ประเด็นฮอตในโซเชียลมีเดียรอบสัปดาห์: ส.ส. กดบัตรแทน – แผ่นดินลุกเป็นไฟ – อดีตมิสอัลคาซ่าร์สมัคร อบจ.น่าน

28 เมษายน 2012

ประเด็นที่ถูกพูดถึงมากสุดในโซเชียลมีเดียในรอบสัปดาห์ 22-28 เมษายน 2555

เรื่องแรก ยังเป็นประเด็นการสืบหาต้นตอของเรื่องที่เกิดขึ้นระหว่างการประชุมสภาเพื่อพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ เมื่อวันที่ 18 เมษายน ที่ผ่านมา กับกรณีที่มีภาพโป๊ที่ปรากฏอยู่บนจอกลางห้องประชุม ซึ่งล่าสุดได้ข้อสรุปเป็นที่แน่นอนแล้วว่า ภาพโป๊ที่ปรากฏมาจากโทรศัพท์ยี่ห้อซัมซุง 3 รุ่น ได้แก่ ซัมซุงแกแลคซี่แท็บ ซัมซุงแกแลคซี่โน้ต และซัมซุงแกแลคซี่ เอสทู ซึ่งในช่วงระหว่างเวลา 04.00 น. ของวันที่ 18 เมษายน ถึง เวลา 04.00 น. ของวันที่ 19 เมษายน 2555 มีผู้เปิดสัญญาณทั้งสิ้น 86 เครื่อง แต่ก็ยังไม่สามารถตรวจสอบได้ว่า ภาพดังกล่าวถูกส่งมาจากโทรศัพท์หมายเลขใด

มีการถอดตัวเก็บข้อมูลซึ่งอยู่ในจอทีวีไปตรวจสอบ ซึ่งก็ได้รับหนังสือยืนยันจากบริษัทแอลจี ประเทศเกาหลี ถึงการบันทึกข้อมูลการเชื่อมต่อสัญญาณ วายฟายดองเกิล (Wi-Fi Dongle) กับโทรศัพท์มือถือว่า ไม่มีอุปกรณ์ที่บันทึกประวัติการใช้งาน จึงทำให้ไม่สามารถเก็บข้อมูลการใช้งานที่ข้ามวันได้ ข้อมูลถูกลบเมื่อปิดเครื่อง ดังนั้นจึงไม่สามารถตรวจสอบหมายเลขโทรศัพท์ที่ปล่อยภาพโป๊สภาขึ้นสู่จอทีวีได้

คณะกรรมการตรวจสอบกรณีภาพโป๊ที่ปรากฏบนจอ ในการประชุมสภา ที่มาภาพ: httpwww.dailynews.co.thpolitics54824

คณะกรรมการตรวจสอบกรณีภาพโป๊ที่ปรากฏบนจอ ในการประชุมสภา ที่มาภาพ: httpwww.dailynews.co.thpolitics54824

ส่วนสัญญาณวายฟายที่ส่งเข้ามาบนจอทีวีนั้นไม่ได้มาจากภายในห้องประชุมเพียงอย่างเดียว เพราะสัญญาณครอบคลุมไปทั้งสภาฯ ดังนั้นจึงอาจเป็นไปได้ว่า ภาพที่ปรากฏบนจอมาจากภายนอกห้องประชุมสภาก็เป็นได้

“นึกอยู่แล้วต้องออกมาในแบบนี้ บอกหาคนผิดไม่ได้ การเมืองชัดๆ แล้วอย่างนี้จะไว้ใจใครได้”

“ผมอ่านข่าวแล้วลองประมวลความคิดตามแบบของผมเอง สมมุติว่าเป็นกรณีที่ข้อมูลในข่าวถูกต้อง 100%
1. การเชื่อมต่อ WiFi แอนดรอยด์ ทำได้ดีกว่า iOS ไม่รู้ว่าในแง่ไหน แต่รู้ว่าทำได้ดีกว่า (มาอ่านช่วงหลังๆ ถึงจะพอเข้าใจอยู่บ้าง)
2. มีเพียงซัมซุงเท่านั้น ที่สามารถจะส่งภาพผ่าน WiFi ไปออกจอได้(อันนี้ตามความเห็นด้านบนข้อ 1)
3. ยังไม่มีข้อมูลใดๆ แสดงถึงการเข้ารหัสของ WiFi ในสภาว่ามีความปลอดภัยมากน้อยเพียงใด

