ประเด็นฮอตในโซเชียลมีเดียรอบสัปดาห์–ชูวิทย์ชวนดูของบริจาคหลังสโมสรรัฐสภา และ 6 พ.ค. ปรากฏการณ์ซูเปอร์มูน

5 พฤษภาคม 2012

ประเด็นที่ถูกพูดถึงมากสุดในโซเชียลมีเดียในรอบสัปดาห์ 29 เม.ย.- 5 พ.ค. 2555

ขอต้อนรับวันแห่งความสุขและเสียงหัวเราะ 5-5-55 ถือเป็นอีกหนึ่งวันที่ฮือฮาในรอบปี เพราะมีเลขตรงกัน 4 ตัว ซึ่งในทางโหราศาสตร์นั้น หากนำวันเดือนปีมารวมกันจะได้เลข 15 ซึ่งเป็นตัวแทนของดวงอาทิตย์และดาวพฤหัสบดี เป็นคู่มิตรส่งเสริมกันระหว่างผู้ใหญ่และผู้น้อย และเมื่อนำเลข 1 มาบวกกับ 5 จะได้เลข 6 เป็นตัวเเทนของดาวศุกร์ เทพีแห่งความงาม ความรัก อีกทั้งยังเป็นวันเสาร์ ตรงกับวันมหามงคลของชาวไทยอย่างวันฉัตรมงคล และเป็นวันพระ ขึ้น 15 ค่ำ ทำให้โหรชื่อดังของไทย อาจารย์ลักษณ์ เรขานิเทศ ฟันธงเลยว่า วันนี้คือวันฤกษ์ดี เป็นวันที่โลกมนุษย์ สวรรค์ และบาดาล พิภพ เปิดถึงกัน และท้าวจตุบาลทั้ง 4 เสด็จมายังโลกมนุษย์ เพื่ออนุโมทนาบุญกุศล และปีนี้ยังเป็นปีพญานาค ตรงกับปีมังกรของชาวจีน ซึ่งเป็นสัตว์เทพเจ้าที่เป็นสุดยอดมหามงคล ดาวพฤหัสได้ตำแหน่งราชาโชค ดาวอาทิตย์ได้ตำแหน่งมหาอุจจ์ ดวงจันทร์ได้ตำแหน่งจุลจักร ถือเป็นฤกษ์ชนะมาร ชนะคน เกิดมงคลแก่ชีวิต แก่ผู้ที่คิดดีทำดีทุกท่าน……….สาธุ!!

มากันที่เรื่องฮอต เรื่องแรก ของสัปดาห์นี้ ไหนๆ ก็เป็นสัปดาห์ที่มีวันดีๆ เราก็มาเริ่มกันที่เรื่องดีมีมงคลกันเลย เพราะที่ผ่านมาเป็นช่วงที่เหล่าบรรดาเซเลบคนดังสละโสดกันเยอะทีเดียว เรามาดูเหล่าบรรดาคู่รักคนดังที่สละโสดกันดีกว่า ว่ามีใครบ้าง

เริ่มตั้งแต่คู่รักที่มีคนเมาท์อยู่ตลอดตั้งแต่เริ่มคบกัน เพราะฝ่ายชายเป็นพระเอกไม้เลื้อย ฝ่ายสาวก็สวยเพอร์เฟ็กต์เป็นที่หมายปองของหนุ่มๆ อย่างคู่ของ “ชาคริตและวุ้นเส้น” ที่ปิดตำนานพระเอกไม้เลื้อยไปเป็นที่เรียบร้อยเมื่อวันเสาร์ที่ 21 เมษายน 2555 ซึ่งเป็นวันที่ทั้งคู่เจอกันครบ 1 ปีพอดี อีกทั้งเป็นวันดี วันตั้งเสาของศาลหลักเมืองกรุงเทพมหานครอีกต่างหาก ถือเอาวันฤกษ์ดีขนาดนี้ แสดงว่าตั้งใจลงหลักปักฐานความรักให้มั่นคงยืนนานกันจริงๆ

