ประเด็นฮอตในโซเชียลมีเดียรอบสัปดาห์ — บะหมี่เนื้อสุนัข กับการมาของ “เลดี้ กาก้า”

26 พฤษภาคม 2012

ประเด็นที่ถูกพูดถึงมากสุดในโซเชียลมีเดียในรอบสัปดาห์ 20–26 พ.ค. 2555

เรื่องแรก เป็นเรื่องให้ต้องตะลึง เมื่อประเทศจีนเปิดตัว “บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปเนื้อสุนัข” ส่งขายในปักกิ่ง, กวางตุ้ง, เกาหลีใต้ ฯลฯ ทำเอากลุ่มคนรักสัตว์และผู้บริโภคทั่วโลกหวาดหวั่น เมื่อมีการเปิดเผยคลิปวิดีโอสะเทือนขวัญ –ฆ่าโหดสุนัขหลายสิบตัวอย่างไร้ความปราณี เพื่อนำมาทำบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปออกวางจำหน่าย อีกทั้งยังมีภาพผู้คนที่รับประทานเนื้อสุนัขอย่างเอร็ดอร่อย และกล่าวด้วยว่าเนื้อสุนัขเป็น “เนื้อหวาน”

ทางด้านบริษัทอาหารเซินเหลียน ผู้ผลิตบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปเนื้อสุนัข กล่าวว่า บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปเนื้อสุนัขเปิดตัวมาเกือบ 10 ปีแล้ว พร้อมทั้งบอกว่าได้ฆ่าสุนักมากกว่า 20 ตัวต่อวันเพื่อผลิตบะหมี่สำเร็จรูป 30,000 ซอง ซึ่งสุนัขถูกจำหน่ายมาจากจากโรงฆ่าสุนัขฮุ่ยหมิน (Huimin) เป็นโรงฆ่าสัตว์ที่ใหญ่ที่สุดในเหยียนจี มีผู้ซื้อเนื้อสุนัขจากมณฑลเหอหนาน หูเป่ย หูหนาน เพื่อใช้ทำเป็นส่วนผสมเส้นบะหมี่ นอกจากนี้ยังส่งให้โรงงานแล้วก็ยังขายให้ซูเปอร์มาร์เก็ตและตลาดแบบดั้งเดิมอีกด้วย

บะหมี่เนื้อสุนัขของจีน ตามที่เป็นข่าว ที่มาภาพ: httpregion4.prd.go.thewt_news.phpnid=16991

บะหมี่เนื้อสุนัขของจีน ตามที่เป็นข่าว ที่มาภาพ: httpregion4.prd.go.thewt_news.phpnid=16991

ทั้งนี้ กลุ่มคุ้มครองสัตว์ได้ทำการเรียกร้องให้มีการลงโทษ โดยกรมส่งเสริมการคุ้มครองอาหาร ยา และสุขภาพ ได้กล่าวแล้วว่า กฎระเบียบในปัจจุบันไม่อนุญาตให้ใช้เนื้อสุนัขในการการประกอบอาหาร ทางสภาวิชาการเกษตรก็เปิดเผยว่า หากมีประชาชนหรือผู้ผลิตบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปที่ใช้เนื้อสุนัข ก็ถือเป็นการละเมิดบทบัญญัติมาตรา 12 ของพระราชบัญญัติคุ้มครองสัตว์ที่อาจถูกปรับ 250,000 หยวน

เป็นที่โชคดีว่าประเทศไทยเราไม่พบการนำเข้าหรือจำหน่ายผลิตภัณฑ์บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปที่มีเนื้อสุนัขผสมตามที่เป็นข่าว โดยสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) เปิดเผยว่า หลังมีการเผยแพร่ภาพผ่านทางเว็บไซต์ที่ระบุว่าจีนนำเนื้อสุนัขมาเป็นส่วนประกอบของบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปดังกล่าว ทาง อย. จึงเร่งทำการตรวจสอบการนำเข้าผลิตภัณฑ์บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปทั้งหมดที่เข้ามาในประเทศไทยย้อนหลังตั้งแต่เดือนตุลาคม 2554 – เมษายน 2555 โดยเก็บตัวอย่างบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปนำเข้าจากประเทศจีน 21 ตัวอย่างในห้างสรรพสินค้าชื่อดังหลายแห่ง แต่ไม่พบการนำเข้าหรือจำหน่ายผลิตภัณฑ์บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปที่มีเนื้อสุนัขผสมตามที่เป็นข่าว