ความเห็นส่วนตัว ผมว่าแอนดรอยด์เชื่อมต่อสัญญาญได้ดีหรือแย่พอๆ กับ iOS น่ะแหล่ะครับ แต่ถ้ามาเชื่อมต่อผ่าน APP นี้ไม่ทราบจริง ดังนั้นแล้ว เรื่องแบบนี้ ควรจะมีการชี้แจงให้เข้าใจโดยละเอียด เพราะบอกแต่เพียงว่า แอนดรอยด์เชื่อมต่อได้ดีกว่า อาจจะทำให้ผู้รับข่าวที่ไม่ได้อ่านเนื้อหาทั้งหมด เข้าใจผิดได้”

“จอ LG รองรับ DLNA ถ้ามือถือมีฟังก์ชั่นนี้อยู่ก็จะส่ง ภาพ หนัง ขึ้นไปได้ แต่ต้องอยู่ Network เดียวกัน ซึ่งมือถือส่วนมากก็คือ Samsung LG Sony …ที่มีฟังก์ชั่นนี้ส่งขึ้นมาได้ครับ ถ้า Apple ทำได้ แต่ setup ขั้นตอนเยอะ ไม่เหมือนมือถือรองรับ DLNA เจอติดต่อ ส่งขึ้นได้เลย
Samsung ดันขายมือถือมากที่สุด แต่อาจเป็นเจ้าอื่นก็ได้นะครับ อ้อ มือถือ Samsung เก่าผม OS ซิมเบี้ยนก็น่าทำได้เพราะมีโลโก้ติดอยู่”

“DLNA (Digital Living Network Alliance)” เป็นเทคโนโลยีที่ทำให้ผลิตภัณฑ์ต่างๆ สามารถใช้งานร่วมกันได้ และอุปกรณ์ Smartphone Tablet Smart TV Notebook ฯลฯ ต่างก็รองรับเทคโนโลยีนี้ครับ เพียงแต่ในแง่ของ Smart Phone นั้น มีบางค่ายเท่านั้นที่ทำ Apps มาติดเครื่อง ยกตัวอย่างเช่น Allshare ของ Samsung เป็นต้น ซึ่ง Smart Phone iDevice อย่าง iPhone, iPad เค้าไม่ได้ใส่โปรแกรม DLNA มาไว้ โดยจะใส่ Airplay เพื่อให้ทำงานเข้ากับอุปกรณ์ของ Apple อย่าง Apple TV ดังนั้น ถ้าเราจะใช้ ไอโฟนส่งภาพขึ้น TV ก็ไปหาเจ้า Apple TV ที่ว่านี้มาติดตั้งกับ TV ของเราซะ แต่อย่างไรก็ตาม เมื่อนักพัฒนาแอพเห็นว่าเป็นเรื่องยุ่งยาก จึงได้ทำแอพอย่าง iMediashre Lite ซึ่งเป็นโปรแกรมฟรี ทำให้มือถือไอโฟนส่งภาพขึ้นจอผ่าน DLNA ได้อย่างไม่ยากเย็น เพียงแต่ต้องส่งผ่านแอพตัวนี้เท่านั้น ดังนั้น ที่ว่า Samsung ส่งได้ เพราะมีแอพติดมากับเครื่อง แต่ iPhone ไม่มีแอพติดมากับเครื่องที่ทำงานลักษณะนี้ได้ ต้องอาศัยแอพที่โหลดมาเพิ่มเติมนั่นเอง ซึ่งเป็นเรื่องปกติของอุปกรณ์ Apple ที่ไม่ค่อยให้เราเชื่อมต่อกับอุปกรณ์อื่นได้ง่ายอยู่แล้ว ลองไปดูภาพแนวคิดของเทคโนโลยี DLNA จะเข้าใจมากขึ้น”

“เห็นคลิปเต็มๆ ละ มันมีการเชื่อมต่อก่อนหน้านั้นอยู่แล้วจากรูปทะเล มีการเปลี่ยนคล้ายๆ เล่นไสลด์หรือเปลี่ยนภาพถัดไปเป็นภาพเจ้าปัญหา ของอุปกรณ์ใดอุปกรณ์หนึ่ง ตอนนี้เริ่มสงสัยว่า คนที่น่าสงสัยร้อนตัวที่สุด จะกลายเป็น ส.ส.เพื่อไทยรึเปล่า คนที่เอาแท็บเล็ดมาโชว์ภาพเก่าของ ส.ส. ปชป. ที่ถ่ายไว้ตั้งแต่วันไหนก็ไม่รู้น่ะวันนั้นเค้าใช้อะไร”

