กมธ.วุฒิสภา พร้อมใช้ พ.ร.บ.คำสั่ง เรียก รมว.พลังงาน แจงสัมปทานปิโตรเลียม – เข้าชื่อขอเปิดอภิปรายทั่วไปตาม ม. 161

ที่มาภาพ : http://vault.gotoknow.org
ที่มาภาพ : http://vault.gotoknow.org

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 26 กรฎาคม ที่ห้องรับรอง 2 อาคารรัฐสภา 2 มีการประชุมคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การศึกษาตรวจสอบเรื่องการทุจริตและการเสริมสร้างธรรมาภิบาล วุฒิสภา ที่มี น.ส.รสนา โตสิตระกูล ส.ว. กทม. เป็นประธาน มีวาระพิจารณาประเด็นการเปิดให้สัมปทานปิโตรเลียม ครั้งที่ 21 ของกระทรวงพลังงาน การประชุมครั้งนี้ไม่มีตัวแทนจากกระทรวงพลังงานเข้าชี้แจง โดย กมธ. ได้หารือกันถึงประเด็นดังกล่าว ซึ่ง น.ส.รสนาระบุกับที่ประชุมว่า กมธ. ได้ส่งหนังสือให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานตอบคำถามเพิ่มเติมจำนวน 7 ข้อ ประกอบด้วย

1. การคิดค่าภาคหลวงในอัตรา 5-15 เปอร์เซ็นต์ตามรายหลุมเจาะหรือคิดเป็นผลผลิตทั้งแหล่ง

2. ขอทราบขั้นตอนการตรวจสอบเพื่อทราบปริมาณปิโตรเลียมที่แท้จริงเพื่อใช้คำนวณค่าภาคหลวง

3. ขอรายละเอียดผลตอบแทนพิเศษของแต่ละแหล่งสัมปทานปิโตรเลียม ทั้งการให้สัมปทานครั้งแรกและการต่อสัมปทานปิโตรเลียม

4. การโอนหรือขายสัมปทานปิโตรเลียมให้บุคคลอื่นทุกรายการพร้อมราคา

5. เปรียบเทียบข้อแตกต่างของกฎหมาย กฎระเบียบในการให้สัมปทานปิโตรเลียม ทั้งการสำรวจและขุดเจาะของประเทศไทย กับประเทศพม่า กัมพูชา บรูไน อินโดนีเซีย มาเลเซีย โบลิเวีย และเวเนซูเอลา

6. มีกระบวนการตรวจสอบหรือพิจารณาการใช้ดุลพินิจหรือหลักเกณฑ์ที่มีธรรมาภิบาลมากน้อยเพียงใด

7. มีหลักเกณฑ์ที่ไม่ให้ผู้คืนสัมปทานปิโตรเลียมเดิมมาประมูลใหม่หรือไม่

ปูด อธิบดีซุ่มแก้ กม. ต่อสัมปทานแหล่งบงกช

ทั้งนี้ สิ่งที่ กมธ. ให้ความสนใจเป็นพิเศษคือ สัญญาสัมปทานปิโตรเลียมในแหล่งสิริกิติ์และแหล่งบงกช โดยเฉพาะแหล่งบงกชที่เป็นแหล่งปิโตรเลียมขนาดใหญ่ที่สุดในทะเล มีปริมาณกว่า 1 หมื่นล้านลิตรต่อปี กำลังจะหมดสัญญาสัมปทาน ซึ่งมีกระแสข่าวออกมาว่าจะมีการแก้กฎหมายเพื่อให้มีการต่อสัญญาสัมปทานอีก 10 ปี ทั้งที่บริษัทผู้รับสัมปทานเคยได้สิทธิการต่อมาแล้วครั้งหนึ่ง

ทาง กมธ. เห็นว่า การต่อสัมปทานดังกล่าวควรได้รับการทักท้วง เนื่องจากการเก็บผลประโยชน์ของการให้สัมปทานในแหล่งบงกชนั้นใช้รูปแบบ “ไทยแลนด์วัน” แหล่งปิโตรเลียมดังกล่าวควรจะเป็นของประเทศ มากกว่าให้มีการต่อสัญญาสัมปทานแล้วทำให้ประเทศชาติเสียประโยชน์

