ประเด็นฮอตในโซเชียลมีเดียรอบสัปดาห์ – มาร์คขอคืนเสื้อแดง และภาพ “ปางน้ำฟ้า เปล์ลาลิน” กับ “ทักษิณ”

ประเด็นที่ถูกพูดถึงมากสุดในโซเชียลมีเดียในรอบสัปดาห์ 29 ก.ค. – 4 ส.ค. 2555

ต้อนรับสัปดาห์แห่งพระพุทธศาสนาและสัปดาห์ของความสุข เพราะมีวันหยุดให้ชาวไทยได้พักผ่อนยาวติดต่อกันถึง 4 วัน อีกทั้งยังเป็นสัปดาห์ที่มีวันคล้ายวันเกิดอายุครบ 48 ปี ของอดีตผู้นำประเทศอย่างนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ในวันที่ 3 สิงหาคม อีกทั้งเรื่องฮอตของเราในสัปดาห์นี้ ส่วนมากล้วนเป็นเรื่องร้อนทางด้านการเมืองที่เกี่ยวข้องกับบรรดาอดีตนายกรัฐมนตรีและนายกรัฐมนตรีคนปัจจุบันทั้งสิ้น

สำหรับ เรื่องแรก ในรอบสัปดาห์นี้ เมื่อเจ้าของวันเกิดอายุครบ 48 ปี ขึ้นเวทีปราศรัยพร้อมใส่เสื้อสีแดง ซึ่งเป็นที่รู้กันว่าเป็นสีประจำของฝ่ายตรงข้ามทางการเมืองของนายอภิสิทธิ์์ เวชชาชีวะ โดยระหว่างการปราศรัย นายอภิสิทธิ์ได้ถอดเสื้อแจกเก็ตสีน้ำเงินของพรรคประชาธิปัตย์ออก เพื่อให้เห็นเสื้อยืดสีแดงที่มีข้อความ “หยุดปรองดองจอมปลอม ล้างผิดคนโกง” พร้อมกล่าวว่า การที่ตนใส่เสื้อสีแดง เพราะสีแดงอยู่ในธงชาติ ไม่ใช่สีของคนคนเดียว และตนจะใส่สีแดงเพราะเป็นสิทธิ์ของตน พวกคุณไม่ต้องมาต่อว่า เรื่องนี้ถือเป็นสิทธิเสรีภาพ ไม่ต้องมาขัดขวางคนอื่น สิ่งสำคัญกว่านั้น ตนตั้งใจใส่สีแดงเพื่อบอกกับคนที่อ้างตัวว่าเป็นคนเสื้อแดงและอ้างว่ามีอุดมการณ์ คุณต้องใส่เสื้อแดงแบบเดียวคือมีข้อความหยุดปรองดองจอมปลอมล้างผิดคนโกงเท่านั้น แต่ถ้าคุณใส่เสื้อแดงและไม่ยอมเรียกร้องหยุดปรองดอง และความยุติธรรม ก็ไม่มีความหมายอะไรนอกจากเป็นขี้ข้าทักษิณ

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ขณะปราศรัยพร้อมใส่เสื้อสีแดง ที่มาภาพ: http://news.sanook.com/1133625/
นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ขณะปราศรัยพร้อมใส่เสื้อสีแดง ที่มาภาพ: http://news.sanook.com/1133625/

แน่นอนว่าทำให้ฝ่ายตรงข้ามออกมาตอบโต้ถึงการกระทำของนายอภิสิทธิ์กันอย่างมากมาย ทั้ง ส.ส.พรรคเพื่อไทย, แกนนำคนเสื้อแดง, นายนพดล ปัทมะ ที่ปรึกษากฎหมาย พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัว ระบุว่า

“นักการเมืองบางพวกคิดว่าการใช้สถานะในสังคม ชาติตระกูล การศึกษา และสำเนียงในการพูด เป็นตราประทับความดี ซึ่งที่แท้จริงแล้ว หาเป็นเช่นนั้นไม่ คนดีมันอยู่ที่การกระทำและกำพืด ไม่ใช่การสร้างภาพลักษณ์ ดังนั้นการใส่เสื้อแดง ที่ทุกคนมีสิทธิ์ใส่ แต่บางคนใส่ แต่เข้าไม่ถึงจิตวิญญาณของเสื้อแดง และใส่เพื่อวัตถุประสงค์ ที่ฉาบฉวย จนบางคนดูแล้วขบขัน”

จากข้อความของนายนพดล ก็มีผู้แสดงความคิดเห็นในทางเห็นด้วยเป็นจำนวนมาก รวมถึงได้ระบุว่าหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ไม่มีอะไรจะเล่นแล้วจึงหยิบเสื้อสีแดงเข้ามาสวมใส่ และบางส่วนระบุว่า อภิสิทธิ์เล่นการเมืองจนเลอะเทอะไปหมดแล้ว