อย่างไรก็ตาม หากพบมีการนำเนื้อสุนัขมาผสมในผลิตภัณฑ์บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป จะมีความผิดตามพระราชบัญญัติอาหาร พ.ศ. 2522 ระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 6 เดือน – 10 ปี และปรับตั้งแต่ 5,000-100,000 บาท และในกรณีที่แสดงฉลากอาหารไม่ถูกต้อง ไม่แสดงฉลากภาษาไทย มีโทษปรับไม่เกิน 30,000 บาท

อย่างไรก็ตาม อย. ได้ทำการเฝ้าระวังการนำเข้าบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปจากประเทศจีนรวมทั้งประเทศอื่นๆ พร้อมทั้งติดตามตรวจสอบผลิตภัณฑ์ที่วางจำหน่ายอยู่ในท้องตลาดอย่างต่อเนื่อง เพื่อไม่ให้ผู้บริโภคได้รับผลิตภัณฑ์สุขภาพที่ไม่ปลอดภัย

“ใครชอบกินของนอกระวังนะคะ อ่านก็ไม่ออกว่าข้างซองเขียนไว้ว่าอย่างไร ที่แท้เขาก็เขียนบอกไว้ว่าเป็น “บะหมี่เนื้อสุนัข” อึ๊ยยยยยยย”

“ไม่เชื่อ 1000% ต้นทุนซองละกี่บาท ถ้านำมาขายซองละ 5-6 บาท มันจะคุ้มมั๊ย ใช้หลักเหตุและผลคิดวิเคราะห์ออกมา ใครทำขายแบบนนี้มีแต่เจ๊งกับเจ๊ง เป็นไปไม่ได้ ข่าวลือ มั่วแล้ว”

“ว่าแต่เนื้อหมูกับเนื้อสุนัขอันไหนมีเชื้อโรคมากกว่ากัน”

“ของไทยน่าจะไม่ใส่เนื้อสุนัขลงไปนะ เพราะว่าของไทยมีแต่เส้น และตรงเส้นอาจคงไม่ใช่หรือเปล่า น่าจะมีส่วนผสมที่เครื่องปรุงมากกว่า คิดว่าน่าจะเป็นเช่นนั้น ถ้าคิดผิดขออภัยด้วยนะคะ”

“ก็ไม่แน่นะคะ เพราะตามข่าวเขาว่าเอาเนื้อสุนัขมาบดและปนกับเส้นอ่ะ”

“ที่เรารู้สึกแย่มันเป็นเพราะหมามันใกล้ตัวเราที่สุด มองในมุมกลับกันไก่ เป็ด หมู ก็มีชีวิตจิตใจเหมือนกัน เพราะฉะนั้นพยายามไม่กินเนื้อสัตว์ดีที่สุด ไม่ต้องเบียดเบียนใคร”

เรื่องที่สอง เป็นภาพถ่ายที่ขณะนี้แพร่หลายอยู่ในเว็บไซต์และโซเชียลเน็ตเวิร์คอย่างเฟซบุ๊ค เป็นภาพเด็กนักเรียนหญิงระดับมัธยมศึกษาก้มกราบแทบเท้านักเรียนหญิงอีกคนที่สวมชุดพละศึกษา และเอาเท้าซ้ายเหยียบอยู่บนศีรษะนักเรียนหญิงอีกคนที่กำลังก้มกราบ โดยมีกลุ่มเพื่อนมองดูเหตุการณ์ดังกล่าวอยู่ข้างๆ อย่างไรก็ตาม ไม่มีการระบุที่มาหรือต้นตอดังกล่าวอย่างชัดเจนว่าเกิดเหตุการณ์อะไรขึ้นก่อนหน้านั้น ขณะที่บรรดาผู้ใช้โซเชียลเน็ตเวิร์คต่างแสดงความเห็นว่าเป็นพฤติกรรมก้าวร้าวไม่เหมาะสมอย่างยิ่ง

ภาพเด็กนักเรียนก้มกราบ และ อีกคนเอาเท้าเหยียบหัวไว้ ที่มาภาพ: httpnews.mthai.comgeneral-news167163.html

ภาพเด็กนักเรียนก้มกราบ และ อีกคนเอาเท้าเหยียบหัวไว้ ที่มาภาพ: httpnews.mthai.comgeneral-news167163.html

