บอร์ดคุรุสภาป่วน ถกเครียด 3 ชม. ขายที่ดินสุราษฎร์ฯไร้ข้อสรุป

หลังจากที่สำนักข่าวไทยพับลิก้าได้มีการนำเสนอข่าว ผู้บริหารระดับสูงองค์การค้าของสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา (สกสค.) นำที่ดินจังหวัดสุราษฎร์ธานีจำนวน 2 แปลงเนื้อที่รวม 48 ไร่ ไปขายยกแปลง โดยที่ไม่ผ่านการอนุมัติจากบอร์ด ทั้งๆที่ในสมัยที่นายวาสนา ไชยศึก เป็นประธานบอร์ดของสกสค.ได้มีมติว่า “หากจะนำที่ดินแปลงนี้ไปดำเนินการอะไรจะต้องผ่านความเห็นชอบจากบอร์ดทุกครั้ง”(อ่านครูสุราษฎร์ฯ มีลุ้น ปูดผู้บริหารขายที่ดิน 48 ไร่ไม่ผ่านบอร์ดคุรุสภา ชี้ขาด 26 ม.ค. นี้)

ประเด็นนี้จึงกลายเป็นร้อนตั้งแต่วันแรกที่นายสุชาติ ธาดาดำรงเวช เข้ารับตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการอย่างเป็นทางการ เนื่องจากเป็นประเด็นที่ครูทั่วประเทศต่างให้ความสนใจและเฝ้ากำลังจับตาดูอยู่ว่าผลการประชุมคณะกรรมการสกสค.เมื่อวันที่ 26 มกราคม 2555 จะลงเอยอย่างไร

ดร.ศศิธารา พิชัยชาญณรงค์ ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ที่มา : http://www.sasithara.com/index.php?lay=show&ac=photo_view&event_id=13203&pagephoto=2
ดร.ศศิธารา พิชัยชาญณรงค์ ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ที่มา : http://www.sasithara.com/index.php?lay=show&ac=photo_view&event_id=13203&pagephoto=2

แหล่งข่าวจากคณะกรรมการสกสค. เปิดเผยถึงบรรยากาศในการประชุมคณะกรรมการสกสค.โดยมีดร.ศศิธารา พิชัยชาญรงค์ ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธานว่าการประชุมในวันนั้นใช้เวลาประมาณ 8 ชั่วโมง เฉพาะวาระพิจารณากรณีนายสันติภาพ อินทรพัฒน์ ผู้อำนวยการ องค์การค้าของสกสค.ที่ลงนามในสัญญาจะซื้อจะขายที่ดินแปลงนี้ โดยไม่ผ่านความเห็นชอบจากคณะกรรมการก่อน ใช้เวลา 3 ชั่วโมง ซึ่งประธานที่ประชุมได้เปิดโอกาสให้กรรมการทุกคนที่เข้าร่วมประชุมแสดงความคิดเห็นต่อกรณีนี้เป็นรายบุคคล ทำให้บรรยากาศการประชุมเป็นไปอย่างเคร่งเครียด

เนื่องจากการแสดงความคิดเห็นของกรรมการของสกสค.ส่วนใหญ่ เห็นว่านายสันติภาพดำเนินการขายที่ดินยกแปลง เป็นการกระทำนอกเหนือจากที่คณะกรรมการเคยมีมติ โดยเฉพาะนายธีระพันธุ์ พุทธิสวัสดิ์ ผู้ทรงคุณวุฒิ ด้านกฏหมาย ซึ่งเป็นตัวแทนจากภาคเอกชน แสดงความเห็นว่า การนำที่ดิน ไปขายยกแปลง น่าจะเป็นการกระทำนอกเหนือจากมติบอร์ด

