“ยิ่งลักษณ์” ซ้อมใหญ่แถลงผลงาน “จุดยืนของเราไม่ถอยค่ะ” – เช็คเรตติ้งก่อนขึ้นสังเวียนจริง!

ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร
น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ที่มาภาพ: http://recgoodness.blogspot.com/2011/08/112.html

ถือเป็นธรรมเนียมปฏิบัติในทุกรัฐบาล ที่เมื่อบริหารประเทศมาครบรอบ 1 ปี จะมีการแถลงผลงานต่อรัฐสภาว่า 1 ปีที่ผ่านมานับตั้งแต่การแถลงนโยบายมีความคืบหน้าอย่างไร

นอกจากการนำเสนอผลงาน “โบว์แดง”แล้ว ในเวทีเดียวกันนี้ยังเปิดโอกาสให้สมาชิกพรรคฝ่ายค้าน และสมาชิกวุฒิสภา ได้ “ปะ ฉะ ดะ” กับ ผลงาน “โบว์ดำ” อย่างเต็มที่

รัฐบาลภายใต้การนำของ “ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร” ก็เช่นกัน!!!

ก่อน 23 สิงหาคมจะมาบรรจบครบรอบ 365 วันที่ “รัฐบาลปู” ออก “สตาร์ท”

“ยิ่งลักษณ์” อาศัยจังหวะในการสัมมนาพรรคเพื่อไทย ที่ อ.พัทยา จ.ชลบุรี ทำการ “ซ้อมใหญ่” ก่อนที่จะขึ้นสังเวียนจริง ภายใต้หัวข้อ “เพื่อไทย เพื่อประชาธิปไตย เพื่อชีวิตที่ดีขึ้นของคนไทย”

โดย “นายกฯ ปู” บอกกับสมาชิกพรรคเพื่อไทยว่า ระยะเวลาการทำงานของรัฐบาล 1 ปีนั้นถือว่าผ่านไปด้วยความรวดเร็ว และรัฐบาลเจอความ “ท้าทาย” หลายอย่าง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง “มหาอุทกภัย” ที่เข้ามาพิสูจน์ฝีมือของรัฐบาลตั้งแต่วันแรก

“วันแรกก็ยังบริหารประเทศไม่ได้ก็ลงพื้นที่ สิ่งที่เจอคือภาวะแรกของรัฐบาลเลย ยังไม่ได้ดูแลพี่น้องประชาชนก็ต้องมาเจออุทกภัย วันนั้นต้องเรียนท่านว่าเรารู้สึกเป็นความทุกข์ใจของคนทั้งประเทศ เป็นภาระอันหนักอึ้ง แบกไว้ สิ่งที่เราเจอบรรยากาศต่างๆ มาอีกทีน้ำก็เต็มแล้ว จะระบายทิ้งที่ไหนก็ไม่ได้ เพราะน้ำเต็มหมดแล้ว นี่คือสิ่งแรกที่เราเจอในตอนแรก”

ผู้นำรัฐบาลแจกแจงว่า สิ่งที่รัฐบาลต้องทำต่อไปคือ ลำดับที่สองก็คือการบริหารจัดการน้ำ โดยเฉพาะประตูระบายน้ำ เครื่องสูบน้ำ และพื้นที่แก้ม ไม่ได้อยู่ในความพร้อมที่จะรับมือกับอุทกภัยที่เกิดขึ้น

“ท่านคงจำได้ ประตูระบายน้ำ พอเจอมวลน้ำขนาดใหญ่ ประตูระบายพัง เครื่องสูบน้ำ ท่านคงจำได้ดี เห็นเต็มเลย แต่ใช้ได้เพียงสองตัว การระบายน้ำแม้ว่าพร่องน้ำในเขื่อนไประบายน้ำไปเจออะไรก่อน แก้มลิง แก้มลิงที่เป็นแหล่งเก็บน้ำของท่านไม่มีพื้นที่ระบายน้ำออก ก็ใช้วิธีการเก็บน้ำไว้ รวมถึงคูคลองต่างๆ ที่มีผักตบชวาและสิ่งกีดขวางต่างๆ ไม่สามารถระบายได้อย่างเต็มที่ เป็นเหตุให้น้ำล้นจากคลองและไปท่วมบ้านเรือนของประชาชน เราสั่งเครื่องสูบน้ำจนเต็มหมดแล้วทุกพื้นที่ ที่ขายอยู่ทั่วไปก็เล็กไป ก็นำเข้า เป็นมหาอุทกภัยที่เป็นกันทั้งภูมิภาค ท่านก็ทราบ เราก็พยายามจะช่วยเหลือพี่น้องประชาชน อาหารไม่ขาด แต่จุดกระจายสินค้าถูกปิด เพราะถนนขาด เข้าไม่ได้ ทำให้สินค้าต่างๆ ขาด นี่คือปัญหาที่เราเจอ”