ม.ล.กรกสิวัฒน์ เกษมศรี เลขานุการ กมธ. กล่าวว่า แหล่งบงกชมีการต่ออายุสัมปทานไปแล้ว 10 ปี และตามกฎหมายบริษัทผู้รับสัมปทานไม่สามารถต่อสัญญาสัมปทานได้แล้ว แต่มีข่าวในหนังสือพิมพ์ว่าทางอธิบดีพยายามตั้งทีมเพื่อแก้กฎหมายต่อสัญญาสัมปทานอีก ซึ่งหลุมปิโตรเลียมนี้ยังสามารถนำปิโตรเลียมขึ้นมาได้อีกหลายปี ถ้าขึ้นมาแล้วเป็นของหลวงทั้งหมด ประเทศไทยสามารถที่จะลืมตาอ้าปากได้เลย เพราะถ้านำจำนวนน้ำมันดิบ 1 หมื่นล้านลิตร คูณ 20 บาท จะได้เงินจำนวนมากมายมหาศาล ดังนั้น แหล่งบงกชจึงควรที่จะมีการประมูลโอเปอเรเตอร์ (ผู้ผลิต) ผู้มาปฏิบัติมากกว่าผู้มาสัมปทาน เช่น ให้ ปตท.สผ. มารับทำตรงนี้โดยแบ่งไป 10 % ของมูลค่าจะดีกว่าหรือไม่ เพราะความเสี่ยงของการขุดเจาะน้ำมันจะอยู่ในช่วงแรกเท่านั้นว่าจะเจอปิโตรเลียมหรือไม่ ซึ่งที่ผ่านมา กมธ. ได้ขอเอกสารการให้สัมปทานจากกระทรวงพลังงานแต่ไม่เคยได้รับแต่อย่างใด

เล็งเปิดอภิปราย ม. 161

นายคำนูน สิทธิสมาน ส.ว.สรรหา ในฐานะ กมธ. ได้เสนอต่อที่ประชุมว่า กมธ. ต้องยืนยันให้นายอารักษ์ ชลธาร์นนท์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานมาชี้แจงต่อ กมธ. เพราะมีคำถามในเชิงนโยบายที่ข้าราชการประจำไม่สามารถที่จะตอบได้ ที่สำคัญคือปรัชญาการให้สัมปทานของประเทศไทยที่ยังไม่เปลี่ยนแปลงก็จะผิดไปตลอด ระบบคิดของการให้สัมปทานของประเทศไทยคือให้เพื่อการส่งออก 100 % คนไทยมีทรัพยากรของเราเกือบ 50 % แต่เป็นกรรมสิทธิของผู้ได้รับสัมปทาน โดยให้มีการเปิดขายไปต่างประเทศได้ทั้งหมด แต่เวลาเราซื้อจะซื้อเข้ามาในราคาตลาดโลกบวกค่าขนส่ง

อย่างไรก็ตาม การที่มีการชะลอสัมปทานรอบที่ 21 นั้น ควรจะมีการทบทวนรากฐานของการให้สัมปทานทั้งหมด ดังนั้น รมว.พลังงานต้องมาตอบ และเมื่อ รมว. ไม่มาตอบ กมธ. ต้องทำหนังสือยืนยันไปอีกครั้งหนึ่งว่าให้ รมว.พลังงานมาตอบต่อ กมธ. ในครั้งต่อไปในวันที่ 9 สิงหาคมนี้ ทั้งนี้หากไม่มา กมธ. จะใช้ พ.ร.บ.คำสั่งเรียกของคณะกรรมาธิการของสภาผู้แทนราษฎรและฯ พ.ศ. 2554 ในการเชิญ รมว.พลังงานมาชี้แจงต่อ กมธ.

