รัฐบาลทบทวนงบน้ำท่วม 93,000 ล้านบาท มติ ครม. วันเดียวสั่งยุบ – ชะลอ 12,281 ล้านบาท แต่ปูดใหม่อีก 15,000 ล้านบาท

25 มกราคม 2012

นายชลิตรัตน์ จันทรุเบกษา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงผลการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 24 มกราคม 2555 ว่า จากการที่ ครม. อนุมัติงบประมาณช่วยเหลือน้ำท่วมเมื่อวันที่ 4 มกราคม 2555 เพื่อฟื้นฟูเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากสถาณการณ์อุทกภัยไปแล้วกว่า 93,000 ล้านบาท ทำให้วงเงินเกือบจะถึงเพดานที่สามารถอนุมัติได้ คือ 120,000 ล้านบาท

ครม. จึงได้ให้สำนักงบประมาณและสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) พิจารณาทบทวนรายละเอียดงบประมาณที่ได้อนุมัติไปแล้วว่าสมควรยกเลิก เปลี่ยนแปลง หรือชะลอไปดำเนินในโครงการระยะยาวหรือไม่ โดยมีหลักเกณฑ์พิจารณาว่า โครงการที่เข้าข่ายต้องชะลอหรือยกเลิกงบประมาณนั้น 1. จะต้องเป็นโครงการที่ซ้ำซ้อนกับโครงการที่เคยอนุมัติไปแล้ว 2. ไม่สามารถดำเนินการแล้วเสร็จภายในหนึ่งปี 3. เป็นโครงการที่ไม่มีความจำเป็นเร่งด่วน เช่น การก่อสร้างเพิ่มเติมที่ไม่เกี่ยวกับความเสียหายจากน้ำท่วม การอบรมสัมมนา

สำนักงบประมาณและ สศช. จึงได้ไปพิจารณาโครงการต่างๆ ที่ ครม. ได้อนุมัติไป 2 ครั้ง คือวันที่ 12 ธันวาคม 2554 และวันที่ 4 มกราคม 2555 วงเงินรวม 93,000 ล้านบาท พบว่ามีโครงการที่ยังไม่ได้จัดสรรงบประมาณรวมเป็นเงินทั้งสิ้น 42,341.04 ล้านบาท จึงเสนอให้คณะกรรมการเพื่อให้ความช่วยเหลือ ฟื้นฟู เยียวยาผู้ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์อุทกภัย (กฟย.) ดำเนินการต่อเป็นเงิน 30,059.82 ล้านบาท โดยยกเลิกโครงการ 5,327.37 ล้านบาท และโครงการที่ชะลอ 6,953.84 ล้านบาท โดยโครงการที่ชะลอสามารถไปดำเนินการในแผนงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2555 หรือตั้งของบประมาณรายจ่ายประจำปี 2556 ได้ต่อไป

จากการพิจารณาในครั้งนี้พบว่า โครงการที่ได้รับงบประมาณให้ดำเนินการต่อสูงสุดคือด้านโครงสร้างพื้นฐาน คิดเป็นเงิน 28,625.67 ล้านบาท ในส่วนนี้ กระทรวงคมนาคมได้รับการจัดสรรงบประมาณสูงสุดถึง 19,290.59 ล้านบาท ส่วนโครงการที่มีการยกเลิก 2,122.7626 ล้านบาท

นอกจากการยกเลิกและชะลอโครงการแล้ว ในวันเดียวกัน นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้แถลงเพิ่มเติมว่า ครม. อนุมัติวงเงินงบประมาณสำหรับการให้ความช่วยเหลือ ฟื้นฟู เยียวยา ผู้ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์อุทกภัย ด้านโครงสร้างพื้นฐาน เพิ่มเติมจำนวน 14,995.85 ล้านบาท ตามที่ กฟย. ร่วมกับคณะกรรมการเพื่อให้ความช่วยเหลือ ฟื้นฟู เยียวยา ผู้ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์อุทกภัย ด้านโครงสร้างพื้นฐาน (กคฐ.) เป็นผู้เสนอ

โดยแผนงานหรือโครงการที่ได้รับจัดสรรงบประมาณสูงสุดคือด้านแหล่งน้ำและระบบชลประธาน เป็นเงิน 5,780.81 ล้านบาท ซึ่งโครงการที่ได้วงเงินสูงสุดคือ โครงการปรับปรุง ซ่อมแซมแหล่งน้ำ สิ่งก่อสร้างด้านแหล่งน้ำ และระบบโทรมาตร ของกรมทรัพยากรน้ำ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม 968 รายการ เป็นเงิน 3,731.71 ล้านบาท

ส่วนด้านสถานที่ราชการและระบบสาธารณูปโภค ที่ได้รับการจัดสรรงบประมาณมากเป็นอันดับสอง คือเป็นเงิน 4,106.26 ล้านบาทนั้น ในรายละเอียดพบว่า ด้านสถานที่ราชการและระบบสาธารณูปโภค กระทรวงที่ได้รับงบประมาณสูงสุดคือกระทรวงกลาโหม เป็นเงิน 3,931.57 ล้านบาท เพื่อใช้ในการซ่อมแซม ปรับปรุงอาคารสถานที่ราชการของหน่วยงานในสังกัดและกองทัพต่างๆ โดยในเหล่าทัพทั้งหมด กองทัพอากาศเป็นหน่วยงานที่ได้รับงบสูงสุด 3,107.47 ล้านบาท ขณะที่กองทัพบกได้รับงบประมาณเพิ่มเติม 495.32 ล้านบาท และกองทัพเรือได้รับงบประมาณเพิ่มเติม 206.91 ล้านบาท

ส่วนหน่วยงานอื่นๆ ในกระทรวงกลาโหม สำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหมได้รับงบประมาณ 13.116 ล้านบาท กองบัญชาการกองทัพไทย 61.086 ล้านบาท และองค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึก 47.655 ล้านบาท เพื่อซ่อมแซมปรับปรุงอาคารสถานที่ราชการขององค์กร ตามลำดับ

ข่าวในประเด็น

อ่านข่าวในประเด็นทั้งหมด »

เครือข่ายสังคม