และอีกหนึ่งคู่ที่จัดการฉลองแต่งงานวันเดียวกัน จนทำให้เหล่าบรรดาเซเลบต้องวิ่งรอก 2 งานกันตาตั้งทีเดียว คุณแมงมุม ม.ร.ว.ศรีคำรุ้ง ยุคล บุตรสาวสุดที่รักของ หม่อมเจ้าชาตรีเฉลิม ยุคล กับเจ้าบ่าวสุดหล่อ ดอลลาร์ พ.อ.พัชร รัตตกุล เรียกได้ว่าเมื่อวันเสาร์ที่ 21 เมษายน ที่ผ่านมา เป็นวันที่สร้างความเดียวดายให้คนไร้คู่เสียจริง

ถัดมาอีก 1 วัน ตั้งแต่เช้าตรู่ วันที่ 22 เมษายน 2555 งานนี้ทำเอาโบนันซ่า เขาใหญ่ อบอวลไปด้วยความหวานเช่นเดียวกัน นางเอกหน้าหวาน แอฟ-ทักษอร ที่เข้าพิธีสมรสกับหนุ่มสงกรานต์ เตชะณรงค์ งานนี้ถึงขนาดเสียน้ำตาลูกผู้ชาย ก็แหม…มีเจ้าสาวสวยแสนดีขนาดนี้ หนุ่มสงกรานต์ถึงกับกลั้นน้ำตาแห่งความดีใจไว้ไม่อยู่กันเลยทีเดียว ทั้งคู่มาฉลองวิวาห์ที่กรุงเทพฯ อีกครั้ง คืนวันที่ 4 พฤษภาคม

มาต่อกันที่วิวาห์ฟ้าแลบของสาวเป้ย ปานวาด และลูกชายบิ๊กบัง พลเอกสนธิ บุญยรัตกลิน หนุ่มป๊อป เรือเอกนิธิ บุญยรัตกลิน ในวันเสาร์ที่ 28 เมษายน 2555 โดยตอนแรกวางโปรแกรมไว้ว่าจะมีงานแต่งงานในเดือนมิถุนายน แต่อยู่ๆ ก็เลื่อนมาด้วยความรวดเร็ว ซึ่งภายในงานวันเสาร์ที่ผ่านมาก็มีญาติมิตรและคนสนิทเท่านั้น แต่จะมีงานเลี้ยงอีกครั้งในเดือนมิถุนายนแน่นอน ซึ่งงานนี้ก็มีกระแสข่าวออกมาว่าท้องก่อนแต่ง แต่งานนี้สาวเป้ยก็ไม่ได้ยอมรับหรือปฏิเสธใดๆ เพียงแต่บอกว่าเป็นคำถามที่ไม่สร้างสรรค์ ควรยินดีกับความสุขของเป้ยมากกว่า

รวมคู่วิวาห์คนดัง

รวมคู่วิวาห์คนดัง

ยังไม่หมดสำหรับพาเหรดงานแต่งงานของบรรดาคนดัง เพราะเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 3 พฤษภาคม 2555 พระเอกนักบู๊ จา พนม ก็ควงแขนแฟนสาวเข้าพิธีฉลองสมรส พร้อมประกาศว่ากำลังมีทายาท และเปิดเผยว่าได้ทำพิธีแต่งงานไปแล้วเมื่อปี 2553 แต่ไม่ได้บอกใคร เพราะติดถ่ายหนังเรื่องต้มยำกุ้ง 2

และต่อมาวันศุกร์ที่ 4 พฤษภาคม ก็มีอีก 2 คู่ คือ สาวฝ้าย อริญรดา และหนุ่ม อรรถพร ธีมากร ซึ่งประกาศแต่งงานกันมาได้สักพักหลังจากคบหาดูใจกัน 1 ปี และคู่ของ ชาย ชาตโยดม และ วิกกี้ สุนิสา เจ็ท ที่จัดพิธีแต่งงานวันเดียวกัน ณ ริมชายหาดหัวหิน และจะมีงานเลี้ยงอีกครั้งในวันที่ 16 พฤษภาคม แต่แล้วก็เกิดปัญหา เมื่อโรงแรมที่จองไว้กลับบอกว่าให้เวลาจัดงานเพียง 1 ชั่วโมง งานนี้ทำเอาบ่าวสาวและคนใกล้ชิดถึงกลับหัวเสียเพราะเตรียมงานกันมานาน แต่เรื่องนี้ก็ยังไม่ได้ข้อสรุปแต่อย่างใด