สำหรับทางด้านนายพานทองแท้ ชินวัตร บุตรชาย พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ก็โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัว เปรียบเทียบการรับราชการของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ พร้อมเปิดเผยข้อมูลการรับใช้ชาติช่วงระยะเวลาสั้นๆ โดยระบุว่า นายอภิสิทธิ์ได้เป็นว่าที่ ร.ต. เมื่อ 26 เมษายน 2531 หลังจากนั้น 35 วัน ได้มีเอกสารแจ้งความประสงค์ขอลาออกจากราชการ ทั้งที่อยู่ในตำแหน่งว่าที่ ร.ต.อภิสิทธิ์ จากนั้นอีก 2 เดือนกว่า ได้ขอลากิจและเดินทางไปต่างประเทศรวม 3 ครั้งต่อเนื่องกัน โดยมีวันราชการที่อยู่เมืองไทยแค่วันเดียว คือ วันจันทร์ที่ 3 ตุลาคม 2531 ก่อนจะลาต่อในวันรุ่งขึ้น คือ 4 ตุลาคม 2531 ยาวไปจนถึงวันที่ได้รับอนุมัติให้ลาออกในวันที่ 2 เมษายน 2532 รวมวันที่เดินทางไปต่างประเทศทั้งสิ้นประมาณ 221 วัน นอกจากนี้ นายพานทองแท้ยังระบุว่า นายอภิสิทธิ์เป็นอาจารย์ยังขาดสอนขนาดนี้ แล้วนักเรียนจะเรียนรู้เรื่องได้อย่างไร ส่วนตัวจึงมองว่า พลทหารบัวลอยในเพลงยังทำประโยชน์ให้ชาติมากกว่า พร้อมกันนี้ นายพานทองแท้ยังได้โพสต์เพลงบัวลอยในเฟซบุ๊กส่วนตัวอีกด้วย

ล่าสุด ทางด้านนายกรณ์ จาติกวณิช รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ก็ได้โพสต์รูปเสื้อสีแดงลงในเฟสบุ๊คส่วนตัวตอบโต้การวิพากษ์วิจารณ์ดังกล่าว พร้อมทั้งบอกถึงสาเหตุที่พรรคประชาธิปัตย์ใส่เสื้อแดงด้วย โดยระบุว่า “สีแดงเป็นสีธงชาติ และเป็นสิทธิ์ของคนไทยทุกคนที่จะใช้สีนี้ จึงไม่ควรคลั่งไคล้ แต่ก็ไม่ควรรังเกียจ ตลอดจนคนเสื้อแดงก็ไม่ควรรังเกียจคนที่ไม่ใช่ ‘พวก’ ของตน ส่วนคนที่ไม่ได้อยู่ในกลุ่มดังกล่าว ก็ต้องทำความเข้าใจกับ ‘อุดมการณ์’ ของคนเสื้อแดง และที่สำคัญ คนเสื้อแดงไม่ควร ‘เลือกพวก’ เหนือการ ‘เลือกอุดมการณ์’ ส่วนเหตุที่พรรคใส่เสื้อสีแดงนั้น เพราะต้องการสื่อสารว่า ทุกคนมีสิทธิ์ภาคภูมิใจในสีของธงชาติของประเทศ และสื่อกับชาวเสื้อแดงว่า ถ้าเกลียด หรือ ‘สองมาตรฐาน’ จริง และต้องการความยุติธรรมในสังคม ต้องออกมาช่วยต่อต้าน ‘พ.ร.บ.ปรองดองจอมปลอม’ ที่มีแต่จะช่วยผู้มีอำนาจทางการเมือง”

อย่างไรก็ตามเรื่องนี้ ชาวโซเชียลเน็ตเวิร์กต่างให้ความสนใจและแสดงความคิดกันอย่างมากมาย ลองไปฟังเสียงชาวเน็ตกันบ้าง ว่ามีความเห็นเกี่ยวกับสีเสื้อนี้อย่างไร

“ที่เค้ากำลังทำกันคือเปลี่ยนทัศนคติให้คนสามารถใส่เสื้อได้ทุกสี แล้วคุณมีสิทธิ์อะไรจำกัดสิทธิ์คนอื่นว่าไม่ให้ใส่เสื้อสีแดง หรือคิดเหมารวมว่าคนใส่เสื้อสีแดงเป็นพวกคุณ”

“ประเทศประชาธิปไตย ใครจะใส่สีแดง สีเหลือง ก็เรื่องของเค้า ไม่งั้นสั่งไปเลยว่า ห้ามจำหน่ายเสื้อ-ผ้าสีแดง ห้ามผลิตเสื้อ-ผ้าสีแดง จบไหม”

“ก็เพราะเล่นการเมืองแบบนี้ไง ปชช.เขาถึงไม่ชอบหน้านายอภิสิทธิ์ สิ่งที่สร้างสรรค์ปัญญาพัฒนาสมอง พรรค ปชป.ไม่มีปัญญาทำ ปัญหาความรุนแรงภาคใต้ทำไมต้องถามหานายกกับรัฐมนตรีกลาโหม พรรคปชป.มี ส.ส.อยู่เต็มภาคใต้ทำไมไม่หาทางร่วมมือกับรัฐบาลแก้ไข พรรคตัวเองมี สส.อยู่ในพื้นที่แท้ๆ โยนมาให้รัฐบาลฝ่ายเดียวมันไม่ถูกต้อง ตอนตัวเองเป็นรัฐบาลก็ไม่มีปัญญาแก้ไขเรื่องนี้เหมือนกัน วันๆ พูดถึงแต่ทักษิณ กันทั้งพรรค ไอ้ที่จะสร้างผลงานช่วยแก้ปัญหาให้ประชาชนมันไม่หาทำกันบ้าง จะอวดทำไมว่าเล่นการเมืองมา 20 ปี มันอายเค้า ถาม ปชช.ถึงผลงานที่นายอภิสิทธิ์เล่นการเมืองทำประโยชน์อะไรให้ ปชช.ผ่านมา 20 ปี ประชาชนนึกไม่ออก ที่เค้านึกออกและจดจำได้ดีก็ตอนที่เป็นนายกสั่งฆ่า ปชช.เป็นนายกที่หนีทหาร”