แจงเหตุจัดการน้ำ ไม่เป็นเอกภาพ

“ลองคิดดูนะคะ ว่าสิ่งที่ท่านได้ฟังว่าการดำเนินการต่างๆ เกี่ยวกับการบริหารจัดการน้ำ ทำไมจึงไม่เป็นเอกภาพ เพราะเรายังไม่ได้เชื่อมข้อมูลในเรื่องเกี่ยวกับน้ำ และผลกระทบของการพยากรณ์อากาศด้วย หน่วยงานที่เกี่ยวกับน้ำมี 12 หน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องมากประมาณ 10 หน่วยงาม ก็ตั้งแต่กรมชลประทาน กรมทรัพยากรน้ำ กรมอุทกศาสตร์ กรมทรัพยากรน้ำบาดาล กรมพัฒนาที่ดิน กรมเจ้าท่า กรมทรัพยากรธรณี และสถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำและการเกษตร สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและกรุงเทพมหานคร แน่นอนค่ะ เอกภาพการฟื้นฟูของ 12 หน่วยงานที่จะต้องมาบูรณาการกัน และต้องทำงานพร้อมๆ กันเพื่อรวมข้อมูลที่จะเตือนภัยพี่น้องประชาชน ตรงนี้เป็นความยากลำบากเพราะว่าเราไม่สามารถจะแก้ได้ในเวลาทันที ข้อมูลจากส่วนใดส่วนหนึ่งไม่ตรง แน่นอนเราเอาออกแต่น้ำในเขื่อน ท่านต้องไปดูน้ำในคลอง ทำไมน้ำในคลองล้นหนัก เพราะว่าแนวคันกันน้ำรอบบริเวณฝั่งตะวันออกและตะวันตกของแม่น้ำเจ้าพระยา น้ำจากทะเลเข้ามา นี่คือสิ่งที่ต้องเรียนว่าเป็นอุปสรรค”

“ยิ่งลักษณ์” กล่าวถึงพื้นที่ป่าต้นน้ำว่า รัฐบาลจะเน้นการปลูกหญ้าแฝกและสร้างฝาย สร้างป่าชะลอน้ำ จำนวน 2,800 แห่ง เพื่อไม่ให้กระทบกับประชาชนในภาคเหนือตอนล่าง และภาคกลาง พร้อมทั้งดำเนินการฟื้นฟูในส่วนของแก้มลิงที่มีอยู่ และการซ่อมแซมประตูระบายน้ำทั้งหมด เพื่อให้สามารถเก็บกักได้ 5,000 ล้านลูกบาศก์เมตร รวมไปถึงนิคมอุตสาหกรรมที่มีการปรับการคมนาคมขนส่งเพื่อกระจายสินค้าด้วย

ย้ำพื้นที่หลังบิ๊กแบ๊กอยู่ในใจมาตลอด

“ดิฉันเองก็มีหลักในการที่จะระบาย พื้นที่ตอนปลายก็จะระบายน้ำอย่างเต็มที่ ขุดลอกคูคลอง ด้านกรมเจ้าท่า และการเร่งในการเปิดพื้นที่การระบายน้ำทั้งตะวันออกและตะวันตกด้วย สิ่งที่ผ่านมา ยกตัวอย่าง พื้นที่ชั้นนอกป้องกันเป็น 3 ชั้นเลย รวมไปถึงแหล่งเศรษฐกิจและแหล่งอุตสาหกรรม เราทำแบบนี้ทุกท่านอาจจะรู้สึกกังวลใจ โดยเฉพาะพื้นที่รอบนอกกรุงเทพมหานคร ยืนยันว่าการระบายทั้งตะวันออกและตะวันตก ผ่านคูคลองลงประตูระบายน้ำผ่านกรุงเทพมหานคร เราจะผ่านมันไป จุดติดตั้งต่างๆ ทั้งปทุมธานีและนนทบุรีอยู่ในใจดิฉันตลอดมา ที่เราเห็นน้ำพื้นที่หลังบิ๊กแบ๊กทั้งหมดจะถูกติดตั้งเครื่องสูบน้ำระบายน้ำ ทุกอย่างจะถูกนำขึ้นเว็บไซต์หมดภายใต้การบริหารงานของเรา”