มาถึงวันดีๆ วันนี้วันที่ 5 พฤษภาคม 2555 ก็ยังมีงานแต่งคู่รักเด็กแนวอย่างหนุ่มโย่ง อาร์มแชร์ และสาวก้อย แซทเทอร์เดย์เซโกะ ที่คบหาดูใจกันมานานกว่า 10 ปี และอีกหนึ่งคู่ คือ สาวต่าย ชุติมา ทีปะนาถ และ ทิม พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ทายาทนักธุรกิจคนดัง หลังจากที่ทั้งคู่คบหาดูใจกันมากว่า 4 ปี

ถือว่าเป็นพาเหรดงานแต่งจริงๆ เพราะนอกจากที่กล่าวมาข้างต้น ยังมีคู่รักที่จ่อคิววิวาห์อย่างคู่รักคู่ฮา ป๋อ ณัฐวุฒิ และ เอ๋ พรทิพย์ ที่คบหากันมา 8 ปี และจะจัดงานวิวาห์งานวัดในวันที่ 18 พฤษภาคม 2555 อีกทั้งยังมีคู่ของ ภูริ หิรัญพฤกษ์ และ แอน อลิชา ที่ได้ฤกษ์แต่งงานมาแล้วคือวันที่ 11 ตุลาคม ปีนี้แน่นอน จึงถือได้ว่าปีมังกรปีนี้เป็นปีที่ดีทีเดียว เหล่าดาราและคนดังตบเท้าเข้าประตูวิวาห์กันเพียบตั้งแต่ต้นปีเลยทีเดียว

“ดีใจด้วยกับทุกคู่ แต่แปลกใจที่ไม่มีคุณหนุ่มกับคุณเมย์เสียที น่ารักทั้งคู่ ไม่รู้ว่าจะรอไรนานหนักหนา คุุณเมย์น่ารักเหลือหลาย หรือว่าจะแต่งหมู่พร้อมอั้ม พัชราภา กันนะ”

“ไม่อยากให้แอฟแต่งงาน กลัวเลิกเล่นละคร แบบ พี่หมิว พี่หน่อย พี่กิ๊ก แต่งแล้วเลิกเล่นละครไปเลี้ยงลูกกันหมด หงอยเลย”

“ขอให้ทุกคู่มีความสุขมีชีวิตครอบครัวที่อบอุ่นมั่นคง ยินดีมากๆครับ”

“ชอบทุกคู่เลย ขอให้สมหวังทุกคู่นะคร้า รักกันนานๆ ค่ะ”

“ความรักสวยงาม จริงๆ ปีนี้”

“คนไม่เจอรักแท้ ก็รอกันต่อไป”

เรื่องที่สอง วลีเด็ดมาแรงอีกแล้วกับคำว่า “กูเลี้ยง KFC ก็บุญหัวมึงแล้ว” ซึ่งตอนนี้กลายเป็นประโยคฮิตในโลกสังคมออนไลน์ ตามมาติดๆ กับประโยคที่ว่า “เรื่องนี้ถึงครูอังคณาแน่” หลังคลิปวิดิโอที่เด็กต่อยกันเล่นๆ แต่หนักมือไปหน่อยจนกลายเป็นต่อยกันจริงๆ กระจายทั่วอินเทอร์เน็ต โดยใช้ชื่อคลิปว่า “ต่อยกันเล่นๆ (แม่งเอาจริง)” ในเว็ปไซต์ยูทูบ โพสต์โดยล็อกอินชื่อ “TheChan191” เมื่อวันที่ 25 มีนาคม 2555 ใต้คลิปมีลิงค์แฟนเพจเฟซบุ๊คชื่อว่า “P’Big” ซึ่งโพสต์ข้อความล่าสุดไว้ว่า “คลิป ต่อยกันเล่นๆ (แม่งเอาจริง) กำลังจะมีภาค2”

