โผโยกย้ายทหาร ใบสั่งเก้าอี้ “ปลัดกลาโหม – ผช.ผบ.ทบ.” ศึก ตท.15 ชิง มทภ.1 – คดีสลายแดง

23 สิงหาคม 2012

การแต่ตั้งโยกย้ายนายทหารระดับนายพลประจำปี 2555 ในเดือนตุลาคม ส่อเค้าจะเกิดปัญหากว่าทุกปี
นับตั้งแต่การปฏิวัติรัฐประหาร 19 กันยายน 2549 กองทัพไม่เคยถูกแทรกแซงจากฝ่ายการเมืองเลยในการจัดโผโยกย้ายนายทหาร จนกระทั่งในปีนี้ที่มีรายการ “คุณขอมา” จากฝ่ายการเมือง ที่ต้องการให้คนของตนได้ดีในตำแหน่งที่สำคัญของกองทัพ โดยเฉพาะปีนี้ เก้าอี้ “ปลัดกระทรวงกลาโหม – ผบ.ทอ.” ที่จะว่างลง รวมถึงตำแหน่ง “16 พลเอก” ในกองทัพบกที่เปิดที่ว่างจากการเกษียณอายุราชการ

ทำให้โผโยกย้ายนายทหารครั้งนี้ อาจกลายเป็นการงัดข้อและวัดพลังระหว่าง “การเมือง” กับ “กองทัพ” จนหลายฝ่ายเริ่มกังวลว่างานนี้อาจส่งผลต่อกระทบต่อสถานการณ์บ้านเมืองภายในประเทศ

ถึงแม้งานคล้ายวันเกิดครบรอบ 61 ปี “บิ๊กโอ๋” พล.อ.อ.สุกำพล สุวรรณทัต รมว.กลาโหม เมื่อวันที่ 17 ส.ค.ที่ผ่านมา น้องๆ ในกองทัพต่างพาเหรดตบเท้าเข้ามาอวยพร ไล่ตั้งแต่ “บิ๊กเปี๊ยก” พล.อ.เสถียร เพิ่มทองอินทร์ ปลัดกลาโหม “บิ๊กเจี๊ยบ” พล.อ.ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร ผบ.สส. “บิ๊กตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผบ.ทบ. “บิ๊กหรุ่น” พล.ร.อ.สุรศักดิ์ หรุ่นเริงรมย์ ผบ.ทร. และ “บิ๊กโต” พล.อ.อ.พิธพร กลิ่นเฟื่อง ประธานคณะที่ปรึกษากองทัพอากาศ ผู้แทน “บิ๊กเฟื่อง” พล.อ.อ.อิทธพร ศุภวงศ์ ผบ.ทอ.

พล.อ.เสถียร เพิ่มทองอินทร์ ปลัดกระทรวงกลาโหม นำ ผบ.เหล่าทัพเข้าอวยพรในวันคลายวันเกิดครบรอบ 61 ปี พล.อ.สุกำพล สุวรรณทัต รมว.กลาโหม เมื่อวันที่ 17 ส.ค. ที่ผ่านมา

พล.อ.เสถียร เพิ่มทองอินทร์ ปลัดกระทรวงกลาโหม นำ ผบ.เหล่าทัพเข้าอวยพรในวันคลายวันเกิดครบรอบ 61 ปี พล.อ.สุกำพล สุวรรณทัต รมว.กลาโหม เมื่อวันที่ 17 ส.ค. ที่ผ่านมา

บรรยากาศของงานวันนั้นเต็มไปด้วยความอบอุ่น ต่างฝ่ายต่างเยินยอยอดคำหวาน โดยเฉพาะ พล.อ.อ.สุกำพล ยืนยันต่อน้องๆ ว่า “เราทำงานร่วมกันมาเกือบ 1 ปี นโยบายต่างๆ ที่ออกไปจะไม่สำเร็จเลย ถ้าพวกท่านไม่ทำ ไม่ปฏิบัติหรือช่วยเหลือ สิ่งที่ผมได้รับคือความร่วมมือที่ดีกับทุกหน่วยงาน อยากให้ทุกคนช่วยกันดูแลและปกป้องโดยเฉพาะกองทัพ ซึ่งถือเป็นกำลังหลัก”

