กสิกรไทย-เจบิก-แบงก์ญี่ปุ่น ปล่อยกู้ซอฟต์โลน 7 ปี ให้ลูกค้าน้ำท่วมทั้งไทย-ญี่ปุ่น ดอกเบี้ย 4-5%

นายบัณฑูร  ล่ำซำ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการธนาคารกสิกรไทย และนายคาซูโอะ ยูฮาระ ประธานกรรมการผู้บริหาร ธนาคารเพื่อความร่วมมือระหว่างประเทศแห่งญี่ปุ่นหรือเจบิก (JBIC) ร่วมพิธีลงนาม
นายบัณฑูร ล่ำซำ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการธนาคารกสิกรไทย และนายคาซูโอะ ยูฮาระ ประธานกรรมการผู้บริหาร ธนาคารเพื่อความร่วมมือระหว่างประเทศแห่งญี่ปุ่นหรือเจบิก (JBIC) ร่วมพิธีลงนาม

ข่าวแจก – กสิกรไทยจับมือเจบิกและแบงก์ญี่ปุ่นปล่อยกู้ซอฟต์โลน 7 ปี ฟื้นธุรกิจไทย-ญี่ปุ่นที่โดนน้ำท่วม

นายบัณฑูร ล่ำซำ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการธนาคารกสิกรไทย เปิดเผยว่า เพื่อช่วยฟื้นฟูธุรกิจของผู้ประกอบการญี่ปุ่นและธุรกิจไทยที่เกี่ยวเนื่องกับญี่ปุ่น ที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยเมื่อปี 2554 ธนาคารกสิกรไทยได้ร่วมกับธนาคารเพื่อความร่วมมือระหว่างประเทศแห่งญี่ปุ่นหรือเจบิก (JBIC) และธนาคารท้องถิ่นของญี่ปุ่นอีก 11 แห่ง ให้การสนับสนุนสินเชื่อระยะยาวสูงสุด 7 ปี วงเงินกู้ 2,800 ล้านบาท หรือ 7,500 ล้านเยน โดยธนาคารกสิกรไทยคิดดอกเบี้ยอัตราพิเศษ 4-5% ต่อปี ให้วงเงินกู้สูงสุด 100% ของมูลค่าการลงทุน มีระยะเวลาปลอดดอกเบี้ย 1 ปีแรก

ผู้ประกอบการที่มีสิทธิ์ขอรับสินเชื่อดังกล่าวได้แก่ ผู้ประกอบการญี่ปุ่นในไทย หรือผู้ประกอบการที่มีผู้ถือหุ้นเป็นสัญชาติญี่ปุ่นซึ่งบริษัทแม่ในญี่ปุ่นมีทุนจดทะเบียนไม่เกิน 1,000 ล้านเยน หรือผู้ประกอบการไทยที่ดำเนินธุรกิจเกี่ยวเนื่องกับผู้ประกอบการญี่ปุ่น คือ เป็นธุรกิจที่สั่งซื้อสินค้าจากผู้ประกอบการญี่ปุ่น หรือเป็นผู้ผลิตสินค้าจำหน่ายให้แก่ผู้ประกอบการญี่ปุ่น ที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยเมื่อปี 2554 ทั้งธุรกิจที่ได้รับความเสียหายทางตรง คือ สถานประกอบการถูกน้ำท่วม และธุรกิจที่ได้รับความเสียหายทางอ้อม คือ ตัวสถานประกอบการไม่ได้ถูกน้ำท่วม แต่กระบวนการผลิตได้รับผลกระทบ อันเนื่องจากขาดแคลนวัตถุดิบหรือผลจากระบบการขนส่งที่เสียหาย