ทั้งนี้ ในคลิปวิดิโอเผยให้เห็นเด็กชาย 3 คน เหมือนเล่นละครว่ามีเรื่องทะเลาะวิวาทและต่อยกันนัวเนียไปมา แต่ทั้ง 3 คน ก็ยังมีรอยยิ้ม ก่อนที่เด็กผู้ชายที่สวมเสื้อลายสก็อตจะเกิดอารมณ์โมโหจริงๆ เพราะถูกเพื่อนเสื้อสีส้มตบแรงมากจึงหันมาสู้และต่อว่ากลับไม่ยั้ง จนคำพูดที่หลุดออกมาว่า “กูเลี้ยง KFC ก็บุญหัวมึงแล้ว” หรือ “กูไม่ได้ขอเงินพ่อมึงแดก” พร้อมขู่ว่าจะไม่ให้เพื่อนที่ชื่อแชมป์เล่นด้วยอีก

อย่างไรก็ตาม การกระทำและคำพูดของผู้ที่อยู่ในคลิปถือเป็นเรื่องที่ไม่เหมาะสม เด็กและเยาวชนไม่ควรเอาเป็นตัวอย่าง แต่ผู้ใหญ่ที่มีวุฒิภาวะแล้ว กลับเป็นผู้กระจายเผยแพร่การกระทำเช่นนี้การอยู่ต่อเนื่องเสียเอง

“ไม่ทราบว่าจะเอามาโพสต์กันทำไม เรื่องของเด็กเกรียน ประโยคเด็ดอะไร บ้าหรือเปล่า ผู้ใหญ่ใส่ใจเรื่องที่เป็นประโยชน์กันหน่อยนะครับ หลังๆ ชักจะโพสแต่เรื่องไร้สาระซะเยอะ”

“ยิ่งมีเครื่องมือการแสดงออกมาก เด็กสมัยนี้ก็ยิ่งทำอะไรตามใจตามกระแสกันมาก ผู้ใหญ่ควรดูแลและให้คำแนะนำอย่างใกล้ชิด เพราะน่าเป็นห่วงเหลือเกินสมัยนี้”

“ผู้ใหญ่น่ะไร้สาระ ทำให้มันเป็นกระแส ไม่สร้างสรรค์เลย”

“แล้วจะมาวิจัยว่าเด็กไทยไอคิวต่ำ ที่จริงแล้วต้องวิจัยผู้ใหญ่ก่อนจะดีกว่ามั้ย “ใครกันแน่พาเด็กไทยไอคิวต่ำ” สอนลูกอย่างไรก็แพ้ไอกล่องแบนๆ (TV) ที่อยู่ในบ้านอยู่ดี”

“พวกเราชาวเน็ตทั้งหลาย ที่สังคมไทยปัจจุบันหากไม่มีเน็ตเล่น แสดงความคิดเห็นนั้นถือว่า เหมือนขาดความคิดสรรค์ต่างๆ นั้นได้ เราควรคิดที่ควรจะเป็นประโยชน์แก่เด็กเยาวชนทั่วไป ให้เขาเห็นว่า การที่เขาได้แสดงออกหรือได้แสดงออกไปในทางที่ไม่ดีนั้น มันไม่มีประโยชน์ให้แก่ส่วนรวมที่จะนำไปเป็นแบบอย่างที่ดีนั้นได้ เราชาวเน็ตเท่านั้นที่จะช่วยกันนำเสนอและกระหน่ำความคิดในทางสร้างสรรค์ให้บังเกิดขึ้นต่อไป และอย่าได้หยุดยั้งที่จะยับยั้งความไม่ดีทุกอย่างในเน็ตนี้ที่นำเสนอสิ่งที่ไม่ดีสู่สังคมไทย และต้องหาทางออกด้วยใช้ความคิดสร้างสรรค์ให้บังเกิดพลังความดีให้คงที่คงทนสร้างความมั่นคงในความดีในชาติไทยของเราสืบต่อไป”