“ถ้าใครมาว่า ผมก็ต้องปกป้อง เพราะเข้าใจ และได้สัมผัสเอง ซึ่งเป็นสิ่งที่เราต้องดูแลกันในทางที่ถูกต้อง ความร่วมมือที่มีให้กันนั้นทำให้เรามองเห็นอนาคตข้างหน้าว่าจะมีความเป็นปึกแผ่นที่ดีและแน่นหนา เพราะผมเป็นคนที่ฟังน้องๆ จะไม่ทุบโต๊ะ ผมจะฟังความเห็นจากน้องๆ เพื่อให้เกิดความรอบคอบ ทั้งหมดเพื่อกระทรวงกลาโหม กองทัพ เพื่อความมั่นคง ประเทศชาติ ราชบัลลังก์”

โดยช่วงสายวันนั้น พล.อ.อ.สุกำพล ได้เชิญ “ปลัดกลาโหม-ผบ.เหล่าทัพ” ปิดห้องหารือเรื่องโผโยกย้ายนายทหารที่ยังไม่ลงตัวนานกว่า 1 ชั่วโมง เพื่อทำความเข้าใจและพูดคุยบางตำแหน่งให้ลงตัว !

พร้อมทั้งกำหนดให้จัดส่งบัญชีรายชื่อลอตแรก ทั้งในส่วนของสำนักปลัดกลาโหมและเหล่าทัพ กลับมาในวันที่ 21 สิงหาคมที่ผ่านมา

ตามรายงานข่าว ในส่วนของ “กองทัพอากาศ” ที่ส่อจะเกิดปัญหามาตั้งแต่รัฐบาลเพื่อไทยกลับมาเป็นรัฐบาล รวมถึงการเข้ารับตำแหน่งของ พล.อ.อ.สุกำพล ที่มีข่าวจะล้างไพ่ล้างขั้วอำนาจเดิมใน “ทัพฟ้า” จนทำให้ “บิ๊ก ทอ.” หลายคนเกิดอาการเกร็ง หวั่นโดนตามเช็คบิลในช่วงแรก

และคนที่ต้องหวั่นไหวที่สุด หนีไม่พ้น “บิ๊กจิน” พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง (ตท.13) ผช.ผบ.ทอ. แคนดิเดต ว่าที่ “ผบ.ทอ.” คนใหม่ ที่ถูกวางตัวก้าวขึ้นรับตำแหน่ง “ผบ.ทอ.” ต่อจาก พล.อ.อ.อิทธพร แต่เมื่อการเมืองเปลี่ยนขั้วมาเป็นรัฐบาลเพื่อไทยแล้ว อะไรที่ว่าแน่ๆ ก็อาจเกิดสะดุดขึ้นได้

แต่กลับผิดคาด ว่ากันว่า พล.อ.อ.สุกำพล ใจดีปล่อยให้ พล.อ.อ.อิทธพร จัดโผ ทอ.ได้ตามใจชอบ โดยไม่ล้วงลูกใดๆ ทั้งสิ้น ซึ่งคาดการณ์ว่า พล.อ.อ.ประจิน จะขึ้นเป็น ผบ.ทอ. คนใหม่ หากไม่โดนฝ่ายการเมืองสกัดกั้นก็จะสมหวังแบบไร้ปัญหา

ขณะที่ พล.อ.อ.เพิ่มเกียรติ ลวณะมาลย์ (ตท.13) เสธ.ทอ. จะขยับขึ้นเป็น รอง ผบ.ทอ. “บิ๊กเหรก” พล.อ.อ.ดิเรก พรหมประยูร (ตท.12) ที่ปรึกษาพิเศษ ทอ. ขึ้นเป็น ประธานคณะที่ปรึกษา ทอ. และโดยโยก “บิ๊กม้า” พล.อ.อ.วินัย เปล่งวิทยา (ตท.12) ผช.ผบ.ทอ. ข้ามห้วยมานั่งเก้าอี้รองปลัดกระทรวงกลาโหม เปิดทางให้ “บิ๊กดำ” พล.อ.ท.ทรงธรรม โชคคณาพิทักษ์ (ตท.14) ผบ.กรมควบคุมการปฏิบัติทางอากาศ ขยับขึ้นเป็น ผช.ผบ.ทอ.

รวมถึง “บิ๊กนะ” พล.อ.อ.ชนะ อยู่สถาพร (ตท.13) ผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษ ทอ. ขึ้นเป็น ผช.ผบ.ทอ. และให้ “บิ๊กแป๊ะ” พล.อ.ท.อารยะ งามประมวญ (ตท.13) รอง เสธ.ทอ. ขึ้นเป็น เสธ.ทอ.

เพียงแต่ พล.อ.อ.สุกำพล จะขอเก้าอี้ “ผบ.ดอนเมือง” ให้กับ “รองอ๋า” พล.อ.ต.สุรจิต สุวรรณทัต (ตท.15) ผู้ทรงคุณวุฒิ ทอ. น้องชายคนโตของ พล.อ.อ.สุกำพล เท่านั้น หรืออย่างน้อยที่สุด อาจกระโดดไปลงตำแหน่ง รองผู้บัญชาการอากาศโยธิน (รอง ผบ.อย.)