“แปลกนะ ปรกติ การออกจอใดๆ ที่ในสภา มันต้องมีระบบควบคุมไม่ใช่หรือว่า อะไรควรออกได้หรือไม่ให้ออก ถ้าใครไม่รู้นึกจะส่งข้อมูลอะไรก็ไม่รู้ออกได้โดยง่าย มันก็คงเป็นความผิดพลาดของระบบโดยแท้ ขอย้ำ นี่คือจอที่แสดงในรัฐสภานะครับ มีใช่จอไว้ดูส่วนตัว ประการแรก ผู้ที่รับผิดชอบโดยตรงคือผู้ควบคุมการส่งภาพออกสู่จอ แต่ถ้าไม่มีผู้ควบคุมการส่งภาพออกจอ คนที่ต้องรับผิดชอบ คือ เลขา รัฐสภา และ ปธ.รัฐสภา ส่วนใครส่งอย่างไร อันนี้ก็ไปตามไล่เล่นงานกันเอง”

เรื่องที่สอง เกิดปรากฏการณ์ที่ทำให้ชาวบ้านอำเภอนครไทย จังหวัดพิษณุโลก แตกตื่นเมื่อเกิดเหตุแผ่นดินลุกเป็นไฟ ทำให้มีชาวบ้านถูกเปลวไฟ ที่ลุกไหม้ขึ้นมาจากแผ่นดินได้รับบาดเจ็บสาหัส แต่โชคยังดีที่มีผู้พบเห็นแล้วเข้าไปช่วยออกมาได้ทัน นอกจากนี้ยังมีสุนัข 3 ตัว และแมว 2 ตัว ที่พลัดเดินเข้าไป ณ จุดเกิดเหตุ ถูกเผาตายจนไม่เหลือซากอีกด้วย

ปรากฎการณ์ดังกล่าวนี้เกิดขึ้นมาประมาณ 2 สัปดาห์แล้ว โดยพื้นที่แถบนี้เคยเป็นที่ตั้งของเตาเผาถ่านจำนวน 3 เตา ที่ตั้งอยู่กับโรงเลื่อยแสงสิริ ซึ่งรับสัมปทานตัดไม้ในเขตอำเภอนครไทย รับไม้จากโรงเรื่อยมาเผาถ่านบริเวณนี้ แต่ได้เลิกกิจการไปแล้วประมาณ 30 ปี และก็กลายสภาพมาเป็นที่นา แต่อดีตบริเวณนี้น้ำท่วมตลอดทุกปี ทำให้มีดินตะกอนทับถมมาเรื่อยๆ


ที่มาภาพ: httphilight.kapook.comview70432

ที่มาภาพ: httphilight.kapook.comview70432

ทั้งนี้ ทางด้าน รศ.ดร.กิจการ พรหมมา อาจารย์ประจำภาควิชาทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม มหาวิทยาลัยนเรศวร ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวชนเกี่ยวกับเรื่องนี้ว่า จากปรากฎการณ์ที่เกิดขึ้น ยังไม่ได้มีการลงพื้นที่แต่จากการติดตามข่าวสารและสังเกตจากภาพถ่าย น่าจะมีสาเหตุจากการที่มีไฟฟ้ารั่วอยู่ในชั้นใต้ดิน และอากาศที่ร้อนจัดทำให้น้ำที่อยู่ในดินระเหยไปหมด ตัวดินก็จะร่วนซุยแต่ยังมีความร้อนอยู่ เมื่อโยนกระดาษลงไปก็จะเกิดไฟลุกไหม้

และข้อสันนิษฐานที่ 2 คือ ในดินอาจจะมีแร่ฟอสฟอรัสขาวอยู่มาก ซึ่งอาจเป็นสาเหตุให้เกิดการลุกไหม้ แต่ในพื้นที่ก็ไม่พบก้อนฟอสฟอรัสขาวแต่อย่างไร ส่วนเรื่องที่ว่าจะเป็นปากปล่องภูเขาไฟตามที่ชาวบ้านวิตกก็ไม่น่าเป็นไปได้ เพราะลักษณะภูมิประเทศของไทยไม่น่าจะมีภูเขาไฟ สำหรับการแก้ไข ถ้าหากเกิดจากสาเหตุไฟฟ้ารั่วลงดินก็ต้องหาแหล่งที่เกิดไฟรั่วแล้วก็กำจัดเสีย แต่ถ้าเกิดจากแร่ฟอสฟอรัสขาวก็ต้องใช้รถแบ็กโฮขุด แล้วนำแร่ฟอสฟอรัสขาวไปไว้ในน้ำ ก็จะไม่เกิดการลุกไหม้ต่อไป

