“คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช” ปฏิบัติการ “หยุด” พ.ร.บ.ปรองดอง ทำลมพัดหวน พธม. – ปชป. เทหมดหน้าตัก ต้าน กม. “ฮิตเลอร์”

9 มิถุนายน 2012

คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช

คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช

“พ.ร.บ.ว่าด้วยการเงินตามมาตรา 143 ของรัฐธรรมนูญหรือไม่?”

“บรรจุวาระประชุมชอบด้วยข้อบังคับหรือไม่?”

เป็นสองคำถามที่พรรคฝ่ายค้าน นำโดยพรรคประชาธิปัตย์ ถามไปยัง “สมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์” ประธานสภาผู้แทนราษฎร ในระหว่างการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ว่าด้วยความปรองดองแห่งชาติ พ.ศ. …. เมื่อวันที่ 30-31 พฤษภาคม 2555

กลายเป็น “ชนวนเหตุ” สำคัญที่ทำให้เกิดความวุ่นวายในการประชุมสภาผู้แทนราษฎรเวลาต่อมา

ภาพของผู้ทรงเกียรติในสภาตะโกนโห่ร้อง การบุกขึ้นประชิดตัวเพื่อเชิญให้ประธานสภาลงจากบัลลังก์ การลากเก้าอี้ประมุขฝ่ายนิติบัญญัติออกจากที่ตั้ง รวมไปถึงการขว้างปาสิ่งของเข้าใส่ผู้ทำหน้าที่ประธานในการประชุม ทำให้สังคมที่ได้รับรู้ต่าง “ช็อค” กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

ด้วยเพราะ “ผู้ก่อการ” เป็นสมาชิกของพรรคประชาธิปัตย์ ที่ถือเป็นสถาบันทางการเมืองที่มีความเก่าแก่และมีความเป็นอนุรักษ์นิยมสูง

แม้ว่าเหตุการณ์จะผ่านมาระยะหนึ่ง แต่การวิพากษ์วิจารณ์ยังไม่จางหายไป “คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช” ประธานสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของพรรคประชาธิปัตย์ เปิดห้องทำงานที่อาคาร “100 ปี เสนีย์ ปราโมทย์” ไขข้อข้องใจกับ “สำนักออนไลน์ข่าวไทยพับลิก้า” ว่า อะไรที่ทำให้พรรคประชาธิปัตย์ถึงต้องเล่นเกมแรงถึงเพียงนี้

ไทยพับลิก้า : ในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมาเกิดอะไรอะไรขึ้นกับพรรคประชาธิปัตย์

ที่จริงเกิดขึ้นตลอดเวลา เพียงแต่ว่าสัปดาห์ที่ผ่านมา มีเรื่องที่เข้าสภาที่มีความอ่อนไหว มีความสำคัญต่อประเทศชาติประชาชนและสถาบัน จึงทำให้การปฏิบัติหน้าที่ของ ส.ส. ยกระดับความรู้สึกและความรุนแรงต่อการอภิปราย พวกเราก็พูดกันด้วยความรู้สึกที่เป็นห่วง ขณะเดียวกันผู้ที่ทำหน้าที่เป็นประธานจะได้รับคำสั่งจากใครหรือไม่เราไม่ทราบ แต่ประธานจะปฏิบัติตัวที่ไม่เป็นกลางมากๆ แม้ประธานจะเป็นสมาชิกของพรรคเพื่อไทยก็ตาม แต่ว่าเมื่อเป็นประธานแล้วก็ต้องเป็นประธานที่เป็นที่เคารพ แต่พฤติกรรมของประธานต่อการอภิปรายของสมาชิกพรรคก็จะถูกปฏิบัติในลักษณะห้ามไม่ให้พูดด้วยทั้งวาจาและการกระทำ ซึ่งพวกเราก็รับไม่ได้