เรื่องที่สาม เรื่องราวลึกลับที่ยากจะหาคำตอบ เมื่อเกิดเป็นภาพประหลาดแพร่หลายในโลกอินเทอร์เน็ตให้สังคมได้วิพากษ์วิจารณ์กัน เหตุจากการที่เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองลำปาง ยิงตัวเองเสียชีวิตอยู่บริเวณโต๊ะหินอ่อนด้านหลังป้อมตำรวจห้าแยกหอนาฬิกา สภ.เมืองลำปาง สาเหตุจากเกิดอาการเครียดเพราะมีอาการป่วยโรคประสาทและน้ำในหูไม่เท่ากัน ทำให้ต้องรักษาตัวมาโดยตลอด อีกทั้งสภาพอากาศที่ร้อนจัด ทำให้ตำรวจนายนี้อาการกำเริบและยิงตัวตาย

ที่มาภาพ: httpnews.sanook.com

ที่มาภาพ: httpnews.sanook.com

และนักข่าวต่างก็พากันไปทำข่าวเป็นปกติ แต่ต่อมา เมื่อผู้สื่อข่าวท้องถิ่นเปิดเช็คภาพข่าว ก็ต้องตกตะลึงเพราะในภาพข่าวมีภาพคล้ายมีใบหน้าคนอยู่บริเวณสายไฟฟ้า เห็นดวงตา และปาก ลอยเห็นเด่นชัด ที่สำคัญยังมองมายังศพเจ้าหน้าที่ตำรวจที่เสียชีวิตหลังป้อมตำรวจ ขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังทำการเก็บหลักฐาน ทำให้บรรดาผู้สื่อข่าวสงสัยว่า บริเวณป้อมตำรวจดังกล่าว เคยเกิดเหตุฆ่าตัวตายมาก่อนหรือไม่ ทำให้เกิดเป็นอาถรรพ์ เนื่องจากพื้นที่ดังกล่าวเป็นป้อมตำรวจเก่าแก่มากว่า 20 ปี และเพิ่งปรับปรุงเป็นป้อมตำรวจที่ทันสมัยขึ้นในปัจจุบัน

“จริงๆ แล้วมันคือ หน้า ไอ้ตี๋ 3BB หรือเปล่า เป็นป้ายคัทเอาท์โฆษณาที่อยู่ตรงแยกนั้นไง”

“คงไม่ใช่แค่โผล่มาดูเฉยๆ นะ คงยุให้ยิงด้วย เพราะเหงาอยากมีเพื่อน”

“ปัญหา จากสื่อมวลชนอีกแล้ว”

“น้ำในหูไม่เท่ากัน รักษาให้หายได้ เพียงแต่ใช้เวลาหน่อยเท่านั้น ไม่น่าคิดสั้นนะคนเรา”

“อย่างมงาย ไม่ใช่ผีแน่นอนครับ ถ้าออกมาตอนกลางวันต้องเป็นหัวของเจ้าที่เจ้าทางแน่ ที่ออกมาดูเพราะคนส่งเสียงดัง หรือท่านอาจะให้เลขให้โชคก็ได้ สาธุ สาธุ”

“เหมือนเศษอะไรไปติดตรงนั้น อะ เราก็มองไม่ออก ไม่เห็นเหมือนเลยอะ”

“น่าจะเป็นภาพจากป้ายโฆษณามากกว่านะครับ”