ซึ่งล่าสุดก็เจอควันไฟลุกขึ้นจากแผ่นดินอีกที่จังหวัดลพบุรี โดยบริเวณดังกล่าวเป็นสถานที่ทิ้งขยะ แต่ได้เลิกทิ้งมาเป็นเวลาประมาณ 10 ปีแล้ว ล่าสุดมีสภาพเป็นบ่อขนาด 10 X 10 เมตร ลึกประมาณ 4 เมตร โดยทางอำเภอเมืองลพบุรีได้มีการประสานขอรถดับเพลิงมาฉีดเพื่อดับไฟ นอกจากนี้ยังได้กลิ่นกำมะถัน และยังไม่มีทีท่าว่าจะจางลง และก่อนหน้านี้ก็มีน้ำเดือดผุดขึ้นมากว่า 1 ปีแล้ว อีกทั้งพื้นที่แห่งนี้เคยเกิดน้ำท่วมใหญ่กว่า 4 เมตร ขังเป็นเวลากว่า 1 เดือน พอน้ำลดพื้นดินก็กลับคืนปกติ แต่ล่าสุดก็ยังเกิดไฟลุกไหม้ได้อีก ซึ่งก็ยังหาข้อสรุปที่ชัดเจนของเรื่องนี้ไม่ได้

“ปากป่องภูเขาไฟหรือป่าว ไม่จำเป็นต้องเป็นภูเขาไฟนะ ยิ่งมีกำมะถันด้วย เคยดูสารคดี เห็นวัวควายตายเป็นแถว บ้านเราหมาแมวตายเป็นแถว สังเกตว่าดินมันยุบและ เริ่มเหลว ระวังกันนะครับ คนในพื้นที่ ข่าวออกโครมๆ แต่เจ้าหน้าที่ไทยยังไม่ทำอะไร แถมออกมาประกาศว่าเป็นเรื่องธรรมดาอีกซะด้วย”

“อาจเป็นเพราะเป็นเตาเผาถ่านเดิม มีขี้เลื่อยอบอยู่ใต้ดิน อากาศร้อนมากๆ จึงลุกเป็นไฟพุ่งออกมา”

“ทำไมไม่ลองขุดดูล่ะครับ ว่ามันเกิดจากสาเหตุใด จะได้รู้กัน เราก็มีเทคโนโลยีเยอะแยะ ทำไมไม่เอามาใช้ มีเครื่องตรวจวัดอุณภูมิใช้คอมพิวเตอร์ เช็คว่ามันจะเป็นสารอันตราย รึว่าจะเป็นปล่องภูเขาไฟอย่างที่เขาพูดกัน”

“น่ากลัวนะคะ เราต้องช่วยกันคิด ว่าสาเหตุที่เกิดมันเกิดจากความร้อนใต้ดิน หรือเกิดจากอะไรกันแน่เพราะมันอาจจะเกิดขึ้นกับทุกที่ในประเทศเราเลย”

“ผมคิดว่าอาจจะเป็นเพราะใต้พื้นดินของเรามันมีแก๊สอะไรสักชนิดที่ไวต่อความร้อน จนเกิดลุกไหม้ ก็เป็นได้เพราะช่วงนี้อากาศก็ร้อนมากจริงๆ (แค่เสนอความคิดเห็นนะครับ)”

“ดีไม่ดีอาจเป็นปากปล่องภูเขาไฟ หรืออาจจะมีอะไรมากกว่านั้น แต่ทางการปิดข่าวรึป่าว เพราะประชาชนก็บริโภคข่าวสารจากพวกนี้ทั้งนั้น ถ้าปิดข่าวจริง เราจะไปรู้อะไร ก็แค่แก้เรื่องนิดหน่อย ว่าเป็นโน่นเป็นนี่ ก็จบ”

“ทุกวันนี้ สภาวะแวดล้อมเปลี่ยนไปมากเปลี่ยนไปในทางที่ไม่ดี ในทุกพื้นที่ของโลกไม่ว่าจะที่ไหนๆ เหตุเกิดจากการกระทำที่เห็นแก่ได้ ของมนุษย์โลกในทุกชนชาติ ช่วยกันปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในการรักษาสภาวะสิ่งแวดล้อมกันเถิด อย่างน้อยก็ผ่อนหนักให้เป็นเบาได้ รักษ์โลก รักษ์ธรรมชาติครับ ช่วยกันครับสิ่งดีๆ จะได้คืนกลับมา”