นอกจากนี้ ในการเปิดสมัยประชุมสามัญทั่วไปนั้น ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 161 ได้เปิดช่องให้สมาชิกวุฒิสภาสามารถขอเปิดอภิปรายทั่วไปโดยไม่ลงมติได้ ซึ่งการให้สัมปทานปิโตรเลียมนั้นเป็นต้นทางของปัญหาทั้งหมดของประเทศ ถ้าสามารถปฏิรูปตรงนี้ได้ก็ปฏิรูปประเทศได้

ทั้งนี้มาตรา 161 บัญญัติว่า “สมาชิกวุฒิสภาจำนวนไม่น้อยกว่า 1 ใน 3 ของจำนวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของสมาชิกวุฒิสภา มีสิทธิเข้าชื่อขอเปิดอภิปรายทั่วไปในวุฒิสภาเพื่อให้คณะรัฐมนตรีแถลงข้อเท็จจริง หรือชี้แจงปัญหาสำคัญเกี่ยวกับการบริหารราชการแผ่นดินโดยไม่มีการลงมติ”

กรมเชื้อเพลิงฯ โต้ รัฐได้ประโยชน์ 55 %

อย่างไรก็ตาม ในวันเดียวกัน กรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ กระทรวงพลังงาน ได้เผยแพร่ ในเว็บไซต์ ซึ่งเป็นเว็บไซต์ของกรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ เพื่อชี้แจงการจัดเก็บรายได้ของรัฐที่ได้จากการให้สัมปทานปิโตรเลียม ที่มีการตั้งข้อสังเกตว่าได้รับในจำนวนเพียง 29.87 % (อ่าน“ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับรายได้ที่ประเทศได้รับจากการประกอบกิจการปิโตรเลียม”) ซึ่งน้อยกว่าที่ควรจะได้ โดยกรมเชื้อเพลิงธรรมชาติได้ยืนยันว่า รัฐได้รับจากการให้สัมปทานที่ 55 % จากรายรับสุทธิหลังหักค่าใช้จ่าย หรือคิดเป็นมูลค่าประมาณ 1.074 ล้านล้านบาท ขณะที่ผู้รับสัมปทานปิโตรเลียมทุกรายมีรายได้สะสมประมาณ 0.88 ล้านล้านบาท หรือคิดเป็นสัดส่วนกำไรของบริษัทผู้ประกอบการต่อรายรับสุทธิหลังหักค่าใช้จ่ายประมาณ 45 %

  • ก้าวไปให้ทันกับการเปลี่ยนแปลงในประเทศไทยวันนี้กมธ.วุฒิสภา พร้อมใช้ พ.ร.บ.คำสั่ง เรียก รมว.พลังงาน แจงสัมปทานปิโตรเลียม ? เข้าชื่อขอเปิดอภิปรายทั่วไปตาม ม. 161

  • thx

  • แหล่งพลังงานของชาติ ถ้าคนไทยไม่ทราบข้อมูลจะถูกรัฐบาลหมงเม็ด กินหัวคิวได้ แก้กฎหมายโดยประชาชนไม่ทราบข้อมูล ประชาชนต้องติดตามเรื่องการบริหารทรัพยากรต่าง ๆ ของรัฐ คณะรัฐบาลถ้าไม่ติดตามให้ทันจะโกงเชิงนโยบาย
    คนไทยฉลาดในบางเรื่อง แต่คนไทยฉลาดและรักษาผลประโยชน์ของชาติมีน้อย เก่งทะเลาะกัน ส.ส.สามัคคีขึ้นเงินเดือนตัวเอง ผลประโยชน์ของประชาชนด้านทรัพยากรธรรมชาติเข้าประเทศน้อย ไม่รักชาติแต่อยากบริหารราชการแผ่นดินเพื่อประโยชน์พวกพ้วง รักษาผลประโยชน์ที่บริษัทต่าง ๆ เสนอข้อแลกเปลี่ยนโดยคนไทยส่วนใหญ่ไม่ทราบข้อมูล
    ถ้าไม่มีคนไทยเสียสละมาแหกปากบอกคงไม่มีคนไทยที่ทราบข้อมูลที่แท้จริง ที่สำคัญให้คนไทยใช้ทรัพยากรธรรมชาติที่มีอย่างคุ้มค่า นำมาพัฒนาประเทศด้านต่าง ๆ รัฐบาลไทยต้องจัดสรรทรัพยากรอย่างคุ้มค่าด้วยทักษะต่าง ๆ เปลี่ยนแนวคิดด้านพัฒนาทรัพยากรแผ่นดินไทยแบบมาตรฐานของนานาประเทศในโลกเค้าทำกัน………
    อย่าง ม.ล.กรกสิวัฒน์ ท่านเสียสละออกมาอธิบายเรื่องทรัพยากรธรรมชาติของไทย เพราะท่านมีประสบการณ์ชีวิตทางด้านนีั ท่านลาออกจากงานหลาย ๆ อย่างเพื่อออกมาแสดงความคิดเห้น เพื่อให้คนไทยทุกคนทราบถึงทรัพยากรธรรมชาติของไทยด้านพลังงาน