“เรียนต่อว่าเรื่องของการยกระดับการป้องกัน อย่างเช่น ชั้นนอก ฝั่งตะวันออก เราจะตัดทางยกระดับตั้งแต่เขื่อนพระราม 6 มาตามแนวคลองระพีพัฒน์แยกใต้ คลอง 3 ฝั่งตะวันตกก็จะปรับปรุงคันน้ำยกระดับถนนบริเวณริมคลองและแม่น้ำท่าจีน จำได้ปีที่ผ่านมา กรณีที่น้ำไหลทะลักเข้ามาก็จะซ่อมแซมถนนเรียบคลอง ชั้นในเป็นชั้นที่มีแนวคันราชดำริ แล้วจะเสริมยาวต่อไปฝั่งตะวันออกชั้นใน และเสริมคันน้ำจากปากคลองตรงแถวประตูจุฬาลงกรณ์ คลอง 7 เลี้ยวมาตามถนนนิมิตใหม่ บรรจบกับแนวคันกั้นน้ำตามแนวพระราชดำริไปจนถึงคลองกิ่งแก้วนะคะ เราก็จะซ่อมแซมถนนริมคลอง ตามทางรถไฟ ต้องเรียนว่าภายในเดือนสิงหาเราจะมีเว็บไซต์ให้ทุกท่านเข้าไปดูผ่านซีซีทีวี และการวัดระดับน้ำในจุดที่สำคัญ”

ตั้งศูนย์ส่วนหน้าเฝ้าระวังทุกพื้นที่

“สิ่งที่จะปรับปรุงเพิ่มคือ การจัดการงบประมาณที่หลายท่านได้เห็น เช่น การตั้งคณะกรรมการ กตอ. เราจะทำงานรวมกับ ปภ. พื้นที่ เพราะหลายท่านจะเห็นว่าการจัดการอย่างต่อเนื่องเป็นสิ่งที่สำคัญ เราจะมีศูนย์ส่วนหน้า เราจะมีทุกจังหวัด ทั้งหมด รัฐบาลจะทำการตั้งศูนย์ส่วนหน้าไว้ทุกพื้นที่ โดยจะมีศูนย์ส่วนหน้าในการสั่งงานทั้งหมด วันนี้เราจะเริ่มในส่วนของน้ำต่อไปเราเริ่มกับทุกๆ อุทกภัย ประชาชนจะได้สบายใจ ภาวะปกติก็จะเป็นระดับนายอำเภอ ภาวะที่ร้ายก็จะเป็นระดับผู้ว่าราชการจังหวัด สุดท้ายก็จะเป็นนายกฯ ที่ผ่านมาท่านสมาชิกก็ได้รับเรื่องร้องเรียนจากพี่น้องประชาชนมาเยอะ ศูนย์นายกฯ อยู่ที่ไหน โรงพยาบาลมีเท่าไหร่ ก็เรียนให้ทราบว่าปลายเดือนสิงหาคมจะเปิดเว็บไซต์ ถ้าร่วมกันทำอย่างเต็มที่เราก็จะฝ่าอุปสรรคนี้ไปได้”

ที่มาภาพ: http://www.matichon.co.th/online/
ที่มาภาพ: http://www.matichon.co.th/online/

นอกจากเรื่องอุทกภัยแล้ว “ยิ่งลักษณ์” ยังบอกว่าปัญหาเศรษฐกิจหดตัวยังเป็นอีกเรื่องที่รัฐบาลต้องเผชิญ

“ไตรมาสสุดท้ายจะเห็นว่าเศรษฐกิจไทยเพิ่มขึ้น 0.1 รัฐบาลก็จะทำอย่างไรให้มันฟื้นตัวเร็วที่สุด ก็ขอเน้นย้ำว่าสัดส่วนการส่งออกและสัดส่วนที่อยู่ในประเทศก็ต้องการความแข็งแรงในประเทศ เพิ่มการกระตุ้นเศรษฐกิจภายในประเทศ เราจะทำอย่างไรให้ประชาชนทุกจังหวัดมีรายได้ดีขึ้น ลดค่าใช้จ่าย ตามนโยบายที่เรามี 16 นโยบายที่เราจะต้องทำให้เสร็จภายในวันที่ 3 สิงหาคม ก็จะเดินหน้าต่อไป เราจะตอบโจทย์นโยบายของพรรค ลดรายจ่าย ขยายโอกาส และก็สร้างรายได้ 3 สิ่งนี้เป็นสิ่งที่ต้องทำควบคู่กันไป”