ที่ผ่านมาจะสังเกตกันว่าถ้าไม่ใช่คุณสมศักดิ์ (เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภาและประธานสภาผู้แทนราษฎร) ทำหน้าที่ในที่ประชุมก็จะไม่มีปัญหา เพระท่านใช้อำนาจรวบรัด ตัดตอน กินรวบ ในการลงคะแนน แม้กระทั่งการอภิปรายก็รวบรัดตัดตอนโดยใช้เสียงข้างมาก พวกเราก็อัดอั้นสะสมกันมา ถึงเวลานั้นก็เลยระเบิด ในความรู้สึก ทีนี้อยู่ในสภาทำอะไรไม่ได้ นอกจากแสดงออกให้ท่านประธานรู้ตัวว่าท่านทำอย่างนี้กับพวกเราไม่ได้ พูดก็แล้ว ยกมือก็แล้ว ท่านก็ไม่อินังขังขอบ เลยเดินขึ้นไปบนบัลลังก์ ซึ่งเป็นเหตุการณ์ที่ไม่มีใครคาดคิด ไม่มีใครอยากให้เกิด ถ้ามันไม่ถึงสุดๆ จริงๆ

ไทยพับลิก้า : อะไรที่ทำให้พรรคประชาธิปัตย์ที่เป็นสถาบันทางการเมืองที่เก่าแก่ต้องเล่นเกมแรงขนาดนี้

มันไม่ใช่ว่าเรามาเล่นเกมแรง แต่เป็นเรื่องที่เรายอมไม่ได้ที่จะให้ผ่านกฎหมายที่เป็นอันตรายต่อประชาชน ต่อชาติบ้านเมือง ต่อสถาบัน เรายอมไม่ได้ (เน้นเสียง) เหมือนเขาก็ยั่วยุ อีกนัยหนึ่งเขาก็รู้ว่าเราไม่ให้ และเราก็ต้องทำทุกวิธีทางเพื่อให้หยุดหรือสกัดกฎหมายที่ทำร้ายประเทศชาติ ถ้าเราไม่ทำเขาก็จะได้ใจและเดินหน้าต่อไปอย่างไม่หยุดยั้ง เราอภิปรายด้วยเหตุด้วยผลและกฎหมายฉบับนี้เป็นกฎหมายที่ล้างผิดทั่วประเทศ และยังจะคืนเงินให้ผู้กระทำผิดคนที่โกงบ้านโกงเมือง จะยกโทษให้กับคนเผาบ้านเผาเมือง มันไม่ได้

ช่วง 10 กว่าปีที่ดิฉันเป็น ส.ส. ครั้งนี้เป็นครั้งแรกในชีวิตที่ต้องประท้วงในสภาเพราะถูกประธานบังคับ เนื่องจากว่าถ้าไม่ประท้วงจะไม่ให้พูด ดิฉันก็ยกมือว่าไม่ประท้วงแต่ขอพูด ท่านก็ไม่มองมา ในที่สุดท่านก็พูดว่าไม่ประท้วงพูดไม่ได้ ดิฉันบอกอย่างนั้นประท้วง เพื่อจะขออธิบายให้ท่านประธานทราบว่าเป็นกฎหมายการเงิน และประการที่สอง ฝากประธานไปเรียนกับ พล.อ.สนธิ (บุญยรัตกลิน ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคมาตุภูมิ ในฐานะผู้เสนอกฎหมาย) ว่าคิดดีแล้วใช่หรือไม่ที่เคยล้มรัฐธรรมนูญ (รธน.) ปี 40 มาแล้ว ยังจะล้ม รธน.50 อีก