  • ถึงเวลาต้องลงทุนทางเศรษฐกิจของชาติ ก็ใช้เงินลงทุนกู้ๆๆๆๆๆ เช่น กู้เพื่อป้องกันและช่วยเหลือน้ำท่วมทุกภาคของไทย
    “การจัดการลุมน้ำต่างๆ ” โครงการป้องกันน้ำท่วมปี 2555 กู้เป็นแสนล้านบาท
    คนไทยต้องทราบถึงทรัพยากรธรรมชาติที่ไทยมีอยู่ในประเทศ
    คนไทยนั้นไม่ถนัดทางด้านการอ่านภาษาอังกฤษ แต่ ส.ส.ไทยหลาย ๆ คนรักพรรคการเมืองมากกว่าชาติบ้านเมือง
    จริงไหมครับ….. หากไม่มีคนมาแหกปากลงเน็ตประจานข้อมูลทรัพยากรธรรมชาติ คนไทยส่วนใหญ่จะรู้หรือครับ
    ผมคนหนึ่งละที่โง่ อ่านภาษาอังกฤษไม่รู้เรื่อง แต่ติดตามข่าวสาวข้อมูล ให้บริษัทด้านพลังงานทั้งไทย ทั้งต่างชาติ
    มาขุดเอาทรัพยากรน้ำมันดิบ แก็สธรรมชาติ ทุก ๆ เอาไปๆๆๆ ให้หมดก่อนถึงจะเข้าใจว่า คนไทยมันไม่รักชาติบ้านเมือง
    แต่มันจะว่าคนไทย ไม่มีสมองคิด ๆๆๆๆๆ การนำทรัพยากรธรรมชาติมาใช้ให้เกิดประโยชน์คุ้มค่ากับประชาชนในประเทศ
    1)บริหารคน 2)บริหารทรัพยากรธรรมชาติ 3)บริหารชาติบ้านเมืองด้วยสติปัญญาและคุณธรรมจริยธรรม
    ทักษะต่าง ๆ แนววิธีมากมาย เพราะคณะรัฐบาลมีคนเรียนจบตั้งแต่ ป.ตรี ถึง ป.เอก
    ชาติบ้านเมืองมีทั้งคนโง่น้อย ถึงฉลาดมาก ๆ ทำยังไงให้คนไทยที่ประสบความสำเร็จในชีวิตแล้วกลับมาพัฒนาช่วยเหลือเกื้อกูลคนไทยด้วยกัน ที่มีโอกาสน้อยกว่าเรา เค้าเรียกว่า “การแบ่งปันความสุขกับคนไทยด้วยกัน”
    ข้าพเจ้าขออัญเชิญพระราชดำรัสของในหลวงและพระราชินี ให้คนไทยช่วยเหลือเกื้อกูลกัน เพื่อพัฒนาประเทศให้เจริญรุ่งเรือง. ขอขอบพระคุณที่ช่วยกันอ่านครับ

  • Kkk

    ใครที่กำลังต่อสู้เพื่อชาติขอให้คุณพระคุ้มครองด้วยครับ ผมว่าเรื่องนี้ถ้าไม่แรงช่วยจากประชาชน(ที่เข้าใจพอถึงสิทธิของคนในชาติ)
    คงหายไปกับอดีตเหมือนที่ผ่านมาอีกครั้ง…