ผลตรวจสอบกรีนพีซ “ขบวนการลักลอบทิ้งกากอุตสาหกรรม” นิคมอุตสาหกรรมบางปู

5 กรกฎาคม 2012

นายพลาย ภิรมย์ ผู้จัดการฝ่ายรณรงค์ประเทศไทย  กรีนพีซ  เอเชียตะวันออกเฉียงใต้

นายพลาย ภิรมย์ ผู้จัดการฝ่ายรณรงค์ประเทศไทย กรีนพีซ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้

เมื่อวันที่ 5 กรกฎาคมที่ผ่านมา กรีนพีซ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้แถลงข่าว ในหัวข้อ “ขบวนการลักลอบทิ้งกากอุตสาหกรรม” ปัญหาและทางออก โดยนำเสนอผลการวิเคราะห์ตัวอย่างกากอุตสาหกรรมอันตราย ซึ่งส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม สาเหตุ และอุปสรรคที่ทำให้การแก้ปัญหาล้มเหลว พร้อมข้อเสนอการแก้ไขปัญหาแบบบูรณาการ

นายพลาย ภิรมย์ ผู้จัดการฝ่ายรณรงค์ประเทศไทย กรีนพีซ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ กล่าวว่ากรีนพีซได้ลงพื้นที่เก็บตัวอย่างกากอุตสาหกรรมของนิคมอุตสาหกรรมบางปู จ. สมุทรปราการ ใน 3 จุด คือ 1. บริเวณลำรางน้ำสาธารณะหน้าบริษัทรับกำจัดกากอุตสาหกรรม บริษัท เวสต์ รีโคเวอรี่ เมเนจเม้นท์ จำกัด 2. รถขนสารเคมีที่ถูกตำรวจสภ. บางปูยึดไว้ และ 3.บริเวณบ่อกุ้งร้างหลังสภ.บางปู ใกล้ชายฝั่งอ่าวไทย

จากผลการวิเคราะห์ตัวอย่างสารเคมีและน้ำเสียนิคมอุตสาหกรรมบางปูพบว่า มีโลหะหนักบางชนิดในตัวอย่างน้ำ เช่น นิกเกิลและเหล็ก และพบสารอินทรีย์ระเหยง่าย ไดคลอโรมีเทน เบนซีน ทราน1-2ไดคลอโรเอทิลลีน ไดคลอโรมีเทน เอทิลเบนซีน สไตลีน เตตระคลอโรเอทธิลีน โทลูอีน ไตรคลอโรเอทิลลีน และไซลีน ซึ่งเป็นสารก่อมะเร็งและทำลายระบบประสาท ตับ และไต และมีการสะสมของโลหะหนักในตะกอนดินในปริมาณสูง ทั้งนิกเกิล สังกะสี เหล็กและโครเมียม ซึ่งแสดงถึงการสะสมปนเปื้อนมาเป็นเวลานาน

นายพลายกล่าวต่อว่าการลักลอบทิ้งสารเคมีและน้ำเสียที่เกิดขึ้นนั้น มีการดำเนินการเป็นขบวนการเป็นอาชญากรรมสิ่งแวดล้อมที่ยังหาตัวอาชญากรมารับผิดไม่ได้ แม้ว่าประเทศไทยมีกฎหมายหลายฉบับในการจัดการของเสียจากอุตสาหกรรม แต่ในความเป็นจริงยังมีช่องโหว่อีกมากในระบบที่ขาดการติดตามตรวจสอบว่าบริษัทที่ได้รับใบอนุญาตกำจัดของเสียนั้น ได้กำจัดของเสียอย่างถูกต้องตามกฎระเบียบที่กำหนดไว้หรือไม่ เพราะบางกรณีบริษัทผู้รับบำบัดกลับนำของเสียดังกล่าวไปทิ้งโดยไม่มีการบำบัดใดๆ เพื่อประหยัดค่าใช้จ่าย ทำให้ธุรกิจผิดกฎหมายดังกล่าวสามารถสร้างกำไรได้มหาศาล แต่สิ่งแวดล้อม แหล่งน้ำ ผืนดิน ที่เป็นสมบัติสาธารณะของทุกคนกลับถูกกระทำที่ไร้ความรับผิดชอบนี้

“กรีนพีซฯ เรียกร้องให้นิคมอุตสาหกรรมบางปูเข้ามารับผิดชอบในเรื่องนี้ เพื่อยุติขบวนการลักลอบทิ้งกากอุตสาหกรรมดังกล่าว เพราะมีหลักฐานชัดเจนแล้วว่าของเสียเหล่านั้น เป็นสารเคมีที่มีพิษซึ่งเป็นอันตรายต่อสิ่งแวดล้อมและประชาชน และรัฐบาลไม่ควรมีการใช้ประเด็นนี้เป็นข้ออ้างในการเปิดใช้โรงบำบัดน้ำเสียคลองด่าน เพราะนอกจากจะเป็นโครงการที่เกี่ยวข้องกับการทุจริตแล้ว การปล่อยน้ำจืดปริมาณมหาศาลลงสู่อ่าวไทยจะส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อระบบนิเวศทางทะเลอีกด้วย” นายพลายกล่าว

ทั้งนี้กรีนพีชฯ ยังเสนอแนวทางนโยบายต่อภาครัฐในการแก้ไขปัญหา 6 ข้อ (ดูเพิ่มเติมที่นี่) เกี่ยวกับการจัดการของเสียของกากอุตสาหกรรม รวมถึงกฎหมายที่เกี่ยวข้อง เพื่อไม่ให้ส่งผลเสียสิ่งแวดล้อม

ด้านนายธีรพล ชุนเจริญ นายกเทศมนตรีตำบลบางปู จ.สมุทรปราการ กล่าวว่าปัญหาดังกล่าวเกิดขึ้นมานานหลายปี สิ่งที่ชาวบ้านทำได้คือการเฝ้าระวัง คอยเป็นหูเป็นตาให้กับเจ้าหน้าที่รัฐ ไม่ให้ขบวนการลักลอบทิ้งกากอุตสาหกรรมนำของเสียมาทิ้งในพื้นที่สาธารณะ แต่วิธีการดังกล่าวถือว่าเป็นการแก้ปัญหาที่ปลายทาง แต่ชาวบ้านไม่สามารถทำอะไรได้มากกว่านี้ได้เพราะไม่มีอำนาจ ดังนั้นจึงขอให้เจ้าหน้าที่รัฐที่เกี่ยวข้องทำหน้าที่อย่างจริงจัง เพราะทุกวันนี้ก็ยังมีการลักลอบทิ้งสารเคมีอยู่ เพียงแต่อาจจะเปลี่ยนจากพื้นที่สาธารณะมาเป็นพื้นที่ของเอกชน ดังนั้นเพื่อแก้ไขปัญหานี้อย่างแท้จริง รัฐจะต้องหาผู้กระทำผิดมาลงโทษให้ได้ (ดูเพิ่มเติม)

เครือข่ายสังคม