“และต้องกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศ คิดว่าจะทำให้พี่น้องประชาชนมีรายได้ดีขึ้น คุณภาพชีวิตดีขึ้น และจะทำให้เศรษฐกิจดีขึ้น ตามที่คาดหวังไว้ที่ 5.5 % ก็ต้องฝากท่านสมาชิกทุกท่านในการเข้าไปร่วมทำงานและรับฟังแลกเปลี่ยนกับพี่น้องประชาชน รับฟังความทุกข์ยากของพี่น้องประชาชน และเป็นสิ่งที่พรรคให้ความสำคัญในการเข้าไปดูแล ต้องเรียนว่าเศรษฐกิจในประเทศต้องใช้เวลา การทำโครงสร้าง เน้นย้ำภาคการเกษตร จะทำอย่างไรให้เพิ่มพูน”

โอ่…ยอดนักลงทุนเพิ่ม

“กระทรวงอุตสาหกรรมเรียนว่า ยอดผู้ที่จะมาลงทุนเพิ่มขึ้น ณ วันนี้เราทำงานอยู่ 6 เดือน เป็นสิ่งที่น่าชื่นใจว่าระยะยาวจะมีผู้เข้ามาลงทุนในประเทศไทย และต้องเพิ่มประสิทธิภาพการลงทุนของคนไทย และต้องมองถึงการเปิดประชาคมอาเซียน หลายท่านก็คงจะคุ้นเคยคำนี้ดี แต่สิ่งที่เราจะทำต่อไปอีก 3 ปีข้างหน้าคือสร้างความแข็งแรง เตรียมความพร้อม ที่ผ่านมาได้มีโอกาสทำเวิร์กช็อปประเทศในอาเซียนแต่ละกระทรวง เราก็จะนำแต่ละกระทรวงไป และจะมาบูรณาการต่างๆ วาระเรื่องเศรษฐกิจ สังคม การเมือง และเรื่องของการพัฒนา แต่สุดท้ายเราจะมาทำตามจังหวัดด้วยนะคะ ท่านสมาชิกจะช่วยเราได้ในการที่จะรับฟังข้อเสนอต่างๆ จากประชาชน เพราะว่าถ้าเราเปิดการค้าเสรีแล้วในแต่ละจังหวัดต้องการพัฒนาอย่างไร สิ่งที่เราต้องเตรียมความพร้อม จากภาครัฐสู่ภาคเอกชน โดยการทำเวิร์กช็อปตามจังหวัด และทำงานร่วมกันระหว่างฝ่ายต่างๆ”

“วันนี้รัฐบาลได้รับการตอบรับในการเดินทางไปเยือนต่างประเทศ 17 ประเทศ เพราะรัฐบาลนี้ได้รับการยอมรับจากประชาชนและเลือกโดยประชาชน เรียนทุกท่านไว้ตรงนี้ด้วย โดยเฉพาะยุโรปที่เราไม่ได้เดินทางไปเยือนประมาณ 7 ปี ต่างชาติให้ความสนใจมาก การเคารพในเสียงของประชาชน เราให้ประเทศเดินไปภายใต้กรอบของนิติรัฐ ความเสมอภาคและยุติธรรมอย่างเท่าเทียมกัน นี่เป็นจุดที่จะเกิดเศรษฐกิจขึ้น เขาพร้อมจะมาลงทุนในประเทศไทย มั่นใจว่าจะได้รับความเสมอภาค ต้องเรียนว่าเราเดินหน้าและได้รับการตอบรับจากต่างประเทศ เพราะเราได้การยอมรับจากประชาชน ต้องขอขอบคุณท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร”