“เขาไม่ได้ให้เกลียดทักษิณ อภิสิทธ์ มีสิทธ์อันชอบธรรมที่จะใส่ แต่ลองนึกดูเล่นๆ คับ แฟนลิเวอร์พูลใส่เสื้อแมนยู ในร้านเชียร์บอลของลิเวอร์พูลอะคับ มีนัยแฝงหรือไม่ คิดกันเองนะคับ”

“เอาสีแดงของเราคืนมา ทำไมคนอื่นๆ จะใส่เสื้อแดงแล้วต้องมีจิตวิญญาณด้วยเหรอ ต่อไปนี้จะใช้สีแดง ต้องขออนุญาตคุณเหล่ด้วยหรือเปล่า หรือยายธิดา หรือใครต่อใครที่บอกว่าเป็นเสื้อแดง ถ้ายังงั้นก็ตราเป็นกฏหมายออกมาเลยดีไม๊ ใครจะใส่เสื้อแดง จะใช้สีแดง ขับรถป้ายแดง ใส่ กกน.สีแดง หมวกแดง ต้องขออนุญาตจากท่านเหล่ก่อน เบื่อการเมืองไทยจริง นักการเมืองที่มีคุณภาพไทยมีอยู่เต็มไปหมด ทั้งในสภา นอกสภา”

“อภิสิทธิ์บอกว่าที่ใส่เสื้อแดงเพราะเขามีสิทธิ์ นี่แหละประชาธิปไตยทุกคนมีสิทธิทำอะไรก็ได้ภายใต้กรอบกฏหมาย แล้วมันตลกตรงไหนค่ะ”

เรื่องที่สอง เป็นเรื่องความดังชั่วข้ามคืน เมื่อมีการรายงานข่าวพาดพิงถึงสาววัยรุ่นหน้าตาน่ารักคนหนึ่ง ที่ถ่ายรูปคู่กับ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่ฮ่องกง ทั้งยังเปิดเผยคอมเมนต์ให้ผู้อ่านแสดงความคิดเห็นไปในเชิงชู้สาวทั้งๆ ที่ยังไม่ทราบข้อเท็จจริง โดยล่าสุด หญิงสาวในภาพ ผู้ใช้ชื่อในเฟซบุ๊กว่า “ปางน้ำฟ้า เปล์ลาลิน” โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊กส่วนตัว (ซึ่งปัจจุบัน หลังจากเป็นข่าว ก็มีผู้เข้าไปแอดขอเป็นเพื่อนในเฟซบุ๊คของปางน้ำฟ้าเป็นจำนวนมาก) อ้างถึงข่าวดังกล่าว พร้อมระบุแหล่งที่มาของการรายงานข่าวว่า

“นู๋ไม่มีสื่อในมือหรอกนะคะแต่อยากได้ความยุติธรรมค่ะ ไม่ชอบการใส่ร้ายป้ายสีกันไม่เคยหาเรื่องใคร แต่ก็ไม่ชอบให้ใครมาหาเรื่องนะคะ…การ “ปั้นภาพเป็นตัว” มันไม่ใช่สิ่งที่ดีกับแค่การ “สร้างข่าว” ขายข่าวเพื่อให้คนเข้ามาดูมากๆ ใช้การเล่นคำในข่าว แกล้งแม้กระทั้งผู้หญิงตัวเล็กๆ ที่ไม่มีสื่อตอบโต้เนี่ยเหรอคะ มันเยอะไปนะคะ

ใครๆก็ถ่ายกันหมดเพราะพูดตามตรงบุคคลสำคัญไม่ว่าใครที่มีโอกาศได้เจอใครๆก็อยากถ่ายรูปด้วยทั้งนั้นแหละ เพราะยากมากที่ใครจะได้ถ่าย เป็นพี่เจอ นู๋ว่าพี่ก็คงอาจอยากถ่ายจริงปะ? แต่ที่สงสัยคือมีคนที่ไปเป็นร้อยก็เห็นถ่ายกันทุกคนทำไมไม่ลงให้หมดหละคะทำลงรูปนู๋คนเดียวอะ งง ลงให้หมดสิคะพี่คนจะได้รู้ไงคะ….

เอาเป็นว่าบอกให้อีกรอบนะคะนู๋เป็น 1 ในผู้โชคดีได้รางวัลไปฮ่องกงฟรีคะ กับกิจกรรมเยี่ยมคนแดนไกลแบบ ไร้อภิสิทธิ์ชนกับพานทองแท้ โดยเที่ยวบิน NASA no.1 อะคะ… ก่อนเขียนข่าวอะไรพี่ช่วยหาข้อมูลก่อนนะคะอย่าใช้หลักการเดา ตามใจฉัน มันไม่ดีนะคะ …

นู๋ไม่ยุ่งเรื่องการเมืองคะ จำเป็นต้องอธิบายให้ฟังเพราะไม่ชอบให้ใครมาหาเรื่องหรือใส่ร้ายอะคะ ….. 