ไทยพับลิก้า : ปฏิกริยาจากภายนอกมองเข้ามา พรรคประชาธิปัตย์ได้หรือเสียมากกว่ากัน

เออ…อยู่ที่คนมองนะคะ แน่นอนที่สุดฝ่ายรัฐบาลเขาก็ต้องว่าไม่ดี คนข้างนอกที่เขาไม่ติดตามตลอดเขาจะรู้สึกว่าพฤติกรรมอย่างนี้ไม่ควรจะเกิด สำหรับผู้ที่ติดตามบางคนก็บอกว่าน้อยไป ใช่ไหมคะ มันก็มีหลายกลุ่มที่เรารับฟังความคิดเห็น แต่สำหรับเราเองเนี่ย เรามองว่าเราไม่มีทางเลือกที่เราจะต้องแสดงให้ประธานทราบว่าเราไม่เห็นด้วยอย่างจริงจังเพื่อที่จะสกัดไม่ให้นำกฎหมายจอมปลอมฉบับนี้เข้าสู่สภา ซึ่งจะทำร้ายทั้งประชาชน ชาติ และสถาบันอย่างย่อยยับ รวมถึงระบบนิติรัฐและนิติธรรมของประเทศก็จะสูญสิ้นไปอย่างสิ้นเชิง เรายอมไม่ได้ จากการกระทำของเรา ถ้าจะมีคนตำหนิเราบ้าง ก็ต้องให้เข้าใจว่าเราอาจจะเสียภาพพจน์ในแง่ว่าเขาคาดหวังกับคนพรรคประชาธิปัตย์มาโดยตลอดแล้วมาเห็นอย่างนี้ เราต้องเรียนเลยว่าแม้จะมีคนเสียดายและเสียใจ เราเองก็เสียใจ แต่ยังดีกว่าที่ให้กฎหมายที่จะทำลายบ้านเมืองเข้าสู่สภา

ไทยพับลิก้า : ภาพความรุนแรงส่งผลให้กลุ่มทุนของประชาธิปัตย์ถอนการสนับสนุนหรือไม่

ถอนทุนหรือถอนการสนับสนุน (หัวเราะ) ก็อย่างที่บอกว่ามีคนจำนวนหนึ่งว่าทำน้อยไป ที่เราแสดงออกอย่างนี้ยังน้อยไปด้วยซ้ำ ต้องทำรุนแรงกว่านี้ อีกกลุ่มหนึ่งคิดว่า เอ๊ะ…ภาพพจน์เราดีๆ ทำไมจะมาทำอย่างนี้ในสภา เขาอาจจะไม่สบายใจ แต่เมื่อแฟนเราผู้สนับสนุนเราเขาเข้าใจเหตุการณ์ ถ้าเขาเข้าใจเราแล้วเขาก็จะกลับมาสนับสนุนเราอย่างเดิม ส่วนฝ่ายตรงข้ามเราไม่ต้องพูดถึง แต่ว่าเราก็ไม่เคยเผาบ้านเผาเมือง ไม่เคยที่จะไปสั่นคลอนสถาบัน ไม่เคยเอาคนเสื้อแดงมากดดันใคร

ไทยพับลิก้า : ประวัติศาสตร์ของพรรคประชาธิปัตย์เคยเกิดเหตุการณ์ในทำนองนี้มาก่อนหรือไม่

รุนแรงในสภา เท่าที่ศึกษาไม่เคยมี แต่ว่าก็มีการอภิปรายกันอย่างรุนแรง ใช้วาจา ใช้การพูดจา เพราะคนประชาธิปัตย์พูดเก่ง ใช้วาจาเชือดเฉือน (หัวเราะ) จนมีคำที่เขาเรียกท่านชวน (หลีกภัย ประธานสภาที่ปรึกษาพรรคประชาธิปัตย์) เป็นใบมีดโกนอาบน้ำผึ้ง อันนั้นเป็นบุคลิกพรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งขณะนี้คน ปชป. ยังพูดเก่งอยู่ แต่เนื่องจากประธานไม่เปิดโอกาสให้สมาชิกพูด ฝ่ายนู้นก็ยังประท้วงจนเราเสียสมาธิ

ไทยพับลิก้า : ดูเหมือนท่าทีของพรรคประชาธิปัตย์ในสภาสอดรับกับการเคลื่อนไหวของกลุ่มพันธมิตรฯ นอกสภา