เรื่องที่สาม เกิดเหตุในรัฐสภาอีกแล้ว เมื่อ ส.ส.บัญชีรายชื่อและหัวหน้าพรรครักประเทศไทย นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ กล่าวถึงกรณีที่มี ส.ส. กดบัตรแทนกันในการโหวตแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญในการประชุมร่วมรัฐสภา อีกทั้งยังมีคลิปการกดบัตรแทนกันที่ได้ถ่ายไว้เมื่อไม่นานมานี้เป็นหลักฐาน ซึ่งทำให้เข้าใจว่ามีบางคนที่ฝากให้เพื่อนช่วยเสียบบัตรแทนและกดลงคะแนนแทนกัน พฤติกรรมเหล่านี้ถือว่าไม่ตรงไปตรงมากับประชาชนในการทำหน้าที่ ควรมีความละอายแก่ใจกันด้วย

สำหรับเหตุการณ์ในคลิปที่ปรากฏนั้น เป็นภาพเหตุการณ์ขณะที่มีการโหวตเพื่อลงคะแนน ซึ่งต้องมีการเสียบบัตรประจำตัวของ ส.ส. โดยมีการเสียบบัตรคาช่องประจำโต๊ะที่นั่งของ ส.ส. ทิ้งไว้แล้ว โดย ส.ส.หญิงที่อยู่ในภาพเป็นคนกดลงคะแนนให้คนแรก และมี ส.ส.ชายที่นั่งอยู่แถวหน้าหันมาถามว่ากดได้เลยใช่ไหม ส.ส.หญิงในคลิปก็ตอบว่า ใช่ ส.ส.ชายก็กดลงคะแนนในส่วนของแถวหน้า ซึ่งเกิดขึ้นในการประชุมร่วมรัฐสภาเพื่อพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ ของการลงคะแนนในช่วงรับหลักการในมาตรา 1 ของการพิจารณาแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญ

นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์  ขณะแสดงคลิปหลักฐานการกดบัตรแทน ที่มาภาพ: httpwww.matichon.co.thnews_detail.phpnewsid=1335266569&grpid=02&catid=02

นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ ขณะแสดงคลิปหลักฐานการกดบัตรแทน ที่มาภาพ: httpwww.matichon.co.thnews_detail.phpnewsid=1335266569&grpid=02&catid=02

การลงคะแนนแทนกันเช่นนี้เป็นการทำผิดกฎหมาย โดยเฉพาะการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ถ้าเป็นเช่นนี้ก็ผิด ต้องส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความว่าถูกต้องเหมาะสมหรือไม่อย่างไร และสมควรที่ทางประธานรัฐสภาจะต้องตั้งคณะกรรมการขึ้นมาตรวจสอบจริยธรรมของการทำหน้าที่ ส.ส. รวมถึงกรรมาธิการกิจการสภาเองก็ต้องตรวจสอบ

ทั้งนี้ อีกด้านหนึ่ง นายประชา ประสพดี ส.ส.สมุทรปราการ พรรคเพื่อไทย นำหลักฐานภาพถ่ายช่วงการลงมติพระราชบัญญัติขนส่งว่าด้วยการปรับปรุงน้ำหนักและร่างพระราชบัญญัติการกำหนดน้ำหนักรถยนต์ส่วนบุคคล เมื่อวันที่ 14 มีนาคม 2555 มากล่าวหาว่านายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ไม่ได้อยู่ในห้องประชุมในขณะนั้น แต่ผลการลงมติกลับมีชื่อนายอภิสิทธิ์เห็นด้วยกับ พ.ร.บ. ทั้ง 2 ฉบับ จึงตั้งข้อสังเกตว่า นายอภิสิทธิ์อาจจะให้ผู้อื่นเสียบบัตรแทน โดยจะนำหลักฐานดังกล่าวส่งให้นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานผู้แทนราษฎร ตรวจสอบอีกครั้งหนึ่ง

และหากนายอภิสิทธิ์นำหลักฐานมาพิสูจน์ได้ว่าอยู่ในห้องประชุมในขณะนั้น ก็พร้อมที่จะขอโทษ แต่ถ้ามีมูลความจริง อยากให้นายอภิสิทธิ์ลาออกจากตำแหน่งผู้นำฝ่ายค้านเสีย

“เมื่อไรนักการเมืองพวกนี้จะหมดไปซะที เป็นนักการเมืองแบบ “เล่นการเมือง” ไม่ได้เข้ามาเพื่อทำงานบริหารบ้านเมืองให้ก้าวหน้า ไม่ได้เข้ามาทำงานเพื่อประชาชนอย่างที่พูด แต่เข้ามาเพื่อแสวงหาผลประโยชน์ใส่ตัวและพวกพ้องกันทั้งนั้น เลือกตั้งคราวหน้าจะไม่ไปเลือกตั้งแล้ว เบื่อ!”