ป.ล. ที่พี่บอกว่าปริศนาสาวน่ารักถ่ายรูปคู่… คือนู๋ชอบถ่ายรูปอะคะ และก็เคยถ่ายปกให้นิตยสารCampus เจ้าของเดียวกับเว็ปไซต์พี่ด้วยนะคะสีเหลืองอะ และโปรโมตออกช่อง ASTV ทั้งเดือน ^^ อย่าแบ่งแยกสิคะคนไทยด้วยกันพี่น้องกันต้องรักกันสิ สามัคคีคือพลัง หันหน้าช่วยกันหาทางทำให้เศรษกิจไทยดีขึ้นดีกว่ามั้ย น้ำมันจะได้ถูกๆซะทีรออยู่เนี่ย 

นู๋ไม่ได้เล่นกีฬาสีนะคะ กรุณาอย่าจับนู๋มาเล่นกีฬาสีสิคะ .. ใครใจดีช่วยแชร์และส่งต่อด้วยนะคะขอบคุณนะคะ ^^”

รูปถ่ายที่ตกเป็นข่าว ของ น.ส.ปางน้ำฟ้า เปล์ลาลิน ที่มาภาพ: http://www.isnhotnews.com/tag/
รูปถ่ายที่ตกเป็นข่าว ของ น.ส.ปางน้ำฟ้า เปล์ลาลิน ที่มาภาพ: http://www.isnhotnews.com/tag/

งานนี้ ไม่ว่าข้อเท็จจริงจะเป็นอย่างไร แต่ชื่อของปางน้ำฟ้า เปล์ลาลิน เด็กสาวหน้าใส จากที่เมื่อก่อนไม่เคยมีใครรู้จัก แต่ว่าวันนี้ เธอได้กลายเป็นคนดังในโซเชียลเน็ตเวิร์กไปแล้ว เพราะได้ถ่ายรูปคู่คนดัง และคนมองปางน้ำฟ้าไปในทางไม่ค่อยจะดีนัก คล้ายกับคราวนักร้องดัง “ลิเดีย” ก็เคยเป็นข่าวทำนองนี้เช่นกัน

“ส่วนใหญ่พวกที่ด่าน้องเค้าจะเป็นสาวสลิ่ม ผู้หญิงนี่เห็นใครสวยกว่าเป็นไม่ได้ต้องอิจฉาหาเรื่องด่าเขาไปเรื่อยสังเกตบางคนพิมพ์มาประมาณว่าหน้าตาก็พอดูได้หน่อยงี้….โถแบบนี้อิจฉาชัดๆ ไม่รู้จะบ่นอะไรเขาขายชาติหนีคดีแล้วเกี่ยวอะไรกับน้องในรูปล่ะ ลองคิดดูเท่จะตายไปถ่ายรูปคู่ทักกี้แล้วลงเฟซอวดเพื่อนมีเรื่องคุยไปเป็นปีๆ ก็วัยรุ่นเนาะต้องมีขำๆ มีโลกมืดกันนิดหน่อย ใครเขาจะมาโลกสวยงามนั่งคิดอะไรกันมากมาย หลายคนก็อาจจะเถียงว่าคนเราจะต้องมีจิตสำนึกนู่นนี่ เห็นมาหลายต่อหลายคนละที่ไม่ได้ทำอะไรซักนิด นั่งหน้าจอคอมกระดิกนิ้วต๊อกแต๊กๆ พิมพ์ว่า มีจิตสำนึก รักชาติ แต่ไม่เห็นมันออกไปทำอะไรกันซักอย่างกันเลยนะ”

“การปกครองมันขึ้นอยู่กับแต่ละสังคม ไม่มีใครตัดสินได้หรอกว่าอันไหนดีอันไหนไม่ดี ถ้าคูณบอกว่าคอมมิวนิสไม่ดี ทำไมจีนถึงอยู่ได้ และกำลังจะดีขึ้นเรื่อยๆๆ ผมถามว่ามันล้มเหลวตรงไหน ก่อนจะพูดอะไรคิดให้มันดีก่อน ประชาธิปไตยก็ใช่ว่าจะดีเสมอไป ก็เห็นพวกนักการเมืองมั่วแต่จะแย่งชิงอำนาจกันทุกคนก็ล้วนอ้างประชาธิปไตย ไม่เห็นมันจะเจริญขึ้นตรงไหน แทนที่จะเอางบประมาณไปพัฒนาประเทศกลับพากันช่วยกันทำลายนี้แหละประชาธิปไตยของไทย คนจนก็จนต่อไปผู้มีอำนาจมีเงินก็รวยล้นฟ้า เส้นสายเต็มบ้านเต็มเมือง คนไทยรู้อยู่แก่ใจแล้วใครทำไรได้”

“หน้าตาแบบนี้ไม่ได้เป็นผู้โชคดีหรอกครับ คุณโอ๊คเค้าคัดมาแล้ว รอจัดหนักอยู่มากกว่า”