โดยการคาดเดาของดูภาพนี้ น่าจะถูกถ่ายขณะที่นักเรียนหญิงกลุ่มนี้มีเรื่องทะเลาะตบตีกัน และอีกฝ่ายบังคับให้ก้มลงกราบเท้า ซึ่งปัจจุบันกลายเป็นค่านิยมที่ผิดไปแล้ว กับการให้ก้มกราบเท้าขอขมาบุคคลที่ไม่ได้มีพระคุณหรือบุพการี เพียงเพื่อต้องการดูเป็นใหญ่กว่าอีกฝ่าย ก็เท่านั้น

“ไปกราบทำไม ถ้าจะสู้ก็สู้ให้ถึงที่สุด ถ้าไม่สู้ก็ยอมเจ็บแล้วเดินออกมา”

“แรงจัง จะรีบไปไหน อนาคตของชาติ พังกันหมด ”

“ไม่น่าใช้คำว่า “เสื่อม” แต่ควรใช้คำว่า “สันดาน””

“ใครเป็นพ่อเป็นแม่ได้เห็น คงเสียใจมาก”

“ที่แชร์ต่อกันเพราะอยากให้เห็นเป็นตัวอย่างว่ามันไม่เหมาะสมอย่างไร เด็กๆ ดูไว้ แล้วอย่าทำตามแบบนี้กันอีกนะ”

“อยากขอให้ผู้ที่มีหน้าที่รับผิดชอบเข้ามาดำเนินการด้วยเถอะ น่าสงสารน้องคนที่โดนเหยียบ ต้องให้ดำเนินคดีด้วยถึงจะดี สังคมเดี๋ยวนี้แย่มากๆ”

“ทำตามวัฒนธรรมผิดๆ ไม่รู้ภาพแบบนี้เห็นมากันตั้งกี่รุ่นต่อกี่รุ่นแล้ว ใครทำให้อีกคนก้มหัวได้ ดูมีอำนาจ มีศักดิ์ศรียิ่งนัก แต่ทำกันด้วยเรื่องที่ไร้สมอง ไม่นึกถึงหน้าพ่อกับแม่เลย”

เรื่องที่สาม เหตุการณ์ธรรมชาติแต่ประหลาดจนทำให้ชาวบ้านได้หวั่นวิตก เมื่องูสามเหลี่ยมกินงูจงอางที่ได้ชื่อว่าพญางู โดยเจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยเต็กก่า จ.กาฬสินธุ์ ได้รับแจ้งจากชาวบ้านให้ช่วยมาจับงูบนถนนคอนกรีตกลางหมู่บ้านเอสแอนด์พี เขตเทศบาลเมืองกาฬสินธุ์

ภาพที่เห็นคือ งูสามเหลี่ยมขนาดใหญ่ความยาวกว่า 2 เมตร กำลังกลืนงูจงอาจขนาดใกล้เคียงไปเกือบครึ่งตัวพร้อมกับดิ้นรนต่อสู้กันอยู่ เจ้าหน้าที่กู้ภัยใช้ความพยายามอย่างระมัดระวังในการจับ เนื่องจากงูทั้งสองตัวนั้นมีพิษร้ายแรง ใช้เวลานานกว่าครึ่งชั่วโมงถึงสามารถจับงูทั้งสองตัวใส่กระสอบเพื่อนำไปปล่อยตามแหล่งธรรมชาติได้ เมื่อไปถึงป่า เจ้าหน้าที่นำงูทั้งคู่ไปปล่อยและพบว่า งูสามเหลี่ยมได้คลายงูจงอางออกมา และงูทั้งสองตัวก็ยังมีชีวิตอยู่ ซึ่งหลังจากเจ้าหน้าที่ปล่อยต่างก็เลื้อยหนีไป

งูสามเหลี่ยมกินงูจงอาง ที่มาภาพ: httpnews.tlcthai.comnews-clips26804.html

งูสามเหลี่ยมกินงูจงอาง ที่มาภาพ: httpnews.tlcthai.comnews-clips26804.html

โดยเหตุการณ์งูที่มีพิษร้ายกาจทั้งสองตัวกินกันนั้น นับเป็นภาพที่หาดูได้อยาก นานๆ ครั้งถึงจะมีโอกาสได้เห็น เพราะส่วนใหญ่งูจะกินกบ กินเขียด หรือหนู มากกว่า แต่ครั้งนี้กลับเป็นงูพิษกินงูพิษกันเอง

