เปิดรายงาน กนง. คงดอกเบี้ย “สงวนกระสุน” ตั้งรับเศรษฐกิจโลกทรุด

28 มิถุนายน 2012

2 สัปดาห์หลังจากคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ประชุมและมีมติตัดสินทิศทางนโยบายอัตราดอกเบี้ยทุกครั้ง ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) จะเผยแพร่รายงานการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงินฉบับย่อ ซึ่งเป็นความคิดเห็นของคณะกรรมการฯ โดยรวมให้สาธารณะชนรับทราบ เพื่อความโปร่งใส

ล่าสุดเมื่อวันที่ 27 มิถุนายน 2555 ธปท.ได้เปิดเผยรายงานการประชุมคณะกรรมการ (ฉบับย่อ) ของเมื่อวันที่ 13 มิถุนายน 2555 ซึ่งคณะกรรมการฯ มีมติให้คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 3%

ในรายงานฯ ระบุว่า คณะกรรมการฯ ประเมินว่า ความเสี่ยงด้านการขยายตัวทางเศรษฐกิจมากกว่าความเสี่ยงด้านเงินเฟ้อ โดยค่อนข้างเป็นห่วงสถานการณ์เศรษฐกิจโลก ที่มีความไม่แน่นอนสูง และประเมินว่ามีความเป็นไปได้มากที่สุดว่าสถานการณ์กลุ่มประเทศยูโรจะยืดเยื้อและเลวร้ายลงจากปัจจัยการเมืองและความอ่อนไหวของความเชื่อมั่น

ภายใต้สถานการณ์ดังกล่าว มีการหารือว่านโยบายการเงินควรผ่อนปรนเพิ่มเติมเพื่อรองรับความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้นหรือไม่ ซึ่งประเด็นสำคัญที่หารือคือ

1. แม้ความเสี่ยงจากเศรษฐกิจโลกเพิ่มขึ้น แต่ขณะนี้ผลกระทบจากเศรษฐกิจโลกไม่มากกว่าที่คาดไว้แล้ว และเศรษฐกิจไทยในภาพรวมยังแข็งแกร่งและมีแรงส่งเพียงพอที่จะกลับเข้าสู่ระดับศักยภาพภายในปีนี้ ขณะที่แรงกดดันเงินเฟ้อแผ่วลงแต่ก็ยังมีอยู่จากการฟื้นตัวที่เข้มแข็งของเศรษฐกิจในประเทศ โดยประมาณการอัตราเงินเฟ้อในระยะข้างหน้ายังอยู่สูงกว่าค่ากลางของเป้าหมายนโยบายการเงิน

นอกจากนี้ กรรมการบางคนมีข้อสังเกตว่า เศรษฐกิจบางภาคกำลังประสบปัญหาขาดแคลนทรัพยากรด้านการผลิต (supply constraints) ทั้งวัตถุดิบและแรงงาน ซึ่งปัจจัยดังกล่าวประกอบกับการคาดการณ์เงินเฟ้อของประชาชนที่ยังอยู่ในระดับสูงกว่าปกติ จะทำให้การส่งผ่านของต้นทุนไปยังราคาสินค้าและบริการยังมีอยู่

2. ภาวะการเงินในปัจจุบันอยู่ในระดับผ่อนคลายเพียงพอต่อความจำเป็นของเศรษฐกิจอยู่แล้ว สะท้อนจากสินเชื่อภาคเอกชนที่ขยายตัวได้ดีต่อเนื่อง และอัตราดอกเบี้ยระยะยาวที่แท้จริงที่อยู่ในระดับต่ำ ซึ่งเอื้อต่อการลงทุน

แต่กรรมการบางท่านยังมีข้อสังเกตว่า ต้นทุนทางการเงินไม่ได้เป็นอุปสรรคที่สำคัญต่อภาคธุรกิจในขณะนี้ โดยเฉพาะเมื่อเทียบกับข้อจำกัดด้านอุปทานของปัจจัยการผลิต

3. โอกาสที่เศรษฐกิจโลกอาจเลวร้ายลงมากยังมีอยู่ จึงควรจะ “สงวน” ศักยภาพในการดำเนินนโยบายดอกเบี้ยเอาไว้ก่อน และรอดูความชัดเจนของความเสี่ยงของเศรษฐกิจในระยะต่อไป

จากทั้ง 3 ประเด็นดังกล่าว ทำให้คณะกรรมการฯ มีมติเป็นเอกฉันท์ให้คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ร้อยละ 3.0 ต่อปี โดยจะติดตามพัฒนาการของเศรษฐกิจโลกอย่างใกล้ชิด และพร้อมที่จะปรับนโยบายการเงินตามสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลง

ทั้งนี้ แม้คณะกรรมการฯ จะประเมินว่า แนวโน้มเศรษฐกิจโลกที่อ่อนแอลง จะทำให้การส่งออกในช่วงที่เหลือของปี 2555 แผ่วกว่าประมาณการเดิม (รายงานแนวโน้มเงินเฟ้อเดือนพฤษภาคม 2555 ประมาณการส่งออกขยายตัว 9.2%) แต่ยังคงประมาณการเศรษฐกิจหรือจีดีพีทั้งปี 2555 ขยายตัว 6% เท่ากับประมาณการในการประชุมครั้งก่อน

รายละเอียดรายงานคณะกรมการนโยบายการเงิน (ฉบับย่อ)

เครือข่ายสังคม