ต้องย้อนประวัติศาสตร์เล็กน้อย เรากับพันธมิตรฯ แม้ตอนที่เรารณรงค์ต่อต้านรัฐบาลหรือสิ่งต่างๆ ในอดีตมีหลายประเด็นเราก็คิดเหมือนกัน มีหลายประเด็นเราก็คิดไม่ตรงกัน อันนั้นก็เป็นธรรมชาติ แต่ว่าเหตุการณ์ครั้งนี้ ถ้าฟังจากเสียงของพันธมิตรฯ เขาพูดไว้นานแล้ว มีแถลงการณ์ออกมาหลายฉบับว่าถ้าเมื่อไหร่มีกฎหมายที่ทำลายบ้านเมืองเข้าสภา เมื่อนั้นเขาจะออก ดังนั้นเมื่อมีการนำกฎหมายปรองดองเข้าสภาเขาก็ออกในทางของเขา

คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช

คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช

ส่วนของเรา (เน้นเสียง) เราไม่ได้ตั้งเป้าว่าเราจะทำอะไรเมื่อไหร่กับใครในสภา เพราะว่าเราทำหน้าที่ ส.ส. ของเราในสภามาโดยตลอด จะสังเกตว่าเราอภิปรายร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญจนดึกจนดื่นตั้งแต่เช้ามืดตลอด 15 วันที่มีการเปิดประชุม ก็ไม่เห็นมีพันธมิตรฯ หลากสี หรือใครมาสนับสนุนการกระทำของเรา เพราะความคิดของเขาคิดว่ายังไม่ถึงเวลา แต่สมาชิกพรรคประชาธิปัตย์อยู่ในรัฐสภา เชื่อมั่นในระบบรัฐสภา เราก็ทำหน้าที่ของเราในรัฐสภาอย่างเต็มที่เต็มความสามารถตลอดเวลา นี่ขึ้นอยู่กับว่าคนที่ดูอยู่คิดอย่างไร เราก็ให้เกียรติท่านสามารถคิดได้

ไทยพับลิก้า : ถูกมองว่าคัดค้านการสร้างความปรองดองในบ้านเมือง

หลายคนยังไม่เคยเห็นกฎหมาย และหลายคนคิดว่า เอ๊ะ…เขาจะปรองดอง แล้ว ปชป. ทำไมถึงจะมาคัดค้าน นี่คือส่วนที่เราเป็นห่วงและเราหนักใจว่าเรามาคัดค้านไม่ให้กฎหมายฉบับนี้เข้าสภาอย่างเต็มกำลังความสามารถ เพราะเรามองเห็นแล้วว่าเนื้อหาของกฎหมายฉบับนี้คือการทำลายสถาบันโดยสิ้นเชิง พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ทรงใช้อำนาจฝ่าย 3 สถาบัน คือ บริหาร นิติบัญญัติ และตุลาการ คำตัดสินทุกอย่างอยู่ภายใต้พระปรมาภิไธยทั้งนั้น เขารวบ 2 อำนาจ คือ บริหารและนิติบัญญัติที่มีเสียงข้างมากไปได้แล้ว ถ้าเขารวบได้ทั้ง 3 อำนาจเท่ากับว่าเขากุมประเทศชาติได้เลย เพราะฉะนั้น เมื่อเขามีอำนาจแล้วจะชี้นกเป็นไม้ยังได้เลย หลายคนบอกว่าเขาสามารถจ้างผีโม่แป้งได้ ทำอะไรก็ได้แล้วต่อจากนี้