ยันจุดยืน รัฐบาลไม่ถอย

“ต้องเรียนว่าการเมืองปีนี้ ตัวดิฉันเองถือว่ามี 2 บทบาท บทบาทที่ 1 เป็นสมาชิกพรรคเพื่อไทย อีกบทบาทหนึ่ง คือ บทบาทของนายกรัฐมนตรี ที่ต้องดูแลประชาชนทั้งประเทศ เป็นทั้งความภูมิใจ เราต้องทำยังไงถึงจะประคองเรื่องของส่วนรวมให้มากที่สุด อาจจะมีหลายครั้งอาจจะมองในมุมมองว่ารัฐบาลนี้ตัดสินใจไม่ดี ตัดสินใจช้าบ้าง ถอยบ้าง เรียนยืนยันว่าจุดยืนของเราไม่ถอยค่ะ แต่ที่บอกว่าช้าหรือถอยนั้น ก็เพื่อลดความขัดแย้ง แต่ต้องการเห็นการมีส่วนร่วมและความมีประชาธิปไตยอย่างแท้จริงค่ะ”

“ในการทำงานการเมือง ดิฉันยึดหลักความสมดุล ถามว่าทำไมยึดหลักความสมดุล เพราะว่าเรามีหลายบทบาท แต่บทบาทที่สำคัญคือ เราต้องทำให้พี่น้องประชาชนมีความสุข จุดยืนที่เราสัญญาไว้กับพี่น้องประชาชนเราต้องดู จุดยืนเรื่องความเป็นประชาธิปไตย เราต้องทำก็คือเราจะทำอย่างไรเพื่อลดความขัดแย้ง อย่างที่บอก จุดยืนไม่ถอย แต่ถอยเพื่อลดความขัดแย้ง แต่จะเร่งเดินหน้าเพื่อสร้างความเข้าใจของพี่น้องประชาชน ต้องเรียนว่าการเมืองนี้ สิ่งที่เป็นเป้าหมายของทั้งพรรค และรัฐบาลก็เชื่อว่าเป็นเป้าหมายในการให้ประเทศเดินไปข้างหน้า การสร้างความสามัคคีปรองดองขึ้น ดิฉันคิดว่าวันนี้ไม่มีคนไหนในประเทศจะปฏิเสธ แต่วิธีการต่างหากที่เราจะต้องช่วยกันคิด เพื่อจะได้เดินหน้า เร่งให้พี่น้องประชาชนมีส่วนร่วม

“ถามว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญก็ดี ก็เปรียบเสมือนที่เราบอกว่าเราจะสร้างบ้านใหม่ด้วยกัน เราจะเดินไปด้วยกัน เราจะทำอย่างไร เราจะประคองความเข้าใจที่ตรงกัน เราอย่าลืมเป้าหมายว่าจะทำอย่างไรให้เกิดความเป็นประชาธิปไตย เกิดปรองดอง ต้องช่วยๆ กันเพื่อสร้างความมั่นใจ ดิฉันเพียงคนเดียวก็คงทำไม่สำเร็จ ถ้าไม่ได้รับความร่วมมือจากท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และพี่น้องประชาชนทั้งประเทศ เราจะพร้อมใจกัน”

บอกสร้างสมดุล ลดความขัดแย้ง

“สิ่งหนึ่งต้องเรียนว่า บทบาทของท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ดิฉันก็เป็น ส.ส. คนหนึ่ง ต้องเรียนว่าดิฉันต้องดูแลความรู้สึกของพี่น้องประชาชน เราควรทำความเข้าใจและชี้แจงต่อประชาชน แม้ทำงานบริหารก็อย่าลืมลงไปดูแลพื้นที่ ดูแลประชาชน ต้องมาประชุม และต้องร่วมกันทำงานในสภาเพื่อช่วยกันทำให้กลไกของสภา เป็นกลไกของประชาธิปไตย อันนี้ก็เป็นบทบาท ถ้าเราทำได้ดี การเลือกตั้งครั้งหน้าประชาชนก็จะไว้ใจเรา นี่คือสิ่งที่เราต้องทำต่อใช่ไหมคะ

“ดังนั้น ดิฉันก็ขอเรียนสรุปย่อๆ อยากเรียนท่านสมาชิกว่าการที่เราจะทำงานร่วมกัน การที่จะทำให้ประเทศเดินหน้าได้อย่างมั่นคงและสมบูรณ์ ดิฉันมองว่าสิ่งที่เราต้องทำด้วยกันก็คือมุ่งมั่นทำงานเพื่อรับใช้ประชาชน สร้างสมดุลเพื่อลดความขัดแย้ง สร้างความเข้าใจในการมีส่วนร่วม พร้อมกับก้าวไปข้างหน้าอย่างมั่นคงและถาวรต่อไปค่ะ”