ด้านนายมนตรี พุ่มทิพย์ โหราจารย์ชื่อดังระบุว่า เหตุการณ์งูสามเหลี่ยมหรือที่ชาวบ้านทางภาคอีสานเรียกว่า “งูทำทาน” กินงูจงอางนั้นเป็นเรื่องที่ไม่ดี ตามคำทำนายระบุว่าจะเกิดเรื่องอาเพศขึ้น หรือคนผู้น้อยจะล้มคนใหญ่ที่ไม่มีคุณธรรม เปรียบเหมือนเหตุการณ์ครั้งนี้ คืองูสามเหลี่ยมซึ่งปกติจะมีนิสัยไม่ชอบคน ซ่อนตัว ไม่ค่อยปรากฏตัวให้เห็น แต่กลับมากินงูจงอางซึ่งได้ชื่อว่าพญางู จึงเป็นเรื่องที่ไม่ดี

“มันก็แค่งูกินกัน มันหิวเพราะอดอยากปากแห้ง ของแพงเหลือเกิน ไม่มีอะไรมากกว่านั้นหรอกครับ”

“เป็นเรื่องดี ทำนายว่าผู้น้อยด้อยโอกาสที่ถูกย่ำยีจะมาต่อสู้กับผู้มีอำนาจอหังกาไร้คุณธรรม จนผู้มีอำนาจอหังกาไร้คุณธรรมเเพ้พ่ายในที่สุด”

“ทำนายตามลักษณะก็เห็นด้วยครับ ที่ว่างูสามเหลี่ยมเป็นงูที่มีพิษร้าย ส่วนงูจงอางก็มีพิษร้ายเป็นพญางู แต่ผมกลับเห็นว่ามันไม่ใช่อาเพศนะ แต่มันเป็นลางบอกเหตุว่า ผู้มีอำนาจที่ไร้คุณธรรมจะแพ้ภัยแก่ผู้น้อย คงจะใกล้ถึงเวลาที่ประเทศไทยจะสงบสุขแล้วซินะ เมื่อประชาธิปไตยเกิดจากประชาชนอย่างแท้จริง”

“สร้างเรื่องให้ความงมงาย งูมันก็กินงูด้วยกันอยู่แล้วแหละ มันเป็นเรื่องธรรมชาติ เอามาเป็นเรื่องอาเพศ แล้วโยงมาเป็นเรื่องการเมืองจนได้”

“ไม่เห็นแปลกเพราะเป็นธรรมชาติที่พวกงูพิษมักจะกินงูด้วยกันเป็นอาหาร จากภาพงูสามเหลี่ยมตัวโตกว่าก็เลยสามารถกินงูจงอางได้ ขนาดงูเหลือมยังกินจระเข้ได้เลย ไม่แปลก”

เรื่องที่สี่ ขอต้อนรับการมาเยือนประเทศไทยของเธอคนนี้ “เลดี้ กาก้า” ที่ทำเอาสนามบินดอนเมืองแทบแตกเลยทีเดียว ในการมาครั้งนี้ เธอมีกำหนดที่จะขึ้นแสดงคอนเสิร์ต “The born this way ball tour live in Bangkok” ในวันศุกร์ที่ 25 พฤษภาคม ที่ผ่านมา เวลาสองทุ่มครึ่ง บัตรราคา 1,500 / 2.500 / 3,500 / 4,500 และ 7,000 บาท ณ สนามราชมังคลากีฬาสถาน

เลดี้ กาก้า ขณะพบแฟนๆ ที่สนามบินดอนเมือง ที่มาภาพ: httpwww.manager.co.thdramaViewNews.aspxNewsID=9550000063556

เลดี้ กาก้า ขณะพบแฟนๆ ที่สนามบินดอนเมือง ที่มาภาพ: httpwww.manager.co.thdramaViewNews.aspxNewsID=9550000063556

บรรดาสาวก เลดี้ กาก้า จัดเต็ม!!

บรรดาสาวก เลดี้ กาก้า จัดเต็ม!!