ถึงแม้หลายฝ่ายอาจมองว่า การกระโดดสู่ตำแหน่งครั้งนี้ของ พล.อ.ต.สุรจิต เป็นเพราะมี “พี่ชาย” นั่งเก้าอี้ “เสนาบดี” แต่หากย้อนดูประวัติ พล.อ.ต.สุรจิต ในอดีต ก็เป็นอีกหนึ่งคนที่ถูกพิษปฏิวัติ 19 กันยายน 2549 เล่นงานเหมือน พล.อ.อ.สุกำพล เช่นเดียวกัน

เนื่องจากก่อนหน้านี้เคยนั่งเก้าอี้ผู้การกรมทหารอากาศโยธิน รักษาพระองค์ หน่วยบัญชาการอากาศโยธิน ที่เรียกได้ว่าเป็น “หน่วยคุมกำลัง” แต่กลับมาโดนดองเค็มเข้ากรุหลังการปฏิวัติ ก็ถือว่าเป็นการคืนความชอบธรรมให้แก่ พล.อ.ต.สุรจิต ก็ว่าได้

งานนี้ ทำให้ พล.อ.อ.อิทธพร สบายใจว่า โผทหารครั้งนี้ได้ส่งบรรดาน้องๆ ในทอ. ถึงฝั่งฝัน ไร้การเมืองแทรกแซง

แต่ที่เป็นปัญหาที่สุดคือ เก้าอี้ “ปลัดกลาโหม” และ “เสธ.ทบ.”

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผบ.ทบ. เดินชมอาวุธยุทโธปกรณ์ที่เป็นสิ่งประดิษฐ์และผลงานวิจัยทางทหารในงาน “ วันภูมิปัญญานักรบไทย”ประจำปี 2555 ที่สโมสรทหารบก (วิภาวดี)

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผบ.ทบ. เดินชมอาวุธยุทโธปกรณ์ที่เป็นสิ่งประดิษฐ์และผลงานวิจัยทางทหารในงาน “ วันภูมิปัญญานักรบไทย”ประจำปี 2555 ที่สโมสรทหารบก (วิภาวดี)

ที่สำคัญ มีรายงานข่าวว่า 2 ตำแหน่งนี้แหละ ที่ฝ่ายการเมืองขอผ่านมาทาง พล.อ.อ.สุกำพล ให้ไปเคลียร์กับ “ปลัดกลาโหม – พล.อ.ประยุทธ์”

ตำแหน่งของ “ปลัดกลาโหม” ที่จะว่างลงหลัง “บิ๊กเปี๊ยก” พล.อ.เสถียร เพิ่มทองอินทร์ (ตท.11) จะเกษียณอายุราชการในวันที่ 30 ก.ย. นี้ โดยทาง พล.อ.เสถียร ได้เสนอ “บิ๊กเล็ก” พล.อ.ทนงศักดิ์ อภิรักษ์โยธิน (ตท.11) ผช.ผบ.ทบ. เพื่อนร่วมรุ่น ข้ามห้วยมายึดเก้าอี้ “ปลัดกลาโหม”

แต่ทว่า บรรดาเหล่าทัพต่างไม่เห็นด้วยหากจะเสนอ พล.อ.ทนงศักดิ์ เพราะยังไม่ได้เป็น “จอมพล” ตามขั้นตอน เป็นแค่ “พลเอก” ธรรมดา แต่ทว่า ในอดีตที่ผ่านมาก็เคยมีกรณีเช่นนี้มาแล้ว เมื่อครั้งที่ พล.อ.ธีรเดช มีเพียร หรือ พล.อ.อู๊ด เบื้องบน ต่างก็เป็น“พลเอก” ที่ไม่ได้เป็น “จอมพล” แต่ก้าวขึ้นสู่ตำแหน่ง “ปลัดกลาโหม” มาแล้วเช่นกัน

นอกจากนี้ พล.อ.ธนะศักดิ์ ได้เสนอชื่อ “เสธ.ตี๋” พล.อ.วรพงษ์ สง่าเนตร (ตท.12) เสนาธิการทหาร เพื่อน ตท.12 เข้าชิงในตำแหน่งปลัดกระทรวงกลาโหม ขณะที่ พล.อ.ประยุทธ์ ก็พร้อมเสนอชื่อ “บิ๊กหนุ่ย” พล.อ.ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ (ตท.12) รอง ผบ.ทบ. เข้าชิงอีก 1 ราย