ถ้ากฎหมายฉบับนี้ผ่าน เท่ากับว่าตุลาการนี้ก็หมดความหมาย เพราะเขาจะล้มล้างคำพิพากษาของศาลด้วยไม่ว่าจะอยู่ขั้นตอนไหน เปรียบเสมือนไม่มีความผิด คือล้างหมดเลย แล้วที่ยึดเงินเขาไป 4.6 หมื่นล้าน ศาลก็พิจารณาและเขาก็สู้คดีทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว มีจำนวนเงินทุกอย่างว่าคุณได้มาโดยมิชอบ หรือได้มาโดยใช้ตำแหน่งอำนาจหน้าที่โกงเงินเหล่านี้มา เขาเลยยึดไว้ ไม่ใช่เงินของคุณแต่เป็นเงินที่คุณโกงไป และตอนที่พิจารณาเรื่องยึดทรัพย์ก็มีทนายความของเขาเอาเงินถุงขนม 2 ล้านไปทำหล่นที่ศาล แต่ถูกจับได้ก่อน เขาทั้งสู้และซื้อ ใครซื้อได้ซื้อหมด ทำทุกอย่างเพื่อกดดันไม่ให้เขาต้องรับโทษ แต่กฎหมายฉบับนี้จะล้างเขาหมดเลย เป็นคนขาวผุดผ่องบริสุทธิ์ ไม่เคยมีความผิดมาก่อน

เหตุผลนี้จึงทำให้เรายอมไม่ได้ เราเป็นตัวแทนของประชาชน รู้ว่าจะเกิดภัยพิบัติ เกิดสึนามิ ในสภาจะถล่มทำลายล้างเมืองขณะนี้เราอยู่เฉยไม่ได้ เราคว้าได้อะไรเราต้องคว้าทำไปก่อนให้หยุดให้ได้

ไทยพับลิก้า : อะไรทำให้ผู้ใหญ่ของพรรคประชาธิปัตย์ ไม่เว้นแม้แต่คุณชวน ร่วมขึ้นเวทีปราศรัยที่ลานคนเมืองด้วย

ใช่…เราประกาศจุดยืนชัดเจน และจุดยืนสุดท้ายเลยนะคะ การรณรงค์การสู้อย่างสุดความสามารถครั้งนี้ไม่ได้มีเป้าหมายเพื่อที่จะล้มล้างรัฐบาลเลย รัฐบาลก็ยังอยู่ เพียงแต่เราล้มล้างกฎหมายฉบับนี้ที่จะทำลายนิติรัฐ นิติธรรม สถาบัน ที่พูดถึงสถาบันหลายครั้งเพราะในกฎหมายเขาพูดว่าการกระทำใดๆ หรือผู้ใดที่ได้ทำในช่วงวันที่ 15 กันยายน 2548 – 10 พฤษภาคม 2554 ในช่วงนั้นไม่ว่าใครจะขึ้นเวทีปราศรัยหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ ปราศรัยว่าจะทำให้กรุงเทพฯ เป็นทะเลเพลิง การเผาเซ็นทรัลเวิลด์ เผาศาลากลางจังหวัด 4 แห่ง เผาแบงก์กรุงเทพ 38 แห่ง จะถูกลบล้างไปหมดเลย แล้วประชาชนทนได้หรือคะ คุณขโมยของเล็กๆ น้อยๆ คุณยังต้องเข้าไปนั่งในคุก คุณจะเอาไหมคะ กฎหมายอย่างนี้

ไทยพับลิก้า : พรรคประชาธิปัตย์เทหมดหน้าตักกับการต่อต้านครั้งนี้

หมดหน้าตักหรือยังก็ยังพูดไม่ได้ แต่เราอาจจะมีอะไรอีกเยอะ แต่เราทำเต็มที่สุดความสามารถเท่าที่โอกาสและเงื่อนไขที่เราจะทำได้ เราเองเราสู้ขณะนี้แล้วไม่พอ ต้องการความร่วมมือจากประชาชนทุกหมู่เหล่า เสื้อแดงจะมาร่วมก็ได้ เพราะเสื้อแดงก็มีกลุ่มหนึ่งที่เขาเข้าใจ เขาไม่พอใจทักษิณที่ถีบหัวเขาส่ง ว่าคุณแจวเรือมาถึงท่าแล้วเราไม่ต้องการเราจะขึ้นเขา ถ้ากลุ่มเสื้อแดงเหล่านั้นจะมาร่วม คือเป็นคนไทยน่ะค่ะ เราต้องการคนไทยทุกหมู่เหล่าให้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้ ให้เข้าใจกฎหมายก่อน เมื่อเข้าใจแล้วคุณคิดเองว่าคุณรับได้ไหม ถ้ามีกฎหมายนี้แล้วถ้าเราจะฆ่าคนตาย เราไปปล้นใครก็ทำได้ เมื่อมามีอำนาเราก็จะออกกฎหมายล้างผิดให้คุณหมด แล้วบ้านเมืองจะอยู่อย่างไรไม่ขื่อไม่มีแป