“แล้วใครที่เริ่มเรื่องพวกนี้ก่อนล่ะท่าน เมื่อวานเห็นว่าเป็น ส.ส.เพื่อไทยกดบัตรแทนก็ต่อว่ากันยกใหญ่ แต่วันนี้กลับบอกเป็นเรื่องไร้สาระ เป็น ส.ส. เพื่อมาแก้แค้นครับท่าน ลืมคำพูดที่ว่า ส.ส.เพื่อไทยเมื่อวานไปไหนหมดสิ้น นี่แหละที่คำโบราณกล่าวไว้ว่า “ความผิดคนอื่นเท่าภูเขา ความผิดของเราเท่าเส้นผม” มันก็เป็นเช่นนั้นแล”

“ถึงจะมากดเองก็เลือกกดปุ่มอื่นไม่ได้ สถานที่แห่งนี้เหตุผลไม่มีความหมาย คำสั่งนายอย่างเดียว ไม่ต้องใช้ความคิด เป็น ส.ส. แบบนี้ไม่ดีนะ ไปเอาใครที่ไหนมาเป็นก็ได้ “เสียบบัตรแล้วกดปุ่มที่ 2 นะ” คำพูดแบบนี้ยังเรียกว่าสภาฯ ได้อยู่เหรอ น่าจะเรียกโรงงานแก้กฏหมายนรกมากกว่า ไม่ใช่ประชาธิปไตยแล้ว”

“ถ้าเป็นโรงงานบางโรงงาน ใครตอกบัตรเข้างานแทนเพื่อนโดนไล่ออกทั้ง 2 คน ในสภาผู้แทนฯ มีหน้าที่ต้องรับผิดชอบระดับประเทศ ต้องเอาให้หนักกว่านะ”

“เคยไม่ชอบท่านชูวิทย์ แต่เรื่องนี้ขอปรบมือให้ครับ ไม่ว่า ส.ส. คนใด พรรคไหน เมื่อจับได้ ต้องแฉ!!”

“1. ไม่ต้องจี้หลักฐานจากคุณชูวิทย์ หลักฐานทางสื่อสารมวลชนก็มีทุกสื่อ ครับ 2. ท่านว่าตัวเลขของการลงมติเห็นชอบกว่า 300 เสียง เป็นตัวเลขที่ชัดเจนอยู่แล้ว เห็นด้วย แต่ท่านไม่ได้มองวิธีหรือการกระทำในการรับรอง กฎหมายของประเทศเลย // ที่ถ่ายไว้ได้ แค่ 8 แต่ที่ถ่ายไม่ได้ อีกเท่าไหร่ก็ไม่รู้ ออกเสียงใหม่โปร่งใสที่สุดครับ”

เรื่องที่สี่สื่อต่างประเทศฮือฮาเมื่อ นก ยลลดา (เกริกก้อง) สวนยศ วัย 30 ปี อดีตมิสอัลคาซ่าร์ ซึ่งปัจจุบันดำรงตำแหน่งนายกสมาคมสตรีข้ามเพศแห่งประเทศไทย ลงสมัครสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดน่าน ที่เขตเลือกตั้งที่ 1 ตำบลในเวียง ซึ่งถือเป็นสตรีข้ามเพศคนแรกของประเทศแห่งนี้ที่ก้าวเข้าสู่สนาม

โดยสำนักข่าวฮินดูสตันไทม์สเป็นผู้รายงาน อ้างคำสัมภาษณ์ของอดีตนางงามสาวประเภทสองรายนี้ และเชื่อว่าเธอเป็นส่วนหนึ่งของคลื่นลูกใหม่ทางการเมืองท้องถิ่น ซึ่งน่าจะได้รับการสนับสนุนจากกลุ่มสตรีข้ามเพศหรือกลุ่มที่มีความหลากหลายทางเพศอื่นๆทั้ง ทั้งเกย์ เลสเบี้ยน ทอม และดี้ เพราะเคยร่วมกิจกรรมทางสังคมมามากมาย