รวมถึง “บิ๊กกี๋” พล.อ.ชาตรี ทัตติ (ตท.14) รองปลัดกลาโหม แคนดิเดตคนสำคัญในกระทรวงที่มีสิทธิ์ชิงเก้าอี้ “ปลัดกลาโหม” เช่นเดียวกัน ว่ากันว่า เพื่อให้กำปั้นทุบพื้นดัง มีข่าวว่า พล.อ.ชาตรี ถึงขั้นต้องให้เจ้านายเก่าอย่าง “บิ๊กจิ๋ว” พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ อดีตนายกฯ ช่วยเหลือเพื่อให้ถึงฝั่งฝัน

ว่ากันว่า เมื่อตำแหน่ง “ปลัดกลาโหม” ยังไม่ถึงมือ พล.อ.ทนงศักดิ์ แบบชัวร์ 100 % ด้วยสายสัมพันธ์ที่ดีจากพี่ชาย พล.ท.พงศ์เอก อภิรักษ์โยธิน ที่ภริยาเป็นนักการเมืองสังกัด “เพื่อไทย” ของกลุ่ม “วังบัวบาน” ของ “เจ๊แดง” นางเยาวภา วงศ์สวัสดิ์ น้องสาว “นายใหญ่” พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ต้องยื่นมือเข้าช่วยในครั้งนี้…

ขณะที่ 5 เสือ ทบ.มีการขยับปรับอย่างน้อย 3 ตำแหน่ง จากการเกษียณของ “บิ๊กเล็ก” พล.อ.ยุทธศิลป์ โดยชื่นงาม ประธานคณะที่ปรึกษา ทบ. “บิ๊กฎก” พล.อ.โปฎก บุนนาค ผช.ผบ.ทบ. และการขยับ พล.อ.ทนงศักดิ์ ไปเป็น “ปลัดกลาโหม” นอกจากนี้ ยังมีตำแหน่ง “พลเอก” ที่เกษียณอายุราชการ ทำให้ ทบ. มีตำแหน่ง “พลเอก” ว่างทั้งหมดถึง 16 ตำแหน่ง…

โดยในส่วนของกองทัพบก ยังมี พล.อ.ประยุทธ์ นั่งบัญชาการเป็น ผบ.ทบ. ไปอีก 2 ปี พล.อ.ดาว์พงษ์ ยึดตำแหน่ง รอง ผบ.ทบ.ตามเดิม และหากโผไม่พลิก “บิ๊กตู่” พล.อ.ชลวิชญ์ เพิ่มทรัพย์ (ตท.12) หัวหน้าคณะนายทหารฝ่าย เสธ. ประจำผู้บังคับบัญชา จะขึ้นเป็น ประธานคณะที่ปรึกษา ทบ.

ขณะที่ “บิ๊กโด่ง” พล.ท.อุดมเดช สีตบุตร แม่ทัพภาคที่ 1 จะผงาดขึ้นมาเป็น ผช.ผบ.ทบ.(อัตรา พลเอก) ขณะที่ “บิ๊กบี้” พล.อ.ศิริชัย ดิษฐกุล เสธ.ทบ. กำลังลุ้นว่าจะโดนปรับย้ายข้ามห้วยไปนั่ง รอง ผบ.สส. หรือไม่ จนมีข่าวลือว่า พล.อ.ศิริชัย ต้องวิ่งเต้นไปที่ “บิ๊กป้อม” พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ อดีต รมว.กลาโหม “พี่ใหญ่” แห่งสาย “บูรพาพยัคฆ์”

ขณะที่เก้าอี้ เสธ.ทบ. ที่มีรายงานข่าวว่า มี“ใบสั่ง” การเมืองดันส่ง “บิ๊กอ๋อย” พล.ท.จิระเดช โมกขะสมิต (ตท.13) รอง เสธ.ทบ. นายทหารสาย “วงศ์เทวัญ” ให้ขึ้นยึด เสธ.ทบ.นั้น ได้ถูกเจรจา ต่อรอง และปรับเปลี่ยนจนกลายเป็นเก้าอี้ ผช.ผบ.ทบ. ทดแทนไป

ว่ากันว่า ที่มาที่ไปในการก้าวสู่ฝันของ พล.ท.จิระเดช ครั้งนี้ ได้มาจากรัฐบาลเพื่อไทยเช่นกัน ที่สำคัญลือกันว่า มีความสนิทสนมกับ “นายใหญ่” เลยทีเดียว …