โดยทันที่นักร้องคนดังปรากฏตัวในชุดหนังพร้อมแว่นดำ บรรดาแฟนคลับทั้งหลายที่ต่างก็แต่งตัวกันมาแบบเต็มที่เพื่อมาประชันกับเธอคนนี้ ก็ส่งเสียงกรี๊ดกร๊าดร้องเรียกกันกระหึ่ม ขณะที่นักร้องคนดังก็ได้เดินมาหากลุ่มแฟนคลับพร้อมยืนให้ถ่ายภาพแบบใกล้ชิดก่อนจะขึ้นรถไปยังโรงแรม St. Regis bangkok ซึ่งเป็นที่พัก

และทันทีที่มาถึง เลดี้ กาก้า ก็ได้อัพเดทความเคลื่อนไหวผ่านทวิตเตอร์ของเธอ โดยขึ้นข้อความบอกแฟนๆ ว่า “I just landed in Bangkok baby! Ready for 50,000 screaming Thai monsters. I wanna get lost in a lady market and buy fake Rolex.”

ข้อความ บน Twitter ของ เลดี้ กาก้า ที่มาภาพ: httpstwitter.com#!ladygaga

ข้อความ บน Twitter ของ เลดี้ กาก้า ที่มาภาพ: httpstwitter.com#!ladygaga

นับได้ว่าเป็นการทวีตข้อความแบบติดตลกของกาก้า แต่ทั้งนี้ประเทศไทยไม่ใช่ประเทศแรก เพราะก่อนหน้านี้เธอก็เคยทวีตข้อความเมื่อครั้งไปแสดงคอนเสิร์ตที่ฮ่องกง ซึ่งแปลเป็นไทยแล้วได้ความว่า “หมดแรงเลย หลังเข้ายิมปั่นจักรยานออกกำลังกายในฮ่องกง ฉันชอบเมืองนี้ คุณสามารถออกกำลังกายแล้วก็ซื้อกระเป๋าเบอร์กินส์ปลอมได้บนถนนเส้นเดียวกัน”

ซึ่งเรื่องนี้ นายยรรยง พวงราช ปลัดกระทรวงพาณิชย์ ได้กล่าวเกี่ยวกับกรณีที่นักร้องสาวระดับโลกโพสต์ข้อความลงในทวิตเตอร์ทันทีที่มาถึงประเทศไทยว่า การโพสต์ข้อความแบบนี้ทำให้ภาพลักษณ์ประเทศเสียหาย ส่วนสาเหตุที่เลดี้ กาก้า โพสต์ข้อความเช่นนี้ น่าจะมาจากปัญหาทางด้านอุตสาหรรมบันเทิงที่กำลังถูกเทคโนโลยีฆ่าตัวตาย นักร้องสมัยนี้ทำเพลงออกมาก็ไม่สามารถขายแผ่นได้ เพราะมีการไรท์ ดาวน์โหลด และละเมิดลิขสิทธิ์มากมาย ทำให้ต้องเหน็ดเหนื่อยออกมาเต้นโชว์ ทัวร์คอนเสิร์ตเหมือนวงดนตรีลูกทุ่งบ้านเราแทน

อย่างไรก็ตาม นายยรรยงยังฝากถามเลดี้ กาก้า กลับอีกว่า ของปลอมแท้จริงแล้วมีต้นตอมาจากที่ไหน เมื่อก่อนสหรัฐอเมริกาก็เคยนำพันธุ์ข้าวหอมมะลิไทยไปปรับปรุงและเปลี่ยนชื่อใหม่นำมาออกขายอย่างไม่ละอายใจ

นอกจากนี้ ข้อความดังกล่าวในทวิตเตอร์ของเลดี้ กาก้า ยังมีอีกประเด็นให้ได้ถกเถียงกันกับคำว่า Lady Market ที่หลายคนตีความหมายเป็น สถานบริการทางเพศ หรือ ซ่องโสเภณี อีกด้วย

โดยเรื่องนี้ ทางสำนักข่าวต่างชาติอย่าง เอพี ได้รายงานข่าวด้วยว่า ข้อความของเลดี้ กาก้า ที่ลงในทวิตเตอร์ นั้น สร้างความไม่พอใจให้กับแฟนเพลงชาวไทยบางส่วน เพราะมองว่าทำให้ภาพลักษณ์ประเทศเสียหาย และยังเป็นการดูถูกประเทศไทยอีกด้วย เนื่องจากทวิตเตอร์ของเลดี้ กาก้า มีแฟนเพลงสมัครเข้ามาติดตามมากถึง 24,000,000 คนทั่วโลก ข้อความดังกล่าวจึงแพร่กระจายไปในวงกว้าง” ทั้งนี้สำนักข่าวเอพียังอ้างข้อมูลจากเว็บไซต์พันทิป สื่อแสดงความคิดเห็นออนไลน์ยอดนิยมของไทยที่มีบางคนแสดงความเห็นว่า เลดี้ กาก้า มาไทย แทนที่จะชื่นชมคนไทย แต่กลับแสดงความเหยียดหยาม ซึ่งไม่ถูกต้อง

