทศแถบเอเชียซึ่งใช้งบประมาณจำนวน 2 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม ที่ผ่านมา กมธ. จะพยายามใช้งบประมาณที่ได้รับมาให้หมดหรือที่เรียกว่า “ล้างท่อ” เพราะหาก กมธ. ใช้จ่ายไม่หมด งบประมาณส่วนที่เหลือจะต้องนำคืนต่อสภาผู้แทนราษฎร

ใช้ระเบียบคลัง เทียบ ขรก. ระดับ 9

ทั้งนี้ ค่าใช้จ่ายในการเดินทางของ กมธ. แต่ละเที่ยวนั้นจะครอบคลุม กมธ. ทุกราย โดยในคณะ กมธ. 1 ชุดจะมี กมธ. จำนวนประมาณ 15 คน รวมไปถึงที่ปรึกษาซึ่งได้รับการคัดเลือกประมาณ 2 คน และข้าราชการประจำ กมธ. ประมาณ 2 คน เพื่ออำนวยความสะดวกในการเดินทาง ทั้งนี้ หาก ส.ส. คนใดเป็น กมธ. 2 ชุด จะสามารถเดินทางดูงานได้ 2 ครั้ง ในสถานที่ที่ กมธ. กำหนด โดยการเบิกจ่ายงบประมาณนั้นจะใช้ระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการเบิกค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปราชการ (ฉบับที่2) พ.ศ.2554 โดยสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจะมีตำแหน่งเทียบเท่ากับข้าราชการผู้ดำรงตำแหน่งประเภทบริหารระดับสูง ตำแหน่งหัวหน้าส่วนราชการระดับกระทรวง หรือตำแหน่งระดับ 9

โดยอัตราเบี้ยเลี้ยงเดินทางไปราชการต่างประเทศชั่วคราวและค่าใช่จ่ายอื่น ในกรณีที่เบิกในลักษณะเหมาจ่ายนั้น จะสามารถเบิกได้ไม่เกิน 3,100 บาทต่อคน แต่ในกรณีที่ไม่ได้เลือกเบิกในลักษณะเหมาจ่ายให้เบิกค่าใช้จ่ายได้ดังนี้

    1. ค่าอาหารและค่าเครื่องดื่ม รวมทั้งค่าภาษี และค่าบริการโรงแรม ภัตตาคาร หรือร้านค้าเรียกเก็บจากผู้เดินทางไปราชการ ทั้งนี้ ให้เบิกเท่าที่จ่ายจริงไม่เกินวันละ 4,500 บาทต่อคน

    2. ค่าทำความสะอาดเสื้อผ้า สำหรับระยะเวลาที่เกิน 7 วัน ให้เบิกเท่าที่จ่ายจริงไม่เกินวันละ 500 บาทต่อคน

    3. ค่าใช้สอยเบ็ดเตล็ด ให้เบิกในลักษณะเหมาจ่ายไม่เกินวันละ 500 บาทต่อคน

เบิกค่าแต่งตัว 45,000 บาทต่อเที่ยว

อัตราค่าเช่าที่พักจะแบ่งตามประเภทของประเทศที่เดินทางไปดูงาน โดยจะมีอัตราตั้งแต่ 4,400 -10,000 บาทต่อวัน แต่หากเป็นประเทศตามประเภท ง. ได้แก่ ญี่ปุ่น ฝรั่งเศส รัสเซีย สมาพันธรัฐสวิส และอิตาลี จะสามารถเบิกไม่เกิน 14,000 บาทต่อวัน ขณะที่ประเทศตามประเภท จ. อาทิ เบลเยียม สเปน เยอรมนี สหรัฐอเมริกา อังกฤษ ไอร์แลนด์เหนือ โปรตุเกส และสิงคโปร์ สามารถเบิกได้ไม่เกินวันละ 12,500 บาท

นอกจากนี้ยังมีค่าแต่งตัวสำหรับผู้เดินทางไปราชการต่างประเทศชั่วคราวในลักษณะเหมาจ่ายในอัตรา 45,000 บาท และ 32,000 บาท ตามประเทศที่เดินทางไป ดังนั้น ในการเดินทางไปดูงานต่างประเทศ 1 ครั้ง ค่าใช้จ่ายจะอยู่ที่ประมาณ 150,000-200,000 บาทต่อราย โดยการดำเนินการทั้งหมด กมธ. จะใช้บริการของบริษัททัวร์จากภายนอก