“คือไม่ทราบว่าคุณพวกที่ว่าน้องเค้า รู้จักเค้าดีแล้วเหร๋อถึงได้ใช้วาจาที่ไม่ดี เข้าใจนะว่าไม่ชอบคนในรูปแต่ก็อย่าไปเหมารวมสิ น้องเค้าก็บอกรายละเอียดอยู่ว่าเป็นยังไง ผมเป็นคนนึงกล้าพูดได้ว่าไม่ชอบคนที่ถ่ายกับน้องเค้าในรูปเหมือนกัน แต่ก็ไม่ชอบคุณที่บอกว่าตัวเองเป็นพวกรักชาติรักความถูกต้อง มาทำแบบนี้มันดูว่าพวกคุณไม่แยกแยะอะไรเลยเอาแต่อคติส่วนตัวเท่านั้น ถ้าจะเอามาถกกันก็ช่วยหาข้อมูลให้มันดีๆก่อนไม่งั้นใครเค้าจะว่าเอาได้และกรุณาอย่าแสดงความคิดเห็นที่มันดูไม่แบบพวกใต้สะดือ มันจะทำให้คนเค้าคิดเอาได้ว่าคุณเป็นพวกคนบ้ากาม ดูเหมือนเป็นคนที่ไม่ดี เข้าใจมั้ย ช่วยยกระดับตัวเองนิดนึง ผมก็ไม่ได้สูงส่งไรแค่ไม่อยากให้ใครได้รับความอยุติธรรมก็เท่านั้น”

“มีฉันคนหนึ่งแหละ ที่เห็นหน้าบุคคลเหล่านี้ คงจะไม่ไปขอถ่ายรูปแน่นอน”

“คนเรานะถ้ามีอคติในใจไม่ยอมปล่อยวางซะบ้าง มันจะมีความสุขหรือไง ใครที่ไปข้องแวะกับคนที่คุณไม่ชอบ คุณก็ต้องเกลียดเขาโกรธเขาไปซะทุกคนอย่างงั้นหรือ วันหนึ่งถ้าคุณเกิดอุบัติเหตุ นอนเจ็บจะตาย แล้วเกิดมีคนเสื้อแดงมาจะช่วยคุณ คุณก็จะไม่ยอมรับความช่วยเหลืออย่างนั้นหรือ? ปล่อยวางกันบ้างเถอะขอร้อง ถ้าขืนเป็นอยู่อย่างนี้ประเทศจะเดินหน้าไปได้อย่างไร เหมือนกับคน 2 คนพายเรือกันไปคนละทาง เรือมันจะไปทางไหนล่ะ?”

เรื่องที่สาม ยังคงเป็นเรื่องที่พัวพันและเกี่ยวโยงกับคนรอบตัวของอดีตนายกรัฐมนตรี พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร เมื่อสื่อของกัมพูชาเผยแพร่ภาพ นายแนม ลินาล ลูกชายของนักการเมืองใหญ่ของกัมพูชา กับ น.ส.ชยาภา วงศ์สวัสดิ์ ลูกสาวของนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ อดีตนายกรัฐมนตรีของไทยอีกคน ซึ่งทั้งคู่มีกำหนดที่จะเข้าพิธีวิวาห์ในเร็วๆ นี้ ตามรายงานระบุว่า นายแนม ลินาล อายุ 32 ปี ทำงานเป็นข้าราชการอยู่ในสำนักงานคณะรัฐมนตรีกัมพูชา และเป็นบุตรชายของ นายเซียงนัม ส.ส.จังหวัดเสียมราฐ ซึ่งเป็นคนสนิทของสมเด็จฮุนเซน นายกรัฐมนตรีของกัมพูชา นอกจากนี้ นายเซียงนัมยังเป็นนักธุรกิจด้านอสังหาริมทรัพย์รายใหญ่ในจังหวัดเสียมราฐอีกด้วย รวมทั้งยังมีความสนิทสนมเป็นการส่วนตัวกับ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวันตร

ขณะที่ น.ส.ชยาภา วงศ์สวัสดิ์ หรือ เชอรี่ เป็นบุตรสาวของ นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ และนางเยาวภา วงศ์สวัสดิ์ ซึ่งมีศักดิ์เป็นพี่สาวของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีของไทย โดยทั้งคู่พบเจอกันเมื่อครั้งฝ่ายชายเดินทางมาศึกษาอยู่ที่ประเทศไทย

ที่มาภาพ: http://www.dailynews.co.th/politics/146214
ที่มาภาพ: http://www.dailynews.co.th/politics/146214

แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ที่เป็นประเด็นสำคัญให้โลกออนไลน์ได้พูดถึงกันคงไม่ใช่เพราะความรักต่างเชื้อชาติหรือความรักที่สวยงามอะไร แต่หากเป็นเพราะมีความเกี่ยวโยงกันในเรื่องของการเมือง ปํญหาความขัดแย้งที่ไทยและกัมพูชามีต่อกัน ทั้งที่บุคคลสำคัญของกัมพูชาและคนดังของไทยมีความเกี่ยวดองแนบแน่นกันต่างหาก

“ก่อนหน้านี้ก็มีดดีเขมรปิดล้อมตำรวจ พังรถยนต์ รถตำรวจ ทำให้ตำรวจบาดเจ็บ ประท้วงนายจ้าง เรื่องเงียบ ลอบทำร้ายสารพัด ทั้งที่เมืองไทย ช่วยเหลือทุกเรื่อง สมัยก่อนอพยพเข้ามา ไทยก็ต้อนรับไม่ผลักดันกลับ แถมตั้งศูนย์อพยพให้อีก แต่ไม่เคยสำนึกบุญคุณ ลามปามขึ้นทุกวัน ค่อยๆ คืบคลานเข้ามา เจตนาแอบแฝง ผนึกกำลังข้ามชาติ จริงๆด้วย”

