โผทหารกลางปี “กองทัพ” หยั่งเชิง “รัฐบาล” ปรับเกมรับมือเก้าอี้ “ปลัดกลาโหม-ผบ.ทอ.” คนใหม่

3 เมษายน 2012

การโยกย้ายทหารแต่ละครั้ง เปรียบเหมือนการวางหมากแต่ละตำแหน่งให้สมดุล ทั้งในส่วนการบังคับบัญชาการรบ ฝ่ายเสนาธิการ ฝ่ายยุทธบริการ ฝ่ายกิจการพิเศษ ส่วนการศึกษา เพื่อให้กองทัพมีความสมบูรณ์ในทุกส่วน ดังนั้น การปรับย้ายทหารกลางปี 2555 เมื่อวันที่ 28 มี.ค. ที่ผ่านมาจำนวนทั้งหมด 127 นาย ถือได้ว่าเป็นการปรับเล็กเท่านั้น เพื่อรองการปรับย้ายครั้งใหญ่ในเดือนตุลาคมนี้

ไฮไลต์โผทหารครั้งนี้อยู่ที่กองทัพบก ที่ “บิ๊กตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผบ.ทบ. ได้ย้ายเพื่อนเตรียมทหารรุ่น 12 คือ “แม่ทัพ” ภาคอีสาน-ภาคเหนือ “บิ๊กเยิ้ม” พล.ท.ธวัชชัย สมุทรสาคร แม่ทัพภาคที่ 2 และ “บิ๊กหยอย” พล.ท.วรรณทิพย์ ว่องไว แม่ทัพภาคที่ 3 เข้ามากินอัตราพลเอกก่อนเกษียณอายุราชการในปีนี้ และให้ “บิ๊กป้อม” พล.ท.จีระศักดิ์ ชมประสพ แม่ทัพน้อยที่ 2 (ตท.13) ขึ้นเป็นแม่ทัพภาคที่ 2 กับ “บิ๊กอ้วน” พล.ท.ชาญชัยณรงค์ ธนารุณ แม่ทัพน้อยที่ 3 (ตท.13) ขึ้นเป็น แม่ทัพภาคที่ 3 เนื่องจากทั้งคู่ครองยศอาวุโสสุดของหน่วย ทำให้กองทัพบกเวลานี้ หากรวม “บิ๊กเมา” พล.ท.อุดมชัย ธรรมสาโรรัชต์ แม่ทัพภาคที่ 4 ทำให้ตำแหน่งระดับแม่ทัพผลัดเปลี่ยนมือเข้าสู่ (ตท.13) ถึง 3 คนด้วยกัน

ส่วนตำแหน่งที่หักปากกาเซียนคงหนีไม่พ้น “บิ๊กติ๊ก” พล.ต.ปรีชา จันทร์โอชา (ตท.15) รองแม่ทัพภาคที่ 3 น้องชาย พล.อ.ประยุทธ์ ที่ก่อนหน้านี้ถูกคาดหมายว่าหากมีการขยับแม่ทัพน้อยที่ 3 เมื่อไหร่ พล.ต.ปรีชาน่าจะถูกขยับไปนั่งเก้าอี้ตัวนี้ เพื่อครองยศ (พลโท) มีความอาวุโสก่อนใคร เปิดทางสู่เก้าอี้แม่ทัพภาคที่ 3 ในปี 2556 แม้แต่ช่วงโค้งสุดท้ายก่อนโผทหารจะออกมา ต่างถึงขั้นมองว่ามีโอกาสก้าวกระโดดขึ้นเป็น “แม่ทัพภาคที่ 3″ ตอนนี้เลยด้วยซ้ำ

แต่ทว่า “พี่ตู่” พล.อ.ประยุทธ์ ยังคงให้น้องชายอยู่ที่เดิมไปก่อน เพราะเกรงจะถูกวิพากษ์วิจารณ์ หรือถูกด่าว่าเล่นพรรคเล่นพวกดันน้องชายตนเองจนได้ดี และอาจทำให้เกิดคลื่นใต้น้ำในกองทัพภาคที่ 3 นี่ยังไม่รวมแรงกดดันจากการเมือง เพราะเป็นที่รู้กันดีพื้นที่ภาคเหนือคือพื้นที่สีแดง

จุดยุทธศาสตร์หลักของพรรคเพื่อไทยที่เป็นบ้านเกิดของ “นายใหญ่” พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี และ “นายกฯ ปู” น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกฯ คนปัจจุบัน ย่อมต้องมีการเมืองแทรกแซงไม่มากก็น้อย