ปูดพ่วง “ลูก-เมีย” เสียแต่ค่าเดินทาง

อย่างไรก็ตามประธาน กมธ. อีกรายหนึ่งยอมรับว่า การว่าจ้างบริษัททัวร์เพื่อให้จัดโปรแกรมเดินทางไปดูงานต่างประเทศนั้นจะใช้บริษัททัวร์หน้าเดิมที่เคยว่าจ้างกันมา ทำให้บริษัททัวร์ที่รับจัดทัวร์ให้ กมธ. นั้นจะเป็นบริษัททัวร์หน้าเดิมๆ ที่สำคัญการว่าจ้างบริษัททัวร์นั้น ไม่มีการประกวดราคาด้วยวิธีอิเล็กทรอนิก แม้ว่าจะเข้าเกณฑ์การจ้างในอัตรา 2 ล้านบาทขึ้นไปก็ตาม ที่สำคัญ กมธ. บางรายยังนำครอบครัวติดตามไปด้วย โดย กมธ. รายนั้นๆ จะออกเฉพาะค่าตั๋วเครื่องบินเท่านั้น เพราะค่าที่พักและค่าอาหารจะใช้งบประมาณของ กมธ.

พ.ร.บ.ข้อมูลข่าวสาร ส่อเป็นหมัน เมิน เปิดข้อมูลใช้งบฯ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับโครงการการเดินทางไปศึกษาดูงานในต่างประเทศของ กมธ. นั้น ต้องผ่านการอนุมัติจากนายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎรเสียก่อน อย่างไรก็ตาม ข้อมูลเกี่ยวกับการเดินทางหรือการใช้งบประมาณของ กมธ. นั้นไม่มีการเผยแพร่ในเว็บไซต์ของรัฐสภาแต่อย่างใด ซึ่งผู้สื่อข่าวพยายามประสานขอข้อมูลเกี่ยวกับการเดินทางของ กมธ. ในช่วงปิดสมัยประชุมสภาที่ผ่านมา แต่ได้รับการปฏิเสธและโยนความรับผิดชอบกันไปมาระหว่างเจ้าหน้าที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการจัดทำโครงการ ผู้สื่อข่าวไทยพับลิก้าได้ทำหนังสือใช้สิทธิการรับรู้ข้อมูลข่าวสารของทางราชการ ตาม พ.ร.บ.ข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ. 2540 ผ่านเว็บไซต์ของศูนย์ข้อมูลข่าวสารทางราชการ ของสำนักเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร เมื่อต้นเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา

แต่ปรากฏว่า จนถึงขณะนี้ยังไม่ได้รับการติดต่อเพื่อให้ข้อมูลแต่อย่างใด ทั้งนี้ก่อนหน้านี้ผู้สื่อข่าวได้โทรศัพท์สอบถามความคืบหน้าจากเจ้าหน้าที่ไปแล้วหนึ่งครั้ง ได้รับคำชี้แจงจากเจ้าหน้าที่รายหนึ่งว่า ศูนย์ข้อมูลฯ ได้ดำเนินการส่งเรื่องไปยัง กมธ. ทุกคณะแล้วเพื่อให้ กมธ. ดำเนินการพิจารณาว่าจะส่งข้อมูลดังกล่าวให้กับผู้ร้องขอหรือไม่ แต่ขณะนี้ยังไม่มี กมธ. คณะใดส่งข้อมูลมาให้ศูนย์ข้อมูล ซึ่งข้อมูลในการใช้งบประมาณนั้นยังถือเป็นสิทธิของ กมธ. ว่าต้องการที่จะเปิดเผยหรือไม่ เว้นแต่สภาผู้แทนราษฎรชุดนี้หมดวาระลง ข้อมูลทั้งหมดถึงจะถูกส่งมาเก็บไว้ในศูนย์ข้อมูลฯ แต่อย่างไรก็ตาม หาก กมธ. ยืนยันว่าจะไม่ปิดเผยข้อมูลในส่วนนั้น ทางผู้สื่อข่าวจะดำเนินการยื่นหนังสืออุทธรณ์ต่อคณะกรรมการวินิจฉัยการเปิดเผยข้อมูลข่าวสาร สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีเพื่อขอให้เปิดเผยข้อมูลต่อไป