“มีศักดิ์เป็นพี่สาวปู แสดงว่า อายุเกิน 45 แน่ๆ แล้วแต่งไม่ออก เลยพอดีเจอหนุ่มเขมรอายุ 32 ก็ดี อย่าลืม คอนเซบของครอบครัวนะ ไปแล้วก็ยึดประเทศเขาให้ได้ด้วย”

“ชัวร์ป๊าบ! ตอนนี้ต้องขยายดีเอ็นเอเข้าไปเพิ่มปริมาณศักยภาพให้มากๆ เอาไว้ก่อน ต่อไปจะได้ต่อเนื้อเชื้อไขไชชอนรากเหง้าเผ่าพันธุ์เขมรอีกต่อไป แผนนี้ล้ำลึกนักน๊ะท่านไม่เข้าใครออกใคร”

“หน้าตาก็ไม่ได้ขี้เหร่ รวย การศึกษาก็ดี นิสัยใจคอเขาก็คงจะศึกษากันมาพอสมควรแล้วถึงได้คบหาดูใจ แต่งงาน สร้างครอบครัวด้วยกัน ก็ถูกแล้วนี้ อย่าไปคิดมากซิ”

“เป็นเรื่องส่วนตัว พวกเค้าไม่ใช่บุคคลสาธารณะ หญิงไทยมีสามีต่างชาติเยอะแยะไป”

“ทุกอย่างกระจ่างแจ้ง…ชัดเจน…สายสัมพันธ์พี่น้อง เพื่อพวกพ้องเราเอง”

เรื่องที่สี่ เป็นข่่าวที่ลือกันให้แซด เมื่อผู้ใช้เว็บไซต์พันทิป ห้องเฉลิมไทย ที่ชื่อว่า “come from KKL” ได้ตั้งกระทู้ รายงานว่า เด็กหญิงชั้นม.ต้น ที่อยู่ใน “คลิปโรงหนังราชบุรีแอบถ่ายนักเรียนมีเซ็กส์” ซึ่งเป็นข่าวโด่งดังเมื่อไม่นานมานี้ ผูกคอตายแล้ว โดยเจ้าของกระทู้ได้เขียนข้อความดังนี้ “ผมไม่แน่ใจว่าโพสต์ผิดหมวดหรือเปล่า ถ้าผิดรบกวนย้ายให้ด้วยนะครับ จากข่าวครึกโครมที่ผ่านมา และคลิปที่แพร่หลาย เรื่องเด็ก ม.ต้น ไปมี sex กันในโรงภาพยนต์ (จ.ราชบุรี) เพื่อนผมโทรมาบอกว่า ตอนนี้เด็กผู้หญิงในคลิปนั้นได้ผูกคอตายแล้วนะครับ เพื่อนผมที่อยู่ราชบุรีพึ่งไปวางพวงหรีดมาเมื่อวาน (บ้านอยู่ไม่ไกลกันนัก) ผมไม่ขอวิจารณ์ละกันครับ ยังไงขอแสดงความเสียใจต่อครอบครัวผู้จากไปด้วยนะครับ”

โดยหลังจากมีการโพสต์ข้อความจนเป็นที่น่าตกใจจากผู้ติดตามข่าวสาร ล่าสุด ทาง พ.ต.ต.ศักราช สาครไพศาล สารวัตรสืบสวนสอบสวน สภ.เมืองราชบุรี ออกมาเปิดเผยถึงกรณีกระแสข่าวที่ว่า เด็กหญิงชั้น ม.ต้นที่อยู่ใน “คลิปโรงหนังราชบุรีแอบถ่ายนักเรียนมีเซ็กส์” ว่าไม่มีคดีเกี่ยวกับเด็กหญิงในคลิปฉาวเกิดขึ้นในพื้นที่เลย เนื่องจากรู้จักกับครอบครัวของเด็กหญิงที่ตกเป็นข่าวด้วย ซึ่งไม่น่าจะเครียดจนถึงกับฆ่าตัวตาย แต่ทางตำรวจจะตรวจสอบเพื่อความแน่ใจอีกครั้ง ตนทราบมาว่าพ่อแม่ได้พาเด็กออกนอกพื้นที่ไปแล้ว ทั้งนี้ พ.ต.ต.ศักราชยังกล่าวด้วยว่า คนที่น่าเป็นห่วงน่าจะเด็กชายมากกว่า เนื่องจากมีอาการค่อนข้างเครียดมาก

สำหรับประเด็นข่าวดังกล่าว เกิดขึ้นเมื่อมีคลิปวิดีโอถูกอัพโหลดลงเว็บไซต์ยูทูบเมื่อวันที่ 22 มิถุนายน 2555 โดยใช้ชื่อว่า “คลิปโรงหนังราชบุรีแอบถ่ายนักเรียนมีเซ็กส์” ซึ่งจากการตรวจสอบพบว่า คลิปดังกล่าวถูกบันทึกตั้งแต่วันที่ 29 พฤษภาคม 2555 เวลาประมาณ 17.00 น. จากกล้องอินฟาเรดที่อยู่ในโรงหนัง โดยนักเรียนในคลิปฉาวฝ่ายชายคาดว่าเป็นนักเรียนโรงเรียนพาณิชย์หรือโรงเรียนอินเตอร์ ส่วนฝ่ายหญิงอยู่ในชุดนักเรียนชั้นมัธยมต้น และหลังมีคลิปถูกเผยแพร่ออกมาก็มีการวิพากษ์วิจารณ์กันไปต่างๆ นานา