ส่วนเก้าอี้ “แม่ทัพภาคที่ 1” ที่มีแคนดิเดต 2 นายทหาร (ตท.15) ชิงกัน “บิ๊กต๊อก” พล.ต.ไพบูลย์ คุ้มฉายา รอง มทภ.1 นายทหารลูกหม้อสาย “วงศ์เทวัญ” น้องรัก พล.อ. ดาว์พงษ์

พล.ต.ไพบูลย์ คุ้มฉายา รองแม่ทัพภาคที่ 1

พล.ต.ไพบูลย์ คุ้มฉายา รองแม่ทัพภาคที่ 1


ขณะที่ “บิ๊กอู๊ด” พล.ต.วลิต โรจนภักดี รอง มทภ.1 นายทหารสาย “บูรพาพยัคฆ์” น้องรักของบิ๊กๆ แห่งบูรพาพยัคฆ์ ที่มีบาดแผลที่ขาจนเกือบเอาชีวิตไม่รอดในยุทธการกระชับขอคืนพื้นที่บริเวณแยกคอกวัว –โรงเรียนสตรีวิทยา เมื่อวันที่ 10 เมษายน 2553

ที่ถูกฝ่ายการเมืองเพื่อไทย – คนเสื้อแดงหมายหัวเตะสกัดไม่ยอมให้ขึ้นสู่อำนาจ…

เท่าที่ผ่านมา พล.ต.วลิต คือเต็งหนึ่งมาโดยตลอดที่จะขึ้นเป็น “มทภ.1” แต่ตามรายงานข่าวล่าสุด น่าจะตกม้าตายเสียแล้ว!

พล.ต.วลิต โรจนภักดี รองแม่ทัพภาคที่ 1

พล.ต.วลิต โรจนภักดี รองแม่ทัพภาคที่ 1

โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ต่อข่าวคดี 98 ศพ และประเด็นศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน (ศอฉ.) ที่มีคำสั่งให้ใช้ “พลแม่นปืนระวังป้องกัน” ที่ถูกหยิบยกและตั้งคำถามว่า “กองทัพ” ใช้หน่วย พลซุ่มยิง (สไนเปอร์) ทำร้ายประชาชนผู้บริสุทธิ์

ส่งผลให้ช่วง 2 – 3 สัปดาห์ที่ผ่านมามีผลกระทบที่ชัดเจน

จนเริ่มมีข่าวหนาหูว่า พล.อ.ประยุทธ์ ตัดสินใจให้เซ็นแต่งตั้ง พล.ต.ไพบูลย์ ขึ้นเป็น “มทภ.1” แล้วในปีนี้ เพื่อลดกระแสการเมือง รวมถึงลดความบาดหมางระหว่างนายทหารทัพภาคที่ 1 ด้วยกันเอง ที่ 3 – 4 ปีที่ผ่านมา นายทหารสาย “บูรพาพยัคฆ์” จะได้ดี

ขณะที่ตอนนี้เริ่มมีเอกสาร ศอฉ.หลุด ปลิวว่อนทางอินเทอร์เน็ต โดยเฉพาะรายชื่อ “นายทหาร” ที่เกี่ยวข้องกับคดี 98 ศพ

อีกทั้งกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ก็พยายามเร่งปิดคดีนี้ โดยเฉพาะประเด็น (พลแม่นปืน) ที่ดีเอสไอกำลังขอตัวทหารที่ปฏิบัติภารกิจมาสอบปากคำ รวมถึงเตรียมเรียกนายทหารสาย “บูรพาพยัคฆ์” ที่เกี่ยวข้องในปฏิบัติการกระชับพื้นปี 2553 มาให้ปากคำเพิ่มเติมอีก

แม้นักวิเคราะห์จะฟันธงว่า การเร่งปิดคดีนี้เพื่อตามเช็คบิล “อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ” และ “สุเทพ เทือกสุบรรณ” ก็ตาม แต่ก็ทำให้ผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องในกองทัพหวั่นวิตกไปด้วย

ดังนั้นคงต้องจับตาว่าท้ายที่สุดคดีนี้จะจบลงตรงจุดไหน มีใครต้องโดนคดีบ้าง

แต่ที่ปฏิเสธไม่ได้ว่างานนี้ ทำให้โผโยกย้ายนายทหารประจำปี 2555 ครั้งนี้ “ดุเดือด” เมื่อการเมือง “ล้วงลูก” ในขณะคดี 98 ศพก็ตามมาหลอกหลอนกองทัพต่อไป

ข่าวในประเด็น

อ่านข่าวในประเด็นทั้งหมด »

เครือข่ายสังคม