อีกทั้งรายงานข่าวของฮินดูสตันไทม์สยังระบุไว้ว่า ในอดีต นก ยลลดา เคยรณรงค์เรียกร้องให้สังคมไทยเปลี่ยนถ้อยคำจาก “รักร่วมเพศ” เป็น “บุคคลข้ามเพศ” และเสนอโครงการผ่าตัดแปลงเพศฟรี อันนำมาซึ่งการโต้เถียงอย่างกว้างขวางภายในประเทศอีกด้วย อีกทั้งยังมีธุรกิจเกี่ยวกับอัญมณีและเครื่องประดับ และเป็นผู้อำนวยการสถานีโทรทัศน์ผ่านดาวเทียมคลื่นหนึ่ง โดยปี 2554 ที่ผ่านมาได้รับรางวัล 1 ใน 15 ผู้หญิงที่มีอิทธิพลกับสังคมยุคใหม่เช่นกัน

นก นายยลลดา สวนยศ  ที่มาภาพ: httpwww.posttoday.com

นก นายยลลดา สวนยศ ที่มาภาพ: httpwww.posttoday.com

“จะเป็นอะไรก็เป็นครับ ขอแค่มีสมอง ทำงานเพื่อประโยชน์ของประเทศชาติ ไม่ใช่ประโยชน์ของคนส่วนมากหรือคนส่วนน้อยนะครับ ไม่ใช่ประโยชน์ของอะไรแบบนั้น ไม่เอานะครับ ประชาธิปไตยแบบหมาหมู่หรือประชาธิปไตยแบบตามใจฉัน จะเข้ามาเพื่อมาออกกฏหมายเอาใจคนประเภทเดียวกัน พรรคพวกเดียวกัน ไม่ได้นะ ต้องเอาประโยชน์ของประเทศเป็นใหญ่ครับ ขอแค่นี้ครับ ไม่ว่าจะใคร ถ้าทำได้ผมจะยอมรับคุณ”

“ตัวตนยังปลอม แล้วจะจริงใจอะไรกับใครครับ อย่างบางสถานที่เค้าห้ามผู้หญิงปลอมเข้าไปใช้บริการ คุณยังไม่ให้เกียรติสถานที่เค้า หาว่าเค้ากีดกัน กดขี่ เสียอกเสียใจใหญ่โต ถ้ามีอำนาจขึ้นมา คงแต่ใจตัวเองน่าดู”

“ขนาดเพศที่สามด้วยกันด้วยกันยังเอือมระอาในความหัวแข็ง ดื้อดึง เอาชนะของคุณ ถ้าเข้าไปบริหารบ้านเมืองได้ คุณจะยอมรับฟังความเห็นคนอื่นเหรอ สิ่งที่คุณเรียกร้องมันต้องมีเหตุมีผล ไม่ใช่ตะแบงเป็นเด็กๆ พอไม่ได้ก็บีบน้ำตา คนคุยด้วยอึดอัดนะ ถ้าไม่เออออไปด้วยกลัวจะคุยได้ไม่นาน ยิ่งเรื่องบ้านเมืองเป็นเรื่องเสียสละ อย่าเอาความอยากส่วนตัวมาปะปนเลย แค่นี้บ้านเมืองเราก็น้ำเน่าพออยู่แล้วนะ”

“แล้วกรณีการยอมรับสถานะที่หลายคนอ้างนะครับ มันเป็นการยอมรับสถานะว่ามีสิทธิสภาพทางกฏหมาย และอยู่ภายใต้กฏหมายที่ยังมีผลบังคับใช้ตามเพศที่แท้จริง โดยจะเป็นการระบุชัดเจนเข้าไปว่าเป็น บุคคลที่แปลงเพศครับ หรือ transgender ที่มาจาก transform gender หรือ แปลงเพศ นั่นแหละครับ เพราะกฏหมายมันมีเรื่องคุ้มครอง ชดเชย โทษผิด โทษจำขัง ฯลฯ ที่มีเรื่องเพศเป็นตัวกำหนดหรือเงื่อนไข ฉะนั้นเมื่อกล่าวถึงข้อกฏหมายนั้นๆ ขึ้นมา คนที่แปลงเพศจึงไม่เข้าข่ายทั้งสองเพศ ทำให้ต้องมีการตรากฏหมายเพื่อรองรับการแปลงเพศ ว่ายังต้องอยู่ภายใต้กฏหมายนั้นๆ ฉะนั้นอย่าเอากรณีนี้มาอ้างเรื่องการเปลี่ยนคำนำหน้าหรือสรรพนามเลยครับ เพราะมันเล็กน้อยแต่มหาศาลในทางปฏิบัติ ถ้าจะแก้อะไรนะครับ แนะนำว่าแก้กฏหมายเรื่องล่วงละเมิดหรือข่มขืนก่อนเลยครับ เพราะกฏหมายไม่มี ผู้ชายข่มขืนผู้ชาย และไม่มีข่มขืนผู้ชาย ทีนี้ ทอมเติมปีโป้ข่มขืนผู้หญิงก็ไม่เข้าข่าย ชายข่มขืนผู้ชายแปลงเพศเป็นหญิงก็ไม่ผิดอีก มันมีอะไรให้ทำให้แก้มากกว่าเรื่อง นาย นาง นางสาว ครับ ต้องตั้งกรรมาธิการร่าง พ.ร.บ. อย่างจริงจัง ไม่งั้นช่องโหว่เยอะมาก”