เรื่องที่สี่ ยังคงทำหน้าที่ในการแฉอย่างต่อเนื่อง สำหรับนายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อและหัวหน้าพรรครักประเทศไทย ซึ่งล่าสุดนำคลิปวิดีโอมาและยังพาบรรดาสื่อมวลชนไปตรวจสอบบริเวณหลังสโมสรรัฐสภาเพื่อพิสูจน์ความจริง ภายในภาพที่ปรากฏว่าเป็นของบริจาคสภาพเก่ามาก จากช่วงน้ำท่วมที่ผ่านมา อย่างเรือท้องแบนพร้อมเครื่องยนต์ น้ำตาลทราย น้ำดื่ม ที่กองรวมกันเป็นจำนวนมาก

นายชูวิทย์กล่าวว่า เหตุใดถึงไม่นำไปแจกจ่ายให้ผู้ที่ประสบภัยน้ำท่วม แต่กลับมากองรวมกันอยู่ตรงนี้ ขณะที่ จ.เชียงใหม่ กำลังเกิดปัญหาภัยแล้งอยู่ เหตุใดไม่นำไปแจกจ่ายให้ประชาชนที่เดือดร้อน และการที่ออกมาเปิดเผยในวันนี้เพราะเห็นว่าเรื่องนี้ไม่ถูกต้อง ซึ่งในสภากำลังถกเถียงกันเรื่องแก้รัฐธรรมนูญอยู่ เข้าใจว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญก็สำคัญ แต่ ส.ส. ก็ต้องทำงานเรื่องอื่นควบคู่ไปด้วย และเรื่องนี้นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร จะต้องรับผิดชอบและจะส่งเรื่องให้ นายไพจิต ศรีวรขาน ส.ส.นครพนม พรรคเพื่อไทย ประธานคณะกรรมาธิการกิจการสภาผู้แทนราษฎรตรวจสอบด้วย

นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อและหัวหน้าพรรครักประเทศไทย ที่มาภาพ : http://www.dailynews.co.th

นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อและหัวหน้าพรรครักประเทศไทย ที่มาภาพ : http://www.dailynews.co.th

ขณะที่นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร เปิดเผยถึงกรณีที่นายชูวิทย์ ำสื่อมวลชนดูพื้นที่ข้างสโมสรรัฐสภา ที่มีของบริจากน้ำท่วมในปีที่ผ่านมาวางกองไว้และไม่มีการนำไปบริจาค ซึ่งเรื่องนี้สำนักงานเลขาธิการราษฎรไม่มีส่วนเกี่ยวข้องในการรับบริจาคมา และการที่นายชูวิทย์เรียกร้องให้มีการรับผิดชอบ ก็ไม่ทราบว่าจะให้รับผิดชอบในสิ่งใด เนื่องจากไม่มีส่วนเกี่ยวในเรื่องนี้ อย่างไรก็ตาม ในส่วนสิ่งของที่รับบริจาคมานั้นมีคณะกรรมการดูแล ซึ่งนายไพจิตร ศรีวรขาน เป็นประธานในการรับบริจาคสิ่งของเหล่านั้นมา

“โยนกันไป โยนกันมานะ ส.ส. สมัยนี้”

“เรื่องส่งของบริจาคเป็นเรื่องของชาวบ้าน เรื่องแก้ไรฐธรรมนูญเป็นเรื่องของนายใหญ่ ผมเชียร์คุณชูวิทย์ครับ”

“น่าสงสารรัฐบาลนี้จังเลย เหมือนโดนฟ้ากลั่นแกล้ง น้ำท่วมก็เพราะฝนเยอะ รถไฟตกรางก็เพราะร้อนจัด ข้าวของแพงก็เพราะน้ำท่วม อากาศร้อน แก้ปัญหาอะไรยังไม่ได้ เฮ้อ”

“รัฐบาลชินวัตรไม่ต้องการคนเก่งมาทำงาน ต้องการแค่คนที่ทำตามความต้องการเท่านั้น ตอนน้ำท่วมก็เห็นแล้ ว่ามีโกงของบริจาค มีการแจกจ่ายแบบสองมาตราฐาน คนดี คนเก่ง ชินเขาไม่ชอบนะ เขาจะเอาคนมีฝีมือไปทำงานบริษัทชิน เอาใครก็ไม่รู้มาแสดงการบริหารประเทศ”