ไทยพับลิก้า : ก่อนหน้านี้กลุ่มพันธมิตรฯ ขับไล่รัฐบาลคุณอภิสิทธิ์ แต่วันนี้สถานะระหว่างพันธมิตรกับพรรคประชาธิปัตย์คืออะไร

คือ…ความคิดของคนต่างๆ เนี่ย เขาเห็นว่าเราทำไม่ดีเขาก็ขับไล่ได้ เขาก็ตำหนิวิพากษ์วิจารณ์ได้ เพราะเราเป็นนักการเมือง เราทำอะไรไปเราทำเพื่อประชาชน แต่ว่าประชาชนบางกลุ่มเขาอาจจะไม่เห็นด้วย เขาตำหนิได้ก็ไม่ได้ผิดอะไร แต่วันนี้เรามีศัตรูประเทศร่วมกันเลยคิดตรงกันไง เราไม่เอาตัวตนแล้ว เราเอาบ้านเมืองเป็นหลัก คุณจะมีโกรธแค้นกับใครมามันไม่สำคัญ

ไทยพับลิก้า : คุณหญิงเป็นคีย์แมนสำคัญในการฟื้นความสัมพันธ์ในครั้งนี้

เอาอย่างนี้ (ยิ้ม) คือรู้จักกันทั้งนั้น และก็กลุ่มอื่นๆ ก็รู้จัก และในตัวตนของดิฉันเองเป็นคนที่เข้ากับคนได้ทุกกลุ่มทุกหมู่เหล่าอยู่แล้ว เราปลูกต้นไม้ให้แผ่นดินไทยมา 26 ปี ทั้งดินถึงฟ้าเนี่ยคือสนองพระราชปณิธานของท่านหลายอย่าง และทำให้ประชาชนก็มาก ฉะนั้นก็จะรู้จักตั้งแต่ดินถึงฟ้า เป็นคนบ้านนอกมาอยู่เมืองก็รู้จักทั้งคนบ้านนอกและคนเมือง กลุ่มไหนก็ตาม เราเลยรู้จักดี ไม่เคยทำให้ใครเจ็บช้ำน้ำใจ ถ้าจะพูดว่าเป็นคนประสานสิบทิศก็อาจจะมากไปนิดนึง (หัวเราะ) แต่คล้ายๆ ว่าเราพูดได้หมดกับทุกคน

ไทยพับลิก้า : สถานการณ์การเมืองนอกสภาจะรุนแรงเหมือนช่วงเวลาก่อน 19 ก.ย. 49 หรือไม่

ถ้าเขาไม่ถอย และเขาเอาจริงเนี่ยนะคะ คิดว่าจะมากกว่านั้นอีก ขึ้นอยู่กับว่าประชาชนเข้าใจแค่ไหน ประชาชนเอาด้วยหรือไม่ก็จะออกมาค่ะ ปฏิวัติหรือไม่นั่นอีกเรื่องหนึ่ง ไม่มีใครพูด แต่เขาสร้างสถานการณ์ขึ้นมาเอง ส่วนสถานการณ์วันนี้ตอนนี้ ถ้าถึงวินาทีนี้ทางพรรคเพื่อไทยเขาลุยต่อเขาสู้ โดยเฉพาะการพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญวาระ 3 เข้า เพราะอย่างไรเขาก็โหวตผ่าน แต่แน่นอนที่สุดหากเขาเอาเข้าในสภาเราก็ต้องคัดค้าน