แต่หาก พล.อ.ประยุทธ์ไม่คิดมากจนเกินไป การแต่งตั้งใคร ยิ่งในตำแหน่งสำคัญ ย่อมต้องตั้งคนที่ไว้ใจทั้งนั้นทั้ง ญาติพี่น้อง เพื่อน และคนสนิท เพราะถือเป็นฐานอำนาจที่สำคัญ สามารถสั่งซ้ายหันขวาหันได้ทันทีไม่มีบิดพลิ้ว เพราะในอดีตที่ผ่านมาไม่ว่าใครเป็น “ผบ.ทบ.” ล้วนแล้วต้องเลือกแนวทางนี้ทั้งสิ้น แม้แต่องค์กรอื่นก็ต้องทำแบบเดียวกัน

ดังนั้น หาก พล.อ.ประยุทธ์จะทำแบบเดียวกัน ให้ พล.ต.ปรีชาขึ้นเป็นแม่ทัพภาคที่ 3 คงไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร หากมีความเหมาะสมทั้งวัยวุฒิ คุณวุฒิ และเก่งจริง จนได้รับความนับถือจากพี่น้องพ้องเพื่อนและลูกน้องในกองทัพภาคที่ 3

อย่างไรก็ดี คงต้องจับตาในปี 2556 จะมีชื่อ พล.ต.ปรีชา จารึกบนผนังกองบัญชาการกองทัพภาคที่ 3 ในตำแหน่งแม่ทัพหรือไม่…

พล.ต.วลิต โรจนภักดี รองแม่ทัพภาคที่ 1

พล.ต.วลิต โรจนภักดี รองแม่ทัพภาคที่ 1

ส่วนกองทัพภาคที่ 1 พล.อ.ประยุทธ์ยังคงให้นิ่งไว้ตามเดิม ไม่ได้ขยับใคร เพราะหวั่นจะเกิดรอยร้ายเพิ่มระหว่างนายทหาร “บูรพาพยัคฆ์” กับ “วงศ์เทวัญ” แม้ก่อนหน้านั้นมีข่าวว่าจะย้าย “บิ๊กต๊อก” พล.ต.ไพบูลย์ คุ้มฉายา รอง (ตท.15) แม่ทัพภาคที่ 1 ทหารสาย “วงศ์เทวัญ” ไปนั่งเก้าอี้วิชาการ คุม รร.นายร้อยพระจุลจอมเกล้า เพื่อเปิดทางให้ “บิ๊กอู๊ด” พล.ต.วลิต โรจนภักดี (ตท.15) รองแม่ทัพภาคที่ 1 นายทหาร “บูรพาพยัคฆ์” ผู้โด่งดังที่ถูกคนเสื้อแดงหมายหัวเพราะนำกำลังมาปราบช่วง เม.ย. 2553 – 2554 จนเกือบเอาชีวิตไม่รอดที่ศึกแยกคอกวัว เตรียมขึ้นเป็นแม่ทัพภาคที่ 1 ปลายปีนี้ ภายหลัง “บิ๊กโด่ง” พล.ท.อุดมเดช สีตบุตร แม่ทัพภาคที่ 1 ขยับขึ้นเป็นผู้ช่วย ผบ.ทบ. แต่ในที่สุดก็ให้กองทัพภาคที่ 1

พล.อ.อ.สุกำพล สุวรรณทัต รมว.กลาโหม

พล.อ.อ.สุกำพล สุวรรณทัต รมว.กลาโหม

มีรายงานว่า ผบ.เหล่าทัพได้ส่งโผทหารกลางปีไปถึงมือ “บิ๊กโอ๋” พล.อ.อ.สุกำพล สุวรรณทัต รมว.กลาโหม ตั้งแต่ก่อน 15 มี.ค. แล้ว แต่ว่ากันว่า เก็บดองไว้อยู่หลายวันกว่านายกฯ จะส่งขึ้นไปข้างบนตอนก่อนที่จะเดินทางไปประเทศเกาหลีใต้ เพราะต้องสแกนรายชื่ออย่างถี่ยิบ และส่งไปให้พี่ชายได้ดูก่อนเพื่อความละเอียดอีกชั้นหนึ่ง

แต่ที่ฮือฮาก็ตรงคนใกล้ชิด พล.อ.อ.สุกำพล และนายทหาร ตท.10 ได้ดีทั้งตำแหน่งงานและยศสูงขึ้น “น้องอ๋า” น.อ.สุรจิต สุวรรณทัต (ตท.15 )น้องชายพล.อ.อ.สุกำพล ได้ขยับจากตำแหน่งรองเจ้ากรมกิจการพลเรือนกองทัพอากาศ ขึ้นเป็นผู้ทรงคุณวุฒิ ทอ. (อัตราพลอากาศตรี) เพื่อให้ได้นายพลเสียที หลังถูกย้ายเข้ากรุหลังการปฏิวัติรัฐประหาร 19 ก.ย.2549