เปิดตารางทัวร์ กมธ. เลือกโซนยุโรป-ทริปยาว

สำหรับการเดินทางดูงานของ กมธ. ประจำสภาผู้แทนราษฎรในการปิดสมัยประชุมที่ผ่านมานั้น พบว่า กมธ. ส่วนใหญ่เลือกที่จะดูงานในประเทศแถบยุโรปมากกว่าประเทศในเอเชีย โดยการเดินทางใช้ระยะเวลา 6-12 วัน อาทิ

  • กมธ. การกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน เดินทางไปดูงานที่ประเทศเบลเยียม ฮอลแลนด์ และ เยอรมัน เป็นเวลา 8 วัน
  • กมธ. กิจการชายแดนไทย ประเทศสหรัฐอเมริกา 9 วัน
  • กมธ. กิจการสภาผู้แทนราษฎร ประเทศเยอรมัน 9 วัน
  • กมธ. กิจการองค์กรตามรัฐธรรมนูญ รัฐวิสาหกิจ องค์กรมหาชน และกองทุน ประเทศอิตาลี ฝรั่งเศส สเปน 12 วัน
  • กมธ. กิจการเด็ก เยาวชน สตรี ผู้สูงอายุและผู้พิการ ประเทศอังกฤษ สวิส อิตาลี 7 วัน
  • กมธ. แก้ไขปัญหาหนี้สินแห่งชาติ ประเทศฝรั่งเศส เยอรมัน เนเธอร์แลนด์ 10 วัน
  • กมธ. การเกษตรและสหกรณ์ ประเทศจีนและสหรัฐอเมริกา
  • กมธ. การคมนาคม ประเทศเนเธอร์แลนด์ เยอรมัน และ ประเทศเกาหลี
  • กมธ. การคุ้มครองผู้บริโภค ประเทศโครเอเชีย 6 วัน
  • กมธ. การเงิน การคลัง การธนาคาร และสถาบันการเงิน ประเทศเยอรมัน เช็ก ฮังการี ออสเตรีย
  • กมธ. การต่างประเทศ ดูงานที่ประเทศฝรั่งเศส เยอรมัน เบลเยียม
  • กมธ. ติดตามการบริหารงบประมาณ ประเทศเยอรมัน ฮังการี ฮอลแลนด์ เนเธอร์แลนด์ จำนวน 10 วัน
  • กมธ. การทหาร ดูงานประเทศฝรั่งเศส เยอรมัน สวิสเซอร์แลนด์ อิตาลี จำนวน 11 วัน
  • กมธ. การท่องเที่ยวและกีฬา เดินทางไปประเทศอังกฤษ จำนวน 8 วัน
  • กมธ. การที่ดิน ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เดินทางไปสหรัฐอเมริกาและแคนนาดา จำนวน 12 วัน
  • กมธ. การป้องกันและบรรเทาผลกระทบจากภัยธรรมชาติและสาธารณภัย ดูงานที่ประเทศญี่ปุ่น จำนวน 5 วัน
  • กมธ. ป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ ดูงานที่ประเทศโปแลนด์ ฮังการี สโลวัก จำนวน 9 วัน
  • กมธ. การพลังงาน ดูงานที่ประเทศสแกนดิเนเวีย นอร์เวย์ เดนมาร์ค ฟินแลนด์ และ สวีเดน จำนวน 11 วัน
  • กมธ. การพัฒนาการเมือง การสื่อสารมวลชน และการมีส่วนร่วมของประชาชน ดูงานที่สแกนดิเนเวีย
  • กมธ. การพัฒนาเศรษฐกิจ ดูงานที่ประเทศเยอรมัน สวิสเซอร์แลนด์ ฝรั่งเศส 8 วัน
  • กมธ. การพาณิชย์และทรัพย์สินทางปัญญา ดูงานที่ประเทศเช็ก ฮังการี เยอรมัน ออสเตรีย
  • กมธ. การศึกษา ดูงานที่อังกฤษ ฝรั่งเศส จำนวน 10 วัน
  • กมธ. การสวัสดิการสังคม ดูงานที่เช็ก ฮังการี ออสเตรีย จำนวน 7 วัน
  • กมธ. การสื่อสารและโทรคมนาคม ดูงานที่อิตาลี ฝรั่งเศส 9 วัน
  • กมธ. อุตสาหกรรม ดูงานที่สวิสเซอร์แลนด์ ฝรั่งเศส อิตาลี