สรุปง่ายๆ คือ รธน. ปี 50 เขาให้แก้ไขได้ แต่เขาไม่ได้ให้ร่างขึ้นมาใหม่ทั้งฉบับ และเป็นฉบับทรพี คือเกิดมาแล้วก็ฆ่าแม่ ดิฉันไม่เห็นด้วย ในลักษณะที่ไม่รู้ว่า รธน. ฉบับใหม่จะนำพาประเทศไปสู่การปกครองแบบอะไร จะเป็นแบบประธานาธิบดี จะไม่มีเจ้า หรือเจ้าจะต้องมาปฏิญาณตนต่อสภา ศาลก็ต้องสภาตั้ง คือเรื่องเหล่านี้เขาพูดไว้ล่วงหน้า ทำให้เราเป็นห่วงมากว่าถ้าปล่อยให้เขาร่าง รธน. ฉบับใหม่ได้ เขาคงปู้ยี่ปู้ยำองค์กรต่างๆ ตามใจชอบ

จริงๆ แล้วการร่างกฎหมายที่ตามใจตัวเนี่ยก็เหมือนกับฮิตเลอร์ (อดอล์ฟ ฮิตเลอร์ ผู้นำพรรคนาซี) ซึ่งเคยทำมาแล้ว เยอรมันเขามีประสบการณ์และเราไปเรียนรู้จากเยอรมันว่าปล่อยไว้อย่างนี้ไม่ได้ ฮิตเลอร์มาจากการเลือกตั้ง ตอนหลังมาออกกฎหมายทำอะไรทั้งหมด แต่ว่าสรุปง่ายๆ คือ ฮิตเลอร์แทรกแซงศาล แทรกแซงสื่อ และทำลายฝ่ายตรงกันข้าม ตอนนี้เหมือนเขาก็กำลังจะแทรกแซงศาล รวมไปถึงสื่อหลักที่มีประจักษ์พยานว่าสื่อหลักของประเทศตอนนี้จะไม่นำเสนอสิ่งไม่ดีของรัฐบาลเลย และทำลายฝ่ายตรงกันข้าม เป็น 3 เรื่องที่เขาเดินตามฮิตเลอร์ เยอรมันจึงมีการออกกฎหมายระบบใหม่ว่าไม่ใช่สภาเป็นใหญ่ เพราะอะไรก็ตาม ฮิตเลอร์ให้เสียงข้างมากในสภาเป็นคนตัดสิน เพราะสภาเป็นคนของเขาหมดคือเอาเสียงข้างมากในสภาเป็นหลัก ซึ่งรัฐบาลนี้กำลังจะใช้วิธีแบบเดียวกันนี้ ในภายหลังเยอรมันเลยเปลี่ยนให้ รธน. เป็นใหญ่ อะไรที่ทำถูกกฎหมายที่ตกลงกันไม่ได้ กฎหมายที่มีข้อขัดแย้งต้องส่งศาล รธน. ให้ศาล รธน. เป็นคนตัดสิน

ไทยพับลิก้า : สถานการณ์จะสุกงอมจนถึงมีการทำปฏิวัติหรือไม่

คำว่าปฏิวัตินี่ไม่มีคนอื่นพูดเลยนะ นอกจากแกนนำเสื้อแดงพูดหลายครั้งแล้ว จนกระทั่งครั้งสุดท้ายเมื่อวันที่ 2 มิ.ย. ที่ธันเดอร์โดม ก็สร้างเรื่องขึ้นมาใหม่ สร้างห้องสร้างที่ให้คุณยิ่งลักษณ์ (ชินวัตร นายกรัฐมนตรี) และจะจับยิ่งลักษณ์ไปขังไว้ที่นั่น ซึ่งจินตนาการอย่างนี้ถ้าไม่ใช่คนบ้าคงพูดไม่ได้ (หัวเราะ) เพราะฉะนั้นทุกคนผู้ใหญ่ในกองทัพพูดว่าไม่มี