น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี พร้อมด้วย พล.อ.ยุทธศักดิ์ ศศิประภา รองนายกฯฝ่ายความมั่นคง พล.อ.เสถียร เพิ่มทองอินทร์ ปลัดกระทรวงกลาโหม พล.อ.ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร ผบ.สส. พล.อ.อ.บุญยฤทธิ์ เกิดสุข รอง ผบ.สส. ร่วมถ่ายรูปกับคณะกรรมการและนักเรียนวิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร(วปอ.)

น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี พร้อมด้วย พล.อ.ยุทธศักดิ์ ศศิประภา รองนายกฯฝ่ายความมั่นคง พล.อ.เสถียร เพิ่มทองอินทร์ ปลัดกระทรวงกลาโหม พล.อ.ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร ผบ.สส. พล.อ.อ.บุญยฤทธิ์ เกิดสุข รอง ผบ.สส. ร่วมถ่ายรูปกับคณะกรรมการและนักเรียนวิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร(วปอ.)

นอกจากนี้ บรรดาคนใกล้ชิด ตท.10 อย่าง”บิ๊กอ้อ” พล.ท.จักรกฤษณ์ อินทรทัต ผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษ ทบ. ลูกพี่ลูกน้อง “เสธ.ไอซ์” พล.อ.ไตรรงค์ อินทรทัต อดีตหัวหน้านายทหารฝ่าย เสธ.ประจำ รมว.กลาโหม เป็นผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษ สำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม (อัตรา พลเอก) พ.อ.กำชัย กำบังตน (ตท.23) ผอ.กองนโยบายและแผน กรมการพลังงานทหาร ลูกน้อง พล.อ.ไตรรงค์ ไปเป็นนายทหารฝ่าย เสธ.ประจำ รมว.กลาโหม ส่วน พ.อ.พฤษภะ สุวรรณทัต (ตท.19) รอง ผอ.สำนักนโยบายยุทธศาสตร์ สำนักนโยบายและแผนกระทรวงกลาโหม น้องชาย “บิ๊กโอ๋” พล.อ.พฤณท์ สุวรรณทัต หัวหน้านายทหารฝ่าย เสธ.ประจำ รมว.กลาโหม เป็น ผอ.สำนักงานวิเทศสัมพันธ์กระทรวงกลาโหม และดาวเด่นคงหนีไม่พ้น “เสธ.หมู” พ.อ.สุเมธ พรหมตรุษ (ตท.28) นายทหารคนสนิทที่เดินตามดูแลตระกูลชินวัตร “พ.ต.ท.ทักษิณ-น.ส.ยิ่งลักษณ์” รวมถึงติดตามเมื่อครั้งนายสมัคร สุนทรเวช เป็นนายกรัฐมนตรี เป็นมือประสานทุกพรรคไม่ว่าสีใด และที่สำคัญ เป็นนายทหารคนสนิท “บิ๊กเปี๊ยก” พล.อ.เสถียร เพิ่มทองอินทร์ ปลัดกระทรวงกลาโหม ทำให้ “เสธ.หมู” ได้เป็นพลตรีในตำแหน่งนายทหารฝ่ายเสนาธิการประจำปลัดกระทรวงกลาโหมก่อนผู้ใดของรุ่นก็ว่าได้

อย่างไรก็ตาม โยกย้ายทหารครั้งนี้ ถือเป็นการหยั่งเชิงกันรอบแรก ระหว่างฝ่ายการเมืองกับกองทัพ ว่าจะมีการแก้ไขโผทหารล็อตนี้แค่ไหนอย่างไร มีล้วงลูกจนเกินงามหรือไม่

เพราะโผนี้ไม่ได้อยู่ในสายตา “ผบ.เหล่าทัพ” เนื่องจากไม่ใช่สาระสำคัญ แต่ที่เป็นการโยกย้ายครั้งใหญ่เดือนตุลาคมต่างหากที่ “กองทัพ” กำลังจับตาอยู่ เนื่องจากมีหลายตำแหน่งในแต่ละเหล่าทัพที่สำคัญต้องว่างจากการเกษียณอายุราชการ โดยเฉพาะเก้าอี้ปลัดกระทรวงกลาโหม และ ผบ.ทอ. ที่จะว่างลง

ทำให้งานนี้ต้องมีงัดข้อกันอย่างแน่นอน!!!