ด้านนายสุหฤท สยามวาลา ดีเจชื่อดังในไทย ฉายา “พ่อมดอิเล็กทรอนิกส์” ได้ทวิตข้อความตอบโต้เลดี้ กาก้า ว่า “ไทยเป็นประเทศที่มีอารยธรรมมากกว่าที่คุณคิด และถึงแม้สุหฤทจะมีตั๋วไปชมคอนเสิร์ตเลดี้ กาก้า วันนี้ แต่กลับบอกว่าจะไม่ไปแล้ว”

“ไม่ได้เข้าข้างนะ แต่กาก้าก็พูดถูก บ้านเรามีแต่ของละเมิดลิขสิทธิ์เกือบทุกอย่าง เทปผี ซีดีเถื่อน มีทุกที่ ตำรวจไม่ปราบ เพราะตำรวจรับส่วย ที่จับออกทีวี ก็แค่สร้างผลงานหลอกๆ ที่คนขายของแท้มือสอง เป็นเจ้าของเองดันจับ ตำรวจเลวล้นบ้านล้นเมือง”

“เหมือนเข้ามาตบหน้าคนไทยทั้งประเทศเลยเนาะ เราอยู่อังกฤษของปลอมมีเยอะแยะมีทุกอย่างกระเป๋าเสี้อผ้ารองเท้านาฬิกาเหมือนที่เมืองไทยมีนั่นแหล่ะ แต่ศิลปินที่มาจากทางฝั่งอเมริกา มาเล่นคอนเสิร์ตที่นี่เค้าไม่โพสต์ไม่พูดกันแบบนี้หรอก ที่ฮ่องกง สิงค์โปร์ เยอะกว่าเราอีก ใครๆ ไปเล่นคอนเสิร์ตที่นั่นก็ไม่เคยเห็นศิลปินพูดแบบนี้”

“ขอต้อนรับเลดี้ กาก้า สู่ดินแดนที่มีแต่สินค้าปลอม และแน่ใจได้เลยว่า จะต้องมีซีดีเพลงปลอมของกาก้า อยู่ด้วยเช่นกัน”

“รับความจริงไม่ได้หรือไง ก็บ้านเรามีเเต่ของปลอม จับกาก้าซิ ใครๆ จะได้ไม่มาว่าเราได้อีก”

“วันนี้เห็นพวกเทยพูดกันนะ หากอยากลดประชากรเทย ให้เอาระเบิดไปวางในงาน จะลดประชากรเทยได้ครึ่งนึงของประเทศเชียว”

เรื่องที่ห้า เป็นเรื่องฮือฮาให้ได้แอบอมยิ้มกันบ้าง กับป้ายโฆษณาขายของเก่าริมถนนสายพิษณุโลก-สุโขทัย ซึ่งเจ้าของร้าน น.ส.นงลักษณ์ สุนทรกุล ณ ชลบุรี อายุ 42 ปี มีอารมณ์ขันขึ้นป้ายหน้าร้านว่า “ขายเมียเก่า” เพื่อดึงดูดลูกค้าในการ ซื้อ–เช่า อุปกรณ์ทางการแพทย์ เตียง โต๊ะ เก้าอี้ เครื่องวัดความดัน มือสอง ส่งผลทำให้คุณผู้ชายโดยเฉพาะวัยกลางคนเข้ามาสอบถามกันคึกคัก

