อสมท.ตั้งกรรมการสรรหาเลือกบอร์ดใหม่ คาด “สรจักร เกษมสุวรรณ” นั่งเก้าอี้ประธาน

ทุกครั้งที่มีการเปลี่ยนแปลงขั้วอำนาจทางการเมือง ตัวแทนกลุ่มการเมืองเก่าที่นั่งเป็นกรรมการในบอร์ดรัฐวิสาหกิจ ต้องยื่นใบลาออก เพื่อเปิดทางให้กลุ่มการเมืองใหม่ส่งกรรมการเข้ามาแทน

อย่างกรณีบริษัท อสมท. จำกัด (มหาชน) ถือจังหวะความขัดแย้งระหว่างบอร์ดกับกลุ่มผู้บริหารของอสมท.กรณีโยกย้ายผู้บริหารที่บานปลาย เปิดทางให้ฝ่ายการเมืองเข้ามาแทรกแซงหน่วยงานแห่งนี้ซึ่งมีสถานภาพเป็นทั้งสื่อมวลชน และบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย

ความขัดแย้งที่เกิดขึ้นผู้บริหารอสมท.บางคนนำพนักงานเข้าร้องเรียนที่สำนักนายกรัฐมนตรี วันที่ 30 กันยายน 2554 ฝ่ายการเมืองจึงมีหนังสือถึงกระทรวงการคลังในฐานะผู้ถือหุ้นใหญ่ของอสมท.ในสัดส่วน 65.80 % ให้ยับยั้งการใช้อำนาจของบอร์ดในการแต่งตั้งโยกย้ายผู้บริหารระดับสูงของอสมท. พร้อมกับตั้งกรรมการสอบ

จากนั้นวันที่ 19 ตุลาคม 2554 กระทรวงการคลัง ทำจดหมายถึงนายสุรพล นิติไกรพจน์ ประธานกรรมการ อสมท.ขอให้เรียกประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้นเพื่อถอดถอนกรรมการออกทั้งคณะ โดยการนับคะแนนเสียงกันรายบุคคล และได้ทำหนังสือแจ้งไปยังตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยและสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์(กลต.)ในวันที่ 21 ตุลาคม 2554

แต่ภาวะน้ำท่วมใหญ่ในกรุงเทพฯ การประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้นจึงเลื่อนจากวันที่ 25 ตุลาคม 2554 เป็นวันที่ 9 ธันวาคม 2554 ซึ่งระหว่างนี้การเจรจานอกรอบระหว่างฝ่ายการเมืองกับกลุ่มของนายสุพลจึงเริ่มต้นขึ้น

คณะกรรมการของอสมท.มีทั้งหมด 13 คน ลาออกไป 2 คน คือนายธีรศักดิ์ สุวรรณยศ กับนายธนวัฒน์ วันสม จึงเหลือบอร์ด 11 คน ในจำนวนนี้มีตัวแทนจากภาครัฐอยู่ 3 คน คือ ตัวแทนจากกระทรวงการคลัง อัยการสูงสุด และสำนักนายกรัฐมนตรี

ข้อตกลงที่เจรจากันเดิมทีจะให้ตัวแทนจากภาครัฐทั้ง 3 คน ลาออกก่อนวันประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้น 1 วัน และกรรมการที่เหลืออีก 8 คน ให้เป็นผู้ดำเนินการประชุม จากนั้นในวันรุ่งขึ้นให้กรรมการที่เหลือยื่นใบลาออก

แต่ปรากฏว่าฝ่ายการเมืองเปลี่ยนข้อตกลง เกรงว่าถ้าให้ตัวแทนจากภาครัฐชิงลาออกไปก่อน กรรมการที่เหลือ 8 คน หากจับมือกันจะมีคะแนนเสียงเกินกว่ากึ่งหนึ่งสามารถเซ็นต์อนุมัติเรื่องอะไรก็ได้

กระทรวงการคลังจึงเปลี่ยนเกมส่งสัญญาณให้กรรมการที่เป็นตัวแทนภาครัฐ 3 คน นั่งต่อไป พร้อมกับเจรจากับกลุ่มของนายสุรพล ด้วยเงื่อนไขว่าวันประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้น( 9 ธันวาคม 2554)ไม่มีวาระถอดถอนกรรมการทั้งคณะ แต่กลุ่มของนายสุรพลทั้ง 6 คนจะต้องเขียนไปลาออกไว้ล่วงหน้า และนำไปฝากไว้กับคนกลาง เพื่อมีผลในวันที่ 10 ธันวาคม 2554