“คนไม่มีจะกิน อดอยาก แทนที่จะเอาของไปแจกให้เขาได้ใช้ประโยชนย์ แต่เก็บไว้ให้เสียบูดและเน่า แล้วก็โยนความผิดความรับผิดชอบกันไปมา”

เรื่องที่ห้า มีคำทำนายข่าวลือหลุดรอดมาว่าวันอาทิตย์ที่ 6 พฤษภาคมนี้ ถือเป็นวันที่ดวงจันทร์เคลื่อนที่เข้าใกล้โลกมากที่สุด หรือที่เรียกว่าปรากฏการณ์ซูเปอร์มูน เป็นปรากฏการณ์ที่บ่งบอกล่วงหน้าถึงภัยพิบัติของโลก ซึ่งสร้างความตื่นตระหนกให้กับประชาชนเป็นจำนวนมาก ทำให้นายศรัณย์ โปษยะจินดา รองผู้อำนวยการสถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ ต้องออกมาชี้แจงถึงเรื่องดังกล่าวว่า การเกิดซูเปอร์มูนในวันที่ 6 พฤษภาคม จะเกิดขึ้นในเวลาประมาณ 10.34 น. ตามเวลาประเทศไทย ซึ่งดวงจันทร์จะโคจรเข้าใกล้โลกที่สุดในรอบปี โดยมีระยะห่าง 356,953 กิโลเมตร และเนื่องจากเป็นวันที่ดวงจันทร์เต็มดวงพอดี ผู้คนบนโลกจึงสามารถมองเห็นดวงจันทร์ที่มีขนาดใหญ่กว่าปกติ ประมาณ 2-3 เปอร์เซ็นต์

ทั้งนี้ยังบอกอีกว่า ปรากฏการณ์ดวงจันทร์โคจรใกล้โลกนี้เป็นปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นปกติ เพราะดวงจันทร์จะโคจรรอบโลกเป็นรูปวงรี ทำให้ในทุกๆ เดือน จะมีทั้งวันที่ดวงจันทร์ไกลโลกและดวงจันทร์ใกล้โลก ซึ่งการที่ดวงจันทร์เคลื่อนที่เข้ามาใกล้โลกอาจส่งผลให้น้ำขึ้นน้ำลงเพิ่มขึ้นเพียง 1-12 เซ็นติเมตร แต่ยืนยันว่าปรากฎการณ์นี้ไม่เกี่ยวข้องกับการเกิดหายนะโลก เช่น แผ่นดินไหวหรือสึนามิแต่อย่างใด จึงขอให้ประชาชนอย่าตื่นตระหนกไปกับข่าวลือนี้

ปรากฏการณ์ลักษณะเช่นนี้ เคยเกิดล่าสุดในวันที่ 20 มีนาคม 2554 เวลาในประเทศไทย 02.10 น. ที่ระยะห่าง 356,577 กิโลเมตร

ที่มาภาพ: http://www.thairath.co.th

ที่มาภาพ: http://www.thairath.co.th

โดยเว็บไซต์ SPACE.com เว็บข่าวสารด้านวิทยาศาสตร์และดาราศาสตร์ชื่อดัง รายงานไว้ว่า ปรากฏการณ์ที่ดวงจันทร์จะเข้าใกล้โลกมากที่สุดในรอบปีหรือซูเปอร์มูนที่กำลังจะมาถึงนี้ อาจจะถูกบดบังและรบกวนจากความสว่างของฝนดาวตกเอ-ตา อะควอริด ซึ่งเป็นฝนดาวตกประจำปีที่เกิดจากเศษฝุ่นของดาวหางฮัลเลย์ เพราะในช่วงที่จันทร์เต็มดวงนั้นตรงกับช่วงที่มีฝนดาวตกหนาแน่นพอดี