“สมัยนี้ไม่ว่าหญิง ชาย กะเทย ทอม ดี้ เกย์ ตุ๊ด เค้าก้อมีความสามารถกันหมด จริงๆ แล้วคนเราจะเลวรึจะดี ไม่ได้อยู่ที่เพศ อยู่ที่การกระทำและจิตสำนึกที่ดีมากกว่า เราเชื่อว่าคนคนนี้มีความสามารถ และมีมันสมองที่ดีหลายๆ อย่าง เท่าที่ได้ร่ำเรียนและได้รู้จักเค้าตั้งแต่มัธยม เรียนเก่ง กิจกรรมเยี่ยม และถ้าเค้าจะใช้ความสามารถนี้มาพัฒนาบ้านเมืองของเค้า เราก้อว่าดีนะ อย่ามามองกันแค่ความแตกต่างทางเพศดีกว่า”

เรื่องที่ห้า สงสัยคงเป็นเพราะอากาศที่ร้อนจัด ทำให้เกิดเรื่องประหลาดๆ ล่าสุด ที่เมืองคอนแสตนต้า ประเทศโรมาเนีย หญิงสาวคนหนึ่งได้เปลือยกายซ้อนรถมอเตอร์ไซค์ ไปตามถนนหนทางโดยไม่แคร์สายตาผู้พบเห็น โดยตำรวจโรมาเนียได้ปล่อยผ่านไป ทำแค่เพียงลงบันทึกประจำวันว่าไม่สวมหมวกกันน็อคเท่านั้น

อย่างไรก็ตาม เหตุการณ์นี้สร้างความประหลาดใจให้กับผู้คนที่สัญจรไปมาในช่วงดังกล่าว จนเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างมากถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

“อากาศท่าทางจะร้อนจัด”

“ตำรวจคงไม่จับคนบ้า เสียเวลาแถมจะโดนหัวหน้าด่า เพราะคนปกติเขาจะแก้ผ้าแบบนี้เหรอ เผลอๆ อยากดังเป็นข่าวซะมากกว่า ไร้สาระจริงๆ อากาศก็ร้อนก็มีข่าวแต่คนบ้า ชอบโชว์ ประเภทอยากดัง”

“การเปลือยกายโล่งโจ้งในที่สาธารณะ โดยเฉพาะบนท้องถนน นับว่าเป็นเหตุการณ์ที่ไม่ควรจะเกิดขึ้นเลยไม่ว่าจะที่ไหนๆ เลย ไม่แปลกที่เมื่อไรที่เกิดเหตุแบบนี้ขึ้นตำรวจก็มักจะเข้าไปเกลี้ยกล่อมให้ผู้ที่เปลือยกายนั้นกลับไปสวมเสื้อผ้า หรือหนักกว่านั้นก็เรียกตัวมาสอบสวนเป็นเรื่องเป็นราวกันเลยทีเดียว สื่อไทยช่วยมีความเป็นกลางในการทำข่าวหน่อยจะได้มั้ย อย่าเอาบรรทัดฐานหรือความเห็นตัวเองมาเขียนข่าว ถ้าอยากทำแบบนี้ก็น่าจะไปเขียนนิยาย”

“แล้วแต่มุมมองของแต่ละคน บางครั้งการกระทำแบบนี้ก้อไม่ได้ทำร้ายใคร ในความคิคของคนกระทำก้อแค่สนุกดีในมุมมองของเค้า แต่พอมากระทบกะหลายมุมมองของคนเห็น ก้อเลยเป็นเรื่องไปงั้นเอง เรื่องกระโหลกกะลาแค่เนี้ย เดี๋ยวก็ถึงครูอังคณา”

“คนเรา มีอะไรดีๆ เก็บซ่อนไว้ มันก็จะอกแตกตาย เลยออกมาบอกให้ชาวโลกรู้ว่า เขามีอะไรดีๆ ยากให้โลกรู้ว่าเขามีอะไรดี ”

เครือข่ายสังคม