แหล่งข่าวกล่าวต่อว่าทางด้านนายสันติภาพได้ยืนยันว่าตนได้ทำตามมติบอร์ดของสกสค.เมื่อวันที่ 21 พฤษภาคม 2551 มอบหมายให้องค์การค้าของสกสค.ไปกำหนดรูปแบบโครงการ,วิธีการคัดเลือกผู้ร่วมลงทุน และเชิญชวนผู้ที่สนใจเข้าร่วมโครงการพัฒนาที่ดินจังหวัดสุราษฎร์ธานี นอกจากนี้มติที่ประชุมบอร์ดครั้งนั้น ยังแนะนำให้องค์การค้าของสกสค. ควรพิจารณาทางเลือกที่ให้เอกชนเข้ามาซื้อเหมาทั้งโครงการ เพื่อให้องค์การค้าของสกสค.ได้รับผลประโยชน์ในครั้งเดียว ตรงนี้จึงเป็นอำนาจของผู้อำนวยการ องค์การค้าของสกสค.ที่สามารถดำเนินการได้

แหล่งข่าวกล่าวต่อว่าทางนายธีระพันธุ์ได้ให้ความเห็นในที่ประชุมต่อว่า ตามหลักของกฏหมาย ควรจะต้องยึดมติคณะกรรมการครั้งล่าสุด กล่าวคือ ก่อนที่องค์การค้าของสกสค.จะขายที่ดินจังหวัดสุราษฎร์ออกไป คณะกรรมการสกสค.ที่มีนายวาสนา ไชยศึก เป็นประธานกรรมการ ฯได้มีมติว่าก่อนที่จะนำที่ดินแปลงนี้ไปดำเนินการใดๆ ต้องผ่านความความเห็นชอบจากบอร์ดของสกสค.ก่อน ตามหลักการของกฏหมายแล้ว มติบอร์ดในสมัยนายวาสนา ซึ่งเป็นมติครั้งล่าสุด ย่อมมีผลหักล้างมติบอร์ดสมัยนายบำเรอ ภาณุวงศ์ เป็นประธานฯ ที่มีมติออกมาเมื่อวันที่ 21 พฤษภาคม 2551 ต้องยึดมติของนายวาสนาเป็นแนวทาง

แหล่งข่าวกล่าวต่อทางนายสันติภาพได้ยืนยันอีกว่า เรื่องการขายที่ดินแปลงนี้ ตนได้ทำไปตามมติคณะกรรมการ ประเด็นนี้ใครจะกล่าวอ้างอย่างไร ก็อ้างได้ แต่คนที่จะชี้ขาดว่า ใครผิด ใครถูก คือศาล

แหล่างจ่าวกล่าวต่อว่าหลังจากที่กรรมการทุกท่านแสดงความคิดเห็นจนครบ ช่วงสุดท้ายดร.ศศิธารา จึงสรุปให้แต่งตั้งนายธีระพันธุ์ พุทธิสวัสดิ์ เป็นประธานคณะทำงาน ศึกษาประเด็นข้อกฏหมาย เพื่อหาทางออก กรณีที่นายสันติภาพนำที่ดินไปขายยกแปลง โดยไม่ผ่านความเห็นชอบจากคณะกรรมการ และให้นำผลการศึกษากลับมาเสนอต่อคณะกรรมการอีกครั้งในวันพุธที่ 1 กุมภาพันธ์ 2555

“สรุปผลการประชุมบอร์ด วันที่ 26 มกราคม 2555 ยังหาข้อสรุปใดๆไม่ได้ เนื่องจากประเด็นที่นายสันติภาพนำที่ดินไปขาย โดยไม่ผ่านบอร์ด ยังไม่ได้ถูกเคลียร์ และ ไม่ทราบว่าใครผิด ใครถูก ดังนั้น จึงไม่มีกรรมการท่านใดกล้าเสนอให้ที่ประชุมพิจารณาว่าจะให้องค์การค้าของสกสค.ขายที่ดินต่อไป หรือไม่ เพราะสุดท้ายแล้ว อาจจะวกกลับมาเป็นภาระบอร์ดทั้งคณะที่จะต้องไปออกมติย้อนหลังรับรองว่าสิ่งที่นายสันติภาพทำไปนั้นถูกต้อง เมื่อหาข้อสรุปอะไรไม่ได้ ดร.ศศิธาราจึงตัดสินใจแตะถ่วงเรื่องนี้ออกไปอีก 1 สัปดาห์ เพื่อให้ทุกฝ่ายได้หายใจ หายคอกันคล่องขึ้น”แหล่งข่าวกล่าว