เรื่องนี้ แม้ว่าผลการตรวจสอบข้อเท็จจริงจะออกมาเป็นอย่างไรก็ตาม ถือเป็นเรื่องที่เป็นอุทาหรณ์ของสังคมได้เป็นอย่างดี เพราะในช่วงที่ผ่านมา มีกรณีที่เด็กมัธยมถ่ายคลิปลักษณะนี้และหลุดออกมาเป็นจำนวนมาก ไม่เพียงแต่สร้างความเสื่อมเสียให้ตัวเด็กผู้อยู่ในคลิปเอง ยังสร้างความอับอายให้แก่ครอบครัวและคนรอบข้าง ส่งผลให้เกิดความเครียดหนักและทำอะไรในเรื่องที่ไม่คาดคิดในที่สุด ถือเป็นอีกหนี่งปัญหาสังคมที่ผู้ที่เกี่ยวข้องควรให้ความใส่ใจและแก้ไข ก่อนที่อนาคตที่ดีของชาติจะหมดไปเพราะเรื่องราวเหล่านี้

“ก็แค่มี Sex ก่อนวัยอันควร อย่าเพิ่งคิดสั้นเลยนะไอ้น้อง ทั้งชาย-หญิง อนาคตยังไกล ผู้ใหญ่ของบ้านเมืองเราหลายคน ยังทำเรื่องไม่ดียิ่งกว่าน้องๆ ยังลอยหน้าลอยตามีชีวิตอยู่ ไม่ทุกข์ร้อนกับอะไรเลย”

“ถึงเด็กจะไม่มีสติคิดสั้นที่ทำอย่างนั้นในโรงหนัง แต่เด็กมันก็ตายเพราะสื่อนี่หล่ะ ประโคมข่าวกันเข้าไปเพื่อหวังเอายอดขาย ถ้าน้องเขาเสียชีวิตจริงๆ ก็ขอให้หนูไปสู่สุขคตินะครับ”

“ข่าวไม่กรอง พูดปากต่อปาก คนทำเรื่องผิดหรือชั่วร้ายแค่ไหนก็ไม่ตาย แต่ตายเพราะปากคนไม่รู้จริงแล้วโพนทะนากันเข้าไป”

“สู้ๆ ขอให้น้องผ่านจุดนี้ไปให้ได้ คนเรามันพลาดกันได้ขอสังคมให้โอกาสให้พื้นที่น้องเขาได้อยู่ในสังคม เขาไม่ได้ทำผิดร้ายแรงไปฆ่าใครตายสักหน่อย อย่าซ้ำเติมกันเลย”

“เหตุการณ์มันเกิดขึ้นแล้ว เครียดไปก็ไม่เกิดประโยชน์อะไร ยิ่งทำร้ายตัวเอง คนที่เสียใจที่สุดคือพ่อ แม่ พี่น้อง และคนที่รักหนู ครูว่าหนูควรจะทำหน้าที่ของหนูคือ ตั้งใจเรียน ให้สมกับที่พ่อ แม่ ต้องทำงานหนัก เพื่อส่งเสียให้เรียนจะดีกว่านะคะ”

เรื่องที่ห้า เหมือนว่าสัปดาห์นี้ เรื่องราวของอดีตนายกฯ และนายกฯ คนปัจจุบันจะมาแรง โดยล่าสุด หลังจากที่มีการประชุมเวทีเศรษฐกิจโลก World Economic Forum on East Asia 2012 ที่จัดขึ้นในประเทศไทย เมื่อวันที่ 30 พฤษภาคม – 1 มิถุนายน ที่ผ่านมานั้น ล่าสุดบนหน้าเฟซบุ๊คของนายกนก รัตน์วงศ์สกุล (Kanok Ratwongsakul Fan Page) ได้โพสต์คลิปวิดีโอที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี พูดบนเวทีที่ประชุมเศรษฐกิจโลก พร้อมกับโพสต์ข้อความว่า “..สิบประเทศในอาเซียน มีประชากรประมาณครึ่งหนึ่งของโลกค่ะ..” (นาทีที่ 0.15) โอว..ผมขอร้องเถอะครับ ถ้าจะปล่อยหล่อนไปข้างนอกไกลๆ ช่วยหาอะไรครอบปากเธอไว้ได้มั๊ยครับ? ผมไม่ไหวละ..pleaseeee”

ที่มาภาพ: http://news.mthai.com/headline-news/180663.html
ที่มาภาพ: http://news.mthai.com/headline-news/180663.html

เป็นที่รู้กันว่าหลายครั้งที่นายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์อาจจะมีอาการประหม่าต่อหน้าสาธารณะ และมีการพูดผิดพูดถูก จนเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์กันไปบ้าง แต่คำพูดของ นายกนกในครั้งนี้ก็ดูจะรุนแรงเกินไป จนทำให้มีผู้มาแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับข้อความดังกล่าว และเข้ามาด่าทอนายกนกด้วยถ้อยคำรุนแรง พร้อมแสดงความเห็นกับประเด็นดังกล่าวจำนวนมาก