วันที่ 9 ธันวาคมที่ผ่านมา มีผู้เข้าร่วมประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้นประมาณ 800 คน โดยชี้แจงแก่ผู้ถือหุ้นว่ากระทรวงการคลังและสำนักนายกรัฐมนตรีได้รับคำชี้แจงจากบอร์ด กรณีที่มีพนักงานไปร้องเรียนที่ทำเนียบรัฐบาลแล้้ว และไม่ติดใจในประเด็นใดๆ หากที่ประชุมผู้ถือหุ้นมีการพิจารณาวาระถอดถอนกรรมการ กระทรวงการคลังก็จะงดออกเสียง ทำให้กลุ่มผู้ถือหุ้นบางคนที่ตั้งใจจะมาปลดบอร์ดทั้งคณะไม่พอใจ ตะโกนว่า “มวยล้ม ต้มคนดู” และเมื่อเปิดให้มีการโหวตลงคะแนน ทางกระทรวงการคลังในฐานะผู้ถือหุ้นใหญ่จึงเป็นฝ่ายชนะ

ในวันถัดมา นายสุพล นิติไกรพจน์ ประธานกรรมการ พร้อมกับกรรมการอีก 5 คน ซึ่งประกอบไปด้วย 1.นางมัทนา วัทนฤทธิ์ 2.นายญาณศักดิ์ มโนมัยพิบูลย์ 3.รศ. วิทยาธร ท่อแก้ว 4. นายสุทัศน์ ก้องธรนินทร์ และ 5. รศ. ธีรภัทร สงวนกชกร ได้ยื่นใบลาออกจากการเป็นบอร์ดตามสัญญา ซึ่งมีผลบังคับตั้งแต่วันที่ 13 ธันวาคมที่ผ่านมา

แต่ก่อนหน้านั้นในวันที่ 7 ธันวาคม 2554 ได้มีการแต่งตั้งกรรมการใหม่เข้ามา 2 คน คือ ศาสตราจารย์พิเศษนายธงทอง จันทรางศุ และนายเอนก เพิ่มวงศ์เสนีย์ เป็นกรรมการแทนนายธีระศักดิ์ และนายธนวัฒน์ เมื่อรวมกับกรรมการชุดเดิมที่ยังไม่ได้ยื่นใบลาออกอีก 5 คน ได้แก่ นางดนุชา ยินดีพิธ นายนัที เปรมรัศมี นายจตุรงค์ ปัญญาดิลก นายสมบูรณ์ ม่วงกล่ำ และนายอรรถชัย บุรกรรมโกวิท ทำให้ขณะนี้คณะกรรมการอสมท.ทั้งหมด 7 คน สามารถเรียกประชุมบอร์ด เพื่อทำการสรรหาและแต่งตั้งกรรมการชุดใหม่อีก 6 คนแทนกรรมการชุดเดิมที่ลาออกไปได้

นายสรจักร เกษมสุวรรณ ที่มาภาพ : http://www.moe.go.th/websm/2010/nc/P1130203.JPG
นายสรจักร เกษมสุวรรณ ที่มาภาพ : http://www.moe.go.th/websm/2010/nc/P1130203.JPG

วันที่ 14 ธันวาคมที่ผ่านมา กรรมการที่เหลือทั้ง 7 คน เรียกประชุมบอร์ดแต่งตั้งคณะกรรมการสรรหา 3 คน ประกอบด้วยนายนัที นายอรรถชัย และนายเอนก เพื่อคัดเลือกรายชื่อกรรมการเสนอต่อที่ประชุมบอร์ด เมื่อบอร์ดครบองค์ประชุม 13 คน ก็จะมาคัดเลือกประธานกรรมการแทนนายสุพล

แหล่งข่าวจากกระทรวงการคลังเปิดเผยว่ารายชื่อกรรมการ 6 คนที่จะแต่งตั้งใหม่นั้น ตัวเก็งที่คาดว่าจะนั่งเป็นตำแหน่งประธานกรรมการ อสมท.คือ นายสรจักร เกษมสุวรรณ ส่วนกรรมการอีก 5 คน ขณะนี้ยังไม่ลงตัว เพราะกำลังตรวจสอบคุณสมบัติ แต่ในเบื้องต้นมีชื่อนายจักรพันธุ์ ยมจินดา,นายประเสริฐ เกษมโกเมศ,นายสุธรรม สิริทิพย์สาคร และศาสตราจารย์พิเศษ เข็มชัย ชุติวงศ์ ส่วนอีก 1 คนยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบคุณสมบัติ

“ความวุ่นวายคงจะไม่ได้จบลงง่ายดายอย่างที่คิด เพราะในช่วงที่นายธนวัฒน์ถูกบีบให้ยื่นใบลาออกได้ยื่นร้องต่อศาลแรงงาน ฟ้องเรียกค่าเสียหาย และยังยื่นคำร้องต่อปปช.(คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ )ด้วย ขณะที่บอร์ดชุดเก่าก็โต้กลับด้วยการส่งผลการสอบข้อเท็จจริง กรณีนายธนวัฒน์ปลอมแปลงเอกสารการแต่งตั้งโยกย้ายพนักงาน ไปให้ปปช.พิจารณาเช่นกัน นอกจากนี้ยังมีคดีใหญ่ กรณีแก้สัญญาทรูวิชั่นกับทีวีช่อง 3 อยู่ที่ปปช.และสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินด้วย”แหล่งข่าวกล่าว