คลังจับมือสปสช.ให้ข้าราชการเข้ารพ.เอกชน-ฟอกไต 202 แห่งตรวจสอบรายชื่อได้

นายวิทยา บูรณศิริ รมต.สาธารณสุข ที่มาภาพ : http://www.siamrath.co.th/web/sites/default/files/naaywithyaa_burnsiri_0.jpg
นายวิทยา บูรณศิริ รมต.สาธารณสุข ที่มาภาพ : http://www.siamrath.co.th/web/sites/default/files/naaywithyaa_burnsiri_0.jpg

นายวิทยา บุรณศิริ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ให้สัมภาษณ์ว่า ขณะนี้กระทรวงสาธารณสุขได้เร่งประเมินความปลอดภัยของโรงพยาบาลทั้งหมดที่อยู่ในเขต กทม. โดยให้ทุกแห่งจัดมาตรการความพร้อมรับมือสถานการณ์น้ำท่วมโดยป้องกันน้ำท่วมในโรงพยาบาล การสำรองทรัพยากรดูแลผู้เจ็บป่วยทั้งยา เวชภัณฑ์ อ็อกซิเจน อาหาร ระบบน้ำไฟให้พร้อมเพื่อปรับบริการให้สามารถยืนหยัดให้บริการดูแลรักษาผู้เจ็บป่วยอย่างต่อเนื่องอย่างน้อย 3 สัปดาห์ มาตรการดังกล่าวได้รับความร่วมมือจากโรงพยาบาลภาครัฐเป็นอย่างดี ในส่วนของโรงพยาบาลเอกชนได้กำชับให้อธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ ให้ประสานงานตรวจสอบความพร้อมของโรงพยาบาลเอกชน ซึ่งมีอยู่ใน กทม. 99 แห่ง ให้ปฏิบัติเช่นเดียวกับโรงพยาบาลภาครัฐ และห้ามปฏิเสธดูแลผู้ป่วยฉุกเฉินอย่างเด็ดขาด

นายวิทยา กล่าวต่อว่า หากประเมินแล้วพบว่ามีความเสี่ยงสูงที่จะถูกน้ำท่วม ขอให้เตรียมการเคลื่อนย้ายผู้ป่วยหนักที่ใช้เครื่องช่วยหายใจแต่อาการคงที่ออกจากโรงพยาบาลแต่เนิ่นๆ เพื่อส่งไปดูและต่อยังโรงพยาบาลเครือข่ายนอกพื้นที่ หรือหากเกินความสามารถดูแล ขอให้ประสานกับศูนย์ปฏิบัติการป้องกันแก้ไขปัญหาน้ำท่วมของกระทรวงสาธารณสุข ทั้งนี้เพื่อไม่ให้ส่งผลกระทบต่อการบริการผู้เจ็บป่วย

ด้านนายวิรุฬ เตชะไพบูลย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า จากเหตุการณ์อุทกภัยในหลายจังหวัดที่เกิดขึ้น ทำให้สถานพยาบาลของรัฐหลายแห่งไม่สามารถให้บริการได้ กระทรวงการคลังโดยกรมบัญชีกลางจึงได้ขอ ความร่วมมือไปยัง สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) สมาคมโรงพยาบาลเอกชน ให้ข้าราชการ ลูกจ้างประจำ ผู้รับเบี้ยหวัด/บำนาญ และบุคคลในครอบครัว ที่เป็นผู้ประสบภัย สามารถเข้ารักษาและเข้ารับบริการทาการแพทย์ที่โรงพยาบาลเอกชนในเครือข่ายของสมาคมโรงพยาบาลเอกชน จำนวน 58 แห่ง เพื่อมิให้เกิดปัญหาด้านสาธารณสุข สำหรับหลักเกณฑ์ที่ให้ความคุ้มครอง คือ สามารถเข้ารับการรักษาเป็นผู้ป่วยในได้ทุกโรค ประมาณ 77 โรค โดยกระทรวงการคลังจะสนับสนุนค่าใช้จ่ายด้วยระบบเหมาจ่ายตามเกณฑ์กลุ่มวินิจฉัยโรคร่วม (DRGs) เช่นเดียวกับ สปสช.

“เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของผู้ป่วยและสามารถให้บริการผู้ป่วยได้อย่างมีประสิทธิภาพตามนโยบายของรัฐบาล ในสถานการณ์ที่เกิดปัญหาอุทกภัย ซึ่งมีผู้ป่วยหลายรายที่อยู่ในพื้นที่ประสบอุทกภัยอาจจะไม่ได้รับความสะดวกในการเดินทางไปรักษาหรือเจ็บป่วยกระทันหัน หรือในกรณีที่เป็นอันตรายถึงชีวิตต้องได้รับการส่งต่อให้เข้ารักษาพยาบาลในสถานพยาบาลของเอกชนก็ให้อยู่ในข่ายได้รับความช่วยเหลือเช่นเดียวกัน” นายวิรุฬ กล่าว

ส่วนข้าราชการที่ต้องฟอกไตกว่า 6,000 ราย จะเข้าฟอกไตที่โรงพยาบาลเอกชนได้ 202 แห่ง โดยดูชื่อโรงพยาบาลทั้งหมดได้ที่เว็บไซต์ของกรมบัญชีกลาง www.cgd.go.th หรือดูรายชื่อโรงพยาบาล

ด้านนายรังสรรค์ ศรีวรศาสตร์ อธิบดีกรมบัญชีกลาง กล่าวว่า สำหรับข้าราชการที่เป็นผู้ป่วยใน สามารถเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลเอกชนได้จนถึงสิ้นเดือนพ.ย.นี้ ส่วนการเข้ารับการรักษา กรณีผู้ป่วยนอก ในเร็วๆนี้ กรมบัญชีกลางจะต้องทำเรื่องเข้าสู่การพิจารณาของที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ต่อไป และกรณีที่ ครม.อนุมัติข้าราชการที่รักษาแบบผู้ป่วย นอกต้องสำรองจ่ายเงินสดไปก่อนแล้วนำใบเสร็จมาเบิกจ่ายภายหลัง

  • ศูนย์ไตเทียมเอกชนที่รับจาก ประกันสังคม และสปสช ไม่ได้มาตราฐาน ไม่สะอาด มีราที่ฝ้า ห้องน้ำเหม็นมาก พยาบาลมีคนเดียว ทางนายวิทยา บุรณศิริ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ทราบหรือให้เจ้าหน้าตรวจสอบบ้างหรือเปล่า ค่าตัวกรองทางศูนย์ก็เก็นเงิน ยาอื่นที่จำเป็นขณะฟอกก็ไม่ให้ ทั้งๆที่ผู้ป่วยมีสิทธิจะได้รับ ของให้ท่านสอดส่องดูแลด้วย จะเป็นพระคุณมาก

    • anonym

      ศูนย์ไตเทียมคลินิกเอกชน (ซอยรามคำแหง42) ที่รับจากประกันสังคม และสปสช ไม่ได้มาตราฐาน

      ไม่สะอาด สกปรกมาก ที่่ฝ้าเพดานหย่อนห้อยและเชื้อราเต็มไปหมด ทั้งที่ห้องไตเทียมควรจะสะอาด

      และมีอากาศถ่ายเทไม่เป็นที่หมักหมมของความโสโครก โอกาศที่จะติดเชื้อมีมากกว่า 100%

      waiting room แย่มาก มีถังขยะเปิดฝาเหม็นหึ่งแมลงวันตอมบินว่อน ทั้งพยาบาลและแพทย์เหมือนถูกบังคับให้ทำงาน ไม่มี service mind แม้แต่น้อย ทั้งที่ต้องจ่ายเงินเอง ยาฮอร์โมนที่จำเป็นก็ไม่ฉีดให้ เสียเงินเต็ม แต่ไม่คุ้มค่าเสี่ยง อยากให้ตรวจสอบดูแลด้วย ขอบคุณมาก