“คุณกนก โพสต์แรงเกินไป ยังไงนายกปู ก็เป็นนายกอยู่นะ”

“ผิดได้ไม่ว่า แต่ผิดซ้ำซากมันก็น่าระอาเหมือนกัน รักชอบพอเข้าใจ แต่เป็นถึงระดับผู้นำประเทศ ไม่รู้ก็อย่าพูดดีกว่าครับ”

“คำว่า สะพาน คอ นก รีต ประเทศซิดนีย์ จังหวัดหาดใหญ่ หญ้าแพรก ฯลฯ มันแสดงให้เห็นอะไรรู้มั้ยครับ มันแสดงให้เห็นว่า นายก ไม่มีพื้นฐานในความรู้รอบตัว ความรู้รอบโลก ทำให้ผมรู้สึกว่า นายกไม่ใช่คนที่ต้องเก่ง ต้องมีความรู้เยอะ เรียนสูงๆ แต่เป็นคนที่ไม่ต้องมีความรู้ก็ได้ แค่มีเงิน มีบารมี ก็เป็นได้ ถามว่าเอาคนแบบนี้มาบริหารประเทศ ทิศทางประเทศจะเป็นอย่างไร ถามเสื้อแดง เสื้อแดงบอกเจริญแน่นอน แต่ถ้าถามคนอีก 50 ล้านคนที่ไม่ได้เลือก พท. และยังไม่มีสิทธิ์เลือกตั้ง ผมเกรงว่าคำตอบจะเป็นอะไรที่คนเสื้อแดงไม่อยากฟัง ถ้าอยากรู้คำตอบไปอ่านตามเฟซบุ๊คได้เลย รุมด่ากันเละ ด้วยความเคารพ”

“ไม่ต้องห่วงครับวันนี้เราได้นายกที่เป็นนักธุรกิจที่เป็นผู้หญิงไม่เคยเล่นการเมืองแต่วันข้างหน้าเราคงจะมีโอกาสได้นายกที่ชื่อชูวิทย์ ถ้าหากการเมืองและคนไทยยังคงเป็นแบบนี้ เจริญละครับ”

“คุณกนก ไม่มีความเป็นกลางเลย ตัวเองเป็นสื่อมวลชนแท้ๆ ถึงแม้เครือเดอะเนชั่น จะเอนเอียงไปทางเสื้อเหลืองหรือตรงข้ามกับฝ่ายของพรรคเพื่อไทย แต่อย่าลืมว่าเดอะเนชั่น ก็ไม่เคยเอ่ยปากว่าเป็นเสื้อเหลืองอย่างโดดเด่นและชัดเจน และในทางรูปธรรมก็ยังคงเป็นสื่อมวลชนที่อยู่ตรงกลาง ถ้าอยากจะด่าเค้าให้สนุกปากหรือออกมาโพสต์ในลักษณะนี้ ก็ขอให้ย้ายไปสื่อของพันธมิตรหรือไปสมัครเป็นสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ไปเลย ทำแบบนี้ไม่ค่อยเหมาะสมเท่าไหร่ในฐานะสื่อมวลชน ลาออกเถอะครับ คือจริงๆแล้วเราต้องดูมวลรวมว่ารัฐบาลต้องการสื่อสารหรือทำอะไร มากกว่าการที่จะจับผิดแค่จุดเล็กๆแล้วก็ออกมาประณามว่าโง่ ซึ่งมันทำให้พวกคุณมองข้ามสิ่งที่รัฐบาลหรือนายกทำ นายกอาจจะพูดไม่เก่งเท่านายกหน้าหล่อคนเก่าแต่นายกหญิงคนนี้ก็ตั้งใจทำงานไม่น้อยกว่านายกหน้าหล่อหรอกครับ”

แม้กระแสข่าวการเมืองจะดูเป็นเรื่องเครียดไม่รู้จบ ในช่วงวันหยุดยาวที่เหมาะกับการพักผ่อนเช่นนี้ เราชาวไทยยังมีอีกภาระกิจ คือการส่งแรงใจไปเชียร์นักกีฬาไทยที่ไปแข่งโอลิมปิค 2012 ลอนดอนเกมส์ นอกจากจะเป็นกำลังใจให้นักกีฬาไทยแล้ว เรายังได้ชมการแข่งขันกีฬาที่สนุกสนานจากนานาประเทศ และสีสันของการกีฬาก็หนีไม่พ้นนักกีฬา ซึ่งปีในปีนี้ก็ทำเอาสาวๆ พากันนั่งติดขอบทีวีอีกทั้งยังแชร์รูปนักกีฬาในโซเชียลมีเดียกันเป็นจำนวนมาก เป็นเพราะอะไร ลองไปดูหน้าตาของหนุ่มนักกีฬากันดีกว่า คงทำให้สาวๆ ตาโตกันไม่น้อยเลยทีเดียว

ที่มาภาพ: http://news.sanook.com/gallery/gallery/1134025/297596/#view
ที่มาภาพ: http://news.sanook.com/gallery/gallery/1134025/297596/#view
  • ชอบบทความนี้ครับ ทำให้เห็นภาพเรื่องที่เกิดขึ้นในช่วงสัปดาห์ได้เข้าใจง่ายดี เพราะว่าช่วงที่ผ่านมาไม่มีเวลามานั่งไล่อ่านรายละเอียดข่าวเลย