ทั้งนี้ เจ้าของร้านเปิดเผยว่า ตนเองเป็นเจ้าหน้าที่บัญชีอยู่ที่โรงเรียนสายใยสัมพันธ์พิษณุโลก โรงเรียนดังกล่าวเปิดสอนอบรมผู้ช่วยพยาบาล ทางโรงเรียนจึงได้ซื้ออุปกรณ์การแพทย์ เตียงผู้ป่วย และอุปกรณ์อื่นๆ มาไว้สำหรับสอนและอบรมผู้ที่เข้ามาศึกษากับทางโรงเรียน เมื่ออุปกรณ์เหล่านั้นชำรุด ทางโรงเรียนจะนำไปทิ้งก็เสียดาย จึงนำมาขายในราคาถูก เพื่อให้ครอบครัวของคนป่วยที่มีเงินไม่มากซื้ออุปกรณ์ดังกล่าวไปใช้ดูแลคนป่วยที่บ้านพักในราคาที่ถูก

ป้ายประกาศ "ขายเมียเก่า" ที่จังหวัดพิษณุโลก ที่มาภาพ: httpwww.ryt9.comsiiqry1409749

ป้ายประกาศ "ขายเมียเก่า" ที่จังหวัดพิษณุโลก ที่มาภาพ: httpwww.ryt9.comsiiqry1409749

ส่วนที่ตั้งชื่อร้านว่า “ขายเมียเก่า” นั้น เพื่อที่จะดึงดูดลูกค้า แต่ก็มีนิยามของคำว่า “เมียเก่า” อยู่ 7 ข้อด้วยกัน ซึ่งคำนิยามก็จะเกี่ยวข้องกับสินค้าที่ขายอยู่ในร้านทั้งสิ้น คือ

1. สิ่งที่เคยมีความสัมพันธ์ด้วยกันมา

2. สิ่งที่เคยใช้ร่วมกันมา คือ เครื่องวัดความดัน

3. สิ่งที่เคยใช้ร่วมกันมา คือ โต๊ะอาหารเก่า

4. สิ่งที่เคยนั่งด้วยกันมา คือ เก้าอี้

5. สิ่งที่เคยนอนด้วยกันมา คือ เตียงนอนเก่า

6. สิ่งที่เคยใส่ไว้ด้วยกันมา คือตู้เก่า

7. สิ่งที่เคยร่วมทุกข์ร่วมสุขกันมา คือเตียงคนไข้

อย่างไรก็ดี หลังจากที่เปิดร้านและนำป้ายติดไว้หน้าร้าน น.ส.นงลักษณ์กล่าวว่า มีคนแวะเวียนมาดูและถามไถ่จำนวนมาก โดยเฉพาะคุณผู้ชายที่ชอบแวะมาพูดคุยแบบสนุกเฮฮาว่า “เมียผมรับเทิร์นได้ไหม” บางคนก็กล่าวว่า “เมียผมขายได้เท่าไหร่” ซึ่งเป็นที่สนใจกับผู้ที่ผ่านไปมาร้านขายเมียเก่าแห่งนี้เป็นอย่างมากทีเดียว

“นี้คือจุดขายของคนไทย รีบไปจดลิขสิทธิ์นะ”

“เป็นการยั่วยุทางเพศให้กับเยาวชน ระวังเจ๊เบียบท่านมาแบนนะครับ”

“แบบนี้ไม่ผิดเหรอ เหมือนเป็นการโฆษณาที่บิดเบือนความจริง”

“โหคิดได้ไง แนวทางการตลาดสุดยอด แต่ต้องบอกลูกค้านะว่าเจ้าของร้านไม่รวมอยู่ในสินค้า ไม่งั้นขายไม่ออกไม่รู้ด้วย”

“จะเรียกลูกค้าด้วยการใช้คำมันต้องสอดคล้องกันด้วย เช่น พ้องรูป พ้องเสียง หรือ สื่อความหมายคนละอย่างในคำเดียว แต่อันนี้เหมือนแถๆ ไปอย่างนั้น ไปดึงเอาอุปกรณ์การแพทย์เก่ามาคล้องกับคำว่าเมีย แถไปได้มั่วสุดๆ อย่างนี้เค้าไม่เรียกไอเดียบรรเจิด เค้าเรียกมั่ว”

“ขอโทดนะคับ ผมว่าก็ไม่ได้เสียหายตรงไหนที่เค้าจะมีความคิดแบบนั้น ถ้ามันเป็นอย่างที่คุณว่าจริง คงไม่มีลูกค้ามาเข้าร้านหรอกครับ อย่าเอาความคิดตัวเองถูกฝ่ายเดียว เราควรที่จะชื่นชมกันมั่ง ไม่ใช่ว่าไม่ถูกใจเรา ก็ว่ากัน วิจารณ์กันอย่างเดียว”

เครือข่ายสังคม