นายบิล คุ๊ก ผู้เชี่ยวชาญด้านฝนดาวตกขององค์การบริหารการบินอวกาศสหรัฐฯ หรือนาซ่า จากศูนย์การบินอวกาศมาร์แชลสหรัฐฯ ออกมาให้ความเห็นเกี่ยวกับปรากฏการณ์ ซูเปอร์มูนเพิ่มเติมว่า แม้ว่าแสงของดวงจันทร์อาจถูกบดบังจากแสงของฝนดาวตก เอ-ตา อะควอริด แต่ก็มีโอกาสที่จะได้เห็นดาวตกลูกไฟที่สว่างที่สุดของฝนดาวตกชุดนี้ โดยผู้เฝ้าชมปรากฏการณ์นี้จากซีกโลกใต้จะมีโอกาสเห็นฝนดาวตกได้ชัดเจนกว่าซีกโลกอื่น เพราะฝนดาวตกเอ-ตาอะควอริด เริ่มตั้งแต่วันที่ 19 เมษายน ที่ผ่านมา และจะสิ้นสุดในวันที่ 28 พฤษภาคม 2555 โดยจะตกชุกสุด 60 ดวงต่อชั่วโมงในวันที่ 5-6 พฤษภาคม 2555 ตามเวลาทางซีกโลกตะวันตก ซึ่งฝนดาวตกชุดนี้เป็น 1 ในฝนดาวตก 2 ชุดที่เกิดจากฝุ่นดาวหางฮัลเลย์ ที่มีคาบโคจรรอบดวงอาทิตย์ทุกๆ 76 ปีโดยฝนดาวตกอีกชุด คือ โอไรออนิด ซึ่งเป็นฝนดาวตกประจำเดือนตุลาคม

และในวันที่ 28 พฤศจิกายน 2555 ก็จะเกิดปรากฏการณ์ที่กลับกัน นั่นคือดวงจันทร์จะโคจรออกห่างจากโลกมากที่สุด ส่งผลให้เห็นดวงจันทร์มีขนาดเล็กลงเช่นกันด้วย

“อย่างนี้ต้องไปดูที่ฟูลมูนปาร์ตี้ที่เกาะพงัน ถ้าคุณดูดวงจันทร์ที่นั่นท่านจะรู้ถึงความแตกต่างจากการดูที่อื่น แม้จะไม่ใช่ช่วงที่เป็นซูเปอร์มูน เพราะมันใหญ่และสวยมากจริงๆ”

“มันเป็นเหตุการณ์ทางธรรมชาติมันเกิดมาแล้วหลายครั้งก็ไม่เห็นมันเกิดหายนะอะไรกับโลก มีแต่คนบนโลกคาดเดาและจินตนาการไปเองว่ามันจะเกิดภัยโน่น นี่ นั่น โลกจะย่อยยับอับปางก็เพราะน้ำมนุษย์เองนี่แหละ ทำไมมนุษย์ไม่คิดบ้าง”

“แปลกดีที่วันนี้เรามีเทคโนโลยีมากมาย มีสรรพวิชาหลากหลาย ย่ำสำรวจไปบนฟ้า ใต้น้ำ ใต้ดินไม่น้อย การนำเสนอผลการทดลองมากมาย มีการสื่อสารที่รวดเร็ว เข้าถึงข้อมูลได้มาก เราไปว่าคนที่เขาล้าสมัยว่าเชยว่าโง่ แต่คนที่อยู่บนโลกไซเบอร์กลับหลงเชื่อ แตกตื่น ตระหนกไปกับข้อมูลดิบที่ส่งต่อ ๆ กันมา เชื่อเพียงเพราะมีคนบอกว่า คนจากที่นั่นบอกที่นี่บอกเท่านั้นเองเหรอ”

“ปรากฏการณ์ธรรมชาติ เรียนกันมาตั้งแต่เด็ก ไม่แปลก แต่ยังไงทุกสิ่งก็มีเกิดมีดับ เป็นสัจธรรม ทำวันนี้ให้ดีที่สุดซิ โลกไม่แตกเราก็ต้องตายอยู่ดี ไม่มีอะไรยืนยาวค้ำฟ้าได้หรอก”

เครือข่ายสังคม