โดยแคนดิเดต “ปลัดกระทรวงกลาโหม” หากนับตอนนี้ “บิ๊กกี๋” พล.อ.ชาตรี ทัตติ (ตท.14) รองปลัดกระทรวงกลาโหม นับเป็นแคนดิเดตเบอร์ 1 ก็ว่าได้ ที่เติบโตมาในสายงานนี้โดยตรง ที่สำคัญยังเป็นนายทหารคนสนิท “บิ๊กจิ๋ว” พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ อดีตนายกฯ แต่ขึ้นอยู่กับ พล.อ.เสถียรจะเสนอชื่อผู้ใดเมื่อถึงเวลานั้น…

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผบ.ทบ.(ซ้าย) กับ พล.อ.ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ รอง ผบ.ทบ.

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผบ.ทบ.(ซ้าย) กับ พล.อ.ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ รอง ผบ.ทบ.


แต่ทว่า ในทางลึกมีความพยายามจะย้าย พล.อ.ประยุทธ์ข้ามห้วยมานั่งเก้าอี้ตัวนี้เช่นกัน หรืออีกทางและให้ย้าย “บิ๊กหนุ่ย” พล.อ.ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ รอง ผบ.ทบ. ออกมาไปนั่ง รอง ผบ.สส. แทนเพื่อเป็นการสลายอำนาจในกองทัพบก

“ส่วนจริงเท็จประการใดต้องติดตามอย่างได้กระพริบขณะที่ เก้าอี้ “ผบ.ทอ.” เปิดกว้างสำหรับหลายคนในรัฐบาลยุคนี้ทีเดียวโดยเฉพาะ “บิ๊กจิน” พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง (ตท.13) ผู้ช่วย ผบ.ทอ. เด็กสายตรง พล.อ.อ.อิทธพร ศุภวงศ์ ผบ.ทอ. แคนดิเดตเบอร์ 1 เก้าอี้ “ผบ.ทอ.” ที่นอนมาแบบไร้คู่แข่ง ชักเริ่มไม่แน่นอนเสียแล้ว เพราะขัดกับนโยบายสลายการวางทายาทสืบทอดอำนาจ จึงทำให้ “บิ๊กหนู” พล.อ.อ.บุญยฤทธิ์ เกิดสุข (ตท.11) รอง ผบ.สส. อาจได้ส้มหล่น ย้ายข้ามห้วยกลับมานั่งเป็น ผบ.ทอ. คนใหม่ ยังไม่นับ “บิ๊กตุ้ย” พล.อ.อ.เพิ่มเกียรติ ลวณะมาลย์ (ตท.13) เสธ.ทอ.กับ “บิ๊กดำ” พล.อ.อ.ทรงธรรม โชคคณาพิทักษ์ (ตท.14) ผบ.กรมควบคุมการปฏิบัติการทางอากาศ (คปอ.) มือทิ้งระเบิด งานนี้รับรองเก้าอี้ ผบ.ทอ. ได้ลุ้นกันจนโค้งสุดท้าย

ทำให้เก้าอี้ “ปลัดกลาโหม-ผบ.ทอ.” มีผล หากต้องมีการโหวตใน พ.ร.บ.การจัดระเบียบกระทรวงกลาโหม (กฎหมายโยกย้ายนายทหารชั้นนายพล)

ดังนั้น ฝ่ายการเมืองหรือกองทัพ จำเป็นต้องมีคนของตัวเองไว้เป็นเสียงสนับสนุนหากต้องมีการยกมือขึ้นมา ดีไม่ดีฝ่ายการเมืองอาจเตรียมแก้ พ.ร.บ.การจัดระเบียบกระทรวงกลาโหม เพื่อสลายกฎหมายฉบับนี้ด้วยซ้ำ ปิดทางโหวตของกองทัพไปเลยเพื่อให้อำนาจเบ็ดเสร็จมาอยู่ที่ฝ่ายการเมือง ส่งผลให้เส้นทางกว่าจะไปถึงการโยกย้ายนายทหารเดือนตุลาคมส่อแววจะร้อนขึ้นมาเรื่อยๆ จนทำให้รัฐบาลกับกองทัพต้องเผชิญหน้ากันอีกครั้งหรือไม่ และใครจะมีเล่ห์เหลี่ยมพลิกตำรารับมืออีกฝั่งได้ดีกว่ากัน หรือสะดุดขาตัวเองล้มลง

ข่าวในประเด็น

อ่านข่าวในประเด็นทั้งหมด »

เครือข่ายสังคม