สำหรับวงเงินกู้ 2,800 ล้านบาทดังกล่าว เป็นเงินทุนที่ได้รับจัดสรรจากเจบิก 60% ส่วนอีก 40% เป็นเงินทุนที่ได้รับจัดสรรจากธนาคารท้องถิ่นญี่ปุ่น 11 แห่ง ได้แก่ The Bank of Tokyo-Mitsubishi UFJ, The Hokuto Bank, The Shonai Bank, The Toho Bank, The Hachijuni Bank, TheShizuoka Bank, The Bank of Kyoto, The Chugoku Bank, The Hiroshima Bank, TheBank of Fukuoka และ The Higo Bank

ทั้งนี้ เหตุการณ์น้ำท่วมในปี 2554 ได้ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทยโดยรวมราว 1.3 ล้านล้านบาท ซึ่งอุตสาหกรรมที่ได้รับความเสียหายมากที่สุดคือ อุตสาหกรรมชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์และชิ้นส่วนยานยนต์ พื้นที่ความเสียหายทางเศรษฐกิจส่วนใหญ่อยู่ในเขตพระนครศรีอยุธยาและปทุมธานี ซึ่งเป็นนิคมอุตสากรรมที่มีธุรกิจญี่ปุ่นดำเนินการอยู่จำนวนมาก โดยผู้ประกอบการญี่ปุ่นในไทยและเป็นลูกค้าธนาคารกสิกรไทยซึ่งมีจำนวนทั้งสิ้น 1,800 บริษัท ได้รับความเสียหายจากน้ำท่วมโดยตรง 300 บริษัทจากจำนวนธุรกิจญี่ปุ่นที่มีบริษัทแม่เป็นเอสเอ็มอีในญี่ปุ่นที่มีการลงทุนในไทยซึ่งมีจำนวนทั้งสิ้นราว 3,200 บริษัท

นายบัณฑูรกล่าวต่อว่า ที่ผ่านมาธนาคารกสิกรไทยได้ออกมาตรการช่วยเหลือเพื่อฟื้นฟูลูกค้าธุรกิจที่ได้รับผลกระทบจากอุทุกภัยอย่างต่อเนื่อง อาทิ การให้วงเงินสินเชื่อฉุกเฉินระยะสั้นและระยะยาว ด้วยอัตราดอกเบี้ยและเงื่อนไขพิเศษการให้บริการจัดการทางการเงินด้วยอัตราค่าธรรมเนียมต่ำพิเศษ รวมทั้งความร่วมมือกับธนาคารท้องถิ่นญี่ปุ่นทั้ง 19 แห่งที่เป็นพันธมิตรกับธนาคารกสิกรไทย ในการร่วมกันระดมทุนเพื่อสนับสนุนวงเงินสินเชื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการและบริษัทญี่ปุ่น ที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยอย่างเร่งด่วน ด้วยการออก Standby Letter of Credit (SBLC) เพื่อใช้เป็นหลักประกันในการกู้ยืม

ความร่วมมือในการปล่อยกู้ซอฟต์โลนครั้งนี้ จะเป็นอีกมาตรการสำคัญของธนาคารกสิกรไทยในการสนับสนุนธุรกิจญี่ปุ่นในประเทศไทย โดยธนาคารฯ ตั้งเป้าที่จะเป็นธนาคารไทยในใจนักลงทุนญี่ปุ่น (The Most Preferred Thai Local Bank) และจะเพิ่มส่วนแบ่งตลาดกลุ่มลูกค้าญี่ปุ่นในไทยเป็น 18% ภายในปี 2556 รวมทั้งมีส่วนแบ่งตลาดกลุ่มลูกค้าญี่ปุ่นเป็นอันดับหนึ่งในกลุ่มธนาคารพาณิชย์ของไทย ซึ่งในปัจจุบันธนาคารกสิกรไทยเป็นพันธมิตรทางธุรกิจกับธนาคารท้องถิ่นญี่ปุ่นแล้ว 19 แห่ง และมีเป้าหมายที่จะขยายความสัมพันธ์ออกไปให้ครอบคลุมทั้ง 47 จังหวัดในญี่ปุ่น