ไทยพับลิก้า : ประชาธิปัตย์มองว่าหนทางนำไปสู่ความปรองดองคืออะไร

สถาบันพระปกเกล้าเคยทำวิจัยและแนะนำว่า ต้องสร้างบรรยากาศความปรองดองเกิดขึ้นในชาติก่อนด้วยการทำสานเสวนา ซึ่ง ปชป. กำลังทำสิ่งนั้นอยู่ ทุกคนมาสานเสวนาเรื่องต่างๆ ของประเทศ สถาบันพระปกเกล้าแนะนำรัฐบาลและรัฐบาลก็ทำท่าว่าจะดำเนินการตามนั้น มีการตั้งงบประมาณไว้ว่าจะทำสานเสวนา แต่ว่าอยู่ดีๆ ก็ยื่นร่าง พ.ร.บ.ปรองดองฯ จอมปลอมนี่เข้ามา ก็ไม่ทราบว่าเขาคิดอะไรอยู่ แต่เรื่องการสานเสวนาบางประเทศใช้เวลา 10 ปี บางประเทศ 15 ปี กว่าที่คนในชาติจะเข้าใจและยอมรับ ซึ่งสิ่งที่พรรคประชาธิปัตย์กำลังทำอยู่นั้นเป็นการสานเสวนากลายๆ ตามข้อแนะนำของสถาบันประปกเกล้า

ไทยพับลิก้า : การกำจัดความขัดแย้งในสังคมต้องไปจัดการกับวาทกรรมอำมาตย์-ไพร่ก่อนหรือไม่

คิดว่าในการสานเสวนาคงจะค่อยๆ ละลายความคิดเหล่านี้ เพราะจริงๆ แล้ว ไพร่-อำมาตย์ มันหายไปจากประเทศไทยนานแล้ว แต่ว่าเป็นการสร้างวาทกรรมขึ้นมาต่อสู้ในช่วงนั้นเอง แล้วอย่างคุณทักษิณนี่ไม่ใช่อำมาตย์หรือคะ รวยก็รวย อำนาจก็เยอะ ใช่ไหมคะ อำมาตย์คือใครยังไม่รู้เลย คุณทักษิณอำมาตย์ไหม คุณยิ่งลักษณ์อำมาตย์ไหม เพราะว่าอำมาตย์ ทักษิณเลยถีบหัวไพร่แดงที่แจวเรือมาถึงฝั่งแล้ว อย่างนี้หรือเปล่า

ไทยพับลิก้า : นายกรัฐมนตรีควรทำอย่างไรที่จะให้บ้านเมืองเกิดความปรองดอง

นายกฯ ยิ่งลักษณ์ก็พูดแต่ทำหรือเปล่าไม่รู้ เขาเริ่มเข้ามาเขาก็พูดแล้วว่าจะใช้ความเป็นผู้หญิง ที่จะทำความปรองดองให้กลับประเทศ แต่ว่าที่ผ่านมาเหมือนไม่รู้เรื่องเลยว่าปรองดองคืออะไร แต่คนบอกให้เขาพูดหรือเขียนให้เขาอ่านเขาก็อ่านว่า “ปรองดอง” แสดงให้เห็นว่าความเป็นผู้หญิงไม่มีความหมายเลยถ้าไม่ใส่ใจ และก็ยังไม่เข้าใจว่าปรองดองคืออะไร อยากจะฝากให้นายกฯ ไปศึกษาคำว่าปรองดองคืออะไร และวิธีการนำไปสู่ความปรองดองในประเทศอื่นมีอะไรบ้าง ถ้าอยากทำตามที่พูดสัญญาไว้ช่วยกรุณานำความรู้ว่าปรองดองคืออะไร วิธีการคืออะไร และเดินตามวิธีการที่คนอื่นสำเร็จเขาจะได้เป็นฮีโร่ได้

เครือข่ายสังคม